Featured
ในยุคที่โซเชียลมีเดีย ไม่ใช่แค่การโพสต์ชีวิตประจำวันหรือแชร์ไลฟ์สไตล์เพียงอย่างเดียว แต่ทุกคนสามารถสร้างรายได้เสริมด้วยการแปะลิงก์สินค้า ก็สามารถรับ ‘ค่าคอมมิชชัน’ เข้ากระเป๋าได้ทุกวัน ผ่านโปรแกรม ‘Shopee Affiliate’ หรือเครื่องมือสร้างรายได้ แบบไม่ต้องลงทุน ไม่ต้องสต๊อกสินค้า และไม่ต้องลงแรงอะไรมากมาย แค่รู้ ‘เทรนด์สินค้า’ ที่กำลังมาแรง ‘รู้ช่องทาง’ การแปะลิงก์ และโพสต์ให้ ‘ถูกเวลา’ ที่คนมักเล่นโซเชียล ก็สามารถเปลี่ยนโพสต์ธรรมดาให้กลายเป็นโพสต์ ‘ทำเงิน’ ได้ในทันที ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปรู้จัก ‘Tip & เทคนิค โพสต์เดียวก็ได้เงิน! แชร์ลิงก์ยังไงให้ได้ค่าคอมฯ จริง’ มาเริ่มกันที่ เทคนิคการเลือกสินค้า ถ้าเลือกสินค้าได้โดนใจ หรืออยู่ในกระแสโซเชียล ก็จะช่วยให้คนคลิกซื้อสินค้ามากขึ้น โดยสามารถดูได้ที่ ‘ช้อปปี้ป้ายยา’ ฟีเจอร์บนแอปพลิเคชัน Shopee ที่ซ่อนอยู่ในไอคอน ‘ดูเพิ่มเติม’ เมื่อกดเข้าไป จะเจอกับหลายหมวดหมู่ ให้เราสังเกตคำว่า ‘ช้อปปี้ป้ายยา’ กดเข้าไปแล้วจะพบกับ ‘รวมสินค้าฮิตติดทุกเทรนด์’ หรือ ‘แบรนด์ฮิตติดกระแส’ ที่จะช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้น ว่าอยากเลือกสินค้าตัวไหนไปแปะลิงก์
หลายคนในแวดวงธุรกิจอาหารเริ่มออกมาพูดถึงเหตุการณ์เศรษฐกิจที่ถดถอยลง ส่งผลกระทบถึงหลายๆ ร้าน ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหารสตรีตฟู้ด คาเฟ่ หรือแม้กระทั่งร้านอาหารมิชลินต่างก็เจอกับยอดขายที่ลดลงเกือบ 50% เมื่อเทียบกับปีก่อนๆ สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าปีนี้คำว่า “เผาจริง” ไม่ได้เป็นแค่คำเปรียบเปรย แต่กำลังจะกลายเป็นวิกฤตที่เกิดขึ้นจริง ที่จะส่งผลกระทบทุกหย่อมหญ้า ผลกระทบที่เกิดขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องของยอดขายที่ลดลงเท่านั้น แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดอีกอย่างหนึ่งคือ ‘พฤติกรรม’ ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปจากเดิม ที่พร้อมจ่ายเพื่อรับประสบการณ์ที่ดีในการรับประทานอาหาร แต่ตอนนี้หลายคนเริ่มหันมาจับจ่ายแบบระมัดระวังมากขึ้น เช่น การเลือกทำกับข้าวกินเองที่บ้าน หรือเลือกใช้บริการสั่งอาหารผ่านดีลิเวอรี แทนการไปนั่งกินที่ร้าน โดยเสียงสะท้อนจากหลายๆ ผู้ประกอบการ ณ ตอนนี้ มักจะแนะนำว่า “ถ้ามีเงินก้อนตอนนี้ อย่าเพิ่งลงทุนอะไรหนักๆ เก็บเงินสดไว้ก่อนจะดีกว่า” นั่นก็เป็นเพราะว่าในช่วงนี้สินค้าหรือวัตถุดิบก็ได้มีการปรับขึ้นราคากันเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีในเรื่องของภาษีจากสหรัฐฯ ที่กำลังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ และเมื่อต
จากสูตร ยำขาว ไทยๆ “1-1-ครึ่ง” 1 คือ น้ำปลา 1 ส่วน อีก 1 คือ น้ำมะนาว 1 ส่วน และครึ่ง คือ น้ำตาล บ้านเรายังมี “ยำดำ” ซึ่งก็คือน้ำยำขาวนี่ล่ะ แต่เพิ่มน้ำพริกเผาลงไป สูตรจะกลายเป็น น้ำปลา 1 น้ำมะนาว 1 น้ำพริกเผา 1 น้ำตาลครึ่ง ยำดำ นิยมทำเป็น ยำถั่วพู ยำหัวปลี ยำกระท้อน ยำผลไม้ ยำส้มโอ ยำเกสรชมพู่มะเหมี่ยว โรยหัวกะทิเคี่ยว ถั่วลิสงป่น มะพร้าวคั่วป่น ยำดำนี้ ตอนหลังร้านอาหารชอบเอามาทำเป็นพล่าใส่น้ำพริกเผา พล่าแบบตำรับเดิมๆ ไม่ได้ใส่น้ำพริกเผา ของที่เป็นพล่ามักทำกับของกึ่งดิบกึ่งสุก เช่น กุ้งเผา เนื้อปลาสดสับบีบน้ำมะนาวให้สุก (ซึ่งจริงๆ คือไม่สุก) เช่น พล่าปลาอินทรี พล่ากุ้งเผา พล่ากุ้งดิบ พล่าของทะเลลวก เครื่องพล่าเพิ่มเติมเครื่องขึ้นมา มี กระเทียมสับ ตะไคร้อ่อนซอย หอมแดงซอย ใบสะระแหน่ ใบมะกรูดซอย พล่า มักทำรสให้จัดมากกว่ายำ อาจจะเพิ่มน้ำมะกรูดลงไปในส่วนของเปรี้ยว สูตรกลายเป็น น้ำปลา 1 น้ำมะนาวครึ่ง น้ำมะกรูดครึ่ง น้ำตาลครึ่ง อีกขั้นของน้ำยำขาว ถูกพัฒนาขึ้นเป็นน้ำยำซีฟู้ดหรือน้ำจิ้มซีฟู้ด สัดส่วนของน้ำยำยังคล้ายของเดิมคือ น้ำปลา 1 น้ำมะนาว 1 น้ำตาลครึ่ง น้ำกระเทียมดองครึ่ง เพิ่มกระเท
มิสมิลเลียนแนร์ คอลัมนิสต์คนเก่ง มีเรื่องราวไอเดียจากต่างแดน มาฝากกันอีกแล้ว คราวนี้ไปที่ประเทศญี่ปุ่นกัน … ทุกวันนี้วัฒนธรรมคาเฟ่แพร่หลายมาก ไม่เพียงในไทย แต่ต่างประเทศร้านคาเฟ่ก็ผุดขึ้นมากมาย และต่างสรรหาสไตล์เฉพาะตัว เพื่อให้ลูกค้าสนใจใช้บริการท่ามกลางคู่แข่งจำนวนมาก คาเฟ่หลายแห่งเลือกตกแต่งร้านเอาใจลูกค้าที่ชอบถ่ายภาพโพสต์ลงบนโซเชียลมีเดีย แต่ “ฮาเตนะ คอฟฟี่” ในเมืองโยโกฮามาของญี่ปุ่น มาพร้อมกับไอเดียที่แหวกแนวสมชื่อ เพราะ “ฮาเตนะ” แปลว่า ปริศนาหรือคำถาม คนส่วนใหญ่มักไปคาเฟ่เพื่อหาเครื่องดื่มแก้วโปรด พร้อมกับสัมผัสบรรยากาศสบายๆ จิบเครื่องดื่มไป คุยกับเพื่อนไป แต่หากใครชอบความท้าทายกว่านั้น “ฮาเตนะ คอฟฟี่” น่าจะตอบโจทย์ เพราะหากไขปริศนาไม่สำเร็จก็จะไม่ได้ออกจากร้าน เว็บไซต์ soranews24 ระบุว่า ภายในร้าน “ฮาเตนะ คอฟฟี่” เต็มไปด้วยเกมปริศนา คำทาย และเกมฝึกสมองต่างๆ ลูกค้าสามารถเลือกเครื่องดื่มที่มีหลากหลาย ตั้งแต่น้ำอัดลมไปจนถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แถมยังมีภารกิจไขปริศนาให้ผ่านด้วย คอนเซ็ปต์ของคาเฟ่แห่งนี้คล้ายๆ กับเกมแนวปริศนาหาทางออก (Escape Room) แต่จะแตกต่างตรงที่คาเฟ่แห่งนี้
กลับมาอีกครั้ง กับโปรโมชันสุดไวรัลของสงคราม ‘หั่นราคาพิซซ่า’ โปรแรงหนึ่งปีมีครั้ง 7 พ.ค. 68 วันเดียวเท่านั้น The Pizza Company ส่งแคมเปญ “วันเดย์วันดีล พิซซ่า 97 บาท” ลงสนามอีกครั้งในปี 2568 หลังจากที่ปีที่แล้ว ที่ได้จัดขึ้นเป็นครั้งแรก และได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม คนต่อคิวยาวเหยียดจนร้านแทบแตกทุกสาขากว่า 400 แห่งทั่วประเทศ ซึ่ง Pizza Hut ก็ได้ทำการหั่นราคาเช่นเดียวกัน มาพร้อมโปรแรง 98 บาท แบบเฉือนกันบาทเดียว โดยมีการโพสต์คอนเทนต์ว่า “ของเราราคา 98 แถมไม่จำกัดถาด กินจนพุงแตกก็ไม่มีใครว่า ของเค้าราคา 9… แต่จำกัดใจมาก!” ทำเอาโซเชียลไฟลุก คนไลก์เกือบ 1 หมื่นคนเลยทีเดียว โดยเรียกกลยุทธ์นี้ว่า “Me Too Marketing” หรือแปลตรงตัวนั่นก็คือ เห็นเขาทำ เราก็ขอทำด้วย เป็นการทำการตลาดของแบรนด์ที่มีสินค้าคล้ายกัน จัดแคมเปญทำคอนเทนต์สู้กับคู่แข่ง เพื่อทำให้เกิดไวรัล และเป็นการแข่งขันอย่างดุเดือดในตลาดอาหาร โปรแรงต่างกัน 1 บาท สะเทือนวงการ “ราคาหลักสิบ” แต่สะเทือนทั้งวงการฟาสต์ฟู้ด เพราะนี่ไม่ใช่แค่โปรโมชันธรรมดา แต่มันคือ “สงครามการตลาด” ที่ใช้ราคาในการดึงฐานลูกค้าหน้าใหม่ และดึงฐานลูกค้าเก่า
ในปัจจุบันนี้ การเลี้ยงน้องหมาน้องแมว อาจจะไม่ใช่แค่การเลี้ยงเพื่อคลายเหงาอีกต่อไป แต่เลี้ยงเพื่อเป็นเสมือนหนึ่งในสมาชิกของครอบครัว ด้วยที่ยุคนี้ผู้คนต่างไม่ค่อยมีลูก น้องหมาน้องแมว หรือสัตว์เลี้ยงอื่นๆ จึงเปรียบเสมือนตัวแทนของการเลี้ยงลูกไปโดยปริยาย ด้วยเทรนด์ของการเลี้ยงสัตว์เติบโตขึ้น จึงส่งผลให้อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงเติบโตไปด้วย ในงานเสวนา “Paw-ssibilities : The Next Chapter of Pet Industry” จัดโดย เคทีซี หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยพันธมิตรผู้จัดงาน Pet Expo Thailand โรงแรม GO Hotel โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ และบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้ฉายภาพเทรนด์และทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงในประเทศไทย ที่มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการปรับตัวของธุรกิจต่างๆ เพื่อสอดรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปโดยมองสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกในครอบครัวและเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโต คุณสิรีรัตน์ คอวนิช ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” กล่าวว่า ในปี 2567 การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีในหมวดสัตว์เลี้ยงมียอด
แฟรนไชส์ข้าวเหนียวหมูเด้ง ที่มีเจ้าของเป็นดาราตลกชื่อดัง “เหลือเฟือ มกจ๊ก” โดยเขาได้เปิดตัวแฟรนไชส์นี้ขึ้น เพราะปัจจุบันงานในวงการเริ่มซบเซา จึงต้องหาธุรกิจใหม่ๆ เพื่อสร้างรายได้ ที่เลือกขายข้าวเหนียวหมู นั่นก็เพราะว่า เป็นเมนูที่ทานง่าย เข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย มีให้เลือกหลายเมนู ราคาเริ่มต้น 30 บาท แฟรนไชส์นี้เหมาะกับคนที่ต้องการหารายได้ หรือคนที่มีงบน้อย เพราะราคาเริ่มต้นเพียงหลักพัน ขั้นตอนการสมัครก็ไม่ยุ่งยาก สามารถสั่งสินค้าไปขายและจ่ายในงวดถัดไป ใช้บัตรประชาชนใบเดียว ส่งทำเลให้ตรวจสอบก็สามารถเปิดสาขาได้ทันที แนะทริกการขาย เวลาการขาย ‘ช่วงเช้า’ จะเหมาะกับเด็กนักเรียน วัยทำงาน หรือคนที่มาออกกำลังกายตอนเช้า ส่วน ‘ช่วงเที่ยงและช่วงเย็น’ จะขายได้ทุกช่วงวัย เพราะข้าวเหนียวหมูเป็นเมนูที่ทานง่าย แนะนำว่าควรขายในทำเลที่มีคนพลุกพล่าน เช่น บริเวณใกล้ที่พักอาศัย, โรงเรียน, มหาวิทยาลัย, สำนักงานออฟฟิศ, รถไฟฟ้า BTS หรือ MRT, ตลาดนัด เป็นต้น รูปแบบการลงทุน – ชำระค่ามัดจำอุปกรณ์ 3,000 บาท – เตรียมพื้นที่เปิดสาขา และจองคิวสำหรับเทรนนิง ใช้เวลา 1 ชั่วโมง รับอุปกร
กรมศิลปากร ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธา ร่วมบริจาคทองคำแท่ง หรือ ทองคำรูปพรรณ เพื่อหล่อรัศมีทองคำถวายพระพุทธสิหิงค์ ในวันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม 2568 (ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6) เวลา 11.00 น. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายพัสดุ กลุ่มคลังและพัสดุ สำนักบริหารกลาง ชั้น 3 กรมศิลปากร เทเวศร์ โทร. 0 2126 6559 หรือ facebook : พระพิฆเนศวร ๑๐๘ ปี กรมศิลปากร พระพุทธสิหิงค์ ประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เป็นพระพุทธรูปประทับนั่งขัดสมาธิราบบนฐานปัทม์ พระหัตถ์แสดงปางสมาธิ มีพระรัศมีคล้ายเปลวเพลิง กำหนดอายุในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 20 – พุทธศตวรรษที่ 21 รูปแบบศิลปะสุโขทัย-ล้านนา สร้างจากโลหะผสมของทองแดง พื้นผิวเป็นสีทอง ด้วยวิธีการกะไหล่ทอง หรือเรียกว่าเทคนิคเปียกทอง ตั้งแต่พระรัศมีจนถึงฐาน ไม่มีหลักฐานปรากฏชัดว่าองค์พระถูกกะไหล่ทองเมื่อใด พระเนตรใช้เทคนิคคล้ายการลงยาสี สภาพปัจจุบันเกิดความชำรุด พื้นผิวหมองคล้ำ มีรอยขูดขีด รอยถลอกพบสนิมคอปเปอร์ซัลเฟต ลักษณะเป็นจุดสีดำนูนขนาดเล็กๆ กระจายทั่วพื้นผิว มีรอยแตกร้าว บางจุดสีพื
เพราะต้นทุนชีวิตของคนเราไม่เท่ากัน ทำให้หลายคนอาจต้องใช้ความพยายามมากกว่าคนอื่นเป็นเท่าตัว เพื่อพาตัวเองก้าวสู่ความสำเร็จ เหมือนเช่น “กิ่ง-กัญญารัตน์ สีแดงน้อย” ในวัย 25 ปี ที่เคยต้องหยุดเรียนกลางคันเพราะปัญหาทางด้านการเงิน ชีวิตเคยมืดมนจนมองไม่เห็นอนาคต แต่แล้วก็ได้รู้จักกับ “แกร็บ” ที่เข้ามาเป็นแสงสว่างให้เธอมีรายได้เลี้ยงชีพ และเป็น “สะพาน” ที่พาเธอกลับเข้าสู่เส้นทางการศึกษา จนจบชั้นอนุปริญญาได้สำเร็จ “กิ่ง” ชาวอำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นลูกคนเดียวของครอบครัวที่ทำอาชีพรับจ้าง ด้วยชีวิตที่ยากลำบากและฐานะทางบ้านที่ไม่เอื้ออำนวย ทำให้พ่อแม่มีกำลังส่งเสียให้เธอเรียนหนังสือได้ถึงชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ทั้งที่จริงๆ แล้วเธอเป็นคนรักการเรียนและมองว่าการศึกษา จะเป็นหนทางเปลี่ยนชีวิต สร้างอนาคตที่ดีให้กับเธอและครอบครัว ด้วยอายุเพียง 18 ปี เธอต้องเลือกเดินออกจากเส้นทางการศึกษา และมุ่งหน้าสู่โลกการทำงานอย่างเต็มตัวเพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว โดยได้ย้ายเข้ามาในตัวเมือง ทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟในร้านอาหารที่มีรายได้เพียงวันละ 300 บาท ซึ่งเพียงพอแค่สำหรับการใช้จ่ายในแต่ละวันเท่านั้น ด้วยความเป็
มหาวิทยาลัยรังสิต ปักธง มหาวิทยาลัยชี้นำสังคม เปิดตัว RT Bamboo ผู้นำด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์จากไผ่สำเร็จรูป ภายใต้ความร่วมมือทางด้านเทคโนโลยีการผลิตจากบริษัท เถาฮวาเจียง จำกัด และวิจัยและพัฒนา โดย Central South University of Forestry and Technology ร่วมจัดแสดงสินค้าในงาน สถาปนิก‘68 รศ.ดร.ธรรมศักดิ์ รุจิระยรรยง ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายอาคารและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยรังสิต และกรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์ทีแบมบู จำกัด กล่าวถึงที่มาของการจัดตั้ง บริษัท RT Bamboo ว่า ในช่วงปี พ.ศ. 2562 โดย ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต ในขณะนั้น ได้จัดตั้ง “สถาบันไผ่กู้ชาติ” โดยเริ่มจากแนวคิด ในเชิงบูรณาการ ที่จะช่วยแก้ปัญหาปากท้องของเกษตรกร แก้ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม โดยดึงศักยภาพของไผ่ ซึ่งเป็นพืชที่ปลูกง่ายและปลูกได้ทั่วไปในประเทศ อีกทั้งยังเป็นพืชที่นำมาใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน ดังนั้น ถ้าสามารถสนับสนุนให้ปลูกไผ่ในพื้นที่เขาหัวโล้น และปลูกทดแทนพืชเชิงเดี่ยว เช่น ข้าวโพด มันสำปะหลัง ฯลฯ จะสามารถช่วยลดการเผาเศษของพืชหลังการเก็บเกี่ยวได้ ช่วยลดและแก้ปัญหาฝุ่นพีเอ็ม และเป็นการเพิ่มพื้นที่ปลูก
