โต๊ด พายและกาโม่นั่งกินอาหารเช้ากันอยู่ตอนที่โทรศัพท์ดังขึ้นมา โต๊ดแปลกใจว่าใครโทร.มาแต่เช้า ก่อนลุกมารับ ส่วนพายแอบมองกาโม่อย่างไม่ค่อยสบายใจนักที่กาโม่เงียบๆ ไม่ค่อยรื่นเริงทุกวัน ด้านเต็งวิ่งลงมาถึงด้านล่างก็เห็นชิดดาวยืนคุยโทรศัพท์อยู่
“ดาวโทร.ไปไหน”
ชิดดาวหันหน้าจอโทรศัพท์มือถือให้เต็งดู หน้าของกาโม่ที่ปรากฎบนจอโทรศัพท์ เต็งเห็นหลานชายถึงกับน้ำตาคลอ กาโม่เองก็จ้องเต็งเขม็ง
“ลุงเต็งโทร.มา คุยกับลุงเขาหน่อยนะ” โต๊ดบอกกับกาโม่
พายหยิบมือถือจากโต๊ดมาส่งให้กาโม่
“กาโม่ไปคุยกับลุงที่ห้องรับแขกก็ได้นะ พ่อกับแม่ไม่แอบฟังหรอก”
กาโม่มองโทรศัพท์มือถือที่พายส่งให้ สีหน้าลังเล เต็งหายใจแทบไม่ทั่วท้อง เมื่อภาพจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือไม่มีกาโม่แล้ว มีแต่บรรยากาศให้ห้องรับแขกที่พักโต๊ดแทน
“กาโม่ไม่ยอมคุยด้วย แกคงโกรธผมมาก” เต็งบอกชิดดาวสีหน้าเศร้าๆ
ชิดดาวเลื่อนมือไปบีบแขนเต็งเบาๆ พูดปลอบใจ
“สัญญาณไม่ดีรึเปล่าคะ”
อึดใจต่อมาหน้าจอมือถือก็ขึ้นภาพหน้ากาโม่เต็มจอ
“ลุงเต็ง..” กาโม่หน้าเบะๆ ตาแดง ตั้งท่าจะร้องไห้
“กาโม่..” เต็งน้ำตาเอ่อ
ชิดดาวน้ำตาคลอตามขึ้นมา รีบขยับตัวออกห่าง ไม่อยากให้กาโม่เห็นตนอยู่ด้วย อยากให้ลุงหลานได้คุยกันตามลำพัง
“ลุงคิดถึงกาโม่ที่สุดเลย คิดถึงจนไม่กล้าโทร.หา เพราะลุงกลัวจะทนคิดถึงไม่ไหว ทำอะไรบ้าๆ ขึ้นมา ทุกอย่างจะแย่กว่านี้ จะไม่ดีกับกาโม่เอง กาโม่ต้องเข้าใจลุงนะ อย่าโกรธลุงเลยนะกาโม่” เต็งพรั่งพรูความรู้สึกออกมา
กาโม่ได้แต่ร้องไห้ออกมา
“กาโม่คิดถึงลุงมั้ยครับ”
“กาโม่คิดถึงลุงจนหายใจไม่ออก” กาโม่ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนพูดต่อไม่ไหว
เต็งร้องไห้ตามกาโม่ โต๊ดกับพายก็เข้ามาสวมกอดกาโม่ให้กำลังใจ ชิดดาวทนไม่ไหวต้องเข้ามาสวมกอดเต็งเอาไว้ การสนทนาครั้งแรกในรอบหลายเดือนนับจากวันที่จากกันจบลงด้วยน้ำตา แล้วคืนนั้นทั้งชิดดาวกับเต็งต่างนอนไม่หลับ
“ดาวทำให้ทุกอย่างมันแย่กว่าเดิมมั้ยคะ” ชิดดาวถามอย่างกังวล
“อย่าคิดมากสิ ได้ระเบิดออกมาแบบนี้ก็ดี รู้สึกโล่งขึ้นเยอะ” เต็งกอดชิดดาวเอาไว้
ชิดดาวซบหน้ากับอกเต็ง “โล่งขึ้นแค่ข้ามคืนรึเปล่าคะ”
“ไม่หรอก เสียใจได้แต่ก็ไม่ควรซึมเศร้า พรุ่งนี้มีอะไรให้เราทำอีกตั้งเยอะ เรากำลังจะมีลูกด้วยกัน ควรจะเป็นช่วงเวลาที่เราเห่อแล้วก็ดีใจกับการมาของเขามากกว่า” เต็งเลื่อนมือไปลูบท้องชิดดาว
“จั๊กจี้..” ชิดดาวขำ ขนลุกเล็กน้อย
เต็งค่อยยิ้มออก “อารมณ์พ่อแม่เป็นยังไง เด็กในท้องรู้สึกได้ มันมีผลกับการเจริญเติบโตของเขา”
“สคริปต์รายการใหม่เหรอคะ” ชิดดาวกระเซ้า
“รู้ทัน..” เต็งถอนใจออกมา กระชับกอดชิดดาวเอาไว้ “ผมต้องลุยงานเต็มที่แล้วล่ะ จะได้ไม่ฟุ้งซ่าน”
“ดีค่ะ ลูกเกิดมาค่าใช้จ่ายเยอะนะคะ จากวันนี้ไปคือความรับผิดชอบแล้ว จะทำทุกอย่างตามอารมณ์พาไปอย่างตอนเป็นคนโสดไม่ได้อีกแล้ว” ชิดดาวพูดเตือนสติเต็งแบบเนียนๆ
เต็งอึ้งๆ ไป “ขอโทษนะดาว”
ชิดดาวได้แต่ยิ้มๆ ไม่ตอบอะไร
“ถ้าไม่มีคุณ ผมจะผ่านช่วงนี้ไปได้ยังไงเนี่ย”
ชิดดาวกระชับกอดเต็งส่งกำลังใจไปให้ เต็งก้มหน้าลงหอมหน้าผากชิดดาวอีกครั้งแล้วกระชับกอดชิดดาวไว้แนบอก ด้านเวนิสหลังเข้ามาบริหารงานบริษัททัวร์แทนป๊าได้พักใหญ่ วันหนึ่งป๊าก็ยื่นเช็คให้ ลูกกวาดชะโงกหน้าดูจำนวนเงินแล้วยิ้มดีใจ
“ป๊าติ๊บให้ เอาไว้ช็อปปิ้ง”
“ขอบคุณครับป๊า” เวนิสและลูกกวาดหันมายิ้มปลื้มใจให้กัน
“ไม่น่าเชื่อนะว่าทริปชื่อบ้าๆ บอๆ ยังงี้ จะเต็มได้ตั้ง 4-5 กรุ๊ป” ม้าเปรยขึ้นมา
“อ้าว..ม้าไม่รู้อะไร ชื่อมันชัดเจนกับกลุ่มเป้าหมาย แช๊ะ..เลิฟเวอร์ ทริปสำหรับคนรักการถ่ายภาพ” เวนิสพูดพรีเซนต์ชื่อกรุ๊ปทัวร์อย่างภูมิใจเสนอ “เจาะกลุ่มไปเลย เน้นถ่ายภาพสวยๆ ชิลล์ๆ สบายๆ มีเวลาให้ ไม่ใช่ทัวร์ชะโงก”
“ย่ะ คิดมาอีกเรื่อยๆ แล้วกัน” ม้าค้อนแต่สีหน้ายิ้มๆ
เวนิสยิ้มหน้าเป็นแบมือไปหน้าป๊า “ขอรางวัลตามสัญญาด้วยป๊า”
“เพิ่งรับเช็คไปหยกๆ จะเอาอะไรอีกล่ะ”
“ป๊าสัญญาอะไรกับผมเอาไว้อีกอย่างหนึ่ง”
“ป๊านึกไม่ออก”
“ก็เรื่องสปอนเซอร์รายการใหม่ให้เฮียเต็งไงป๊า” เวนิสบอก
ลูกกวาดมีสีหน้าลุ้นๆ เอาใจช่วย ขณะที่ม้าเท้าสะเอวฉับ
“ไปแอบสัญญาอะไรกันนอกรอบลับหลังม้า เดี๋ยวเถอะนะ”
“ยอดรายได้เกินเป้าที่ป๊าตั้งไว้อีกนะ”
ป๊าอึกอัก หันมองหน้าม้า
“แล้วลื้อจะทำรายได้เข้าบริษัทงามๆ ได้ยังงี้ตลอดเหรอ” ม้าถามขึ้นมา
“ผมรับรองม้า ผมจะครีเอททริปฮิปๆ สำรวจเส้นทางใหม่ๆ ไม่ซ้ำซาก มาสร้างจุดขายให้บริษัทเราโดดเด่น ไม่ให้ใครตามทันเลยม้า”
“เว่อร์..” ม้าค้อนใส่
“นะม้านะ เมียเฮียกำลังท้องด้วย ตกงานนานๆ จะเอาเงินที่ไหนใช้ คิดซะว่าทำบุญนะม้า” เวนิสอ้อนๆ
“ลูกกวาดจะได้อานิสงส์ท้องกับเขามั้งไงคะม้า” ลูกกวาดช่วยพูด
ม้าหันมองหน้าป๊าอย่างขอคำปรึกษา เวนิสและลูกกวาดลุ้นรอคำตอบ ส่วนเต็งวิ่งพรวดเข้ามาที่เนิร์สเซอรี่ ชิดดาวนั่งอยู่ที่ของงามพิศ กำลังช่วยงานงามพิศตรวจบัญชีสต็อคของใช้ในเนิร์สเซอรี่อยู่ เต็งไม่ทันได้มองไปชะเง้อมองหาชิดดาวตามห้องเลี้ยงเด็ก ชิดดาวแปลกใจลุกเดินมาหาเต็ง เต็งหันมามอง ร้องบอกเสียงดังอย่างดีใจ
“ดาว..ผมมีข่าวดีมาบอก”
“เบาๆ ค่ะ”
“โทษที…” เต็งยิ้มแหยๆ จับกุมมือชิดดาวพร้อมเล่า “คุณละอองยุบรายการ คืนเวลาให้ช่อง พรุ่งนี้ผมต้องเข้าไปเสนองาน”
ชิดดาวยิ้มดีใจไปด้วย “ข่าวดีที่สุดเลยค่ะ”
“ผมมั่นใจว่ารายการคุณพ่อป้ายแดงของเราต้องผ่านแน่ๆ ยังไม่มีใครซ้ำเลยนะดาว”
“แล้วสปอนเซอร์ล่ะคะ”
“พอวางสายจากพี่ที่ช่อง เจ้าเวนิสก็โทร.มาเลย บริษัทมันจะสนับสนุนรายการเรา เหมือนถูกหวยทั้งเต็งทั้งโต๊ดเลยดาว” เต็งดีใจมาก
“ยังงี้ดาวกับลูกก็ไม่อดตายแล้วสิ” ชิดดาวล้อ
“ผมมีความสุขที่สุดเลยดาว ลูกนำโชคมาให้เราแท้ๆ”
เต็งสวมกอดชิดดาวเอาไว้แน่น ทั้งคู่ยิ้มแย้มอย่างมีความสุขเต็มไปด้วยความหวัง บ่ายวันเดียวกัน ทอยเดินหัวเสียนำโต้เข้ามาในห้องรับรองแขกของสถานีโทรทัศน์อีกแห่งหนึ่ง หญิงสาวทิ้งตัวลงนั่งพร้อมบ่นอออกมาด้วยสีหน้าเจ็บใจ
“พี่อองจงใจปิดรายการ แล้วให้เฮียได้เวลาคืนไปเพื่อเอาคืนเราสองคน”
โต้นั่งลงข้างๆ พูดด้วยสีหน้าดูถูก
“อย่างมันหาสปอนเซอร์ไม่ได้หรอก”
“น้อยไปสิ ไอ้ตี๋ขึ้นวอมันช่วยลูกพี่เก่ามันสุดตัวอยู่แล้ว” ทอยยิ่งฉุนหนักขึ้น
“แล้วรายการเราจะไม่ซ้ำกับมันเหรอ” โต้กังวล
“ก็ซ้ำสิ ฉันจงใจแข่งถึงมาเสนอรายการให้ช่องคู่แข่งยังงี้ ทางนั้นคุณพ่อป้ายแดง แต่เราคุณพ่อเบอร์ใหม่ ชื่อเก๋กว่า ไม่ซ้ำซาก แล้วก็จะได้ออกอากาศตัดหน้าก่อนด้วย” ทอยสีหน้ามั่นใจ
“ทอย..เลิกยุ่งกับพวกเขาซะทีเถอะ”
“เงียบเถอะน่ะ” ทอยหันมาตวาดแว้ด “ถ้าไม่อยากกอดคอกันอดตายสามคนพ่อแม่ลูก ก็หุบปากไปเลย เขามีลูกเราก็กำลังมีลูก แล้วมาดูกัน รายการใครจะโดนกว่ากัน”
“โต้ว่า…”
“โต้ควรหุบปาก ไม่ต้องแสดงความคิดเห็นอะไรทั้งนั้น พี่อองบล็อคงานเธอทุกทางหมดแล้ว ปากก็ว่าให้อภัย ทำแสนดีแต่จริงๆ ไม่ใช่ ตอนนี้ฉันคือผู้นำ ส่วนเธอทำหน้าที่ผู้ตามให้ดีก็พอ”
“จ้ะ” โต้รับปากทอยเสร็จก็ลุกมาวิดพื้นเลย
“จะทำอะไร” ทอยแปลกใจ
“ก็วิดพื้นเรียกกล้ามหน่อย เผื่อต้องถอดเสื้อโชว์”
ทอยทำหน้าระอา แล้วพนักงานก็เข้ามาเรียก ทอยดุโต้ว่าพอแล้ว โต้ลุกขึ้นเดินมาหาทอย
“จะให้โต้ถอดเสื้อเมื่อไหร่ก็บอกนะ”
“ลูกฉันจะไอคิวเท่าไหร่เนี่ย” ทอยกรอกตาอย่างเบื่อหน่าย ก่อนเดินนำออกไป
โต้ปลดกระดุมเสื้อลงมาลึกๆ แบบอยากโชว์หุ่น ก่อนจะจัดผม เดินเก็กมาดนายแบบตามทอยออกไป เต็งรับชิดดาวกลับจากเนิร์สเซอรี่อย่างสีหน้าท่าทางอารมณ์ดี ชิดดาวเปรยๆ ว่าต้องนัดเวนิสกับลูกกวาดเลี้ยงข้าวสักมื้อ
“กินข้าวอย่างเดียวไม่พอหรอก ต้องไปอุดหนุนทัวร์เขาด้วย ดาวอยากไปเที่ยวไหนล่ะ” เต็งถามอย่างเอาใจ
“อย่าเพิ่งไปไหนเลยค่ะ มีแต่ค่าใช้จ่ายทั้งนั้น รอให้รายการใหม่อยู่ตัวก่อนดีกว่า”
เต็งยิ้มชื่นชมชิดดาว ที่รู้จักคิดมากกว่าตนซะอีก ก่อนเปิดประตูให้ชิดดาวเข้าไปก่อน ชิดดาวนำเข้าโถงบ้านมาแล้วหยุดกึก เต็งที่ตามเข้ามาติดๆ ก็ชะงักไปด้วย สายตาทั้งคู่เพ่งมองไปที่กาโม่ซึ่งยืนน้ำตาคลอมองมาทางเต็ง
“กาโม่กลับมาแล้ว”
เต็งโผเข้าหากาโม่ ย่อตัวลงดึงกาโม่เข้ามาสวมกอดเอาไว้ หลับตากอดกาโม่เอาไว้แน่น น้ำตาไหลออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ กาโม่ได้แต่ร้องไห้สะอึกสะอื้น ชิดดาวมองดูทั้งคู่พร้อมกับยกมือเช็ดน้ำตาไปด้วย โต๊ดโอบเอวพายที่น้ำตาคลอๆ เดินออกมาจากมุมครัว หลังจากหลบอยู่นาน
“เซอร์ไพรส์มั้ยพี่ชาย” โต๊ดยิ้มหน้าเป็น
เต็งพยายามตั้งสติสะกดอารมณ์เอาไว้แล้วปล่อยกาโม่ออกจากกอด มองไปทางโต๊ด
“เล่นบ้าๆ ไอ้โต๊ด จะมาทำไมไม่โทร.บอกก่อน ฉันช็อคตายขึ้นมาจะว่ายังไง”
โต๊ดยิ้มขำๆ
“กาโม่ครับ อยากบอกอะไรกับอาดาวครับ” พายเกริ่นนำ
กาโม่เหลือบตามองไปทางชิดดาว เดินเข้ามาหา สีหน้าจ๋อยๆ ชิดดาวย่อตัวลงคุกเข่ากับพื้นให้เสมอกับกาโม่ ยิ้มเอ็นดู
“กาโม่มีอะไรจะบอกกับอาเหรอคะ”
กาโม่ยกมือไหว้ชิดดาว สีหน้าเสียใจ พูดไปก็ร้องไห้ไป
“กาโม่ขอโทษที่ผลักอาดาวตกบันได กาโม่เสียใจ กาโม่จะไม่ทำอีกแล้ว กาโม่..”
ชิดดาวเลื่อนมือไปปิดปากกาโม่ “กาโม่ไม่ต้องพูดอะไรแล้วนะครับ อาดาวแค่น้อยใจที่กาโม่ไม่รักอาเท่านั้นเอง อาเข้าใจดีว่ากาโม่รู้สึกยังไง ทำไปเพราะอะไร แต่อาไม่ได้โกรธกาโม่เลยนะครับ”
“กาโม่ขอโทษครับอาดาว” กาโม่ร้องไห้สวมกอดชิดดาวเอาไว้
ชิดดาวสวมกอดกาโม่ลูบหลังปลอบใจกาโม่ไป ตัวเองก็ร้องไห้ไป
//////////////////////////
อ่านตอนต่อไป
พ่อยุ่งลุงไม่ว่าง ตอนที่ 20 (จบบริบูรณ์)
คลิกย้อนอ่าน