How to
รู้จัก Print On Demand อาชีพเสริมสำหรับคนทุนน้อย! มีคอมพ์ 1 เครื่อง สร้างรายได้หลักแสน ไม่ต้องสต๊อกสินค้า ในยุคที่โลกออนไลน์มีบทบาทมากขึ้น หลายคนเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ๆ ในการสร้างรายได้เสริม โดยไม่ต้องลงทุนเยอะ ไม่ต้องสต๊อกสินค้า สามารถทำงานได้จากที่บ้าน ซึ่ง Print on Demand (POD) เป็นหนึ่งในธุรกิจที่กำลังมาแรงทั่วโลก และเริ่มได้รับความนิยมในประเทศไทยมากขึ้น วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้มีโอกาสพูดคุยกับ พี่เอ๋ จากช่อง ขี้เกียจศาสตร์ PODCAST ที่ได้มาให้ความรู้เกี่ยวกับธุรกิจ Print on Demand (POD) ว่าคืออะไร ไม่มีประสบการณ์ก็สามารถทำได้ ซึ่งพี่เอ๋ได้เข้ามาในวงการนี้กว่า 7-8 ปีแล้ว และช่วยให้มีรายได้สูงถึง 6 หลักเลยทีเดียว Print on Demand (POD) คืออะไร Print on Demand (POD) เป็นธุรกิจรูปแบบ Dropshipping ที่สามารถออกแบบลวดลายสินค้าต่างๆ ได้ เช่น เสื้อยืด แก้วน้ำ หมวก กระเป๋า เป็นต้น และเมื่อมีคนสั่งซื้อ ทางแพลตฟอร์มที่คุณเลือกใช้ จะทำการพิมพ์และจัดส่งสินค้าให้ลูกค้าโดยตรง โดยที่ ไม่ต้องสต๊อกสินค้า ไม่ต้องจัดการเรื่องการขนส่งเอง ตัวอย่าง หากออกแบบเสื้อโดยใช้ข้อความว่า “I’m Nurse.” และนำไ
บทความโดย : มิสมิลเลียนแนร์ เจ้าของคอลัมน์ “ไอเดียต่างแดน” ร้านค้าในจีนสร้างมิติใหม่ของการขายเสื้อผ้าออนไลน์ ผุดไอเดียสุดว้าวดับฝันลูกค้าหัวหมอที่ชอบตีเนียนสั่งซื้อสินค้าไปใส่ฟรี “เซาท์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์” ระบุว่า ร้านค้าในจีนหลายแห่งพากันติดป้ายขนาดใหญ่เท่าๆ กับกระดาษ A4 บนเสื้อผ้าใหม่ที่วางขายเรียงรายบนราว แต่ละชิ้นมีข้อความคล้ายกันว่า “ไม่รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าหากนำป้ายออก” กลยุทธ์นี้มีเป้าหมายในการรับมือกับลูกค้าหัวหมอที่มักสั่งซื้อเสื้อผ้าไปใส่ฟรี แล้วส่งคืนเพื่อขอเงินคืน เพราะป้ายไซซ์ใหญ่ยักษ์เหล่านี้ซ่อนไม่มิด แถมทำให้การสวมใส่เสื้อผ้าไม่สบาย ขณะที่บางร้านใช้วิธีติดกุญแจล็อกแบบใส่รหัสไว้ที่ซิปของเสื้อโค้ต โดยทางร้านจะแจ้งรหัสในการปลดล็อกต่อเมื่อลูกค้ายืนยันการสั่งซื้อแล้วเท่านั้น ความเคลื่อนไหวเหล่านี้กลายเป็นประเด็นร้อนบนโซเชียลมีเดียของจีนในช่วงเทศกาลช้อปปิ้ง 11.11 ซึ่งเป็นมหกรรมลดราคาครั้งใหญ่ และมักตามมาด้วยการคืนสินค้าจำนวนมาก “แชนแนล นิวส์ เอเชีย” ค้นหาบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยอดนิยมของจีนอย่าง “เถาเป่า” (Taobao) พบสินค้าหลายรายการที่ติดป้ายขนาด A4 ดังกล่าว หนึ่งในนั้นคือ
บทความโดย : ดร.ยศพิชา คชาชีวะ กูรูวงการอาหาร เจ้าของคอลัมน์ “ตู้จดหมายพลศรี” “ถี่ลอดตาช้าง ห่างลอดตาเล็น” สำนวนโบราณที่หมายถึงทำอะไรไม่ถี่ถ้วน เดิมใช้ว่า “ถี่ลอดตาช้าง ห่างลอดตัวเล็น” ตัวเล็นคือพวกแมลงเล็กๆ แล้วเพี้ยนเป็น “ตาเล็น” แต่เอาเข้าจริงผมพยายามหาและคิดถึงที่มาของสำนวนนี้ก็หาใครอธิบายไม่ได้โดนใจ ผมเลยอธิบายเอาเองว่าช้างตัวโตแต่ตาช้างเล็กเลยมองไม่เห็นตาข่ายถี่ๆ ส่วนตัวเล็นถึงแม้ตัวเล็กแต่ตาโตเมื่อเปรียบเทียบกับหัว เจอตาข่ายห่างๆ กลับมองไม่เห็น ร้านอาหารที่ทำกันเจ๊งๆ เหตุผลใหญ่อันหนึ่งก็เรื่องความไม่ถี่ถ้วนนี่ล่ะครับ ไอ้ที่ควรจะถี่ดันไม่ถี่ ไอ้ที่ไม่ควรถี่ดันถี่ ผมรู้จักอยู่ร้านหนึ่ง ขายอาหารฟิวชันตามสมัยนิยม เจ้าของจัดเป็นคนถี่ถ้วนชนิดตามสำนวนนี้ ร้านต้องสะสมชีสและเนื้อสัตว์หลายชนิดมาใช้ทำอาหาร ซึ่งเป็นของราคาแพง ขณะเดียวกัน ก็มีอาหารไทยๆ ด้วย เลยต้องสะสมพวกผักสด ใบกะเพรา พริก แต่ละวันเจ้าของจะเข้าครัวไปคอยดูแลข้าวของวัตถุดิบ แต่ที่แกใส่ใจมากๆ เป็นพวกของผักสดนี่ล่ะ เห็นผักเหี่ยว ผักแช่น้ำจนดำ พ่อครัวเก็บผักไม่ใส่กล่อง ขยำใส่ถุงก๊อบแก๊บ ข้าวโพดต้มทั้งฝักวางแบในตู้เย็น ไม่เอาพลาสต
จากกระแส โครงการคนละครึ่งพลัส ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในไทย โดยเป็นการที่รัฐบาลจะช่วยสนับสนุนช่วยเหลือค่าครองชีพที่ออกครึ่งหนึ่ง ซึ่งใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา ล่าสุด ร้านค้าใน “โครงการคนละครึ่งพลัส” สามารถสมัครและเข้ารับอบรมการพัฒนาความรู้ทักษะ (Upskill) หรือเรียนรู้ทักษะใหม่ (Reskill) รับเงินสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท/ร้านค้า ระหว่างวันที่ 19 พฤศจิกายน – 19 ธันวาคม 2568 ผ่าน 1 ใน 3 ช่องทาง ได้แก่ ทักษะด้านการขาย ขายยังไงให้ปัง และขายผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อทำให้ลูกค้าเพิ่มขึ้น, ทักษะด้านการเงิน สอนให้ดูทักษะด้านต้นทุนการเงินและการตั้งราคาการขายเพื่อให้ได้กำไรมากขึ้น และทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการขาย เพื่อช่วยลดต้นทุน 1. เพิ่มยอดขายผ่านออนไลน์ : ช่วยเพิ่มโอกาสทางการขายจากร้านค้าออฟไลน์สู่ออนไลน์ สำหรับร้านอาหารและเครื่องดื่ม โดยเข้าร่วมฟู้ดดีลิเวอรีในโครงการคนละครึ่งพลัสตามเงื่อนไขที่กำหนด 2. เพิ่มความรู้เสริมสภาพคล่อง : สมัครและเรียนหลักสูตร Smart Finance Upskill : หลักสูตรพัฒนาความรู้ทางการเงิน https://www.gsb.or.th/smartfinance-upskill/&n
ช่วงปลายปีเป็นช่วงที่จะต้องอัปเดตข้อมูลเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือในปีหน้า ทางสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทยได้เล็งเห็นและรวบรวมข้อมูลเพื่อหาเทรนด์ว่า ในปี 2026 ที่จะถึงนี้ มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง และนักการตลาด ผู้ประกอบการ หรือแบรนด์ต่างๆ จะต้องติดอาวุธหรือใช้กลยุทธ์อะไรเพื่อสอดรับกับเทรนด์นั้นๆ โดย ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ได้กล่าวในวงเสวนาครั้งนี้ว่า ปี 2026 โลกของเรามีความฉลาดล้ำ ด้วยความก้าวหน้าในทางเทคโนโลยีต่างๆ เช่น AI ที่ถูกนำมาปรับใช้ในทางการแพทย์ สิ่งแวดล้อม หรืออะไรต่างๆ แต่ในขณะเดียวกันความฉลาดล้ำนี้ ก็มีความเปราะบางในประเด็นทางสังคม เศรษฐกิจ ที่มีความวุ่นวายจากความไม่สมดุล สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย คาดหวังว่า ในปี 2026 จะเป็นปีที่ The Unbalanced Intelligent World หรือ โลกที่ฉลาดล้ำ เปราะบาง ไร้สมดุล ดังนั้น เมื่อเห็นว่าปีหน้าโลกของเราจะเผชิญกับภาวะเหล่านี้ ปรากฏการณ์ที่จะเห็นในเชิงของการตลาดนั้น จะมีอะไรบ้างและกลยุทธ์ที่ควรใช้ในการรับมือควรจะเป็นอย่างไร ในแนวโน้มและการเปลี่ยนแปลงสำคัญในปี 2026 จากการติดตามมาตั้งแต่ปี 2025 รายละเอียดดังต่อไปนี้
ถ้าใครชอบเล่นโซเชียลหรือไถฟีดติ๊กต็อกบ่อยๆ อาจจะเคยตกเป็นทาสการตลาดกดสินค้าลงตะกร้าอยู่บ่อยครั้ง หรือแม้แต่บางคนก็กลายเป็นครีเอเตอร์ปักตะกร้ารับค่าคอมมิชชันจากการทำคลิปป้ายยา โดยในช่วงปีที่ผ่านมา พบว่า มีผลิตภัณฑ์แบรนด์บิวตี้แท้กว่า 1,000 แบรนด์เข้าร่วม TikTok Shop Mall และคอมมูนิตี้สายบิวตี้บน TikTok เติบโตอย่างต่อเนื่อง ดันคลิปวิดีโอสั้น #รีวิวบิวตี้ (#BeautyReview) ทะลุ 8 ล้านคลิป และมี ‘ครีเอเตอร์’ ติดตะกร้าในไทยมากถึง 5 ล้านราย ในคอลัมน์ #KhowHow “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสเข้าร่วมงาน #TikTokShopThaiRisers Beauty Trendsetter ที่จัดขึ้นเพื่อชูพลังคอมมูนิตี้ โดยมีการเชิญเหล่า Beauty Creator, เจ้าของเครื่องสำอางแบรนด์ไทย, เจ้าของแบรนด์ Health & Wellness และ TikTok Expert มาร่วมพูดคุยแชร์ประสบการณ์ แชร์ความรู้ ขับเคลื่อนเทรนด์ TikTok Shop คุณอาย-ณัฐธิดา สิงห์โท เจ้าของเครื่องสำอางแบรนด์ไทย Sureeporn Cosmetics เล่าว่า “เราอยากให้สุรีพรย์เป็นแบรนด์ที่ผู้หญิงไทยใช้แล้วมั่นใจในทุกๆ วัน และเราเลือกที่จะแข่งกับตัวเอง คิดว่าจะทำยังไงให้ดีที่สุด ทำให้ดีกว่าเมื่อวาน ไม่เคยเอาตัวเองไปวัด
ในปัจจุบันหลายคนอาจจะกำลังเผชิญกับปัญหาทางใจอยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเป็น ภาวะซึมเศร้าในวัยรุ่น, การถูก Cyberbullying, ความเครียดสะสม, ความรู้สึกไม่พึงพอใจในตัวเอง และภาวะหมดไฟในการทำงาน เป็นต้น วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีคอร์สออนไลน์ Skill to Heal : First Aid for Mind มาแนะนำ โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง SkillLane แพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ชั้นนำของไทย และ คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ต้องการส่งเสริมให้ผู้คนเข้าถึงเรื่อง “สุขภาพจิต” และพัฒนาทักษะการดูแลใจของตนเองและคนรอบข้างได้อย่างดี หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับ ‘คนทำงานที่เริ่มรู้สึกเหนื่อยหรือหมดไฟ’ ช่วยให้รู้เท่าทันอารมณ์ ความเครียด และช่วงเวลาที่ใจต้องการพัก หรือ ‘นักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครอง’ ให้เข้าใจสุขภาพจิตของวัยรุ่นมากขึ้น และแนวทางการรับมือความเครียดจากโลกออนไลน์ สุดท้าย ‘บุคคลทั่วไป’ ที่อยากดูแลใจให้ดีขึ้น โดยไม่ต้องมีพื้นฐานด้านจิตวิทยา เพียงแค่เปิดใจก็สามารถเริ่มฝึกทักษะดูแลใจได้ทันที หัวข้อการเยียวยาใจ 1. Take it easy, No STRESS ทำอย่างไรเมื่อเจอกับภาวะเครียดสะสม หัวข้อนี้จะได้รู้เกี่ยวกับ ภาวะเครียดสะสม จะเข้าใจมากยิ่
ปัจจุบันการทำกราฟิกไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะมีแพลตฟอร์ม Canva ที่ทำให้การทำอาร์ตเวิร์กเป็นเรื่องง่าย โดยภายใน Canva จะมี Template สำหรับการสร้างสรรค์ผลงานหลายประเภท อาทิ การทำ Presentation, Logo, Poster ฯลฯ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีคอร์สเรียนฟรีของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หลักสูตร “สื่อสวย ด้วยมือเรา เริ่มต้นที่ Canva” เป็นการสอนใช้โปรแกรม Canva ตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็น การออกแบบงานสำหรับโพสต์ลงสื่อโซเชียล การทำโปสเตอร์ การสร้าง Mockups รวมถึงสอนทำ AI ใน Canva ฯลฯ เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา บุคคลทั่วไป สามาเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา เป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย พร้อมส่งเสริมทักษะไอทีและความคิดสร้างสรรค์อย่างมืออาชีพ เมื่อจบคอร์สจะได้รับ “ใบประกาศนียบัตร (Certificate)” หลังทำแบบทดสอบ วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้พื้นฐานทางด้านการใช้โปรแกรม Canva 2. เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรม มีทักษะในการนำคำสั่งพื้นฐานไปประยุกต์ใช้ในการเรียนและการทำงานในอนาคต 3. เพื่อให้ผู้เรียนสามารถศึกษาหาความรู้เพื่อนำไปต่อยอดในการสอบเพื่อรับใบประกาศนียบัตรทางด้านไอที เนื้อหารายวิชา
ดร.มยุขพันธ์ ไชยมั่นคง Project Director สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แสดงความเห็นทางวิชาการ ผ่านบทความเรื่อง “The Silent Quitters : พวกเขาไม่ได้ดราม่า ไม่บ่น แค่หายไปเฉยๆ” มีเนื้อหาน่าสนใจสำหรับภาคธุรกิจน้อยใหญ่ โดยระบุว่า ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา คงได้ยินข่าวเรื่องนักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวประเทศไทยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เหตุผลส่วนหนึ่งคือ มีข่าว ดราม่าเรื่องความปลอดภัยในโลกโซเชียลเช่นเรื่องการถูกลักพาตัว หรือข่าวแผ่นดินไหวที่ตึกโยกหรือพังลงมา ส่งผลต่อความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในการมาเที่ยวเมืองไทย อย่างไรก็ตาม ในทัศนะของนักวิชาการท่านนี้ เขาเชื่อว่ายังอาจมีชาวจีนกลุ่มที่เคยมา แต่ตอนนี้ไม่ได้มาเที่ยวไทยจากเหตุผลอื่นๆ ซึ่งไม่ได้เกิดจากดราม่าดังกล่าว และนับเป็นกลุ่มลูกค้าประเภทหนึ่งที่ ภาคธุรกิจ ควรรู้จักและให้ความสนใจ นั่นคือ กลุ่ม The Silent Quitters ดร.มยุขพันธ์ กล่าวต่อว่า ในโลกของการทำธุรกิจหรือบริการ มักให้ความสำคัญกับลูกค้าที่ “ส่งเสียงดัง” ไม่ว่าจะเป็นคนที่ชอบร้องเรียน ดราม่า หรือโต้ตอบกับแบรนด์ในโซเชียลมีเดียหรือช่องทางต่างๆ แต่ในความเป็นจริง “กลุ่มลูกค้า
ความมั่นคงในอาชีพศิลปินดาราในปัจจุบันได้ถดถอยลงอย่างมากเมื่อเทียบกับสมัยก่อน เนื่องจากปัจจัยหลักคือ การแข่งขันที่สูงและการเข้าถึงสื่อที่ง่ายมากขึ้น ในอดีต ศิลปินที่ได้รับโอกาสจากค่ายใหญ่จะได้รับค่าตัวที่สูงและมีอายุงานที่ค่อนข้างแน่นอน แต่ปัจจุบัน ทุกคนสามารถเป็นอินฟลูเอนเซอร์และเป็นที่รู้จักในวงกว้างได้ง่ายขึ้น ทำให้ศิลปินที่มีรายได้จากงานแสดงหรือโฆษณามีความผันผวนสูงและไม่ยั่งยืน ศิลปินจึงไม่สามารถพึ่งพารายได้ก้อนใหญ่เพียงอย่างเดียวเพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิตได้อีกต่อไป ด้วยเหตุนี้ ศิลปินดาราจึงต้องปรับตัวด้วยการใช้กลยุทธ์การกระจายความเสี่ยง พวกเขาไม่ได้มองอาชีพในวงการบันเทิงเป็นจุดสิ้นสุด แต่เป็นทุนตั้งต้นที่ใช้ในการต่อยอดสู่โลกธุรกิจ ศิลปินจำนวนมากจึงผันตัวมาเป็น นักธุรกิจ สร้างแบรนด์สินค้า, เป็นเจ้าของช่องทางสื่อเอง, หรือลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ เพื่อสร้างกระแสรายได้ที่หลากหลายและมั่นคงในระยะยาว การทำธุรกิจจึงไม่ใช่แค่งานอดิเรก แต่เป็นเสมือนเกราะป้องกันทางการเงิน ที่ช่วยให้พวกเขามีหลักประกันในชีวิต เมื่อถึงช่วงที่กระแสความนิยมในวงการบันเทิงลดลง วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะขอหย
