SMEs
หลายคนอาจคิดว่าช่วงวัย 60 ปี คือช่วงเวลาของการพักผ่อนและเตรียมตัวใช้ชีวิตหลังเกษียณ แต่สำหรับ เทเรซา เบิร์นลีย์ เธอกลับมองว่านี่คือจุดเริ่มต้นครั้งใหม่ที่ทรงพลังที่สุดในชีวิต วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปอ่านเรื่องราวของ เทเรซา เบิร์นลีย์ วัย 65 ปี จากเมืองมิลฟอร์ด รัฐนิวแฮมป์เชียร์ เธอนั้นเป็นอดีตเจ้าของบริษัท Wiley Road Foods ซึ่งเป็นผู้คิดค้นและผลิตเบเกอรี่สูตรคลีนแบบ Clean-label ที่มีความแปลกใหม่ให้กับแบรนด์ดังอย่าง Trader Joe’s และ Milk Bar ก่อนที่เธอจะเริ่มต้นปั้นแบรนด์โปรตีนไบท์ หรือโปรตีนชนิดคำพอดีคำของตัวเองที่ชื่อว่า Circ เป็นธุรกิจเสริมขึ้นมาในปี 2023 ช่วงปลายปี 2024 เธอตัดสินใจอำลา Wiley Road Foods เพื่อมาลุยกับ Circ แบบเต็มตัว ปัจจุบัน Circ มีโปรตีนไบท์วางจำหน่ายถึง 6 รสชาติ โดยในปีที่ผ่านมาแบรนด์ทำรายได้สูงถึงราว 2 ล้านดอลลาร์ (ราว 67 ล้านบาท) และมีวางจำหน่ายในร้านค้าปลีกกว่า 13,000 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงร้าน Starbucks และ Walmart แรงบันดาลใจสู่ธุรกิจเสริม ในฐานะที่เธอเป็นนักวิ่ง และเป็นคุณแม่ของลูกๆ ที่เป็นนักกีฬาถึง 3 คน เธอจึงให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพและโภชน
จากปัญหาสุขภาพที่แย่ลงเพราะอายุเข้าเลข 3 ทำให้ต้องเริ่มหันมาออกกำลังกาย และใส่ใจเรื่องอาหารมากขึ้น แต่กลับพบว่า ‘อาหารคลีน’ ที่อร่อยและตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองกลับหาได้ยาก ปัญหาเหล่านี้จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์ “LifeBar” แบรนด์สลัดกระป๋อง ที่จะเข้ามาลบภาพจำเก่าๆ ของการกินสลัดผักในกล่องหรือจานเดิมๆ ให้กลายเป็นสลัดผักในรูปแบบกระป๋องที่พกพาสะดวก วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปพูดคุยกับ คุณแพร-อณัญญา ธนมนพงศกร อดีตนักเรียนเชฟ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ LifeBar ที่ปัจจุบันสามารถสร้างยอดขายได้มากกว่า 5,000 ออร์เดอร์ ภายในระยะเวลาเพียงเดือนเดียว จากปัญหาส่วนตัว สู่การเริ่มต้นธุรกิจใหม่ จุดเริ่มต้นของแบรนด์ LifeBar มาจากปัญหาที่เกิดขึ้นจริงกับตัวคุณแพร เพราะการที่เธอหันมาออกกำลังกายอย่างจริงจัง ทำให้เรื่องกินกลายเป็นหัวใจหลักในการดูแลสุขภาพราว 70-80 เปอร์เซ็นต์ แต่ปัญหาคือ ‘อาหารคลีน’ ในตลาดไม่ค่อยหลากหลาย แถมรสชาติก็ไม่ค่อยตอบโจทย์ จนเธอตั้งคำถามว่า “ทำไมออกกำลังกายมาเหนื่อยๆ ต้องมาทนกินของไม่อร่อยด้วย” ความคิดนี้จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธออยากทำเมนูที่สามารถแช่ตู้เย็นเก็บไว้กินได้ 2-3 วัน จ
ผู้เขียน ธนดล มีชัยมาตร์ สำหรับคุณ “ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ” เป้าหมายขนาดไหน ถึงจะเรียกว่าประสบความสำเร็จ 10 ล้าน 100 ล้าน หรือว่า 1,000 ล้าน? แต่ถ้าผมบอกว่า มีร้านพิซซ่าแห่งหนึ่งที่เจ้าของมองว่าตัวเองประสบความสำเร็จตั้งแต่วันแรกที่เปิดร้าน คุณจะเชื่อไหม? เพราะความสำเร็จของร้านนี้ไม่ได้วัดจากจำนวนเงินที่หาได้ แต่เป็นการได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ และนำสิ่งที่หลงใหล ทั้งอาหาร ศิลปะ และดนตรี มาสร้างเป็นร้านอาหารแห่งหนึ่ง แล้วอะไรคือความสำเร็จในแบบของเขา? “90 Grams” (ไนน์ตี้ แกรมส์ หรือ 90 กรัม) ร้านพิซซ่าในย่านสีลม โดดเด่นด้วยพิซซ่าขนาดพอดีสำหรับ 1 คน พร้อมบรรยากาศสบายๆ ที่ผสมผสานทั้งอาหาร ศิลปะ และดนตรีเข้าด้วยกัน วันนี้ “เส้นทางเศรษฐี” จะพาไปรู้จักกับเรื่องราวของ “คุณยัวส์ – ภาณุ คูหาทัสนะดีกุล” เจ้าของร้าน 90 Grams ผู้เชื่อว่าความสำเร็จของธุรกิจอาจไม่ได้วัดกันที่ว่าทำเงินได้มากแค่ไหน แต่อยู่ที่การได้ทำในสิ่งที่รัก และทำให้สิ่งนั้นอยู่ต่อไปได้ เรื่องราวของเด็กที่ “ทำทุกอย่าง” เมื่อเปิดประตูเข้าไปในร้าน สิ่งแรกที่สะดุดตาคือป้ายนีออนคำว่า “90 Grams” ก่อนสายตาจะค่อยๆ ไล่ไปตามของตกแต่งท
Drop the Needle Collective ต่อยอดประสบการณ์การทำงานสร้างสรรค์ด้านมิวสิกไลฟ์สไตล์ สู่การเปิดตัว DTNC MUSIC ยูนิตใหม่ที่พร้อมให้บริการรับออกแบบและผลิต Physical Media สำหรับศิลปิน ค่ายเพลง และแบรนด์ที่ต้องการเปลี่ยนผลงานเพลงเป็นของสะสมที่มีทั้งมูลค่าทางการตลาดและคุณค่าทางใจ จากการเดินทางตลอด 4 ปีที่ผ่านมา Drop the Needle Collective ผ่านประสบการณ์ทำงานร่วมกับศิลปิน ค่ายเพลง และแบรนด์ในหลากหลายรูปแบบ ทั้งรับผลิตอัลบั้ม สร้างคอนเทนต์ แคมเปญ อีเวนต์ รวมถึงเป็นผู้จัด Record Fest BKK เทศกาลเฉลิมฉลองวัฒนธรรมการฟังเพลงในรูปแบบที่หลากหลายและใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ศิลปิน แฟนเพลง นักสะสม ร้านค้า และผู้คนในคอมมูนิตี้ได้มาแบ่งปันช่วงเวลาดีๆ ร่วมกัน วันนี้พร้อมก้าวสู่ปีที่ 5 ด้วยการเปิดตัว DTNC MUSIC เพื่อเติมเต็มอีกหนึ่งพื้นที่ใน Music Ecosystem จากการมองเห็นการเติบโตของวัฒนธรรมดนตรีผ่าน 3 เทรนด์สำคัญ ได้แก่ 1. Analog Lifestyle การกลับมาของสื่อกายภาพ (Physical Media) เช่น แผ่นเสียง ซีดี และเทปคาสเซ็ท ที่ทำให้ผู้คนหันมาดื่มด่ำกับประสบการณ์ฟังเพลงที่ละเมียดละไมยิ่งขึ้น 2. No
ร้านอาหารส่วนใหญ่อยากให้ลูกค้าสั่งเยอะ แต่เจ้าของครัวบ้านป้าบุญกลับบอกว่า ถ้าใครอยากมาถ่ายรูป เดินเล่น พาเด็กมาวิ่งเล่นที่สนามเด็กเล่น หรือแวะเข้าห้องน้ำแล้วกลับบ้าน เขาก็ยินดี คนที่พูดประโยคนี้เรียนจบแค่ ปวส. สาขาช่างไฟฟ้า เคยเป็นลูกจ้างชั่วคราวเดินเปลี่ยนหลอดไฟในโรงพยาบาลตำรวจ และเคยนอนอาศัยอยู่ใต้ตึกโรงพยาบาลเพราะไม่มีเงินเช่าที่พัก วันนี้เขามีร้านอาหาร 7 สาขา พนักงานกว่า 1,300 คน และผ่านช่วงโควิดที่ไม่มีรายได้นานสองถึงสามปีมาได้ โดยไม่ทิ้งลูกน้อง บทสัมภาษณ์นี้ว่าด้วยเส้นทางจากช่างไฟ สู่เจ้าของร้านอาหารที่ตั้งใจให้ร้านเป็น “มากกว่าร้านอาหาร” และความเชื่อว่าธุรกิจควรเริ่มจากการให้ก่อน จากช่างไฟ สู่ลูกจ้างชั่วคราวในโรงพยาบาล คุณอำพล ยุติศรี เจ้าของป้าบุญคาเฟ่ เริ่มเล่ากับเราว่า ชีวิตของเขาสู้หลังชนฝามาตั้งแต่วัยรุ่น เขาเรียนจบเพียงวุฒิ ปวส. แล้วไปช่วยป้าขายก๋วยเตี๋ยวอยู่สองปี ขายทั้งลูกชิ้นและหอยทอด จากนั้นสมัครเป็นลูกจ้างชั่วคราวที่โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งเป็นช่วงที่เขาบอกว่าไม่มีเงินเลย ต้องอาศัยนอนอยู่ใต้ตึกโรงพยาบาล งานประจำวันคือเดินเปลี่ยนหลอดไฟใต้ตึก ต่อมาจึงย้ายไป
การถูกเลย์ออฟจากงาน อาจเป็นจุดเริ่มต้นของ “เส้นทางใหม่” ทำให้เราได้ค้นพบสกิลที่ไม่เคยรู้ว่ามี และเติบโตไกลกว่าที่คิด เรื่องราวของ คุณแบม-วศินี อินทรีย์ทอง วัย 25 ปี จากผู้ดูแลนิทรรศการศิลปะ ที่วันหนึ่งต้องออกจากงานประจำ ก่อนพลิกวิกฤตเป็นโอกาส เปิดร้าน Babunok Tea Bar (บาบุนก ที บาร์) ร้านลับย่านบางกรวย ที่ซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ ใกล้วัดชลอ ด้วยการหยิบ “ชาใต้” จากบ้านเกิดของแม่มาเป็นจุดขาย ผสมไอเดียบาร์อิฐบล็อก ที่ลูกค้าชมว่าเท่ ผ่านคอนเทนต์ที่ทำอย่างสม่ำเสมอจนกลายเป็นไวรัล สร้างยอดขายเฉลี่ยเดือนละพันกว่าแก้ว ในคอลัมน์ Entrepreneur เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปพูดคุยกับเจ้าของร้านบาบุนก ที บาร์ ถึงแนวคิดการเปิดร้านนี้ เปิดคาเฟ่หน้าบ้าน หลังถูกเลย์ออฟ คุณแบมเคยทำงานเป็น Project Manager หรือผู้ดูแลนิทรรศการศิลปะให้กับแกลลอรี่แห่งหนึ่งที่เปิดมาได้เพียง 1 ปี ก่อนชีวิตจะสะดุดลงอย่างกะทันหัน เมื่อเธอถูกเลย์ออฟในวัยเพียง 24 ปี แม้จะได้รับเงินชดเชยตามกฎหมาย ซึ่งเพียงพอต่อการใช้ชีวิตในช่วงนั้น แต่ด้วยความไม่อยากทิ้งเวลาให้ยืดยาวและสูญเปล่า เธอจึงเริ่มต้นสมัครงานใหม่ เพื่อหารายได้มาจ
HER HYNESS (เฮอ ไฮเนส) แบรนด์คลีนบิวตี้ระดับพรีเมียมแมสหนึ่งเดียวในตลาด T-Beauty ตอกย้ำความสำเร็จในฐานะผู้นำอันดับ 1 ในตลาดมาส์กและโทนเนอร์แพดต่อเนื่อง 4 ปีซ้อน เผยกลยุทธ์สำคัญ “The Science & Soul Behind No. 1 MASK & TONER PAD” เบื้องหลังวิธีคิดการพัฒนานวัตกรรม ตั้งแต่การแจ้งเกิด “BLACK MASK” มาส์กดำแบรนด์แรกในไทยเมื่อปี 2020 สู่การขยายจักรวาลมาส์กและโทนเนอร์แพดจนกวาดยอดขายทะลุ 27 ล้านชิ้น พร้อมเปิดตัว “ปอนด์-ณราวิชญ์ เลิศรัตน์โกสุมภ์” ในฐานะ Brand Ambassador ในกลุ่มผลิตภัณฑ์มาส์กและโทนเนอร์แพด เพื่อขยายกลุ่มเป้าหมายไปสู่ Unisex ดันยอดขายพอร์ตฟอลิโอกลุ่มผลิตภัณฑ์มาส์กและโทนเนอร์แพดอีก 20% และมุ่งหน้าสู่เป้าหมายยอดขายรวม 2,000 ล้านบาทในปี 2026 จุดเริ่มต้น “BLACK MASK” มาส์กดำแบรนด์แรก คุณกัญญฉัชฌ์ เลิศธนไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการ HER HYNESS เล่าว่า ในช่วงก่อนปี 2020 ตลาดส่วนใหญ่นิยมมาส์กหน้าราคา 39–49 บาท เพราะผู้บริโภคมองว่ามาส์กเป็นเพียงสินค้าราคาถูกที่ไม่จำเป็น และในยุคนั้นยังไม่มีใครพูดถึง ‘เทคโนโลยี’ ของแผ่นมาส์ก ส่วนใหญ่จะเน้นแข่งกันที่สูตรเซรั่มเป็นหลัก HER HYNESS จึงกลายเป
หากย้อนเวลากลับไปในวัยเด็ก ภาพของขนมขบเคี้ยวซองละ 5 บาทที่แถมของเล่นชิ้นเล็กๆ ถือเป็นความสุขที่หาได้ง่ายที่สุดของเด็กยุค 90s และหนึ่งในผู้บุกเบิกตลาดนี้ที่ทุกคนคุ้นเคยเป็นอย่างดีก็คือ Big One Group แต่การเดินทางของแบรนด์ขนมในตำนานไม่ได้หยุดอยู่แค่ความทรงจำในอดีต ท่ามกลางวิกฤต การเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย และการส่งต่อธุรกิจจากรุ่นสู่รุ่น วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณหมิว – ปวิตรา ทัศวิชัย CEO ของ Big One Group ที่เข้ามาบริหารและพาบริษัทก้าวผ่านจุดที่ท้าทายที่สุด จนสามารถสร้างยอดขายทะลุพันล้านบาท จากขนมแถมของเล่นซอง 5 บาท “โปรดักต์แรกและแบรนด์แรกของ Big One Group จริงๆ คือ ข้าวโพดอบกรอบ Bigga ที่เป็นซองสีน้ำตาล แล้วก็ขนมช็อกโกแลตเป็นรูปข้อ อันนั้นเป็นออริจินัล ที่ทุกวันนี้ยังขายอยู่” คุณหมิวเล่าถึงจุดเริ่มต้นของแบรนด์ ในรุ่นของคุณพ่อซึ่งเป็นรุ่นแรก ซึ่งถือเป็นยุคที่สร้างชื่อเสียงให้ Big One อย่างมาก ยุคนั้นคือยุคของขนมซอง 5 บาท ที่แถมของเล่นเล็กๆ 1 ชิ้น ซึ่ง Big One ก็เป็นหนึ่งในเจ้าแรกๆ ที่ทำธุรกิจลักษณะนี้ คุณหมิวเล่า “เมื่อก่อนขนม 5 บาท ได้ฟิกเกอร์เป็นตัวเลย ตอ
ยุคนี้เทรนด์ Pet Humanization หรือการเลี้ยงสัตว์เป็นเหมือนลูกกลายเป็นกระแสที่มองไปทางไหนก็เจอ แต่เบื้องหลังความน่ารัก ภาพความจริงกลับตามมาด้วยค่าใช้จ่ายที่ไม่น้อยเลยทีเดียว ทั้งค่าอาหาร ค่าวัคซีน ค่าของใช้จิปาถะ ซึ่งตกเดือนละ 1,500-3,000 บาทเป็นอย่างต่ำ ยังไม่รวมถึงข้อจำกัดเรื่องเวลาและสถานที่พักอาศัย ความนิยมในการเลี้ยงสัตว์ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยังสะท้อนผ่านภาพรวม ตลาดส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยในปี 2569 ที่คาดการณ์มูลค่าสูงถึงประมาณ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9.96 หมื่นล้านบาท) เติบโตขึ้น 5-6% จากปีก่อนหน้า ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า อุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงตระหนักถึงกำลังซื้อที่มหาศาลของผู้บริโภค ทว่าในมุมของผู้บริโภคเอง โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่และวัยทำงานที่เจอความเครียดรอบตัว สัตว์เลี้ยงที่เคยคิดว่าจะเป็นที่พักใจ กลับกลายเป็น “ภาระระยะยาว” ที่ไม่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ แต่ในเมื่อใจยังต้องการความน่ารักมาช่วยฮีลใจในวันที่เหนื่อยล้า ทางออกสุดสร้างสรรค์จึงเกิดขึ้นจนกลายเป็นเทรนด์ฮิตบนโลกโซเชียลอย่าง “Pet Balloon” ทำความรู้จัก Pet Balloon สัตว์เลี้ยงลูกโป่ง Pet Balloon คือลูกโป่งฟอยล์รูปส
จากความชอบซื้อของที่ระลึกเวลาเดินทาง สู่ไอเดียอยากทำของฝากที่พาคนกลับไปรู้จักเสน่ห์ของแต่ละย่านในประเทศไทยมากขึ้น สองผู้ก่อตั้งจึงหยิบ “โปสการ์ด” ของที่ระลึกสุดคลาสสิก มาปรับให้สนุกและเข้าถึงคนรุ่นใหม่ ด้วยการเปลี่ยนจากการหยิบซื้อธรรมดาๆ เป็น “ตู้สุ่มมินิโปสการ์ด” วางตามย่านต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ลุ้นและสะสมโปสการ์ดที่วาดด้วยศิลปินไทยในลวดลายไม่ซ้ำกันในแต่ละย่าน ด้วยความตั้งใจอยากให้ย่านในประเทศไทยได้รับความนิยมมากขึ้น ให้นักท่องเที่ยวได้ของที่ระลึกกลับไปนอกจากแค่รูปภาพในโทรศัพท์ เรื่องราว AROUNDTOWN บอกเล่าโดยสองผู้ก่อตั้ง หม่อน-พจนินท์ อร่ามวัฒนกุล และ จีน-บัณฑิตา เงาศุภธน วัย 23 ปี จุดเริ่ม “ตู้สุ่มมินิโปสการ์ด” ทุกครั้งที่ออกไปเที่ยวจีนและหม่อนจะชอบซื้อของที่ระลึก เช่น แม่เหล็กติดตู้เย็น หรือโปสการ์ดกลับมาทุกครั้ง ทั้งสองจึงนำความชอบมาเป็นไอเดียธุรกิจ เพราะอยากให้ประเทศไทยมีของที่ระลึกน่ารักๆ ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้ซื้อกลับบ้าน พร้อมทั้งอยากนำเสนอมุมอื่นๆ ของไทยให้นักท่องเที่ยวรับรู้ว่าไม่ได้มีเพียงแค่แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง แต่หากมองลึกลงไปตามย่านล้วนมีความพิเศษแล
