SMEs
จากฟรีแลนซ์สายโปรดักชัน ที่ทำเองทุกอย่างตั้งแต่ครีเอทีฟ ถ่ายทำ และตัดต่อ สู่การผันตัวมาเป็นแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวไก่ ที่ขายเพียงชามละ 25 บาท วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปพูดคุยกับ คุณซอมพอ-ปาลิตา ชาลีพจน์ เจ้าของร้าน “ความลับของก๋วยเตี๋ยว” ร้านก๋วยเตี๋ยวไก่เทสต์ดี ในเชียงใหม่ ที่หากใครเคยไถฟีดในติ๊กต็อกอาจจะเคยเห็นคลิปเท่ๆ ที่มีควันก๋วยเตี๋ยวลอยอยู่ ประกอบกับเพลงสุดเพราะที่ช่วยเพิ่มดาเมจความเทสต์ดีของคลิป โดยเป็นร้านที่เกิดจากความชอบและมีการพัฒนาสูตรจนถูกปาก ต่อมาได้สร้างคอนเทนต์สุดครีเอทีฟ ด้วยการตั้งกล้องถ่ายและเซตติ้ง ร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ เป็นเหมือนคลับดีเจ ที่เมิกซ์เพลงเทสต์ดี ดึงดูดความน่าสนใจและความต่างจากร้านก๋วยเตี๋ยวทั่วไป จนสามารถสร้างยอดขายพุ่งเกิน 400 ถ้วยต่อวัน จากงานโปรดักชันสู่แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวไก่ แม้ว่าเธอจะเรียนจบนิเทศศาสตร์ สาขาการแสดง แต่งานที่ทำนั้นจะเกี่ยวกับด้านโปรดักชัน ที่เป็น One Man Production ทำทุกอย่างด้วยตัวเองทั้งหมด ตั้งแต่ครีเอทีฟ ถ่ายทำ ไปจนถึงตัดต่อ “จุดเริ่มต้นจากอยากเปลี่ยนงาน พอทำงานโปรดักชันมาพักใหญ่ ก็รู้สึกว่าเราคงไม่สามารถทำงานนี้ไปได้ตลอ
เปลี่ยนทุกก้าวเดิน ให้กลายเป็นวีลแชร์ เพื่อผู้ป่วยและผู้สูงอายุ ในโครงการป่วยให้ยืม มูลนิธิกระจกเงา วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะมาแนะนำแคมเปญ Walk More, Give More 2026 จัดโดยเนสท์เล่ Nestlé Thailand ชวนบุคคลทั่วไปเข้าร่วมกิจกรรมสะสมก้าวเดินเพื่อบริจาค Wheelchair 200 คัน โดยทุกๆ 10 ล้านก้าว = วีลแชร์ 1 คัน เพื่อให้ครอบครัวผู้ป่วยยืมใช้ฟรี ขั้นตอนการเข้าร่วมกิจกรรม 1. เพิ่มเพื่อนใน LINE: @NestleThailand หรือกดลิงก์ https://nes.tl/TH_CORP_WMGMRegisterLine_LINE082026 2. เลือกเมนู “สะสมก้าว” แล้วสมัครสมาชิก 3. ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Good Life Tracker 4. กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน เพียงเท่านี้ก็สามารถร่วมสะสมก้าวเดินเพื่อเปลี่ยนเป็น วีลแชร์ได้ง่ายๆ โดยระยะเวลาสะสมก้าวในโครงการ ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม – 26 กันยายน 2569 แล้ววีลแชร์จำนวนหนึ่งจะถูกส่งต่อมาที่โครงการป่วยให้ยืมมูลนิธิกระจกเงา นอกจากนี้ ยังสามารถเปลี่ยนเป็นคะแนนสะสม เพื่อรับของรางวัลจากแคมเปญได้อีกด้วย สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : https://nestle.thgoodlife.com/faq/
จากลูกจ้างชั่วคราว นอนใต้ถุนโรงพยาบาล สู่เจ้าของ “ป้าบุญคาเฟ่” 7 สาขา รายได้ 500 ล้านธุรกิจที่เริ่มจากเงินเก็บก้อนเล็ก ๆ และที่ดินของ “ป้าบุญ” ที่ไม่คิดค่าเช่า.ผ่านวิกฤตโควิดโดยไม่ทิ้งลูกน้อง 500 คน จนวันนี้มีพนักงานกว่า 1,300 คน“ทำธุรกิจแบบบ้าน ๆ ใช้ใจบริหาร” เพราะเชื่อว่าให้ใจกับลูกค้าก่อน แล้วธุรกิจจะเติบโตตามมา.ดูคลิปเต็มได้แล้ว | จุดเริ่มเจ็บ
บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP เจ้าของเครื่องดื่มชูกำลังเบอร์ 1 ของไทยอย่าง M-150 เดินหน้าฉลองครบรอบ 135 ปี พร้อมเปิดฐานการผลิตหลักที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชูแนวคิด “System Behind the Growth” ตอกย้ำกลยุทธ์เบื้องหลังการเติบโตที่ผสานการผลิต ซัพพลายเชน เทคโนโลยี บุคลากร และความยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกัน ยืนยันเป้าหมายรายได้ปีนี้ยังอยู่ในระดับ Mid-Single Digit หากไม่มีสถานการณ์สงครามรุนแรงเพิ่มเติมในช่วง 4 เดือนที่เหลือ พอร์ตโฟลิโอ 3 กลุ่มหลัก เครื่องดื่มยังเป็นเสาหลักรายได้ 80% ปัจจุบันโอสถสภาแบ่งพอร์ตผลิตภัณฑ์ออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเครื่องดื่ม (M-150, ลิโพ, ซี-วิท, คาลพิส แลคโตะ, เปปทีน, โสมอินซัม, ฉลามขาว, เอ็ม-สปอร์ต, วันเดย์ วิตามิน, แฮงค์สเตอร์) กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล (เบบี้มายด์, ทเวลฟ์ พลัส, เอ็กซิท) และกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและลูกอม (โอลตี้, แบนเนอร์, ตรากิเลน) โดยกลุ่มเครื่องดื่มยังคงครองสัดส่วนรายได้ราว 80% ของทั้งบริษัท และสินค้าหลักภายใต้แบรนด์ M-150 ยังคงเป็น Core Product ที่บริษัทให้น้ำหนักการต่อยอดนวัตกรรมใหม่มากที่สุด ด้านสัดส่วนรายได้ในประเทศ
เราอาจคุ้นเคยกับ “ใบเตย” วัตถุดิบคู่ครัวไทยที่มักถูกนำมาใช้ปรุงขนมหวานหลากหลายชนิด แต่รู้หรือไม่ว่า ใบเตยสีเขียว มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ สามารถนำมาต่อยอดได้มากกว่านั้น เมื่อ ปิ่น – จินดาภัทร สินธวัชต์ และ โบว์ – พิมพ์ลดา นามพิชญ์ธนสิน สองสาวผู้หลงรักใบเตย นำวัตถุดิบใกล้ตัวมาพัฒนาเป็นเมนูใหม่ จากวัตถุดิบขนมไทยบ้านๆ สู่คาเฟ่ใบเตยสเปเชียลตี้ “Panland Cafe” หรือออกเสียงแบบไทยๆ ว่า “แป้นแล้น” ขายเมนูใบเตยโมเดิร์น อย่าง Pure Pandan Matcha (มัทฉะใบเตย), Pandan Genmai Latte (นมใบเตยหอมข้าวคั่ว) หรือ Pandan Jasmine (ชามะลิใบเตย) และอีกมากมาย และเป็นได้มากกว่าเครื่องดื่ม คือ น้ำหอม โดยโบว์และปิ่นเล่าที่มาของการพัฒนาใบเตย พร้อมพาไปรู้จัก แป้นแล้น คาเฟ่ให้มากขึ้น จุดเริ่มต้น แป้นแล้น คาเฟ่ ปิ่นเรียนจบนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เธอทำงานหลากหลายด้าน ทั้ง Legal Consultant ให้บริษัท Law firm, Business Development ให้กับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซและโซเชียลมีเดียมากมาย ทั้ง Shopee, LINE และ TikTok และ Marketing & Partnership ให้กับศิลปินทั้งในค่ายเพลงและศิลปินอิสระ ส่วน
ทุกคนจะเสียชีวิตในห้องผู้ป่วยแบบเงียบๆ เหงาๆ เข็นออกไปอย่างเงียบงัน ในขณะที่ญาติของเขาในวันนั้นจำโมเมนต์เหล่านั้นได้ขึ้นใจ Painpoint แรกที่ “อัครพล เอื้ออารักษ์” ได้สัมผัสในวันสูญเสียคนใกล้ตัว นำมาสู่การก่อตั้งโรงพยาบาลวันเวลา อินเตอร์เนชั่นแนล ภาพเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับใครก็ตามที่เคยเดินเข้าไปในโรงพยาบาลในวันที่คนใกล้ตัวกำลังจะจากไป และมันคือภาพที่ “อัครพล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลวันเวลา อินเตอร์เนชั่นแนล เคยเผชิญมาด้วยตัวเอง ในวันที่ต้องสูญเสียคนใกล้ตัวไป เขาสังเกตเห็นบางอย่างที่ค้างคาใจ นั่นคือโรงพยาบาลทั่วไปยังให้ความสำคัญกับการรักษาเป็นหลัก แต่กลับไม่มีพื้นที่มากพอสำหรับการดูแลความรู้สึกของผู้ป่วยในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต คนไข้จำนวนไม่น้อยจากไปอย่างเงียบเชียบ โดยไม่มีใครถามว่า พวกเขาอยากใช้วันเวลาสุดท้ายแบบไหน คำถามที่ค้างคาในใจนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว เพราะอัครพลคลุกคลีอยู่กับโรงพยาบาลมาเกือบ 20 ปี ในฐานะผู้บริหารธุรกิจด้านการออกแบบและก่อสร้างสถานพยาบาล เขาเห็นโรงพยาบาลมาตั้งแต่เป็นพื้นที่ว่างเปล่า เห็นการวางผัง การออกแบบ การก่อสร้าง ไปจนถึงการจั
ท่ามกลางกระแสข่าวเศรษฐกิจการท่องเที่ยวไทยที่ซบเซาต่อเนื่อง ไม่ว่าจะด้วยเรื่องความปลอดภัย หรือค่าครองชีพที่สูงขึ้นจนทำให้นักท่องเที่ยวบางกลุ่มเลือกไปประเทศอื่นแทน แม้แต่โชว์ระดับตำนานของเมืองพัทยาอย่าง “ทิฟฟานี่โชว์” (Tiffany’s Show) ก็ไม่อาจรอดพ้นแรงกระเพื่อมนี้ไปได้ เราได้พูดคุยกับผู้บริหารของทิฟฟานี่โชว์ ถึงสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้น พร้อมมุมมองว่าธุรกิจนี้ต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อความอยู่รอด ย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน ทิฟฟานี่โชว์เคยพึ่งพา “กรุ๊ปทัวร์” เป็นหลัก เหมือนธุรกิจท่องเที่ยวไทยส่วนใหญ่ในยุคนั้น แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อผู้บริหารเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า ถ้าวันหนึ่งเกิดปัญหากับเอเย่นต์ทัวร์ขึ้นมา ธุรกิจจะรับมืออย่างไร ในเมื่อชะตากรรมทั้งหมดผูกติดอยู่กับคนกลาง นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทิฟฟานี่โชว์เริ่มมองไปที่โมเดลการท่องเที่ยวต่างประเทศ และพบว่าคุณค่าที่แท้จริงของโชว์คือความไม่เหมือนใครในโลก และการผลิตโชว์ใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง จึงตัดสินใจปรับกลยุทธ์ทั้งหมด หันไปจับกลุ่มนักท่องเที่ยวแบบ FIT (Free Independent Traveler
“ทุกคืนจะนอนข้างโทรศัพท์สองเครื่องและแล็ปท็อปหนึ่งเครื่อง โดยเปิดเสียงดังสุด เพื่อจะได้ยินสายเรียกเข้าจากลูกค้าได้ตลอดเวลา” วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปอ่านเรื่องราวของ ซาฮาร์ โยนา หญิงสาววัย 27 ปี ที่เป็นช่างทำกุญแจแบบครบวงจร สำหรับบ้านและอาคารพาณิชย์ ที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และกลายเป็นไวรัลในชั่วข้ามคืนจากคลิปเดียว ธุรกิจนี้มีชื่อว่า Locksmith Girl of NYC ซึ่งเปิดตัวในเดือนกรกฎาคม 2025 โดยเธอบอกว่าเธอนั้นต้องการที่สร้างรายได้และขยายฐานลูกค้าให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จุดเริ่มต้นจากคลิปไวรัล เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ในช่วงที่ธุรกิจกำลังเงียบเหงากลับมีจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ชื่อของเธอกลายเป็นที่รู้จัก นั่นคือการที่เธอตัดสินใจโพสต์คลิปลงบน TikTok เป็นคอนเทนต์ที่แนะนำให้ผู้หญิงในนิวยอร์กโทร.หาเธอ หากรู้สึกไม่ปลอดภัยหรือกังวลที่จะต้องเรียกช่างกุญแจผู้ชายมาสะเดาะลูกกุญแจที่บ้านในยามค่ำคืน ซึ่งเรียกได้ว่าคลิปได้กลายเป็นไวรัลจนมียอดเข้าชมสูงกว่า 600,000 ครั้ง และได้เปลี่ยนชีวิตเธอไปทันที เพราะจากเดิมที่มีงานประปราย กลายมาเป็นมีลูกค้าติดต่อเข้ามาแน่นขนัดถึง 60 งานต่อสัปดาห์ โดยม
อายุเพียง 18 ปี แต่กลับสร้างรายได้เข้ากระเป๋าเดือนละ 10 ล้านบาท ด้วยเครื่องพิมพ์ 3D เพียงเครื่องเดียว เรื่องราวต่อไปนี้ เป็นเรื่องราวของ Young Entrepreneur อย่าง ไมเคิล แซตเทอร์ลี (Michael Satterlee) อายุ 18 ปี ที่ได้สร้าง ธุรกิจ E-commerce จากการขายสินค้า จนได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วบนโลกออนไลน์ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ไมเคิล แซตเทอร์ลี (Michael Satterlee) ได้โพสต์วิดีโอตอนที่เขากำลังกระดกน้ำอัดลมจาก “ที่ใส่กระป๋องรุ่นแท็กทิคัล” ของเขา ซึ่งคล้ายกับปลอกใส่กันเย็นทั่วไปแต่ให้ความรู้สึกที่สนุกกว่า เพราะเมื่อเขาดื่มกระป๋องแรกหมด เขาจะกระแทกที่ใส่กระป๋องลงบนกระป๋องใหม่ทันที ทำให้กระป๋องเก่ากระเด็นพุ่งออกมาเหมือนกับการคัดปลอกกระสุนปืน แล้วเขาก็เริ่มดื่มกระป๋องที่สองต่อได้เลย วิดีโอนี้กลายเป็นไวรัลถล่มทลายด้วยยอดวิวมากกว่า 50 ล้านครั้งบน Instagram https://www.instagram.com/reel/DOKTNtPDHYm/?igsh=MXZmYzB2NjZ2aXlpag== เมื่อถูกถามว่าทำไมมันถึงกลายเป็นกระแสไวรัลขนาดนี้ ไมเคิลมองว่ามันคือความแปลกใหม่ที่คนไม่เคยเห็นมาก่อน และกระแสนี้เองที่ส่งผลให้ธุรกิจ “Cruise Cup” ของเขาเติบโตอย่างก้าวกระโ
จากร้านขายปืนที่เปิดมานาน 30 – 40 ปี สู่ร้านขนมปัง “Mommy’s Magic BKK” เมื่อไม่สามารถนำเข้าปืนได้ รุ่นลูกจึงปรับพื้นที่เดิมให้กลายเป็นร้านเบเกอรี่ที่สร้างกิมมิก “คนขายปืนมาขายขนมปัง” ขณะเดียวกันก็ให้พนักงานร้านปืนได้ฝึกทำขนมและมีงานทำต่อ วินนี่ – วิลาสินี กรรณิกา วัย 30 ปี เล่าที่มาของการเปลี่ยนร้านปืนเป็นร้านขนมปัง พร้อมพาไปรู้จัก “ซาวร์โดว์ซีอิ๊ว” เมนูคอลแลปกับโรงซีอิ๊ว จังหวัดยะลา จุดเริ่มร้านปืนสู่ร้านปัง Mommy’s Magic BKK คือร้านขนมปังในร้านขายปืน ตั้งอยู่บนถนนอุณากรรณ ย่านวังบูรพา ชื่อว่า “ปืนสุชาติและเพื่อน” ธุรกิจที่ดำเนินมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ ยาวนาน 30 – 40 ปี จนเมื่อช่วง 3 ปีที่ผ่านมาไม่สามารถนำเข้าปืนได้ รุ่นลูกจึงหันมาเปิดโรงเรียนสอนทำขนมปังแถวโลตัสพระราม 4 สอนเบเกอรี่หลากหลาย ทั้ง เค้ก ชิโอะปัง ซาวร์โดว์ เป็นต้น พร้อมเปลี่ยนร้านปืนเป็นร้านขนมปังได้ปีกว่า โดย 3 คนพี่น้องช่วยกันดูแล คือ วันวิสา ตั้งมนสิการกุล ดูแลการเงินและบัญชี, วารินทร บุณยะชัย พัฒนาสูตร และวินนี่ ดูภาพรวมและการตลาดทั้งหมด วินนี่แชร์ให้ฟังว่า “โลเคชันร้านปืนดีมาก ใกล้รถไฟใ
