Featured
ในการทำธุรกิจของพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย ปัญหาใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งคือ “การขาดเอกสารแสดงรายได้ หรือ Statement ทางการ” ส่งผลให้เมื่อต้องการเงินทุนหมุนเวียนเพื่อเสริมสภาพคล่อง จึงไม่สามารถยื่นขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้ และบางรายต้องพึ่งพา “หนี้นอกระบบ” ที่มีดอกเบี้ยสูง เพื่อแก้ปัญหานี้ ธนาคารกรุงไทยร่วมกับภาครัฐ เปิดตัว ‘นกกระซิบ’ AI Chatbot บนแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” เทคโนโลยีที่จะเข้ามาเปลี่ยนโฉมการบริหารร้านค้า และสร้างโอกาสทางการเงินใหม่ๆ ให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้อย่างปลอดภัย ‘นกกระซิบ’ คืออะไร และทำหน้าที่อะไรบ้าง? ‘นกกระซิบ’ คือ AI Chatbot ที่ถูกพัฒนาและฝังอยู่ในแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ซึ่งเป็นแอปฯ ค้าขายที่ผู้ประกอบการรายย่อยใช้อยู่แล้วในชีวิตประจำวัน โดยทำหน้าที่เสมือนที่ปรึกษาธุรกิจส่วนตัว ช่วยยกระดับการบริหารจัดการร้านค้าให้แม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น หน้าที่หลักของนกกระซิบคือ ช่วยคำนวณรายรับ-รายจ่าย, คาดการณ์ (Forecast) และคุมสต๊อกสินค้าไม่ให้ขาดหรือเกิน รวมถึงเช็กราคากลางวัตถุดิบ ช่วยวิเคราะห์และเปรียบเทียบราคาวัตถุดิบ ให้ร้านค้าคุมต้นทุนได้ดีขึ้น ไปจนถึงการบัน
ถ้าพูดถึง “คาเฟ่สัตว์เลี้ยง” คุณนึกถึงอะไรเป็นอย่างแรกคาเฟ่สุนัข คาเฟ่แมว หรือแม้แต่คาเฟ่สัตว์แปลกๆ อย่างคาเฟ่งู แต่ถ้าคาเฟ่แห่งนั้นเป็น “คาเฟ่มด” ล่ะ สัตว์ตัวเล็กๆ ที่เราอาจเคยเห็นเพียงเดินเรียงแถวอยู่ตามพื้นบ้าน กลับถูกนำมาเป็นหัวใจของคาเฟ่แห่งหนึ่งในประเทศไทย เบื้องหลังคาเฟ่มดแห่งนี้ คือชายคนหนึ่งที่ใช้เวลากับมดมานานเกือบ 10 ปี จากสิ่งที่เริ่มต้นในฐานะ “งานอดิเรก” ค่อยๆ เติบโตเป็นความหลงใหล ก่อนจะเปิดพื้นที่ให้คนอื่นได้เข้ามามองโลกใบเล็กๆ ที่เขาเฝ้าดูแลมาตลอด ทว่า เมื่อสิ่งที่รักต้องกลายเป็นธุรกิจ โลกใบเล็กนั้นก็ไม่ได้เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะมดทุกตัวในร้านไม่ได้เป็นเพียง “สัตว์จัดแสดง” หากแต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องกิน ต้องดูแล และอาจตายลงได้ทุกเมื่อ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปพูดคุยกับ คุณกานต์ รมยาสัย เจ้าของ Ant Keeping Cafe คาเฟ่มดแห่งแรกในประเทศไทย เส้นทางของ “คนเลี้ยงมด” ก่อนจะมาเป็นเจ้าของ Ant Keeping Cafe คาเฟ่มดที่เปิดพื้นที่ให้คนทั่วไปได้เรียนรู้โลกของมด เส้นทางธุรกิจของคุณกานต์กลับเริ่มต้นจากสิ่งที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง นั่นคือ “ร้านเกม” “จริงๆ ผมอยากเลี้ยงมดมาตั้งแ
ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ภาพของศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์จะเต็มไปด้วยรัฐมนตรีคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง นักเศรษฐศาสตร์ และบรรดาผู้นำองค์กร รวมมากกว่า 15,000 คนจาก 191 ประเทศ ในการประชุมประจำปีของ IMF และกลุ่มธนาคารโลก ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 งานที่หลายฝ่ายเรียกกันว่า โอลิมปิกด้านการเงินโลก เวทีใหญ่ แบ่งหลักๆ เป็นสามส่วน งานนี้ประกอบด้วยวาระย่อยรวมกันหลายร้อยวง แบ่งกว้าง ๆ เป็นสามกลุ่ม ได้แก่ Main Stage ซึ่งเป็นการประชุมทางการของสถาบันคณะผู้จัด , Side Event จากสื่อและสถาบันการเงินทั่วโลก ที่ปีนี้มีไฮไลต์คือเวทีของ CNN ที่จะมาเปิด Economic Outlook และ กลุ่มที่สาม คือ เวทีที่ไทยจัดขึ้นในฐานะเจ้าภาพ เพื่อนำเสนอวาระของตัวเอง ครอบคลุมประเด็นอย่างหนี้ เงินเฟ้อ พลังงานและภูมิรัฐศาสตร์ ไปจนถึงคำถามใหญ่ว่าระเบียบเศรษฐกิจโลกใหม่ไทยจะอยู่ตรงไหน และ AI ส่วนไฮไลต์จากธนาคารแห่งประเทศไทยคือเวทีว่าด้วยวิธีรับมือการฉ้อโกงทางการเงินจากแหล่งทุนเทาและภัยสแกมเมอร์ เนื้อหาบนเวทีสะท้อนจุดเปลี่ยนของโลกเศรษฐกิจ ทั้งโครงสร้างสงครามการค้า อัตราดอกเบี้ย และเงินเฟ้อที่ผันผวน ขณะที่ไทยมองงานนี้เป็นโอกาสดึงดูดการ
เมื่อประมาณสัปดาห์ที่แล้วมีโอกาสได้ไปเดินแถวๆ พลับพลาไชย อีกหนึ่งชื่อที่อยู่เชื่อมกับย่านเยาวราช จะเป็นชุมชนที่มีไทย-จีน อยู่กันเยอะ อยู่ใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวหรือแหล่งธุรกิจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นตลาดสำเพ็ง พาหุรัด และยังมีร้านอาหารดังๆ ให้ได้เข้าไปลองชิม แอน ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ หนึ่งในร้านดังคู่ย่านพลับพลาไชยมาเป็นเวลากว่า 70 ปี ส่งต่อความอร่อยระดับตำนานจากรุ่นสู่รุ่น จากร้านที่ไม่มีชื่อกลายเป็นร้านรางวัลการันตีมิชลิน 6 ปีซ้อน เดินเข้าไปในร้าน ได้พบกับคุณแอน-พรหมพร โอภาสจรัสเรือง วัย 49 ปี ทายาทรุ่นที่ 3 เป็นลูกสาวคนเล็กในครอบครัวท่ามกลางพี่ชายทั้งหมด 4 คน เธอได้เล่าเรื่องราวตำนานความอร่อย กว่าจะเป็นแอน ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่อย่างทุกวันนี้ได้ ใช้เวลานานกว่า 10 ปี ทุกสิ่งที่ได้มาเพราะปริญญาชีวิต คุณแอนเป็นลูกคนที่ 5 ของครอบครัว เป็นลูกสาวคนเดียวในตระกูล มีพี่ชาย 4 คน ด้วยความเป็นครอบครัวคนจีน เขาก็จะเอ็นดูแต่ลูกผู้ชาย (เธอเล่าปนหัวเราะ) จึงทำให้เธอต้องทำงานตั้งแต่อายุ 6 ขวบ ฐานะของครอบครัวไม่ได้มีความมั่งคั่งแต่อย่างไร ล้มลุกคลุกคลานกันมา พอถึงวัยเรียนก็เรียนโรงเรียนวัดแถวๆ นั้น เลิกเรียนมาก็ช่ว
ในทุกๆ ปี ทั่วโลกใช้ ถุงพลาสติก มากถึงแสนล้านใบ ซึ่งตัวเลขนี้เทียบเท่ากับการเผาผลาญน้ำมันดิบกว่า 12 ล้านบาร์เรล เพื่อผลิตวัสดุที่สุดท้ายต้องลงเอยในหลุมฝังกลบ แม่น้ำ และมหาสมุทร ที่คร่าชีวิตสัตว์ทะเลกว่า 100,000 ตัวต่อปี ซึ่งถุงพลาสติกส่วนใหญ่ไม่สามารถรีไซเคิลด้วยวิธีทั่วไปได้ มันจึงสะสมขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดปัญหาไมโครพลาสติก อนุภาคจิ๋วที่ปนเปื้อนอยู่ในอากาศ น้ำ และอาหาร จนสุดทายสะสมเข้าร่างกายมนุษย์อย่างเงียบๆ แต่ปัญหานี้ทำให้คนรุ่นใหม่พลิกวิกฤตเป็นโอกาส ด้วยการนำขยะพลาสติกมาแปรรูปเป็นรองเท้าผ้าใบสุดเท่ โดยเจ้าของแนวคิดนี้คือ Ashay Bhave (อาเชย์ ภาเว) ผู้ก่อตั้ง Thaely แบรนด์รองเท้าสัญชาติอินเดียที่เปิดตัวมาแล้ว 7 ปี ด้วยความมุ่งมั่นจะเข้ามาแก้ไขปัญหาการรีไซเคิลถุงพลาสติกที่ไม่เหมาะสม เมื่อปัญหาใกล้ตัวกลายเป็นแรงบันดาลใจ แรงบันดาลใจที่ทำให้ Ashay Bhave ก่อตั้งแบรนด์ เริ่มต้นมาจากแม่ของเขาทำงานอยู่ในศูนย์จัดการขยะท้องถิ่น เขาเลยสังเกตุเห็นว่าถุงพลาสติกถูกรีไซเคิลอย่างไม่เหมาะสม จึงส่งผลให้เกิดมลพิษทางสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก จนเกิดแนวคิดที่อยากจะเปลี่ยนขยะเหลือใช้ ให้มาเป็นสิ่ง
บทความโดย เด็กหอ (ปางบุญ สุทธิวงษ์) ในประเทศไทยมีร้านอาหารและคาเฟ่กระจายอยู่ทุกที่ แต่ละร้านก็จะมีสไตล์หรือจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไปตามเรื่องราว และที่มาของวัตถุดิบที่อยากจะนำเสนอ แต่จะมีร้านไหนบ้างที่นำ “วัตถุดิบท้องถิ่น” มาเป็นพระเอก ดึงศักยาภาพของผลผลิตท้องถิ่น ทั้งพืชผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ หรือสมุนไพรจากท้องถิ่นต่างๆ มานำเสนอผ่านจานอาหาร ของหวาน และเครื่องดื่ม วันนี้เราจะมาแชร์ 5 พิกัด ร้านอาหาร-คาเฟ่ ที่ไม่ได้มีดีแค่รสชาติ แต่ทุกคำที่ตักเข้าปาก กลับเต็มไปด้วยเรื่องราว ที่ต้องหาโอกาสไปลิ้มลองสักครั้ง ศรณ์ ร้านอาหารใต้สไตล์ Fine Dining ของ เชฟไอซ์-ศุภักษร จงศิริ ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ร้านอาหาร แต่ที่นี่คือแหล่งรวมวัตถุดิบจากภาคใต้อย่างแท้จริง จากการลงพื้นที่หาวัตถุดิบ เชฟไอซ์ยังได้เรียนรู้การทำอาหารกับชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน ชาวประมง รวมถึงร้านอาหารเก่าแก่ จนได้เทคนิคและวิชาเก่าแก่ที่สูญหายไป ก่อนนำมารังสรรค์เป็นเมนูจัดจ้าน ครบรสแบบปักษ์ใต้ด้วยความพิถีพิถัน โดยยังโขลกพริกแกงด้วยครก และคั้นน้ำกะทิด้วยน้ำมะพร้าวอ่อน แบบสดใหม่ทุกวัน โดยเชฟไอซ์ยึดคำสอนของคุณย่าว่า “ใช้ของดีทำให้ดีที่สุด
หากพูดถึงกระแสในโลกโซเชียลช่วงนี้ คงไม่มีใครไม่รู้จักเครื่องดื่มแบรนด์ “Loveza” (เลิฟซ่า) ที่ล่าสุดสร้างความฮือฮาด้วยการที่ร้านดังหยิบไปสร้างเมนู เลิฟซ่าสเลอปี้ เกล็ดน้ำแข็งเนื้อเนียนสุดฟินจากร้าน น้องเอลฟ์ เกี๊ยวเด้งจัมโบ้ ในงานวัดไร่ขิง จนกลายเป็นไวรัลที่คนต่อคิวซื้อกันยาวเหยียด โดยเจ้าของ Loveza (เลิฟซ่า) ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่คือ ซุง-ศตาวิน นาราทองเพชร กับ ซ้อก้าด-ณัฐชยานันท์ สุขวัฒนพร เจ้าของแบรนด์ Love Potion ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า สกินแคร์ และเครื่องสำอางชื่อดัง แต่กว่าธุรกิจน้ำดื่มกระป๋องจะประสบความสำร็จขนาดนี้มันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะพวกเขาต้องแลกมาด้วยบทเรียนราคาแพงจากปัญหาค่าใช้จ่ายแฝง และปัญหาการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเป็นต้น จากประสบการณ์ดังกล่าวทำให้พวกเขามีความรู้ และรอบคอบมากขึ้นในการบริหารสต็อกควบคุมซัพพลาย ไปจนถึงการเลือกช่องทางจัดจำหน่ายที่แม่นยำ ซึ่งส่งผลให้พวกเขาพลิกเกมจนสามารถกวาดยอดขายทะลุถึง 1 ล้านกระป๋องภายในเวลา 3 วัน จนกลายเป็นไวรัลให้คนแห่ตามหากันทั่วบ้านทั่วเมือง จุดเริ่มต้นของความซ่า ก่อนจะมีแบรนด์ Loveza ต้องย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นแรกของทั้งคู่ ในการสร้า
บทความโดย สุภัทรา เคยเจอคนเก่งๆ ในที่ทำงานไหม ให้วิเคราะห์ตัวเลข หรือทำงานยากๆ แก้โจทย์ได้หมด แต่พอให้อธิบายให้ฟังสักห้านาที กลับทำให้ผู้ฟังเดินออกจากห้องพร้อมคำถามเต็มหัวว่า “สรุปเขาหมายถึงอะไรนะ?” ถ้าเคยเจอเหตุการณ์นี้ไม่ได้แปลว่าเขาคนนั้นเก่งไม่จริง และไม่ได้แปลว่าเราหัวช้า เพียงแต่มีเหตุผลเบื้องหลังหลายอย่างที่ทำให้ “ความเก่ง” กับ “การสื่อสาร” ไม่ได้มาคู่กันเสมอไป อธิบายเบื้องหลังอาการเหล่านั้นได้ว่า 1. ในหัวเร็วกว่าที่ปากพูดทัน ความคิดของคนเรามักวิ่งเป็นภาพรวม ข้ามไปข้ามมาระหว่างหลายเรื่องพร้อมกัน แต่คำพูดต้องออกมาทีละคำ เรียงเป็นเส้นตรง เหมือนเอาแก้วกาแฟมารองน้ำก๊อกที่เปิดเต็มสปีดอย่างไรก็ล้น ถ้าคนที่คิดเร็วไม่ได้จัดลำดับก่อนพูด จะส่งผลให้พวกเขามักจะพูดข้ามขั้นตอน เพราะในใจคิดว่าเรื่องนั้นๆ มันง่ายอยู่แล้ว พอเล่าก็ไม่เรียงลำดับ ความคิดไหนโผล่ขึ้นมาก่อนก็พูดอันนั้นก่อน รวมไปถึงวกกลับไปแก้ตัวเอง พอพูดไปแล้วนึกขึ้นได้ว่าลืมบอกบางอย่าง ก็ย้อนกลับมาพูดตรงนั้นซ้ำ ผู้ฟังก็ยิ่งตามไม่ทัน 2. คำสาปของความรู้ (Curse of Knowledge) ข้อนี้น่าจะเป็นตัวการใหญ่ที่สุด นักจิตวิทยาเรียกว่า “curse of
เรื่องราวของ ฮิโรกิ โทมิยาสุ (Hiroki Tomiyasu) อดีตข้าราชการชาวญี่ปุ่นที่ผันตัวมาเป็นเกษตรกร กำลังได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในฐานะตัวอย่างของการนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้แก้ปัญหาจริงในภาคเกษตรกรรม แม้ไม่เคยมีพื้นฐานด้านการเกษตรหรือวิศวกรรมมาก่อนก็ตาม โทมิยาสุเติบโตในพื้นที่ใกล้กรุงโตเกียว เคยทำงานเป็นข้าราชการมาก่อน ก่อนตัดสินใจเข้าร่วมโครงการฟื้นฟูที่ดินทำกินที่ถูกทิ้งร้างในฮอกไกโด และเรียนรู้การบริหารจัดการไร่ด้วยตนเองทั้งหมด ปัจจุบันเขาดูแลพื้นที่เพาะปลูกบล็อคโคลี่ ฟักทอง ต้นหอมญี่ปุ่น และถั่วเหลือง ครอบคลุมพื้นที่ราว 100 เฮกตาร์ หรือประมาณ 600 ไร่ จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเขาเริ่มนำ ChatGPT และ Codex เครื่องมือ AI สำหรับการเขียนโค้ด มาใช้แก้ปัญหาการทำฟาร์มที่ต้องใช้แรงงานหนักและขาดแคลนบุคลากร แทนที่จะพึ่งพาระบบอัตโนมัติสำเร็จรูปราคาแพงที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เขาเลือกเรียนรู้และสร้างเครื่องมือขึ้นมาเอง ตัวอย่างเครื่องมือที่เขาพัฒนาขึ้น ได้แก่ ระบบตรวจสอบโรคพืชด้วยการถ่ายภาพจุดดำบนบล็อคโคลี่แล้วให้ ChatGPT ช่วยวิเคราะห์ ระบบติดตามสภาพแปลงเพาะปลูกด้วยข้อมูลดาวเทียมที่นำมาซ้อนท
พี่ถาทำไรคนไทย! ตอนนี้อุนย่าอุนยายโดนหลานคนไหนตกเข้าด้อมกันไปแล้วบ้าง ถ้าใครไถฟีดโซเชียลช่วงนี้ ต้องมีสะดุดตากับ “แก๊งมาสคอต เซเลบประจำตึกเจ็ม” ที่ติดเทรนด์ X (Twitter) กันแบบไม่พัก น้องคือเหล่าคาแรกเตอร์ที่ พี่ถา-สถาพร พานิชรักษาพงศ์ CEO ของ GMMTV เปิดตัวขึ้นมาในฐานะ “ลูกของศิลปิน” จนกลายมาเป็น “หลานรัก” ของแฟนคลับ ดึงดูดทั้งความรักและรายได้เข้าตึกได้แบบปังๆ โดยจุดเริ่มต้นความปังของจักรวาลมาสคอตของจีเอ็มเอ็มมาจากการที่ยัยซัง พูดคำว่า “โอ๊ะ” แล้วปรากฏว่าเสียงน้องน่ารักมาก จนเกิดปรากฏการณ์ความแมสไปทั่วโซเชียล ปัจจุบัน GMMTV มีคาแรกเตอร์รวมแล้วมากถึง 32 คาแรกเตอร์ ซึ่งแต่ละตัวถูกดึงเอาไอเดีย บุคลิก และจุดเด่นของ “พ่อพ่อ-แม่แม่” มาสร้างสรรค์เป็นมาสคอตสุดน่ารัก จนทำให้เมื่อแฟนคลับตามศิลปินแล้วก็ต้องตามลูกศิลปินด้วย เพราะเป็นเหมือนหลานที่เราต้องเลี้ยงดู และซัพพอร์ต อาทิ POLCASAN (โพก้าซัง) ลูกของปะป๊าเต-พ่อพ่อนิว อายุ 3 ขวบ ที่พกความน่ารักมาพร้อมเสียงพูดขี้เล่น น่าเอ็นดู ที่มีผลงานเพลงเดบิวต์สุดฮิตอย่าง “I am Polcasan” และล่าสุดสามารถกวาดรางวัลไปหลายเวที จนทำให้เหล่าเจ่เจ๊ อุนย่าอุนยาย ปลื้
