Featured
จากยาดมที่หลายคนคุ้นเคยมานาน วันนี้ไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องสรรพคุณอีกต่อไป แต่ยังต้องตอบโจทย์ทั้งดีไซน์ ฟังก์ชัน ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ ไม่ว่าจะพกไปออกกำลังกาย ไปคอนเสิร์ต หรือใช้ในชีวิตประจำวัน ท่ามกลางตลาด Red Ocean ที่มีผู้เล่นรายใหญ่ครองส่วนแบ่ง การสร้างแบรนด์ให้แตกต่างจึงเป็นโจทย์สำคัญ ของ “แทนใจ” หนึ่งในผู้เล่นหน้าใหม่ที่สามารถแจ้งเกิดได้อย่างรวดเร็ว “เส้นทางเศรษฐี” พาไปพูดคุยกับ คุณริน – ไพรินทร์ อัศวทวีโชค หนึ่งในกำลังสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ จุดเริ่มของ “แทนใจ” เธอเคยอยู่ในสายงานเอเจนซี ก่อนกลับมาช่วยงานครอบครัวสามีในด้านงานประชาสัมพันธ์ รวมถึงได้รับความไว้วางใจให้เข้าบริหารงานและสร้างแบรนด์อาหารทะเลแปรรูป ภายใต้ บริษัท ริน อินเตอร์ฟู้ด จำกัด แบบเต็มตัว ก่อนหันมาช่วยเดินหน้าธุรกิจยาดมแทนใจ ที่ครอบครัวร่วมทุนกับพาร์ตเนอร์อีก 4 คน โดยในช่วงแรกคุณรินรับหน้าที่ดูภาพรวมแบรนดิ้งตาม Concept ที่วางไว้กับลูกค้า รวมถึงช่องทางการจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ แทนใจ เปิดตัวเข้าสู่ตลาดครั้งแรกราวเดือนเมษายน 2568 แต่ผลตอบรับเรียกว่าดีเกินคาด มียอดการเติบโตสูงถึง 5
Yell Worldwide เดินหน้าขยายเครือข่ายธุรกิจในเอเชีย ด้วยการเปิด Yell Chengdu สำนักงานแห่งที่ 8 ณ นครเฉิงตู มณฑลเสฉวน สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในการขยายธุรกิจสู่ตลาดจีน ผ่านบริการด้าน Branding และ Cross-border E-commerce แบบครบวงจร สำหรับผู้ประกอบการไทย นี่ไม่ใช่เพียงโอกาสในการเข้าสู่ตลาดจีน แต่ยังสามารถใช้เฉิงตูเป็นฐานในการทดลองตลาด ศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค ขยายช่องทางการขาย และกระจายสินค้าไปยังภูมิภาคต่างๆ ของจีนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จากประสบการณ์ในตลาดจีน สู่ DREAM Framework เพื่อเป็นแนวทางช่วยให้แบรนด์ไทย โดยเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจความต้องการของผู้บริโภค ก่อนต่อยอดไปสู่การพัฒนาสินค้า การสร้างแบรนด์ และการขยายธุรกิจอย่างเป็นระบบ Discover Demand เริ่มต้นจากข้อมูล ไม่ใช่ไอเดีย โดยเราวิเคราะห์ข้อมูลจากแพลตฟอร์ม E-commerce ของจีน เพื่อค้นหาความต้องการของตลาด ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการค้นหาและยอดขาย ช่วยให้ผู้ประกอบการมั่นใจว่ามีความต้องการจริงก่อนลงทุนพัฒนาสินค้าหรือบริการ Reinvent the Product ยกระดับสินค้าจาก Mass Product สู่สินค้าที่
วันหนึ่งนั่งเบนซ์ไปโรงเรียน… อีกไม่กี่ปีต่อมา ครอบครัวโดนยึดทรัพย์จนไม่เหลืออะไรปี 2540 วิกฤตต้มยำกุ้งพัดพาธุรกิจของครอบครัวล้มทั้งยืน.จากลูกชายที่เลือกเรียนคณะวิศวกรรมเพราะเท่ กลายเป็นคนที่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ทุกอย่างแต่สิ่งที่ไม่มีใครยึดไปได้ คือ “ความซื่อสัตย์ ขยัน และอดทน” ที่พ่อแม่สอนมาตั้งแต่เด็ก.วันนี้ คุณปรีชา กุลไพศาลธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เปี่ยมสุข พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด จะมาเล่าให้ฟังว่า…จากจุดที่เจ็บที่สุดในชีวิต เขาพลิกกลับมากอบกู้ธุรกิจครอบครัวได้อย่างไร.ดูคลิปเต็มได้เลย | จุดเริ่มเจ็บ
“มีอาหารไทยอะไรทำง่ายๆ บ้างไหมคะ” เป็นคำถามจากนักเรียนอาหารไทยโรงเรียนแม่บ้านทันสมัย เพราะคนนี้เริ่มจากศูนย์เรียนรู้วัตถุดิบอาหารไทย ขั้นตอน วิธีการทำ วัตถุดิบนี้เตรียมอย่างไร หั่นแบบไหน ดูอะไรบ้าง จะโขลก จะต้ม ทอด นึ่ง แต่ละอย่างทำไง นวดแป้งขนม กวนขนม ทุกอย่างมีขั้นตอนละเอียด เทคนิควิธีทำหลายกระบวนการ เธอเลยถามคำถามนี้ เพราะในความเห็นของเธอ อาหารไทยยากไปหมด คำถามนี้น่าคิดครับ ไม่เฉพาะอาหารไทยหรอกครับ อาหารของชาติไหนๆ ผมว่าเมื่อศึกษาและหัดปฏิบัติอย่างถ่องแท้ตามกระบวนการและเอกลักษณ์ของอาหารชาตินั้นๆ อาหารที่ว่าง่ายที่สุดก็ยังมีความยากแอบแฝงอยู่ถ้าจะทำให้ได้ดีตามที่อาหารจานนั้นๆ ควรจะเป็น เอาง่ายๆ ที่สุด “ทอดไข่ดาว” แค่ตั้งน้ำมันร้อนใส่ไข่ลงทอด ง่ายๆ แค่นั้น แต่ถ้าจะให้ทอดไข่ดาวได้สวยแบบกรอบนอกนุ่มใน ไข่แดงอยู่กลาง เยิ้มเป็นยางมะตูม มันต้องมีวิชาการตั้งแต่การเลือกไข่ ไข่ใหม่ไข่แดงจะนูนสวย ไข่เก่าไข่แดงจะแฟ่บ ต่อยเปลือกออกมาแตกง่ายกว่าไข่ใหม่ ซึ่งเดี๋ยวนี้การเลือกไข่ในแพ็กให้ดูวันผลิตกับวันหมดอายุ หรือถ้าซื้อไข่จากร้านชำ ตลาดสดเลือกเจ้าที่มีไข่ลงเยอะๆ อย่าไปซื้อเจ้าที่เหลือไข่
ในวัยเกษียณของ “คุณจิบ-สุภาวดี บัณฑิต” เธอลุกขึ้นมาชาเลนจ์ตัวเอง ด้วยการไปแบ็คแพ็คเที่ยวต่างประเทศคนเดียว จนได้ค้นพบความสุขจากการเริ่มทำสิ่งใหม่ๆ ในช่วงวัย 60 นอกจากนี้ ในการไปเที่ยวแต่ละครั้ง เธอมีการตัดเย็บเสื้อผ้าใส่เอง ที่เรียกได้ว่าแฟชั่นสุดเริ่ด จนชาวต่างชาติคิดว่าเป็นดีไซเนอร์ และอีกหนึ่งบทบาทคือการเป็นเจ้าของแบรนด์ ยาหม่องฤาษีอุ้มนางพันธุรัตน์วิ่งข้ามเขา 3 ลูกไม่มีเหนื่อย ที่ทำด้วยมือเองทุกขั้นตอน ซึ่งจะเปิดขายแค่ปีละครั้งตามสไตล์แม่ค้าอินดี้ จนทำให้แบรนด์โกอินเตอร์ ร้านนวดไทยที่ต่างประเทศหลายร้านยังเลือกใช้ สนใจสั่งซื้อได้ที่เฟซบุ๊ค : ยาหม่องฤาษีอุ้มนางพันธุรัตน์วิ่งข้ามเขา 3 ลูกไม่มีเหนื่อย
TikTok เผยอินไซต์พฤติกรรมผู้บริโภคไทยกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุค Value-Driven Spending ที่เน้นความคุ้มค่าในการใช้จ่ายและชื่นชอบการค้นหาข้อมูลรอบด้านก่อนตัดสินใจซื้อ พบว่า คนไทยไม่ได้ใช้จ่ายน้อยลง แต่ระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น โดย 50% เข้าสู่โหมดการใช้จ่ายเน้นความคุ้มค่า และ 2 ใน 3 เพิ่มขั้นตอน “เสิร์ชข้อมูล” ก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าที่ต้องการ ดังนั้นทุกการซื้อสินค้าจึงเป็น Real-demand ที่มอบโอกาสให้กับแบรนด์ สะท้อนความต้องการซื้อยังมีอยู่เพียงแต่เปลี่ยนทิศทางใหม่ ข้อมูลอินไซต์ชี้ว่า TikTok ได้ก้าวสู่การเป็น Growth Partner For Business ด้วยฐานผู้ใช้งานในประเทศไทยมากกว่า 50 ล้านราย และมียอดการค้นหาข้อมูลบนแพลตฟอร์มรวมกันสูงกว่า 4.8 พันล้านครั้ง ตลอดช่วงไตรมาส 1-4 ของปี 2568 ตอกย้ำถึงประสิทธิภาพของโซลูชันการโฆษณาแบบ Full-Funnel ที่เข้ามาขับเคลื่อนกลยุทธ์ Discovery-to-Demand เพื่อปลดล็อกศักยภาพให้แบรนด์ทุกขนาดสามารถบริหารจัดการทุก Consumer Touchpoint ตั้งแต่การสร้างการรับรู้ (Reach) ไปจนถึงการปิดการขาย (Conversion) ได้อย่างลื่นไหล จบในระบบนิเวศ
วัยเกษียณ ไม่ใช่อุปสรรคของการเริ่มต้นใหม่ แต่เป็นโอกาสให้เราได้ค้นพบทั้ง “ความสุข” และ “เป้าหมายชีวิต” จากอาชีพใหม่ที่ทำด้วยความตั้งใจ เช่นเรื่องราวของ คุณดามพ์ ภูมิจิตร และ คุณพิม-ศิริเพ็ญ ปรุงวนิชศิริ คู่รักวัยเกษียณ ที่เปลี่ยนบ้านเป็นคาเฟ่เล็กๆ “Dough A Lot” เสิร์ฟเบเกิลและเพรทเซลโฮมเมด พร้อมเครื่องดื่มรสชาติเข้มข้น จนกลายเป็นร้านโปรดของลูกค้าทุกช่วงวัย ในคอลัมน์ New Chapter เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปพูดคุยกับคุณดามพ์และคุณพิม ถึงเรื่องราวของการเริ่มต้นอาชีพใหม่หลังวัยเกษียณ ที่พิสูจน์ว่า ชีวิตบทใหม่สามารถเริ่มต้นได้เสมอ ยุคเปลี่ยนผ่านของคนวงการโทรทัศน์ คุณดามพ์กับคุณพิม ทำงานในสถานีโทรทัศน์ที่เดียวกัน ผ่านทั้งยุครุ่งเรืองของวงการโทรทัศน์และยุคที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด “สมัยก่อนถ้าเกิดทัน เมื่อไหร่ที่ฉายละครตอนจบ ถนนจะว่าง เพราะคนกลับบ้านมาดูโทรทัศน์ พอเป็นดิจิตอลทีวี มีคนกินเพิ่มประมาณ 21 คน พอมีแพลตฟอร์มเข้ามา คนกินมีเป็นร้อย แต่เค้กก้อนเท่าเดิม มันก็เลยทำให้ทุกอย่างค่อนข้างลำบากสำหรับวงการทีวี สำหรับสื่อสารมวลชน ก็คิดว่าเราคงจะคิดไม่ทันพวกเด็กๆ สมัยนี้แล้ว ขอเป็นคนดูดีกว่า เป็นค
แม้ SMEs จะเป็นหนึ่งในฟันเฟืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย มีจำนวนกว่า 3.2 ล้านราย คิดเป็น 99.5% ของธุรกิจทั้งหมด แต่ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยยังขาดโอกาสในการเข้าถึงบริการจึงเป็นที่มาของบทบาทใหม่ของ สสว. “The Growth Connector” ที่มุ่งเชื่อมโยง SMEs กับหน่วยงานพันธมิตร เพื่อสร้างโอกาสและเร่งการเติบโตของธุรกิจ ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน รักษาการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า สสว. ทำงานร่วมกับ SMEs มายาวนาน 24 ปี แต่ที่ผ่านมายังเป็นการทำงาน “เชิงรับ” ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำนวนมากยังไม่รู้จัก และพลาดโอกาสเข้าถึงบริการและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของ สสว. องค์กรจึงมุ่งเปลี่ยนทิศทางใหม่สู่การทำงานแบบ “เชิงรุก” ในบทบาท “The Growth Connector” โดยได้ยกนิทรรศการมาไว้กลางห้าง ในงาน “สสว. UNLOCK ปลดล็อกธุรกิจ SME ไทย” เพื่อเป็นสะพานเชื่อมโยงผู้ประกอบการให้เข้าถึงบริการจากภาครัฐ ทลายทุกอุปสรรค และสร้างการเติบโตให้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเตรียมจัดงานต่อเนื่องใน 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ หาดใหญ่ ชลบุรี และขอนแก่น เพื่อเป็นพื้นที่สำหรับผู้ประกอบการทั่
เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง คุณสตีฟ จึงเล็งเห็นว่า ร้านสตีฟ คาเฟ่ แอนด์ ครุยซีน สาขา พระรามหก พอมีพื้นที่ที่จะจัดให้มีตลาดสำหรับพ่อค้าแม่ค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสได้ จึงตั้งใจใช้สถานที่ของร้านเพื่อเป็นการสนับสนุนช่องทางซื้อขายให้กับพ่อค้าแม่ขายที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยประชาสัมพันธ์ร้านค้าให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น และเพิ่มช่องทางการขายให้กับร้านค้า และยังช่วยกระตุ้นกำลังซื้อขนาดย่อมๆ ในกลุ่มร้านขนมของประชาชนทั่วไป โดยตลาดจะจัดขึ้นทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ตลอดเดือนสิงหาคม ตั้งแต่ เวลา 10.00-17.00 น. จำกัดจำนวน วันละ 15 ที่เท่านั้น รับเฉพาะร้านที่ขายขนมขบเคี้ยว ขนมหวานต่างๆ และของฝาก (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย) หากร้านค้าสนใจ สามารถลงที่เบียนได้ที่ลิงก์ https://forms.gle/ePBbYqZPkpKWz89H6 หรือสแกน QR Code หรือโทร.สอบถามที่เบอร์ 064-416-5989
จากเศษผ้าหลายรถบรรทุกที่หลายคนมองเป็น “Waste” ที่เป็นภาระ แต่ความจริงแล้วอาจมี “โอกาส” ซ่อนอยู่! เมื่อธุรกิจการ์เมนต์ไทยที่ดำเนินกิจการมาเกือบครึ่งศตวรรษ นำเศษผ้า หรือแม้แต่ขวดพลาสติกรีไซเคิล แหวนเก่า ใบอ้อย ผักตบชวา กากกาแฟ และแกลบข้าว มาเพิ่มมูลค่า ภายใต้แบรนด์รักษ์โลก “Eco Supreme” ภายใต้ “แกรนดี้ อินเตอร์เทรด” ที่คู่ค้าใหญ่ยังต้องต่อคิวซื้อ เปลี่ยน “ขยะ” เป็นสินค้าพรีเมียม คุณวีรวุฒิ มาลาบุปผา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แกรนดี้ อินเตอร์เทรด จำกัด เล่าว่า ในแต่ละปีโรงงานต้องเผชิญกับเศษผ้าจำนวนมากที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตเสื้อผ้า ซึ่งเศษผ้าเหล่านี้จะถูกขายออกในราคาต่ำมาก หรือบางส่วนก็กลายเป็นของเสีย ทั้งที่จริงๆ แล้วยังคงมีคุณค่าอยู่ ทำให้เกิดคำถามขึ้นในวันนั้นว่าหากสามารถนำเศษผ้าเหล่านี้กลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง จะสามารถสร้างมูลค่าใหม่ให้ธุรกิจได้หรือไม่ “หลายคนมอง Waste เป็นภาระ แต่เราเห็นเป็นโอกาส บริษัทเริ่มศึกษาการพัฒนาเส้นใยและผืนผ้าจากวัสดุรีไซเคิล ก่อนต่อยอดทำแบรนด์ Eco Supreme ผลิตสินค้าด้วยแนวคิดความยั่งยืน นอกจากเศษผ้าแล้ว เรายังนำวัสดุเหลือใช้อีกหลายประเภท
