Featured
ในวันที่ผู้บริโภคแทบไม่พกเงินสดอีกต่อไป การมีสินค้าดีเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ เพราะหากลูกค้าพร้อมซื้อ แต่ร้านไม่มีระบบชำระเงินที่ตอบโจทย์ ก็อาจทำให้ผู้ประกอบการพลาดโอกาส “ปิดการขาย” ได้ง่ายกว่า และกลายเป็นโอกาสที่หลุดลอยไป นี่จึงเป็นอีกหนึ่ง Pain Point ที่ SME หลายรายกำลังเผชิญ แล้วผู้ประกอบการควรรับมืออย่างไร และการมีระบบชำระเงินที่ตอบโจทย์จะช่วยเพิ่มโอกาสในการขายได้มากแค่ไหน “เส้นทางเศรษฐี” จะพาไปรู้จัก “KTC Merchant App” แอปพลิเคชันรับชำระเงินสำหรับร้านค้า “ระบบชำระเงิน” ดีจะช่วย “ปิดการขาย” เส้นทางเศรษฐี ได้มีโอกาสสนทนากับ คุณเนาวรัตน์ กีรติเกษมสุข ผู้บริหารสูงสุดสายงานบริหารร้านค้าสมาชิก บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC แชร์ข้อมูลให้ฟังอย่างน่าสนใจว่า “วันนี้การรับชำระเงินไม่ใช่แค่เรื่องระบบหลังอีกต่อไป แต่ช่วยให้ผู้ประกอบการ “ปิดการขาย” ได้ แค่มีระบบที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภค “จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่าคนไทยลดการใช้เงินสดและเช็กในการชำระเงิน แต่หันมาใช้ Digital Payment หรือการชำระเงินดิจิตัลมากขึ้น สะท้อนจากตัวเลขไตรมาสแรกของปี 2026 ที่มีการ
ในโลกของธุรกิจการสร้างความชัดเจนให้กับแบรนด์คือหัวใจสำคัญ ล่าสุด UNO! Coffee ร้านกาแฟที่มี พีช–พชร จิราธิวัฒน์ เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง โดยมีการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ “DOS! Matcha Company” ที่ขายแค่มัทฉะเพียงอย่างเดียว ซึ่งมาในคอนเซ็ปต์ “อร่อย เข้มข้น คุ้มค่า” ราคาเริ่มต้น 60 บาท เปิดเป็น Pop-up Store เซ็นทรัลลาดพร้าว ชั้น 1 ตั้งแต่วันที่ 7-28 สิงหาคม 2569 ที่มาของ DOS! Matcha เริ่มต้นจากคำถามง่ายๆ ว่า “มัทฉะที่ดีคืออะไร?” ซึ่งจากคำถามนี้ทำให้ทางทีมงานเริ่มออกเดินทางเสาะหาแหล่งปลูก พร้อมกับทำ Blind Test หรือการชิมแบบไม่ดูแบรนด์ จนพบว่า “มัทฉะเกรดสูงที่สุด หรือสายพันธุ์ที่โด่งดังที่สุด ไม่ได้แปลว่าจะถูกปากทุกคนที่สุดเสมอไป” ซึ่งหัวใจสำคัญของ DOS! Matcha คือการส่งต่อ “ความอร่อยที่ทุกคนเข้าถึงได้” ภายใต้คอนเซ็ปต์ Great Matcha For All มาในราคาที่จับต้องได้ เริ่มต้น 60 บาท ไปจนถึงระดับพรีเมียมที่ราคา 180 บาท จุดเด่นที่น่าสนใจคือการตั้งชื่อเมนูที่สื่อถึงรสชาติและที่มาให้ลูกค้าเข้าใจได้ทันที ทำไมต้องแตกแบรนด์? การตัดสินใจไม่นำมัทฉะไปรวมกับร้าน UNO! Coffee เดิม แต่แยกออกมาเป็นแบรนด์ใ
Andon Market คือร้านบูติกค้าปลีกแห่งแรกของโลกที่บริหารโดย AI ซึ่งแสดงให้เห็นว่า AI เป็นหัวหน้างานที่ผ่อนปรนและใจดี อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีนี้ยังมีปัญหาเรื่องการขอบเขตการทำงาน และยังไม่สามารถทำกำไรได้เลย จากรายงานของ หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ พนักงานของร้าน Andon Market ในซานฟรานซิสโก ได้สัมผัสประสบการณ์การทำงานภายใต้การควบคุมของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ด้วยตนเองมานานถึงสี่เดือนแล้ว ร้านดังกล่าวได้รับการขนานนามว่าเป็นร้านบูติกค้าปลีกแห่งแรกของโลกที่บริหารงานด้วย AI โดยมี AI Agent ชื่อ “Luna” เป็นผู้จัดการและคอยสั่งการพนักงานที่เป็นมนุษย์ 3 คน Andon Labs สตาร์ทอัพผู้อยู่เบื้องหลังโครงการนี้พบว่า บอส AI นั้นใจดีและให้อภัยได้อย่างน่าประหลาดใจ ตัวอย่างเช่น มันมองข้ามการเข้างานสายซ้ำๆ ของพนักงานที่เป็นมนุษย์ แต่ในขณะเดียวกัน มันกลับไม่สนใจภารกิจหลักของงาน นั่นคือ การสร้างผลกำไรให้เกิดขึ้น จริง “เธออาจจะเป็นเจ้านายที่ใจดีที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมาเลยค่ะ” ไคอา ริเวรา (Kaia Rivera) วัย 22 ปี ให้สัมภาษณ์กับ Times ถึง เกี่ยวกับลูน่า โดยเธอจะเป็นคนมาเปิดร้านทุกเช้า จัดเรียงสินค้าบนชั้นวาง
LINE Thailand ร่วมแชร์ Insight Update ในงาน LINE Thailand Insight 2026 ชู Chat Commerce สำหรับผู้ประกอบการไทย ให้ทุกธุรกิจมั่นใจในการสร้างความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์แบบ Personal Touch ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค เดินหน้าการเป็น Trusted Platform เพื่อนำไปสู่การเติบโตที่ยั่งยืนในโลกดิจิทัล คุณรัฐธีร์ ฉัตรดำรงศักดิ์ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ LINE ประเทศไทย กล่าวว่า การเติบโตของธุรกิจในยุคดิจิทัลไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมีแพลตฟอร์มการขายที่มากมายเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องในทุกช่วงของ Customer Journey รวมถึงการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ เพื่อสร้าง Personal Touch ในระยะยาว ซึ่งต้องอาศัยข้อมูล เทคโนโลยี และการทำงานร่วมกันกับแพลตฟอร์มอย่างไร้รอยต่อ โดย LINE พร้อมเดินหน้าเป็นพาร์ตเนอร์คนสำคัญที่ทุกธุรกิจสามารถไว้วางใจ ให้ความเชื่อมั่น ผ่านโซลูชันและบริการที่หลากหลาย ช่วยให้ทุกธุรกิจสามารถสร้างการเติบโตด้วย Trust ได้ในทุกมิติ โซลูชันและบริการหลากหลายที่ตอบโจทย์ธุรกิจไทย “Chat Commerce” หรือการซื้อขายสินค้าและบริก
เมื่อ AI กลายเป็นผู้ร่วมก่อตั้งธุรกิจที่มองไม่เห็น… ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา การก่อตั้งธุรกิจมักผูกติดอยู่กับการมีทีมงานและเงินทุน แต่ในช่วงปี 2025-2026 ภาพดังกล่าวเริ่มเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เมื่อปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาทำหน้าที่แทนทีมงานทั้งฝ่ายพัฒนา การตลาด และบริการลูกค้าได้ในเวลาเดียวกัน งานที่เมื่อก่อนต้องใช้คน 4-5 คน วันนี้ทำคนเดียวได้จริง ปรากฏการณ์นี้ผลักดันให้เกิดผู้ประกอบการรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “Solopreneur” หรือผู้ก่อตั้งและบริหารธุรกิจด้วยตนเองเพียงคนเดียว โดยอาศัย AI เป็นกำลังเสริมแทนการจ้างพนักงานประจำ ตัวเลขที่บ่งชี้การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ สำนักงานสำมะโนประชากรสหรัฐฯ ระบุว่าปัจจุบันมีผู้ประกอบธุรกิจแบบไม่มีลูกจ้างในสหรัฐฯ ราว 29.8 ล้านราย สร้างรายได้รวมกว่า 1.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 6.8% ของ GDP ประเทศ ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือผลประกอบการ ผลสำรวจ New Business Formation 2025 ของ Gusto พบว่าธุรกิจที่เปิดโดยเจ้าของคนเดียวมีกำไรตั้งแต่ปีแรกสูงถึง 77% ขณะที่ธุรกิจซึ่งมีลูกจ้างประจำมีกำไรปีแรกเพียง 54% และ Solopreneur ถึง 93% คาดว่าจะทำกำไรได้ในปี 2025 เทียบกับ
คนใส่ใจความสวยความงามกันมากขึ้น แต่ตลาดสกินแคร์ 20,000 ล้านบาท กลับเติบโตเพียง 0.6% เพราะคนหันไปดูแลตัวเองจากการทำหัตถการที่เห็นผลได้เร็วกว่ามากขึ้น อย่างไรก็ดี การดูแลผิวที่ถูกต้องและยั่งยืนยังคงเริ่มจากการเลือกใช้เวชสำอางที่ดีในทุกๆ วัน ในตลาดสกินแคร์ 20,000 ล้านบาท แบ่งออกได้เป็นตลาดเวชสำอาง (Medical Skincare) มูลค่า 5,000 ล้านบาท โดยมี สมูทอี (Smooth E) แบรนด์เวชสำอางที่อยู่คู่คนไทยมา 30 ปี ติดอยู่ใน Top 5 ของตลาด แต่การอยู่มานานระดับ 30 ปี ก็เป็นโจทย์ยากที่แบรนด์จะต้องเผชิญ สมูทอี ถูกเรียกว่าเป็น “แบรนด์ของคนรุ่นแม่” แบรนด์รุ่นแม่ส่งต่อลูก เภสัชกรศุภาพิชญ์ พิทยานุกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท สยามเฮลท์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า สมูทอี (Smooth E) เป็นแบรนด์เวชสำอางอายุ 34 ปี พูดถึงสมูทอี คนก็นึกถึง โฟมไม่มีฟอง แต่นั่นเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว ทุกวันนี้สมูทอีมีไลน์ผลิตภัณฑ์เวชสำอางครอบคลุมทุกประเภท แต่ผู้บริโภคไม่ค่อยรู้ ยิ่งในกลุ่มคนรุ่นใหม่ สมูทอีถูกมองว่าเป็นแบรนด์ของคนรุ่นแม่ เพราะ Gen Z รู้จักแบรนด์มาจากการที่คุณแม่เป็นคนเลือกให้ จึงเป็นโจทย์ให้สมูทอีปรับภาพลักษณ์แบรนด์ตั้งแต่
เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ในงานสัมมนา EXCLUSIVE MEETING : NEW TOURISM NEW ECONOMY: เจาะโอกาสเศรษฐกิจสุขภาพ พลิกอนาคตท่องเที่ยวไทย นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยในช่วง Executive Talk ภายใต้หัวข้อ New Tourism ยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวไทยสู่การเติบโตใหม่ ว่า ที่ผ่านมา ททท. มีการขับเคลื่อนและปรับเปลี่ยนการท่องเที่ยวไทยมาตลอด จากเดิมเน้นขายจุดหมายปลายทาง (Destination) หรือวัฒนธรรมเป็นหลัก มาเป็นการเพิ่มประสบการณ์เชิงบวกให้มากขึ้น โดยนำเสนอคุณค่าผ่านเศรษฐกิจเชิงสุขภาพ (Wellness Economy) พร้อมปรับเปลี่ยนเป้าหมายการดำเนินงาน จากการเน้นจำนวนนักท่องเที่ยวมาเป็นการสร้าง Quality Volume หรือการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูง ตามนโยบาย Value Over Volume โดยเน้นการสร้างมูลค่าจากการใช้จ่ายต่อหัวที่สูงขึ้น การขยายระยะเวลาพำนัก (Long Stay) การกระจายรายได้ให้เม็ดเงินจากการท่องเที่ยวไหลลงสู่ชุมชนและผู้คนระดับรากหญ้ามากขึ้น ไม่กระจุกตัวแค่ในธุรกิจขนาดใหญ่ และสร้างความยั่งยืนในการท่องเที่ยวผ่านการลดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติจากการท่อ
เรื่องราวของ “คุณมาวิน ทวีผล” เขาเคยอยู่ในช่วง “ขาร่วง” ชีวิตติดลบจนไปต่อไม่ได้ ก่อนมาเริ่มต้นเป็น “นักรีวิว” เจ้าของช่อง มาวินฟินเฟ่อร์ (Mawinfinferrr) ที่เริ่มต้นในอินสตาแกรมก่อนต่อยอดในหลายแพลตฟอร์ม แต่กว่าจะเจอการรีวิวที่ใช่ เขาลองทำมาหลากหลายแนวทาง จนพบว่า “การเป็นตัวเองดีที่สุด” คุณมาวินแชร์ให้ฟังผ่านเวที The Unlock Stage ของ สสว. ว่า “ผมกินข้าวผ่านกล้องมือถือ ง่ายๆ เรียลๆ คนเลยชอบ ค่อยๆ เรียนรู้ พัฒนา อ่านทุกคอมเมนต์ ปรับปรุง และทำความเข้าใจว่าคนดูต้องการอะไร ชอบอะไร การทำเพจเราต้องมองว่าในตลาดมีคนแบบไหน มีนักรีวิวแบบไหน แล้วเราอยากอยู่จุดไหน เลยกลายมาเป็นมาวินฟินเฟอร์อย่างทุกวันนี้” การนำเสนอของคุณมาวิน ไม่ใช่เพจที่รีวิวจ๋าๆ แต่เป็นเหมือนคนชอบกินมากกว่า “ใช้ตัวเองเป็นสื่อกลาง คอนเน็กกับร้านและแพลตฟอร์ม ว่าเราเป็นคนชอบกิน กินดุ กินจริงจัง ในการนำเสนอถ้าเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวธรรมดา ทำยังไงให้อร่อย เราใส่องค์ความรู้ของเราเข้าไปได้ เขามีถ้วยน้ำจิ้ม เราปรุงสิ แล้วซดน้ำจิ้มที่เขาตั้งใจปรุงให้เรา ภาพที่คนชอบคือ ช็อตเทน้ำซุป ควันขึ้น เห็นเนื้อชิ้นใหญ่ ขึ้นเขียงแล้วสับ หร
ย้อนกลับไปในปี 2017 ตอนที่ วิกเตอร์ ริพาร์เบลลี (Victor Riparbelli) ร่วมก่อตั้ง Synthesia สตาร์ตอัปจากลอนดอน ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสร้างวิดีโอ AI สำหรับองค์กร ช่วยให้พนักงานทำวิดีโอเทรนนิงหรือนำเสนองานได้ง่ายๆ ผ่าน AI Avatar และเครื่องมือเปลี่ยนข้อความเป็นวิดีโอ ในตอนนั้น ChatGPT ยังไม่เกิดขึ้นด้วยซ้ำ เพราะกว่า ChatGPT จะเปิดตัวก็อีกตั้ง 5 ปีให้หลัง แทบจะเรียกได้ว่า Synthesia มาก่อนกาลในยุค AI หรือปัญญาประดิษฐ์ วิกเตอร์ เล่าว่า ช่วงที่เขาออกไปเจอเหล่านักลงทุนเพื่อหาเงินทุนเข้าบริษัท แต่พอบอกว่า “AI จะปฏิวัติวงการวิดีโอ” นักลงทุนมากกว่า 100 รายกลับปฏิเสธ พร้อมมองว่ามันเป็นแค่ “ความคิดเพ้อเจ้อจากหนังไซไฟ” ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน นักลงทุนต่างแย่งชิงกันลงเงินในบริษัท AI โดยสถิติปี 2025 ชี้ว่าวงการ AI กวาดเงินทุนเงินร่วมลงทุนไปมากถึง 61% ทั่วโลก แม้ว่ารายงานจาก McKinsey จะระบุว่ามีเพียง 39% ของบริษัทองค์กรเท่านั้นที่เห็นผลกำไรจาก AI ชัดเจน แต่เม็ดเงินที่ธุรกิจต่างๆ ทุ่มซื้อเครื่องมือ Generative AI ก็พุ่งสูงถึง 37,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 แม้วิกเตอร์จะไม่เปิดเผยรายได้ต่อปีของ Synthesia แต่ปัจจุ
ปัจจุบันคนทั่วโลกมีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยกรมควบคุมโรคคาดการณ์ว่าในปี 2578 จะมีผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนกว่า 1.9 พันล้านคน ส่วนประเทศไทยเองก็มีคนที่อยู่ในกลุ่มนี้เกือบครึ่งประเทศ อ้างอิงจากผลสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 7 (พ.ศ. 2567–2568) ที่พบว่าคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปมีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนถึงร้อยละ 45.0 และอ้วนลงพุงร้อยละ 44.7 ซึ่งครึ่งหนึ่งของคนอ้วนในไทยเป็นกลุ่มวัยทำงาน โดยเมื่อน้ำหนักเริ่มขึ้น คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ก็มักเริ่มจากการกินให้น้อยลงและออกกำลังกายให้หนักขึ้นเพื่อให้เห็นผลเร็วที่สุด ซึ่งฟังดูสมเหตุสมผล แต่กลับเป็นวิธีที่ทำให้ลดน้ำหนักไม่สำเร็จในระยะยาว วันนี้ พญ.ธนพร พุทธานุภาพ แพทย์เฉพาะทางโรคเบาหวานและต่อมไร้ท่อ รพ.วิมุต พหลโยธิน จะมาแชร์วิธีลดน้ำหนักที่ไม่ต้องอดอาหารจนเสียสุขภาพ ซึ่งต้องเริ่มจากการเข้าใจว่าอะไรทำให้ร่างกายของเราอ้วนง่ายและลดยาก ส่องสาเหตุใกล้ตัวที่ทำให้ “วัยทำงานอ้วนง่าย” พญ.ธนพร พุทธานุภาพ อธิบายว่า “วัยทำงานมีหลายปัจจัยที่ทำให้น้ำหนักขึ้นง่ายและลดยาก ได้แก่ การเผาผลาญลดลงจากอายุที่มากขึ้น ก
