Featured
เรียกได้ว่าปัจจุบัน AI ได้กลายเป็นส่วนสำคัญของโลกยุคใหม่ ที่ส่งผลกระทบต่อทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตประจำวัน ทำให้ต้องมีการอัปสกิลด้าน AI กันเป็นจำนวนมาก วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีคอร์สออนไลน์เรียนฟรี จากโครงการ “Thai Academy ขับเคลื่อนอนาคต AI ประเทศไทย” จัดทำโดย DCT ร่วมกับ e-LAT และ Microsoft เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไป โดยในเนื้อหาประกอบด้วย หลักสูตรด้าน AI ตั้งแต่พื้นฐานสำหรับผู้เริ่มต้น ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ Machine Learning, การประมวลผลภาษาธรรมชาติ (NLP) ไปจนถึง Generative AI รวมถึงเทคนิคการสร้าง Prompt, การใช้งาน AI ในการสร้างเนื้อหา การค้นหา เสริมประสิทธิภาพการทำงานด้วย Microsoft Copilot โดยเน้นที่ AI ที่มีความรับผิดชอบ และวิธีที่ AI เปลี่ยนแปลงโลก พร้อมทั้งส่งเสริมเทคโนโลยี AI ที่สามารถเข้าถึงได้และเป็นประโยชน์สำหรับทุกคน 1. AI Basic : เริ่มต้นเข้าใจ AI แบบง่ายๆ สู่โลกเทคโนโลยีแห่งอนาคต บทเรียนทั้งหมด : 44 บทเรียน สอนโดย : Nutra Chuensai จำนวนชั่วโมงการเรียนรู้ : 3 ชั่วโมง ประเด็นการเรียนรู้ 1. ประวัติโดยย่อของ AI 2. ปัญญาประดิษฐ์คืออะไร 3. เปรียบความฉลาดกับความรู้ 4.
ในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม “อว.แฟร์ 2568” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-17 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ได้มีการรวบรวมนวัตกรรมและผลงานวิจัยจากหลายสถาบันทั่วประเทศมาให้ชมกันอย่างหลากหลาย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จึงได้คัดสรร 10 นวัตกรรม ที่มีความโดดเด่น สามารถนำไปต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ และใช้งานได้จริงในอนาคต โดยมีนวัตกรรมไทยที่ถูกออกแบบมาให้แก้ปัญหาใกล้ตัวคุณ จากการกิน การใช้ ไปจนถึงการดูแลสุขภาพ ตั้งแต่ Care Walk รองเท้าอัจฉริยะ นำสับปะรดมาสกัดเป็นเส้นใยธรรมชาติ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทาน ร้อยชาชัก ที่ต่อยอดเป็นธุรกิจได้จริง 1. Care Walk รองเท้าอัจฉริยะ ช่วยผู้ป่วยกระดูกขาหักก้าวเดินอย่างมั่นใจ หนึ่งในนวัตกรรมเพื่อสุขภาพที่น่าจับตาคือ “Care Walk” รองเท้าอัจฉริยะช่วยกระจายน้ำหนักเท้า ถูกออกแบบมาเพื่อผู้ป่วยที่เพิ่งผ่าตัดหรือกระดูกขาหัก ช่วยให้ผู้สวมใส่ก้าวเดินได้อย่างปลอดภัย ลดแรงกดทับที่จุดบาดเจ็บ พร้อมทั้งมีเซนเซอร์คอยตรวจจับและแจ้งเตือน หากมีการลงน้ำหนักเกินกว่าที่แพทย์กำหนด จุดเด่นคือ การใช้เทคโนโลยีมาช่วยฟื้นฟูการเดิน ทำให้ผู้ป่วยมั่นใจมา
เมื่อเร็วๆ นี้ มีความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในประเทศไทยที่ดึงดูดความสนใจจากสื่อมวลชนทั่วโลก นั่นคือการเปิดตัวโครงการ TouristDigiPay ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และธนาคารแห่งประเทศไทย โครงการนำร่องนี้ ช่วยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถแปลงสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นสกุลเงินบาทเพื่อใช้จ่ายภายในประเทศได้ นอกจากจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการท่องเที่ยวไทยแล้ว โครงการนี้ยังมีศักยภาพในการผลักดันการเติบโตของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลของประเทศ และนำไทยเข้าใกล้เป้าหมายในการเป็นศูนย์กลางการเงินดิจิทัลระดับภูมิภาคมากขึ้น อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจให้ชัดเจนว่า TouristDigiPay ไม่ใช่ระบบการชำระเงินด้วยคริปโตโดยตรงที่ทั้งลูกค้าและร้านค้าจะทำธุรกรรมกันด้วยสินทรัพย์ดิจิทัล แต่เป็นกลไกที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นเงินบาทเพื่อชำระเงินผ่านระบบ PromptPay QR ซึ่งใช้งานได้อย่างแพร่หลาย ตั้งแต่ร้านอาหารริมทางไปจนถึงห้างสรรพสินค้าชั้นนำ โครงการนำร่องนี้ นำเสนอแนวทางให้นักท่องเที่ยวสามารถใช้สินทรัพ
แจม-กานต์ จาติกวณิช สปอร์ตเกิร์ลใบหน้าเก๋ไก๋ เป็นลูกสาวของ คุณกรณ์-คุณวรกร จาติกวณิช หลังจากที่เธอเรียนจบและผ่านการทำงานมาหลายสายงาน สุดท้ายพบเส้นทางที่ลงตัวกับการสร้างแบรนด์สุขภาพในชื่อ HEYDAY โปรตีนทางเลือกสำหรับผู้รักสุขภาพ ซึ่งเธอออกแบบและดูแลด้วยตัวเองทุกขั้นตอน ปัจจุบันเดินทางเข้าสู่ปีที่ 4 แล้ว และได้รับการตอบรับอย่างดี แจม เกิดและเติบโตในไทย เริ่มต้นการศึกษาที่ St. Stephen’s International School (ปัจจุบันคือ Brighton College Bangkok ย่านวิภาวดีรังสิต) กระทั่งอายุ 11 ขวบ ทางบ้านตัดสินใจส่งไปเข้าเรียนที่ Badminton School โรงเรียนประจำสตรีที่เมืองบริสตอล ประเทศอังกฤษ เพื่อฝึกวินัยและดูแลตัวเอง “ไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่เด็กทำให้โตไวขึ้น ต้องหัดทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ตั้งแต่ซักผ้า จัดเตียง ทำการบ้านซึ่งแตกต่างจากการอยู่กับพ่อแม่ที่มีคนคอยช่วยเหลือ และตัวเองอยากไปอังกฤษอยู่แล้ว เพราะผูกพันจากการไปเที่ยวกับครอบครัว อีกทั้งคุณพ่อ เคยเรียนที่นั่น ทำให้วัฒนธรรมและวิถีชีวิตแบบอังกฤษเป็นสิ่งที่ชอบ” แจม เล่า แจมเลือกเรียนต่อด้าน วรรณคดีอังกฤษ ที่ มหาวิทยาลัยเดอรัม (Durham University) ซึ่งมีชื
จากกระแสความนิยม “ชาชีส” ของคนไทย ทำให้มีหลายแบรนด์กระโดดลงมาแข่งขันในสนามนี้ แต่หนึ่งในแบรนด์ที่โดดเด่น เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และครองใจผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง ก็คือ “Nose Tea” หรือ ชาจมูกเขียว ธุรกิจที่ก่อตั้งโดย คุณกฤต–ธนกฤต ศรีพฤกษมาศ และ คุณไผ่–กชณิชา ฐิติชนาโชติ เริ่มต้นจากความชอบ ก่อนหน้านี้ คุณไผ่เคยทำธุรกิจขายเสื้อผ้าแฟชั่นทำให้เธอต้องบินไปต่างประเทศอยู่บ่อยๆ เพื่อดีลโรงงานผลิต ประกอบกับเป็นคนชอบหาของอร่อยๆ ทาน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือชานมและชาผลไม้ที่หลงใหลในรสชาติ แต่เมื่อกลับมาเมืองไทยกลับหารสชาติในแบบที่ชอบไม่ได้ และจากการสำรวจตลาดในประเทศไทยและต่างประเทศ พบว่า มีโอกาสและช่องว่างในการพัฒนาธุรกิจเครื่องดื่มชาผลไม้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้เธอและคุณกฤตหันไปเรียนชงชา และนำมาพัฒนาจนได้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ จนเกิดเป็นแบรนด์ Nose Tea เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2565 โดยมีโลโก้ จมูกเขียว สุดโดดเด่น มองแวบแรกก็ชวนให้สงสัยและยังสร้างความน่าจดจำ ซึ่งนำโลโก้มาจากผลิตภัณฑ์ลอกสิวเสี้ยน Lively Nose ของแบรนด์ Nakiz อีกธุรกิจของคุณไผ่ อัดแน่นคุณภาพ และความคุ้มค่า โปรดักต์หลักของ
ตลอดช่วงที่ผ่านมา ภาครัฐประกาศอย่างต่อเนื่องถึงการฟื้นฟูเศรษฐกิจและภาคการท่องเที่ยว และล่าสุด นโยบายเหล่านี้ได้นำไปสู่การเปิดตัวโครงการที่น่าสนใจอย่าง TouristDigiPay ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจและท่องเที่ยวของไทยให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวสามารถนำ สินทรัพย์ดิจิทัล หรือ คริปโทเคอร์เรนซี มาใช้จ่ายในประเทศไทยได้อย่างไร้รอยต่อ โดยมีเป้าหมายหลักคือการเพิ่มช่องทางการใช้จ่ายและกระตุ้นให้เกิดเม็ดเงินสะพัดในประเทศในวงกว้าง ผู้สื่อข่าวมติชนรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง ได้ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดตัว โครงการ TouristDigiPay ซึ่งเป็นโครงการทดสอบ (แซนด์บ็อกซ์) การนำสินทรัพย์ดิจิทัล (ดิจิทัลแอสเซท) เปลี่ยนเป็นเงินบาทและนำไปใช้จ่ายในด้านต่างๆ ได้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการนำนวัตกรรมและสินทรัพย์ดิจิทัลมาสนับ
แอสเซทไวส์ เปิดตัว “AssetWise GrowGreen” แพลตฟอร์มบันทึกกิจกรรมด้านความยั่งยืนที่เปลี่ยนทุกการลงมือทำเป็น ESG Coin นำไปใช้จ่ายได้จริง จูงใจคนรักษ์โลก ผนึกกำลัง “กลุ่มบริษัทบางจาก-ตลาดยิ่งเจริญ” คิกออฟเปิดใช้งานในบิ๊กโปรเจ็กต์ Fry to Fly ซึ่งริเริ่มและดำเนินการโดยบีเอสจีเอฟ ในกลุ่มบริษัทบางจาก ชวนร้านค้าในตลาดยิ่งเจริญลดการทอดซ้ำ ขายน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วผ่านแพลตฟอร์ม เพื่อแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) พร้อมขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero+ สร้างการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ นายวุฒิ วิพันธ์พงษ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารความยั่งยืนทางธุรกิจและสิ่งแวดล้อม บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ AssetWise บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นผู้นำด้านไลฟ์สไตล์ภายใต้แนวคิด “ความสุขที่ออกแบบมาเพื่อคุณ” หรือ “We Build Happiness” กล่าวว่า แอสเซทไวส์เดินหน้าสร้างแรงจูงใจให้เกิดการมีส่วนร่วมด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ด้วยการพัฒนาแพลตฟอร์ม “AssetWise GrowGreen” ที่ช่วยบันทึกกิจกรรมด้านความยั่งยืน แล้วแปลงเป็นดิจิทัลคอยน์ (ESG Coin) ที่สามารถนำไปใช้จ่ายได้จริง เพื่อกระตุ้น
แม้ตลาดที่อยู่อาศัยในปี 2568 จะชะลอตัวตามสภาพเศรษฐกิจ แต่ยังมีแสงสว่างปลายอุโมงค์จากปัจจัยบวก ทั้งจากมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐ การผ่อนคลายเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่ออื่นที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (LTV) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รวมทั้งการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นโอกาสอันดีสำหรับผู้ที่มีความพร้อมทางการเงินในการซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียมเป็นของตัวเอง ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) แพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของไทย เผยข้อมูลเชิงลึกจากผู้เข้าเยี่ยมชมในเว็บไซต์ www.DDproperty.com ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 (เก็บข้อมูลระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน 2568) ที่แสดงความสนใจประกาศขาย-ให้เช่า และกรอกข้อมูลให้ติดต่อกลับ ซึ่งถือเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีศักยภาพในการซื้อ-เช่าในอนาคตมากที่สุด อย่างไรก็ดี อีกหนึ่งความท้าทายที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 คือภัยธรรมชาติที่คาดเดาไม่ได้อย่างเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศเมียนมาและเกิดแรงสั่นสะเทือนที่รับรู้ได้ในไทยเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ได้กลายเป็นอีกปัจจัยที่มีผล
ข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ที่ผ่านมา นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ใช้เวลานอกราชการลงพื้นที่ถนนบรรทัดทอง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พร้อมด้วย นายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ คณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้แทนสมาคมผู้ประกอบการถนนบรรทัดทอง ตามนโยบาย “พาณิชย์พึ่งได้” เพื่อตรวจเยี่ยมและรับฟังปัญหา รวมถึงข้อเสนอแนะของผู้ประกอบการร้านอาหารและสตรีตฟู้ดในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์สำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ สำหรับ ถนนบรรทัดทอง เป็นย่านร้านอาหารที่ได้รับการจัดอันดับโดย นิตยสาร Time Out ให้เป็น “ถนนที่เท่ที่สุดในโลก อันดับที่ 14” (World’s Coolest Streets) เมื่อปี 2014 ปัจจุบันมีร้านอาหารทั้งเก่าแก่และรุ่นใหม่กว่า 300 ร้าน สร้างรายได้หมุนเวียนให้เศรษฐกิจหลายพันล้านบาทต่อปี แต่ในระยะหลัง ผู้ประกอบการต้องเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง ค่าเช่าพื้นที่ที่สูงขึ้น และกำลังซื้อของคนไทยที่ชะลอตัว นายจตุพร ก
ในวงการขนมหวานชื่อดังเมืองเพชรบุรี หากพูดชื่อ “โรงงานลุงอเนกขนมหวานเมืองเพ็ชร์” ถือว่าไม่เป็นสองรองใคร โดยเฉพาะเรื่องความอร่อย สดใหม่ การชูวัตถุดิบดั้งเดิมในท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าเพิ่ม โดย โจ้-ประวิทย์ เครือทรัพย์ ทายาทรุ่นที่ 3 ได้ผันตัวจาก “พ่อค้าขายขนมในออฟฟิศ” ปรับตัว คิดนอกกรอบ สร้างความต่าง มาต่อยอดธุรกิจครอบครัว และเคยได้รับรางวัล Inventor Awards จากเวที 7 Innovation Awards 2024 ล่าสุดพัฒนาสินค้าใหม่ “ขนมหม้อแกงกะทิสดเผือกหอม ลุงอเนก” ส่งขายเฉพาะร้านเซเว่นฯ และสามารถแจ้งเกิดหลังวางจำหน่ายได้ภายใน 2 เดือน กลายเป็นสินค้า SME ขายดี สร้างยอดขายกว่า 400,000 บาทต่อวัน โจ้-ประวิทย์ เครือทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพชรบุรี ไทยดีเสิร์ท จำกัด ผู้บริหารหนุ่มลูกหลานเมืองเพชร วัย 42 ปี เล่าถึงความเป็นมาว่า ธุรกิจนี้เริ่มต้นจากขนมไทยรสชาติต้นตำรับรุ่นคุณย่า ที่ได้รับการสืบทอดเรื่อยมาจนมีโรงงานลุงอเนกขนมหวานเมืองเพ็ชร์ ที่หมู่บ้านลาดโพธิ์ ต.สํามะโรง จ.เพชรบุรี เป็นโรงงานผลิตขนมไทยโบราณ ไม่ว่าจะเป็น หม้อแกง ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ถ้วยฟู ฯลฯ ที่คงรสชาติแต่โบราณ และคงวัตถุดิบท้องถิ่น ส่
