Exclusive
ในบ้านไม้อายุร้อยปีย่านสี่พระยา คือที่ตั้งของคาเฟ่โดนัทรสชาติไทยสุดไวรัล “SODO Donut” ธุรกิจของ “คุณเกด-ดุษฎี ทวีพานิชย์” อดีตเภสัชกรและนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เธอเลือกปั้นคาเฟ่โดนัทเพราะเป็นขนมที่คนทั้งโลกรู้จักและเข้าใจง่าย ที่ไม่เพียงสร้างความแปลกใหม่ผ่าน “รสชาติไทย” จากวัตถุดิบท้องถิ่นไทย แต่อยากทำให้ลูกค้าจดจำทั้งรสชาติและที่มาของวัตถุดิบไทยได้ ในคอลัมน์ Entrepreneur “เส้นทางเศรษฐี” พาไปพูดคุยกับผู้ก่อตั้งถึงเส้นทางการเริ่มต้น และแนวคิดการปั้นแบรนด์ SODO Donut ที่เปิดได้เพียง 3 เดือน แต่สามารถสร้างยอดขายได้เกือบ 3 ล้านบาท จุดเริ่มต้นของโดนัทแบบไทยๆ SODO Donut เริ่มต้นมาจากคุณเกด อยากทำโปรเจ็กต์ที่อยากสื่อสารถึงความเป็นไทย ก่อนมาลงตัวที่ “โดนัท” ขนมที่คนทั่วโลกรู้จักและเข้าใจง่าย พร้อมหยิบรสชาติไทยจากวัตถุดิบไทยอันเป็นเอกลักษณ์มาผสมผสานเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นโดนัทรสชาติไทย แม้จะเป็นธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มแรกในชีวิต แต่คุณเกดมีทีมเบื้องหลังคอยสนับสนุน พร้อมวางแผนธุรกิจอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การศึกษาตลาด ความต้องการของผู้บริโภค ไปจนถึงความเป็นไปได้ของผลิตภัณฑ์ ที่สำคัญคือมีความเชื่อมั่
ข้อมูลเป็นทางการของผลิตภัณฑ์ “น้ำปลาร้าแม่บุญล้ำ” ที่ถูกยกให้เป็นเบอร์ต้นๆ ของวงการน้ำปลาร้าพร้อมรับประทาน ณ พ.ศ. นี้ ระบุถึงประวัติความเป็นมา ไว้ว่า “จากจุดเล็กๆ ของการทำปลาร้าเพื่อบริโภคในครัวเรือนของคุณพ่อสนั่น คุณแม่ทองสุข ศรีโยธา ในปี 2510 ได้ค่อยๆ ขยับขยายเติบโต สู่รุ่นลูกคือ คุณพ่ออุทัย คุณแม่บุญล้ำ ปรีเรือง โดยใช้ชื่อกิจการว่า เพชรดำค้าปลาร้า ซึ่งต่อมาในปี 2557 ได้ก่อตั้ง บริษัท เพชรดำฟู้ดส์ จำกัด และมีสินค้าเริ่มแรกคือ น้ำปลาร้าต้มสุกภายใต้แบรนด์ “แม่บุญล้ำ” ของดีประจำจังหวัดกาฬสินธุ์” “ที่สร้างรายได้อันยั่งยืนให้กับชาวบ้านในชุมชนโดยรอบ และพัฒนาคุณภาพสินค้าแบบยั่งยืนตามหลักสากล จนกลายเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกระดับประเทศ ด้วยประสบการณ์จากรุ่นสู่รุ่น ที่สืบทอดมาอย่างยาวนานกว่า 59 ปี และเคล็ดลับ การหมักจากรุ่นคุณยาย พร้อมความพิถีพิถัน ใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิต ทำให้ น้ำปลาร้าต้มสุกตรา “แม่บุญล้ำ” มีรสชาติเฉพาะตัว หอม อร่อยถูกปากคนไทยจนถึงปัจจุบัน” คุณอ้อม-พิไรรัตน์ บริหาร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพชรดำฟู้ดส์ จำกัด ผู้ผลิตน้ำปลาร้าต้มสุก แบรนด์ ‘แม่บุญล้ำ’ ในฐานะทายาทเจน 3 ของกิจการ
“เมื่อก่อนบอกตรงๆ เลยว่าอยู่กับแม่น้อยมาก แต่การทำร้านนี้กลายเป็นช่วงเวลาที่โคตรมีความสุขที่ได้อยู่ด้วยกัน ได้ทำอะไรด้วยกัน ได้เห็นแม่มีความสุข อันนี้ก็คือความสุขของผมจริงๆ” ประโยคนี้เป็นคำพูดของ คุณกุ๊ก-อำนวยสินธุ์ พุกรักษา ผู้ก่อตั้งร้าน Happy Mum Happy Me คาเฟ่ที่เกิดจากการอยากทำตามความฝันของแม่ นั่นคือการเปิดร้านอาหาร วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณกุ๊ก และ แม่กุ้ง-วรนุช แซ่ปั่ง เกี่ยวกับจุดเริ่มต้นของสถานที่ฮีลใจแห่งนี้ ที่เป็นเหมือนการมาเที่ยว มากินข้าวบ้านเพื่อน สร้างความอบอุ่นให้กับใครหลายคน รวมถึงสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนวัยเกษียณ ให้กลับมามีไฟอีกครั้งหนึ่ง จุดเริ่มต้นจากบ้านร้าง 20 ปี ก่อนที่จะเกิดเป็นคาเฟ่ Happy Mum Happy Me แต่เดิมคุณกุ๊กมีเงินเก็บอยู่ก้อนหนึ่งที่เตรียมไว้สำหรับไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่กลับต้องหยุดชะงักเพราะวิกฤตโควิด-19 “ตอนนั้นโควิดค่อนข้างหนักมาก เราเลยมองว่ามีบ้านอยู่หนิ เลยอยากรีโนเวตแล้วมาทำคาเฟ่กับแม่ เพราะความฝันของแม่คือเขาอยากเปิดร้านอาหารตามสั่ง” เขากล่าว ทางด้าน แม่กุ้ง เล่าถึงความรู้สึกช่วงนั้นให้ฟังว่า “โห ตอนนั้นตื่นเต
ในแต่ละวันมนุษย์ผลิตและบริโภคพลาสติกจำนวนมหาศาล ก่อนที่พลาสติกจำนวนมากจะกลายเป็นขยะและสะสมอยู่ในสิ่งแวดล้อม ที่น่ากังวลคือพลาสติกบางประเภทต้องใช้เวลานานถึง 450–500 ปี กว่าจะย่อยสลาย ขณะที่พลาสติกบางส่วนอาจไม่ได้หายไปอย่างสมบูรณ์ แต่แตกตัวเป็นชิ้นส่วนขนาดเล็กหรือไมโครพลาสติกแทน เมื่อสิ่งของชิ้นหนึ่งหมดหน้าที่และถูกทิ้งลงถังขยะ นั่นจึงไม่ใช่เพียงการตั้งคำถามว่า “จะกำจัดมันอย่างไร” แต่เป็นคำถามที่ว่า “เราจะทำให้สิ่งที่กำลังจะกลายเป็นขยะกลับมามีคุณค่าได้อย่างไร?” เพราะบางที จุดจบของสิ่งหนึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของอีกสิ่งหนึ่งได้ Qualy แบรนด์ที่นำความคิดสร้างสรรค์มาผสมผสานกับความยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “Design For Sustainable World” โดยมองว่าการออกแบบไม่ได้มีหน้าที่เพียงสร้างความสวยงามหรือฟังก์ชันการใช้งาน แต่ยังสามารถเปลี่ยนวัสดุที่กำลังจะกลายเป็นขยะ ให้กลับมามีคุณค่าในรูปแบบใหม่ได้อีกครั้ง คล้ายกับแนวคิดเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด ที่สิ่งหนึ่งหมุนเวียนและกลับมาในรูปแบบใหม่ เพียงแต่ในโลกของ Qualy สิ่งที่กำลังเวียนว่ายนั้นคือ “ขยะ” วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ชวนไปพูดคุยกับ “คุณไ
ในวันที่ผู้บริโภคแทบไม่พกเงินสดอีกต่อไป การมีสินค้าดีเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ เพราะหากลูกค้าพร้อมซื้อ แต่ร้านไม่มีระบบชำระเงินที่ตอบโจทย์ ก็อาจทำให้ผู้ประกอบการพลาดโอกาส “ปิดการขาย” ได้ง่ายกว่า และกลายเป็นโอกาสที่หลุดลอยไป นี่จึงเป็นอีกหนึ่ง Pain Point ที่ SME หลายรายกำลังเผชิญ แล้วผู้ประกอบการควรรับมืออย่างไร และการมีระบบชำระเงินที่ตอบโจทย์จะช่วยเพิ่มโอกาสในการขายได้มากแค่ไหน “เส้นทางเศรษฐี” จะพาไปรู้จัก “KTC Merchant App” แอปพลิเคชันรับชำระเงินสำหรับร้านค้า “ระบบชำระเงิน” ดีจะช่วย “ปิดการขาย” เส้นทางเศรษฐี ได้มีโอกาสสนทนากับ คุณเนาวรัตน์ กีรติเกษมสุข ผู้บริหารสูงสุดสายงานบริหารร้านค้าสมาชิก บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC แชร์ข้อมูลให้ฟังอย่างน่าสนใจว่า “วันนี้การรับชำระเงินไม่ใช่แค่เรื่องระบบหลังอีกต่อไป แต่ช่วยให้ผู้ประกอบการ “ปิดการขาย” ได้ แค่มีระบบที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภค “จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่าคนไทยลดการใช้เงินสดและเช็กในการชำระเงิน แต่หันมาใช้ Digital Payment หรือการชำระเงินดิจิตัลมากขึ้น สะท้อนจากตัวเลขไตรมาสแรกของปี 2026 ที่มีการ
หากใครเคยขับรถผ่านย่านบางพลี แล้วสะดุดตากับอาคารสไตล์ Industrial เท่ๆ ที่เปิดไฟสว่างไสวตลอด 24 ชั่วโมง มีทั้งที่พัก ดนตรี กีฬา ศิลปะ และมีตลาดนัดคึกคักที่เปิดให้แม่ค้าพ่อค้ามาวางขายของกันฟรีๆ สถานที่แห่งนั้นคือ “Letana Hotel & Restaurant 24 Hrs” อาณาจักรที่เกิดจากหยาดเหงื่อ ความชื่นชอบ และหัวใจที่อยากส่งต่อประโยชน์คืนสู่สังคมของ“คุณนัท – กิตติพันธ์ ลี้ศัตรูพ่าย” หรือที่ทุกคนรู้จักกันในนาม “นัท เลอทาน่า” เริ่มจากธุรกิจรับซื้อของเก่า ก่อนจะมาเป็นเจ้าของอาณาจักรเลอทาน่า คุณนัทเล่าย้อนกลับไปในช่วงวัยเด็กว่า เขาเติบโตมาในครอบครัวที่รับซื้อของเก่า ซึ่งภาพจำในวัยเด็กคือความรู้สึกอายเพื่อน เวลาที่พ่อแม่ขับรถกระบะหลังคาสูง ขนกระดาษ ขนเหล็ก ไปส่งที่โรงเรียน แต่เมื่อโตขึ้นเขาก็เริ่มเข้าใจในสิ่งที่พ่อแม่ทำว่า “ทำไปเพราะมันได้เงิน!” เมื่ออายุได้ 18 ปี คุณนัทเริ่มออกหาของเก่ามาให้พ่อแม่ขาย จนเริ่มมีรายได้เลี้ยงตัวเองเดือนละหลายหมื่น กระทั่งอายุราว 23–24 ปี เขาเริ่มมองเห็นโอกาสในธุรกิจ “โรงงานรีไซเคิลเศษแก้ว” ที่ในสมัยนั้นมีผู้เล่นเพียงไม่กี่เจ้า “มันไม่ได้มาง่ายๆ เพราะเราไม่ได้มีต้นท
หากพูดถึง “บางแสน” ในอดีตเราอาจนึกภาพ “บังกะโลบางแสน” ที่พักยอดฮิตของนักท่องเที่ยว แต่วันนี้ภาพของบางแสนกำลังเปลี่ยนไป เห็นได้จากโรงแรมที่พักที่เริ่มมีคอนเซ็ปต์ มีสไตล์และมีขนาดใหญ่มากขึ้น เพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ หนึ่งในนั้นคือ “Zuwala Hotel” (ซูวาลา) ธุรกิจโรงแรมของคู่รัก “ปิง-วราภรณ์ สุขกำเนิด และ เอ้-ศุภกร ไชยรงศรี” ที่มียอดเข้าพักเฉลี่ย 60-70% ตลอดทั้งปี จากความชอบสู่โรงแรมซูวาลา ก่อนมาเป็นเจ้าของโรงแรม ปิงและเอ้ไม่ได้อยู่ในสายธุรกิจนี้ตั้งแต่แรก หลังเรียนจบมหาวิทยาลัยบูรพาเธอเข้าทำงานในตำแหน่งวิศวกรฝ่ายขายเพราะเรียนจบด้านวิศวกรรมไฟฟ้า ขณะที่เอ้เรียนจบด้านดนตรีและวัฒนธรรม จึงทำงานในด้าน Acoustic กระทั่งปิงได้ “ค้นพบความชอบ” หลังจากซื้อคอนโดมารีโนเวทเพื่ออยู่อาศัยเอง เธอรู้สึกสนุกที่ได้ใส่ไอเดียและตกแต่งห้อง จึงเริ่ม “ซื้อคอนโดเก่ามารีโนทเพื่อปล่อยเช่า” เป็นโปรเจ็กต์ที่สอง ก่อนต่อยอดไปสู่ธุรกิจโฮสเทล “ผลตอบรับดีเกินคาด แค่ 1 วันมีคนติดต่อเช่าแล้ว ก็น่าจะทำขาย เลยไปซื้อบ้านเก่ามารีโนเวท ขายได้ภายใน 1 เดือน คิดว่าเราไม่อยากทำอสังหาฯ แบบซื้อมาขายไปแล้ว อยากสร้าง Passive Incom
ในวัยเด็ก เราอาจมีความฝันแตกต่างกันไป แต่สำหรับ คุณบาส – ภาณุภัทร์ สุกัลยารักษ์ การได้ออกเดินทางรอบโลกเหมือนในอนิเมะเรื่องโปรดอย่าง โดราเอมอน คือความฝันของเขา และฝันนั้นได้กลายเป็นอาชีพสร้างรายได้ผ่านการเป็นครีเอเตอร์สายท่องเที่ยว เจ้าของช่อง “Go Went Go” ที่เติบโตมานาน 10 ปี จากวันที่คลิปมียอดวิวเพียงหลักหมื่น สู่หนึ่งในช่องท่องเที่ยวที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก พร้อมกับการเปลี่ยนเป้าหมายจากการเดินทางเพื่อเก็บจำนวนประเทศ มาเป็นการเดินทางเพื่อทำความรู้จักผู้คน วัฒนธรรม และเรื่องราวของแต่ละสถานที่ เที่ยวให้เป็นอาชีพ ด้วยการคิดแบบธุรกิจตั้งแต่วันแรก แม้มีความฝันอยากเดินทางเที่ยวรอบโลก แต่คุณบาสคิดไว้ตั้งแต่วันแรกว่าการเดินทางของเขาไม่ได้เป็นเพียงแค่งานอดิเรก แต่ต้องเป็น “อาชีพและธุรกิจ” ได้ด้วย “ผมว่าหลายๆ อย่างไม่ได้เกี่ยวกับความเก่งหรือไม่เก่ง แต่วางโจทย์ไว้ตั้งแต่แรกยังไง เราต้องรู้ว่าถ้าจะมีคนสนับสนุนเราต้องวางตัวแบบไหน ต้องสร้าง Branding มีความสม่ำเสมอ หรือมีการปรับตัวเข้าสู่ความมืออาชีพยังไงบ้าง สุดท้ายพอทำเป็นบริษัทเป็นอาชีพ จะทำขึ้นๆ ลงๆ ไม่ได้” เขาเล่าเสร
หลายคนรู้จัก “ไอซ์ พาดี้” หรือ คุณภาวิดา ชิตเดชะ ในฐานะคอนเทนต์ครีเอเตอร์สายบิวตี้ แต่เมื่อก้าวสู่บทบาทเจ้าของแบรนด์ Happy Sunday เธอค้นพบว่าการสร้างแบรนด์ให้ประสบความสำเร็จ ไม่ได้อาศัยเพียงความคิดสร้างสรรค์หรือฐานแฟนคลับ แต่ยังต้องเรียนรู้เรื่องต้นทุน การบริหาร และการแก้ปัญหาอีกนับไม่ถ้วน ซึ่งเธอได้นำประสบการณ์การสร้างแบรนด์มาแบ่งปันบนเวที “สสว. UNLOCK ปลดล็อก ธุรกิจ SME ไทย” คุณไอซ์เติบโตจากการเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ เธอทำอาชีพนี้เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ด้วยคอนเทนต์สอนแต่งหน้า ทำให้มีแฟนคลับที่เติบโตมาพร้อมกับเธอเป็นจำนวนมาก ก่อนมีแนวคิดสร้างแบรนด์ Happy Sunday เพราะ “อยากสร้างอาณาจักรของตัวเอง” เป็นอาณาจักรสายรุ้งที่เต็มไปด้วยความสดใสและความสุข “ในโลกของเราสีที่ทุกคนแต่งตัวกันเป็นส่วนมาก คือขาว เทา ดำ น้ำเงิน แต่เราแต่งตัวสไตล์ Maximalism ทำให้รู้สึกว่าพื้นที่ของเรามีน้อย เลยอยากสร้างดินแดนแห่งความสดใส ส่งความสุขให้ทุกๆ คนได้ บวกกับอยากเป็นคุณแม่ ถ้าเราทำคอนเทนต์มันเป็นตัวเราที่ Show Up ตลอดเวลา มีเราคนเดียวเท่านั้นที่เป็นไอซ์ พาดี้ได้ แต่ธุรกิจไม่เหมือนกัน สมมติสร้า
“ตลาดคลองเตย” เป็นตลาดสดที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เป็นแหล่งค้าส่งวัตถุดิบราคาประหยัดสำหรับพ่อค้าแม่ค้าและผู้บริโภค วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปพูดคุยกับ เจ๊นิด คลองเตย หรือ เจ๊นิด-พนิดา ณ นคร เจ้าของช่อง TikTok เจ๊นิด คลองเตย แม่ค้าตลาดและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ไวรัลจากการทำคอนเทนต์จ่ายตลาดงบประหยัด “คนเรา รวยได้ก็จนได้ จนได้ก็รวยได้ ขอแค่ใจสู้และอยู่บนความจริง” นี่คือคติที่เจ๊นิดยึดถือมาตลอดเส้นทางชีวิตที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ โดยเจ๊นิดพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการทำธุรกิจต้องกล้าที่จะก้าวออกจากแบบเดิมๆ พร้อมกับสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ ปัจจุบันได้ขยายไปแล้วกว่า 7 สาขา พร้อมกับการตั้งเป้าสร้าง “Jarin Mart (จรินมาร์ท)” มินิตลาดสด 24 ชั่วโมงที่จัดการสินค้าให้ลูกค้าได้อย่างแม่นยำ จุดเริ่มสร้างตัว “เจ๊นิด คลองเตย” แม้จะมีพื้นเพครอบครัวที่ฝั่งพ่อมีชื่อเสียงมียศมีศักดิ์ และฝั่งแม่อากงเป็นเจ้าสัวย่านเยาวราช แต่ชีวิตกลับพลิกผันจนถึงจุดที่ไม่มีเงิน “พวกเราทุกคนในบ้านจะไม่ก่อหนี้ เพราะเคยเห็นช่วงที่แย่ที่สุดของพ่อ ตอนที่ร้อนมากจนถึงขั้นต้องผ่อนพัดลม” เจ๊นิดเล่าถึงภาพจำวัน
