SMEs
หากพูดถึงมหกรรมฟุตบอลโลกที่สร้างความทรงจำร่วมกันให้กับคนทั้งโลก และยังคงถูกพูดถึงอยู่เสมอจนถึงทุกวันนี้ คงหนีไม่พ้น “ฟุตบอลโลกปี 2010” ที่จัดขึ้น ณ ประเทศแอฟริกาใต้ ทัวร์นาเมนต์นี้เรียกได้ว่าเป็นปีที่สร้างตำนานและสีสันไว้อย่างมากมายชนิดที่หาปีไหนมาเทียบได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นปรากฏการณ์ “หมึกพอล” เจ้าปลาหมึกยักษ์แสนรู้ที่ทายผลการแข่งขันได้อย่างแม่นยำจนกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นและต้นแบบของการนำสัตว์ต่างๆ มาพยากรณ์ผลการแข่งขันในเวลาต่อมา หรือในแง่ของป๊อปคัลเจอร์อย่างเพลง “Waka Waka (This Time for Africa)” ของ Shakira ที่กลายเป็นไวรัลร้องเต้นตามกันได้ทั่วบ้านทั่วเมือง และแน่นอนว่าหากหันกลับมามองที่ประเทศไทย… สิ่งที่ทุกคนต้องนึกถึงในฟุตบอลโลกครั้งนั้น ก็คงหนีไม่พ้นมหกรรมการนั่งเขียนและส่ง “ไปรษณียบัตรทายผลแชมป์บอลโลก” กันจนมือหงิก ส่งกันไปเป็นร้อยๆ ล้านใบเพื่อลุ้นรางวัลใหญ่ ถือเป็นโมเมนต์ประวัติศาสตร์ที่ทำให้บรรยากาศในบ้านเราตอนนั้นคึกคักและสนุกสนานแบบสุดๆ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนร่วมย้อนรอยปรากฏการณ์ ที่ทำให้ฟุตบอลโลกปี 2010 กลายเป็นทัวร์นาเมนต์ในความทรงจำที่ไม่มีวันลืม “ห
มนุษย์เราสัมผัสและรับความสุขเข้ามาเติมเต็มในใจได้ 6 ทาง ผ่านตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ แต่ทางที่หยั่งรากลึกและอยู่กับเราได้ยาวนานที่สุดก็คือ “อาหารที่เราทานเข้าไป” สำหรับ คุณจอม-ภูมิพันธ์ เอี่ยมปรเมศวร์ ผู้ก่อตั้ง “บ้านนอกเข้ากรุง” ร้านอาหารไทยพื้นถิ่นโคราช ที่ทุกความสุข ความสำเร็จล้วนมีจุดเริ่มต้นมาจาก “รสมือแม่” เป็นอาหารที่ทานเข้าไปแล้วสัมผัสได้ถึงความสุขอย่างบอกไม่ถูก ทั้งคนในครอบครัว แขกเหรื่อที่มาเยี่ยมเยือนบ้าน หรือแม้กระทั่งชาวต่างชาติที่ได้ลิ้มลอง ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “อาหารของแม่คุณจอม ทานแล้วมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ” วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปร่วมพูดคุยและเจาะลึกทุกแง่มุมชีวิตของ ‘คุณจอม’ อดีตหัวหน้าบัตเลอร์ที่ดูแลคนระดับโลกมาอย่างมากมาย จนมาสู่การเปิดร้านอาหารพื้นถิ่นโคราชตำรับคุณแม่ ที่สามารถคว้ารางวัลมิชลินได้ภายใน 5 เดือน จากโคราช…สู่มหานครนิวยอร์ก ย้อนกลับไปในอดีต คุณแม่และคุณพ่อของคุณจอมเติบโตมาในสองตระกูลใหญ่ แห่งตำบลโคกกรวดและอำเภอขามทะเลสอ จังหวัดนครราชสีมา โดยมีทางรถไฟเป็นเส้นกั้นระหว่างสองตระกูลนี้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมหน้าร้าน บ้านนอก
การเติบโตมาในร้านโจ๊กแต้จิ๋วของพ่อแม่ ทำให้ ลิม หยวนหมิง (Lim Yuan Ming) วัย 24 ปี และ แบรนดอน (Brandon) พี่ชายวัย 29 ปี เห็นวิถีชีวิตการค้าขายของร้านหาบเร่แผงลอยมากมาย ประสบการณ์ดังกล่าวทำให้ทั้งคู่ร่วมกับ โอ ชิน เจี๋ย (Oh Chin Jie) วัย 31 ปี เปิดร้าน “What The Puff” ขายกะหรี่ปั๊บ โดยรวบรวมเงินลงทุน 10,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 2.5 แสนบาท เปิดร้านที่ศูนย์อาหาร Changi Village Hawker Centre ในเดือนธันวาคม 2024 ก่อนที่ธุรกิจจะเติบโตอย่างรวดเร็ว สามารถสร้างรายได้ 500,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 12.7 ล้านบาทในปี 2025 สองพี่น้องซึมซับวิถีชีวิตการค้าขายมาจากร้านโจ๊กของพ่อแม่ที่เปิดมากว่าสิบปีในย่านเบด็อก (Bedok) พวกเขาช่วยคิดเงิน ใส่เครื่องเคียงที่มีมากถึง 20 อย่าง ซึ่งต้องเตรียมไว้ตั้งแต่เช้ามืด ธุรกิจนี้จึงไม่ใช่โมเดลที่อยากทำเท่าไหร่นัก พ่อเลยแนะนำให้ลองทำ “กะหรี่ปั๊บ” และให้ลองทำสูตรใส่ชีสลงไปในไส้ผัดผงกะหรี่ดู เพราะเป็นส่วนผสมที่ค่อนข้างแปลกใหม่ และได้รับแรงบันดาลใจมาจากเทรนด์ข้าวซอยแกงกะหรี่โปะชีส จากนั้นได้พวกเขาได้ชวน โอ ชิน เจี๋ย เพื่อนที่มีประสบการณ์ด้านการทำอาหารจากร้านสลัดชื่อด
เด็กหลายคนเติบโตมากับภาพของ “วู้ดดี้” คาวบอยหนุ่มนายอำเภอ กับ “บัซ ไลท์เยียร์” นักบินอวกาศผู้เชื่อว่าตัวเองคือฮีโร่แห่งกาแล็กซี แต่มีคนไม่มากนักที่รู้ว่า ก่อน Toy Story จะกลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์แอนิเมชันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล มันเคยเป็นโปรเจกต์ที่เสี่ยงจะพา Pixar ล้มละลายมาแล้ว และที่น่าอึ้งกว่านั้นคือ แม้แต่ทีมผู้สร้างเองยังออกปากว่า มันคือ “ภาพยนตร์ที่คุณภาพแย่ที่สุด” ที่พวกเขาเคยทำมา แต่สุดท้าย หนังที่ไม่ได้สมบูรณ์แบบนี้ กลับถูกจดจำในฐานะแอนนิเมชั่นระดับตำนาน จุดเริ่มต้นของ Pixar บริษัทเล็ก ๆ ที่ไม่มีใครแน่ใจว่าจะรอด ย้อนกลับไปในปี 1986 Pixar ยังไม่ใช่สตูดิโอยักษ์ใหญ่แบบทุกวันนี้ ในตอนนั้นมันเป็นเพียงบริษัทเล็ก ๆ ที่เพิ่งถูกซื้อโดย Steve Jobs ด้วยเงินประมาณ 10 ล้านดอลลาร์ Pixar ยังไม่เคยสร้างภาพยนตร์ยาวเลยด้วยซ้ำ ผลงานส่วนใหญ่เป็นเพียงหนังสั้นและโฆษณา ผลงานที่ทำให้พวกเขาเริ่มถูกพูดถึงคือ “Luxo Jr.” หนังสั้นเกี่ยวกับโคมไฟตั้งโต๊ะที่มีชีวิต ซึ่งกลายเป็นต้นแบบโลโก้ของ Pixar ในเวลาต่อมา แต่ถึงแม้จะเริ่มมีชื่อเสียงในวงการเทคโนโลยีแอนิเมชันบ้างแล้ว แต่ไม่มีใครเชื่อจริง ๆ ว่
“ความตั้งใจจริงๆ ของลุง ไม่ได้กะทำเป็นการค้า แค่อยากทำให้บั้นปลายชีวิตมีความสุข มีมุมเล็กๆ ให้พรรคพวกมานั่งสังสรรค์ เราอายุขนาดนี้ ถ้าเราทำแบบนี้ได้ ถือว่ามันประสบความสำเร็จแล้ว” คำบอกเล่าของ คุณเสาว์ชัย เหลืองชูฤทธิ์ หรือ ลุงใหญ่ วัย 70 ปี เจ้าของร้าน sao.home.matcha ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ใน จ.ราชบุรี อาชีพเดิมของลุงใหญ่คือการค้าขายรองเท้ามานานเกือบ 20 ปี แต่ได้เลิกกิจการไปในช่วงหลังโควิด ทำให้เขามีเวลาว่าง ประกอบกับมีพื้นที่หน้าบ้าน จึงได้ปรับเป็นมุมให้พรรคพวก กลุ่มแอโรบิกกับโยคะ ที่ตนเองและภรรยา (ป้าไก่-วชิราวลัย เหลืองชูฤทธิ์ วัย 68 ปี) เป็นครูสอนมานาน 30 ปี ได้มานั่งสังสรรค์กัน โดยมีชา กาแฟ และขนมมาเลี้ยง แบบไม่ได้ทำเป็นการค้ามานาน 2 ปี “ความตั้งใจจริงๆ ไม่ได้กะทำเป็นการค้า แค่อยากทำให้บั้นปลายชีวิตมีความสุข มีมุมเล็กๆ ให้พรรคพวกมานั่งสังสรรค์กัน เพราะลุงกับป้าอยู่กันแค่ 2 คน แล้วไม่ชอบเที่ยว ลูกก็บอกว่า ถ้าพ่อแม่ไม่ชอบเที่ยวก็เอาบ้านนี่แหละมาสร้างความสุข ไม่ต้องเหนื่อยนั่งรถ และความสุขที่ได้มันก็คุ้มค่า ตอนหลังพรรคพวก ลูกศิษย์เห็นใจ ครูก็เปิดขายไปเลยสิ ในเมื่อพ
หากพูดถึงแบรนด์เครื่องสำอางที่มาแรงที่สุดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ชื่อของ SHEGLAM คือหนึ่งในแบรนด์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดบน TikTok และโซเชียลมีเดียทั่วโลก Key Success มีแค่ ‘คอนเทนต์ไวรัล’ และ ‘พลัง Gen Z’ จากจุดเริ่มต้นในปี 2019 ที่ทีมงานเพียง 5 คน นั่งช่วยกันระดมสมอง คิดผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางออกมาเป็น SHEGLAM แล้วเติบโตจนกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์เครื่องสำอางที่ขยายตัวเร็วที่สุดในโลก มีสินค้าจำหน่ายในกว่า 150 ประเทศ พร้อมยอดขายสุทธิแตะระดับ 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 ใช้เวลาเพียง 5 ปีเท่านั้น ไม่มีภาพลักษณ์แบรนด์ลักชัวรี ไม่ต้องดูไฮเอนด์ มีเพียงสิ่งเดียวคือ ดูดีถูกใจ Gen Z ก็พอ ถอดกุญแจความสำเร็จที่ทำให้แบรนด์สามารถเติบโตได้เร็วขนาดนี้ 1. ใช้สูตร Fast Fashion มาสร้าง Fast Beauty SHEGLAM คือแบรนด์ของประเทศจีน โดยผู้สร้างแบรนด์ SHEIN เบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์คือการนำแนวคิดแบบ SHEIN มาใช้กับธุรกิจเครื่องสำอางอย่างเต็มรูปแบบ แทนที่จะใช้เวลาพัฒนาสินค้านานหลายเดือน แต่ SHEGLAM เลือกใช้ข้อมูลจากโซเชียลมีเดีย เทรนด์ TikTok และความคิดเห็นของลูกค้า มาพัฒนาสินค้าอย่างรวดเร็ว เมื่อมีเทรนด์ไหนกำลัง
“สิ่งที่ทำให้ผมมาได้จนถึงทุกวันนี้ คือผมไม่หยุดทำแม้แต่วันเดียว กาแฟอยู่ในสมองผมตลอดเวลา” ใครจะไปรู้ว่า จากเด็กมหาวิทยาลัยที่นั่งคั่วกาแฟในกระทะใบจิ๋วอยู่หลังหอพัก จะเติบโตมาเป็นเจ้าของคาเฟ่และโรงคั่วกาแฟที่สามารถส่งเมล็ดกาแฟขายได้กว่า 4 ตันต่อเดือน นี่คือเรื่องราวของ Young Entrepreneur ไฟแรง คุณเต้ย-เฉลิมชาติ สีเขียว วัย 30 ปี เจ้าของร้าน Momento Coffee Roaster จุดเริ่มต้นจากเด็กใต้ที่ไม่ได้มีฝันยิ่งใหญ่ คุณเต้ย เล่าว่า เขาเป็นคนใต้ อำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร ชีวิตในวัยเด็กไม่ได้มีฝันที่เจาะจงว่าต้องเป็นอาชีพใด เพียงแต่ตั้งใจไว้ว่าเมื่อเรียนจบแล้วจะกลับไปหาอะไรทำที่บ้าน เนื่องจากมีสวนเกษตรอยู่แล้ว จุดพลิกผันที่ทำให้คุณเต้ยก้าวเข้าสู่วงการกาแฟเกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ในช่วงที่เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เหตุผลที่เริ่มสนใจกาแฟจริงๆ คือการที่ต้องดื่มกาแฟบ่อยๆ เพื่ออ่านหนังสือ แต่เมื่อได้ดื่มด่ำไปเรื่อยๆ ก็เกิดความอยากรู้ว่ารสชาติของกาแฟนั้นมีอะไรที่ลึกซึ้งไปกว่าที่เคยสัมผัสหรือไม่ “เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว เริ่มมีกาแฟดริป ทำให้เริ่มเห็นการคั่วขึ้นมา เ
เคยลองมองชีวิตตัวเองเป็นหน้าปัดนาฬิกาหรือไม่ หากเด็กน้อยวัยแรกเกิดคือนาฬิกาที่เพิ่งเดินผ่านเวลาเที่ยงคืนไปไม่นาน และผู้สูงวัยคือนาฬิกาที่เข็มกำลังเคลื่อนเข้าใกล้เที่ยงคืนอีกครั้ง แล้วตอนนี้ ชีวิตของคุณอยู่ที่กี่โมงแล้ว? ในช่วงเดือนมิถุนายน ที่หลายคนกำลังรู้สึกเหนื่อยล้ากับครึ่งปีที่ผ่านไป วันที่ชีวิตดูเอื่อยเฉื่อยจนไม่แน่ใจว่าตัวเองกำลังเดินหน้าอยู่หรือเปล่า มีบทความเก่า ๆ ชิ้นหนึ่งที่ชวนให้กลับมามองชีวิตด้วยสายตาใหม่เสมอ บทความนั้นมีชื่อว่า Life Is Like a Clock ของ Guthrie Chamberlain นักเขียนและนักจัดพอดแคสต์ชาวสหรัฐฯ แนวคิดของบทความเรียบง่ายมาก แต่กลับทรงพลังอย่างน่าประหลาด โดยชวนให้เราลองนำอายุของตัวเองมาเปรียบเทียบกับเวลาในนาฬิกาที่มี 24 ชั่วโมง อ้างอิงจากอายุขัยเฉลี่ยของมนุษย์ที่ประมาณ 78.4 ปี เมื่อเราย่อชีวิตทั้งชีวิตให้เหลือเพียงหนึ่งวัน จะช่วยให้เห็นบางอย่างชัดขึ้น เห็นว่าชีวิตไม่ได้ยาวนานอย่างที่คิด และเห็นว่าเวลาที่เหลืออยู่มีค่ามากเพียงใด หากคำนวณตามแนวคิดนี้ แล้วคุณล่ะ ตอนนี้นาฬิกาชีวิตกำลังบอกเวลากี่โมง คำถามนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อทำให้เรากังวลว่าเวลาที่เหลืออยู่มีน้อยเพียงใด
เมื่อพูดถึง “ขันอะลูมิเนียมลายไทย” หลายคนอาจนึกถึงของใช้ประจำบ้านในอดีต ใช้ในเทศกาลสงกรานต์ หรืองานบุญต่างๆ แต่สำหรับสองพี่น้อง คุณเฟิร์น-ธนัชชา ตั้งสุขสว่างพร และ คุณหมิว-สาริศา ตั้งสุขสว่างพร สิ่งของชิ้นนี้ไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์ที่อยู่คู่ครอบครัวมาหลายสิบปี แต่ยังเป็นมรดกที่ส่งต่อจากรุ่นอากง พวกเธอหยิบของใกล้ตัวที่หลายคนมองข้ามมาสร้างมูลค่าใหม่ ภายใต้แบรนด์ “Suchai Craft” พร้อมพิสูจน์ว่าขันอะลูมิเนียมลายไทยไปได้ไกลกว่าที่หลายคนคิด ครอบครัวของคุณเฟิร์นและคุณหมิวทำธุรกิจอะลูมิเนียมมาตั้งแต่รุ่นอากง หลังอพยพมาจากเมืองจีนตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเริ่มจากเป็นลูกจ้างในโรงงานอะลูมิเนียม สั่งสมประสบการณ์และฝีมือก่อนหันมาสร้าง “โรงงานสุชัยโลหะการ” ธุรกิจของตัวเอง อากงทดลองทำสินค้าหลากหลาย หนึ่งในนั้นคือ เครื่องหนีบผมอะลูมิเนียม ลองผิดลองถูกอยู่หลายอย่างก่อนมาลงตัวที่ขันอะลูมิเนียมลายไทย สินค้ายอดนิยมที่คนไทยใช้ตามงานบุญ เทศกาลสงกรานต์ และในชีวิตประจำวัน “พวกเราคลุกคลีกับผลิตภัณฑ์นี้มานาน รู้กระบวนการทำ กว่าจะได้หนึ่งชิ้นใช้ทั้งฝีมือคนและอุตสาหกรรมช่วยผลิต มันมีความคราฟต์ และความสวย
กำลังจะเปิดฉากอย่างเป็นทางการกับ “ฟุตบอลโลก 2026” ที่จะจัดขึ้น ณ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก อีเวนต์กีฬาระดับโลกที่เริ่มแข่งขันตั้งแต่ 11 มิถุนายน – 19 กรกฎาคม 2569 เทศกาลที่คนทั่วโลกต่างตั้งหน้าตั้งตารอคอยถึงสี่ปีกว่าจะวนมาครั้งหนึ่ง นอกจากจะได้เห็นความตื่นเต้นของเหล่าแฟนบอลแล้ว แบรนด์ต่างๆ ก็ยังตื่นตัวกับเทศกาลนี้ไม่แพ้กัน นั่นเพราะช่วงเวลาไฮซีซันได้มาถึงแล้ว แม้ในปีนี้ประเทศไทยยังไม่มีความชัดเจนเรื่องลิขสิทธ์การถ่ายทอดสด แต่เสน่ห์ของฟุตบอลโลกยังคงทรงพลังพอที่จะสร้างบรรยากาศและกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าขายให้คึกคักให้กับหลายธุรกิจได้ การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างไร รู้หรือไม่ว่า การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกนั้น ฟังดูเผินๆ อาจจะเป็นเพียงการมอบความบันเทิงให้เหล่าแฟนบอลโดยเฉพาะ แต่หากมองลึกลงไปกว่านั้นเราจะเห็นว่า ฟุตบอลโลกสามารถช่วยกระตุ้นยอดขายในหลายอุตสาหกรรมได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการรับชม การสังสรรค์ และสินค้าที่ระลึกซึ่งสร้างมูลค่าได้อย่างมหาศาล นอกจากรายได้ของผู้ประกอบการที่ถือสิทธิ์ถ่ายทอดสด อันจะได้โอกาสทางธุรกิจจากโฆษณาและการบริ
