SMEs
จากเดิมที่ขายสตรอว์เบอร์รีและแอปเปิลแพ็กเป็นหลัก แต่เมื่อผลไม้ตามฤดูกาลหมด ร้านก็แทบไม่มีสินค้าให้ขาย ทำให้ “เจ้จินดา แซ่หลู่” วัย 57 ปี ต้องมองหาทางรอดใหม่ให้ธุรกิจ จนตัดสินใจหันมาลองขาย “อะโวคาโด” ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อกระแสรักสุขภาพเริ่มเติบโต ผู้บริโภครู้จักอะโวคาโดมากขึ้น และความต้องการในตลาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เจ้จินดาเล่าให้ฟังว่า ปัญหาคือสตรอว์เบอร์รีเป็นผลไม้ตามฤดูกาล มีขายเพียงช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคมเท่านั้น เมื่อหมดฤดูร้านก็แทบไม่มีอะไรจะขาย “พอหมดสตรอว์เบอร์รีก็ไม่รู้จะขายอะไร เลยลองหาอะโวคาโดมาขาย เพราะช่วงโควิดคนเริ่มหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพ” ซึ่งอะโวคาโดล็อตแรกที่นำมาขาย ขายดีอย่างเห็นได้ชัด จากการที่ลูกค้าเข้ามาเดินตลาดสี่มุมเมือง จากวันแรกจนถึงวันนี้ ความเปลี่ยนแปลงที่ชัดที่สุดคือ คนรู้จักอะโวคาโดมากขึ้น กลุ่มลูกค้าขยายจากคนซื้อไปทานเองไปสู่ร้านค้าหลากหลายประเภท “ทุกวันนี้คนหันมาดูแลสุขภาพกันเยอะ ร้านน้ำปั่น ร้านสลัดก็ใช้กันเยอะ ร้านไอศกรีมบางเจ้าก็เอาไปทำไอศกรีมเพื่อสุขภาพ” ปัจจุบันกลุ่มลูกค้าหลักของร้านจึงเป็นร้านน้ำปั่น ร้านสลัด แล
หากใครเคยขับรถผ่านย่านบางพลี แล้วสะดุดตากับอาคารสไตล์ Industrial เท่ๆ ที่เปิดไฟสว่างไสวตลอด 24 ชั่วโมง มีทั้งที่พัก ดนตรี กีฬา ศิลปะ และมีตลาดนัดคึกคักที่เปิดให้แม่ค้าพ่อค้ามาวางขายของกันฟรีๆ สถานที่แห่งนั้นคือ “Letana Hotel & Restaurant 24 Hrs” อาณาจักรที่เกิดจากหยาดเหงื่อ ความชื่นชอบ และหัวใจที่อยากส่งต่อประโยชน์คืนสู่สังคมของ“คุณนัท – กิตติพันธ์ ลี้ศัตรูพ่าย” หรือที่ทุกคนรู้จักกันในนาม “นัท เลอทาน่า” เริ่มจากธุรกิจรับซื้อของเก่า ก่อนจะมาเป็นเจ้าของอาณาจักรเลอทาน่า คุณนัทเล่าย้อนกลับไปในช่วงวัยเด็กว่า เขาเติบโตมาในครอบครัวที่รับซื้อของเก่า ซึ่งภาพจำในวัยเด็กคือความรู้สึกอายเพื่อน เวลาที่พ่อแม่ขับรถกระบะหลังคาสูง ขนกระดาษ ขนเหล็ก ไปส่งที่โรงเรียน แต่เมื่อโตขึ้นเขาก็เริ่มเข้าใจในสิ่งที่พ่อแม่ทำว่า “ทำไปเพราะมันได้เงิน!” เมื่ออายุได้ 18 ปี คุณนัทเริ่มออกหาของเก่ามาให้พ่อแม่ขาย จนเริ่มมีรายได้เลี้ยงตัวเองเดือนละหลายหมื่น กระทั่งอายุราว 23–24 ปี เขาเริ่มมองเห็นโอกาสในธุรกิจ “โรงงานรีไซเคิลเศษแก้ว” ที่ในสมัยนั้นมีผู้เล่นเพียงไม่กี่เจ้า “มันไม่ได้มาง่ายๆ เพราะเราไม่ได้มีต้นท
หากพูดถึง “บางแสน” ในอดีตเราอาจนึกภาพ “บังกะโลบางแสน” ที่พักยอดฮิตของนักท่องเที่ยว แต่วันนี้ภาพของบางแสนกำลังเปลี่ยนไป เห็นได้จากโรงแรมที่พักที่เริ่มมีคอนเซ็ปต์ มีสไตล์และมีขนาดใหญ่มากขึ้น เพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ หนึ่งในนั้นคือ “Zuwala Hotel” (ซูวาลา) ธุรกิจโรงแรมของคู่รัก “ปิง-วราภรณ์ สุขกำเนิด และ เอ้-ศุภกร ไชยรงศรี” ที่มียอดเข้าพักเฉลี่ย 60-70% ตลอดทั้งปี จากความชอบสู่โรงแรมซูวาลา ก่อนมาเป็นเจ้าของโรงแรม ปิงและเอ้ไม่ได้อยู่ในสายธุรกิจนี้ตั้งแต่แรก หลังเรียนจบมหาวิทยาลัยบูรพาเธอเข้าทำงานในตำแหน่งวิศวกรฝ่ายขายเพราะเรียนจบด้านวิศวกรรมไฟฟ้า ขณะที่เอ้เรียนจบด้านดนตรีและวัฒนธรรม จึงทำงานในด้าน Acoustic กระทั่งปิงได้ “ค้นพบความชอบ” หลังจากซื้อคอนโดมารีโนเวทเพื่ออยู่อาศัยเอง เธอรู้สึกสนุกที่ได้ใส่ไอเดียและตกแต่งห้อง จึงเริ่ม “ซื้อคอนโดเก่ามารีโนทเพื่อปล่อยเช่า” เป็นโปรเจ็กต์ที่สอง ก่อนต่อยอดไปสู่ธุรกิจโฮสเทล “ผลตอบรับดีเกินคาด แค่ 1 วันมีคนติดต่อเช่าแล้ว ก็น่าจะทำขาย เลยไปซื้อบ้านเก่ามารีโนเวท ขายได้ภายใน 1 เดือน คิดว่าเราไม่อยากทำอสังหาฯ แบบซื้อมาขายไปแล้ว อยากสร้าง Passive Incom
เรื่องราวของคู่รัก Michelle Platt และ Brian Platt วัย 50 ต้นๆ เจ้าของแบรนด์ “Jam Packd Jams” แยมผลไม้ที่สร้างรายได้เสริมกว่า 3 หมื่นบาทต่อวัน จุดเริ่มต้นของแยมผลไม้ Jam Packd Jams Michelle เคยเป็นนักเขียนบล็อกสายสุขภาพมานาน 9 ปี ปัจจุบันเธอเป็นผู้อำนวยการวิทยาเขตของโรงเรียนเอกชน ส่วน Brian ทำงานในวงการโฆษณามานานกว่า 30 ปี และตอนนี้รับงานฟรีแลนซ์ด้านโฆษณาไปพร้อมกับสร้างแบรนด์ Jam Packd Jams จุดเริ่มของแบรนด์นี้มาจาก Michelle เธอกลับจากงานสัมมนา พร้อมไอเดียอยากสร้างผลิตภัณฑ์สายสุขภาพ ก่อนระดมความคิดร่วมกับสามี เขาเสนอว่าให้ทำ “แยม” ขาย เพราะแยมที่ครอบครัวชอบกินยังหวานเกินไป ใส่น้ำตาลเยอะ และไม่ค่อยมีคุณค่าทางโภชนาการ พวกเขาจึงอยากทำแยมผลไม้ที่อัดแน่นไปด้วยผลไม้ออร์แกนิก ไม่ใส่น้ำตาล มีโปรตีนคอลลาเจน ไฟเบอร์พรีไบโอติก และสารอาหารอื่นๆ ก่อนใช้เงิน 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบ 7 แสนบาทไปกับการสร้างธุรกิจ ตั้งแต่การสร้างเว็บไซต์ ออกแบบโลโก้และบรรจุภัณฑ์ จดเครื่องหมายการค้า การ R&D ผลิตภัณฑ์ โดยขอความช่วยเหลือจากนักวิทยาศาสตร์ด้านอาหารมาช่วยพัฒนาเพื่อให้ได้สูตรแบบที่ตั้งใจไว้&nbs
ผลสำรวจของธนาคารเอกชนชั้นนำจากสวิตเซอร์แลนด์ Julius Baer ได้เผยแพร่ดัชนีชี้วัดค่าครองชีพสำหรับกลุ่มผู้มีมั่งคั่งสูง (HNWIs) ประจำปี 2569 โดยคำนวณจากราคาของสินค้าและบริการระดับไฮเอนด์ 20 ประเภท ใน 25 เมืองใหญ่ทั่วโลก พบว่าภาพรวมค่าใช้จ่ายไลฟ์สไตล์หรูหราทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นเฉลี่ย 10.2% ทั้งนี้ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงครองแชมป์ศูนย์กลางความมั่งคั่ง โดยมีเมืองที่ติดทำเนียบ TOP 10 ถึง 5 แห่ง นำโดย “สิงคโปร์” 10 อันดับเมืองที่มีค่าครองชีพหรูหราแพงที่สุดในโลก ประจำปี 2569 1.สิงคโปร์ ครองแชมป์ปีที่ 4 ติดต่อกัน จากค่าอสังหาริมทรัพย์ รถยนต์ และเงินดอลลาร์สิงคโปร์ที่แข็งค่า 2.ซูริก, สวิตเซอร์แลนด์ ศูนย์กลางการเงินยุโรป 3.โมนาโก ดินแดนแห่งมหาเศรษฐี 4.ฮ่องกง ศูนย์กลางความมั่งคั่งของเอเชีย 5.ลอนดอน, สหราชอาณาจักร เมืองหลวงระดับโลก 6.เซี่ยงไฮ้, จีน ตลาดสินค้าหรูขนาดใหญ่ 7.ปารีส, ฝรั่งเศส เมืองหลวงแห่งแฟชั่น 8.ซิดนีย์, ออสเตรเลีย ตลาดพรีเมียมในโอเชียเนีย 9.มิลาน, อิตาลี ศูนย์กลางดีไซน์และแฟชั่น 10.กรุงเทพฯ, ประเทศไทย ติดอันดับ TOP 10 เป็นครั้งแรก (ก้าวกระโดดจากอันดับ 11 ในปี 2568) ทำไม “กรุ
“เนโกะเด้ง! เด้งๆ” วลีที่หลายคนน่าจะคุ้นหูเมื่อเลื่อนฟีด TikTok หรือ Instagram ช่วงนี้ คลิปพนักงานร้านซูชิออกมาเต้นพร้อมกับเมนู “เนโกะพุดดิ้ง” จนโซเชียลเอ็นดูน้องเนโกะที่เด้งในจานจนล้มคว่ำ และกลายเป็นไวรัล แม้แต่ชาวต่างชาติยังแห่มาคอมเมนต์ จนบางคลิปมียอดรับชมกว่า 10 ล้านวิว ไม่เพียงแต่พนักงานที่ร่วมสร้างสีสัน แต่ลูกค้าหลายคนยังลุกขึ้นเต้นและถ่ายคลิปแชร์ต่อบนโซเชียล ทำให้เมนูของหวานจากร้าน Katsu Midori ถูกพูดถึงในวงกว้าง รู้หรือไม่ว่า น้องเนโกะหน้าตาจิ้มลิ้มนี้ เบื้องหลังคือ Special Dish ที่แบรนด์ตั้งใจเอาไว้เรียกลูกค้าโดยเฉพาะ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปเจาะกลยุทธ์การตลาดที่ซ่อนอยู่ในไวรัลน้องเนโกะพุดดิ้ง ก่อนอื่นต้องอธิบายก่อนว่า Katsu Midori คือร้านซูชิสายพานพรีเมียมจากประเทศญี่ปุ่น เข้ามาเปิดสาขาในประเทศไทยปลายปี 2024 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิร์ล และในวันแรกที่เปิดสาขาคนก็จองคิวเต็มตั้งแต่ช่วงเที่ยง ลูกค้าบางส่วนต้องรอคิวนานถึง 4 ชั่วโมง ทั้งนี้เมนู “เนโกะพุดดิ้ง” คือ ขนมพุดดิ้งนมสดสไตล์ญี่ปุ่นรูป น้องแมว ( เนโกะ แปลว่า แมวในภาษาญี่ปุ่น) และมีเนื้อสัมผัสเนีย
ในวัยเด็ก เราอาจมีความฝันแตกต่างกันไป แต่สำหรับ คุณบาส – ภาณุภัทร์ สุกัลยารักษ์ การได้ออกเดินทางรอบโลกเหมือนในอนิเมะเรื่องโปรดอย่าง โดราเอมอน คือความฝันของเขา และฝันนั้นได้กลายเป็นอาชีพสร้างรายได้ผ่านการเป็นครีเอเตอร์สายท่องเที่ยว เจ้าของช่อง “Go Went Go” ที่เติบโตมานาน 10 ปี จากวันที่คลิปมียอดวิวเพียงหลักหมื่น สู่หนึ่งในช่องท่องเที่ยวที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก พร้อมกับการเปลี่ยนเป้าหมายจากการเดินทางเพื่อเก็บจำนวนประเทศ มาเป็นการเดินทางเพื่อทำความรู้จักผู้คน วัฒนธรรม และเรื่องราวของแต่ละสถานที่ เที่ยวให้เป็นอาชีพ ด้วยการคิดแบบธุรกิจตั้งแต่วันแรก แม้มีความฝันอยากเดินทางเที่ยวรอบโลก แต่คุณบาสคิดไว้ตั้งแต่วันแรกว่าการเดินทางของเขาไม่ได้เป็นเพียงแค่งานอดิเรก แต่ต้องเป็น “อาชีพและธุรกิจ” ได้ด้วย “ผมว่าหลายๆ อย่างไม่ได้เกี่ยวกับความเก่งหรือไม่เก่ง แต่วางโจทย์ไว้ตั้งแต่แรกยังไง เราต้องรู้ว่าถ้าจะมีคนสนับสนุนเราต้องวางตัวแบบไหน ต้องสร้าง Branding มีความสม่ำเสมอ หรือมีการปรับตัวเข้าสู่ความมืออาชีพยังไงบ้าง สุดท้ายพอทำเป็นบริษัทเป็นอาชีพ จะทำขึ้นๆ ลงๆ ไม่ได้” เขาเล่าเสร
ในยุคนี้หลายคนมักรอโอกาสที่สมบูรณ์แบบ จนแทบไม่ได้เริ่มลงมือทำ แต่สำหรับ อีธาน อเล็กซานเดอร์ วัย 16 ปี จากเมืองแคนซัสซิตี รัฐมิสซูรี เขาเลือกมองเห็นโอกาสตรงหน้าแล้วคว้ามันไว้ทันที หลังจากเลิกเล่นกีฬาลาครอสจนมีเวลาว่าง เขาเริ่มสนใจธุรกิจ Reseller หรือการนำสินค้ามาขายต่อบนแพลตฟอร์ม Amazon และ Walmart เขาตัดสินใจนำเงินส่วนตัวจำนวน 500 ดอลลาร์ (ประมาณ 18,000 บาท) ไปจ้างผู้เชี่ยวชาญให้ช่วยสอนวิธีทำเงินจากการขายสินค้าออนไลน์ “คนส่วนใหญ่มักพยายามหาอาชีพเสริมที่เพอร์เฟ็กต์ที่สุด แต่สำหรับผม ผมเห็นโอกาสตรงหน้าก็แค่พุ่งใส่ ไม่ต้องรอโอกาสที่สมบูรณ์แบบ แค่คว้าสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามาทำให้เป็นของเรา” อเล็กซานเดอร์กล่าว เริ่มต้นจากผงซักฟอก Walmart สู่ยอดขาย 3.5 แสนบาทในเดือนแรก จุดเริ่มต้นของอเล็กซานเดอร์ เริ่มจากการใช้โปรแกรม SellerAmp เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลตลาด เช่น ราคาขาย ปริมาณสินค้าในสต๊อก ต้นทุน ค่าธรรมเนียม และโอกาสในการชนะ “Buy Box” หรือส่วนบนหน้าสินค้าที่มีตัวเลือก “เพิ่มลงในตะกร้า” และ “ซื้อเลย” ซึ่งเป็นจุดที่ทำยอดขายได้มากที่สุด เพื่อช่วยให้เขาเลือกสินค้าที่จะขายได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น การวิเครา
หลายคนรู้จัก “ไอซ์ พาดี้” หรือ คุณภาวิดา ชิตเดชะ ในฐานะคอนเทนต์ครีเอเตอร์สายบิวตี้ แต่เมื่อก้าวสู่บทบาทเจ้าของแบรนด์ Happy Sunday เธอค้นพบว่าการสร้างแบรนด์ให้ประสบความสำเร็จ ไม่ได้อาศัยเพียงความคิดสร้างสรรค์หรือฐานแฟนคลับ แต่ยังต้องเรียนรู้เรื่องต้นทุน การบริหาร และการแก้ปัญหาอีกนับไม่ถ้วน ซึ่งเธอได้นำประสบการณ์การสร้างแบรนด์มาแบ่งปันบนเวที “สสว. UNLOCK ปลดล็อก ธุรกิจ SME ไทย” คุณไอซ์เติบโตจากการเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ เธอทำอาชีพนี้เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ด้วยคอนเทนต์สอนแต่งหน้า ทำให้มีแฟนคลับที่เติบโตมาพร้อมกับเธอเป็นจำนวนมาก ก่อนมีแนวคิดสร้างแบรนด์ Happy Sunday เพราะ “อยากสร้างอาณาจักรของตัวเอง” เป็นอาณาจักรสายรุ้งที่เต็มไปด้วยความสดใสและความสุข “ในโลกของเราสีที่ทุกคนแต่งตัวกันเป็นส่วนมาก คือขาว เทา ดำ น้ำเงิน แต่เราแต่งตัวสไตล์ Maximalism ทำให้รู้สึกว่าพื้นที่ของเรามีน้อย เลยอยากสร้างดินแดนแห่งความสดใส ส่งความสุขให้ทุกๆ คนได้ บวกกับอยากเป็นคุณแม่ ถ้าเราทำคอนเทนต์มันเป็นตัวเราที่ Show Up ตลอดเวลา มีเราคนเดียวเท่านั้นที่เป็นไอซ์ พาดี้ได้ แต่ธุรกิจไม่เหมือนกัน สมมติสร้า
ในอดีตชานมไข่มุกอาจเป็นเครื่องดื่มรางวัลชีวิตหนึ่งเดียวที่คนพอจะนึกออก เมื่ออยากเติมความหวานให้ร่างกาย แต่การดื่มชานมมากเกินไปก็สร้างภาระให้ร่างกายไม่น้อย แต่พอมีเครื่องดื่มอย่างโยเกิร์ตสมูทตี้ที่ทั้งอร่อย และเติมหวานทดแทนกันได้ การมอบรางวัลชีวิตแบบรักสุขภาพก็เป็นทางเลือกใหม่ของผู้บริโภค หากจะเจาะลงไปในตลาดโยเกิร์ตสมูทตี้ทั่วโลก มีการประเมินว่ามีมูลค่ากว่า 51,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (อ้างอิงจากตัวเลขของ fortunebusiness) หรือราว 1.7 ล้านบาท การเติบโตของตลาดมาจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับอาหารที่มีโปรไบโอติกสูง หาอาหารทดแทนมื้ออาหาร และเทรนด์รักสุขภาพ คาดว่าจะเติบโตเกิน 71,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2031 โดยที่อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) จะอยู่ที่ 6-9% ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงครองส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุด (มากกว่า 40%) ในขณะที่อเมริกาเหนือยังคงเป็นตลาดหลักสำหรับสมูทตี้โยเกิร์ต เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่นิยมสูตรที่มีน้ำตาลต่ำและโปรตีนสูง YoPPa Yogurt แบรนด์โยเกิร์ตเพื่อสุขภาพสไตล์เกาหลี ของนักแสดงชื่อดัง “ญดา” นริลญา กุลมงคลเพชร คืออีกหนึ่งแบรนด์ที่มาปลุกกระแส
