SMEs
แบรนด์แฟชั่นตัวแม่สายฝออย่าง “Subdued” เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ณ Siam Center ใจกลางเมือง หลังจากเคยเปิดสาขาแรกที่พัทยามาแล้ว หากพูดถึงเทรนด์แฟชั่นยุคนี้ที่ขับเคลื่อนโดยพลังของชาว Gen Z ทั่วโลก คุณคงเคยได้ยินคำว่า “Western Aesthetic” กันมามากแล้ว หรือที่ชาวเน็ตเรียกว่า “สายฝอ” เป็นหนึ่งในสไตล์แฟชั่นที่ทรงอิทธิพลที่สุด ซึ่งแบรนด์ที่โดดเด่นเมื่อพูดถึงสไตล์นี้คือ “Subdued” แบรนด์สัญชาติอิตาลีที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1994 ความน่าสนใจของ Subdued ไม่ใช่แค่เรื่องของเสื้อผ้า แต่คือวิธีการที่แบรนด์ถอดรหัส วัฒนธรรมวัยรุ่น แล้วแปรเปลี่ยนมันออกมาเป็นไลฟ์สไตล์ที่จับต้องได้ เมื่อความย้อนยุคบรรจบกับความร่วมสมัย Gen Z ขึ้นชื่อเรื่องการหยิบยกแฟชั่นในอดีตมาเขย่าใหม่ (Remix Culture) อยู่แล้ว ข้อมูลจากสื่อแฟชั่นต่างประเทศระบุว่าแบรนด์ Subdued ประสบความสำเร็จอย่างมากในการนำเอา Late ’90s และ Early ’00s Aesthetic (Y2K) กลับมาทำใหม่ให้มีความทะมัดทะแมงและเข้ากับยุคปัจจุบัน ไอเท็มดังของแบรนด์ ทั้งเสื้อสายเดี่ยวขลิบลูกไม้ (Wispy Camisoles), ลายพิมพ์รูปดาว (Star Motifs), กางเกงยีนส์เอวต่ำ (Low-
ถ้าจะให้พูดถึงผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์อันเป็นที่รู้จักกันดีในย่านกรุงเทพฯ ตอนเหนือ นนทบุรี ปทุมธานี และกรุงเทพฯ ปริมณฑล คงต้องนึกถึงชื่อของ “เปี่ยมสุข พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์” ที่อยู่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ขนาดกลาง (Medium-sized Developer) มานานกว่า 36 ปี และเน้นการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป ย้อนกลับไปกว่าสี่ห้าทศวรรษก่อน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในนาม “กิจไพศาล” ถือกำเนิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างคนสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งคือคนถือครองที่ดินและเงินทุน อีกกลุ่มหนึ่งมีฝีมือและความรู้ด้านการก่อสร้าง คุณบัญชา กุลไพศาลธรรม ได้เริ่มเข้าสู่วงการในฐานะผู้รับเหมาก่อสร้าง เป็นผู้ลงมือทำงานจริงตั้งแต่วันแรก นั่นคือจุดกำเนิดของบริษัทที่ยังคงดำเนินกิจการมาจนถึงปัจจุบัน และได้ขยับขยายกลายเป็นกลุ่มบริษัทในเครือ “เปี่ยมสุข โฮลดิ้ง คอมพะนี” ที่ถือหุ้นในธุรกิจหลากหลายแขนงในวันนี้ คุณบัญชามีลูกชาย 3 คน แบ่งหน้าที่กันดูแลอาณาจักรธุรกิจอย่างชัดเจน คุณกิติพงษ์ กุลไพศาลธรรม MANAGING DIRECTOR (ลูกชายคนโต) ดูแลด้านการเงิน บัญชี และฝ่ายบุคคล คุณภูภกร กุลไพศาลธรรม MANAGING DIRECTOR (ลูกชายคนกลาง) ดูแลด้านการก่อสร้าง
วัยเกษียณ ไม่ใช่อุปสรรคของการเริ่มต้นใหม่ แต่เป็นโอกาสให้เราได้ค้นพบทั้ง “ความสุข” และ “เป้าหมายชีวิต” จากอาชีพใหม่ที่ทำด้วยความตั้งใจ เช่นเรื่องราวของ คุณดามพ์ ภูมิจิตร และ คุณพิม-ศิริเพ็ญ ปรุงวนิชศิริ คู่รักวัยเกษียณ ที่เปลี่ยนบ้านเป็นคาเฟ่เล็กๆ “Dough A Lot” เสิร์ฟเบเกิลและเพรทเซลโฮมเมด พร้อมเครื่องดื่มรสชาติเข้มข้น จนกลายเป็นร้านโปรดของลูกค้าทุกช่วงวัย ในคอลัมน์ New Chapter เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปพูดคุยกับคุณดามพ์และคุณพิม ถึงเรื่องราวของการเริ่มต้นอาชีพใหม่หลังวัยเกษียณ ที่พิสูจน์ว่า ชีวิตบทใหม่สามารถเริ่มต้นได้เสมอ ยุคเปลี่ยนผ่านของคนวงการโทรทัศน์ คุณดามพ์กับคุณพิม ทำงานในสถานีโทรทัศน์ที่เดียวกัน ผ่านทั้งยุครุ่งเรืองของวงการโทรทัศน์และยุคที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด “สมัยก่อนถ้าเกิดทัน เมื่อไหร่ที่ฉายละครตอนจบ ถนนจะว่าง เพราะคนกลับบ้านมาดูโทรทัศน์ พอเป็นดิจิตอลทีวี มีคนกินเพิ่มประมาณ 21 คน พอมีแพลตฟอร์มเข้ามา คนกินมีเป็นร้อย แต่เค้กก้อนเท่าเดิม มันก็เลยทำให้ทุกอย่างค่อนข้างลำบากสำหรับวงการทีวี สำหรับสื่อสารมวลชน ก็คิดว่าเราคงจะคิดไม่ทันพวกเด็กๆ สมัยนี้แล้ว ขอเป็นคนดูดีกว่า เป็นค
ภาพจำของแฟชั่นยุค 70s ที่วันนี้กำลังหวนกลับมาอีกครั้ง และกลายเป็นหนึ่งในเทรนด์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในวงการแฟชั่นผู้ชาย นั่นคือ Micro-shorts หรือกางเกงขาสั้นจิ๋วที่สั้นกว่าที่เคย วงจรแฟชั่นวนกลับมาซ้ำๆ ถ้าแฟชั่นสอนอะไรเราได้บ้าง สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนที่สุดคือวงจรของมัน สไตล์เก่าที่เคยรุ่งเรืองแล้วเงียบหายไป มักจะกลับมาเสมอในรูปแบบใหม่ กางเกงขาสั้นจิ๋วสำหรับผู้ชายก็เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจน จากสนามกีฬาสู่ท้องถนน ในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 กางเกงขาสั้นเริ่มขยับตัวออกจากสนามกีฬามาสู่การแต่งกายลำลองทีละน้อย ในทศวรรษ 1930-1950 ผู้ชายมักใส่กางเกงขาสั้นเฉพาะตอนไปพักผ่อนตากอากาศเท่านั้น เพราะการสวมใส่ในที่สาธารณะยังถือเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความกล้าพอสมควร จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในยุค 60s-70s ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งการปฏิวัติแฟชั่นอย่างแท้จริง ด้วยแรงบันดาลใจจากยุคอวกาศ วัสดุสังเคราะห์ใหม่ๆ และการปลดปล่อยจากค่านิยมอนุรักษนิยมของยุค 50s ทำให้กระโปรงสั้นของผู้หญิงและกางเกงขาสั้นจิ๋วของผู้ชายกลายเป็นสัญลักษณ์ของความอิสระและวัฒนธรรมต่อต้านกรอบสังคม และเป็นข้อพิสูจน์ว่าความเป็นชายไม่ได้วัดกันที่คว
ภาพยนตร์แอนิเมชันภาคที่ 5 ของแฟรนไชส์ระดับตำนานจาก Disney/Pixar เรื่อง Toy Story 5 กำลังเป็นกระแสไปทั่วโลก ทั้งในแง่รายได้บ็อกซ์ออฟฟิศที่พุ่งแรงต่อเนื่อง และในแง่กระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องเนื้อหาที่จี้ใจผู้ปกครองยุคปัจจุบันอย่างตรงจุด รายได้ถล่มทลาย ใกล้แตะหลักพันล้านดอลลาร์ ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำรายได้รวมทั่วโลกทะลุ 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐไปแล้ว โดยแบ่งเป็นรายได้ในอเมริกาเหนือราว 381 ล้านดอลลาร์ และรายได้จากตลาดต่างประเทศอีกราว 427 ล้านดอลลาร์ ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ก้าวขึ้นเป็นหนังของ Pixar ที่ทำเงินสูงสุดเป็นอันดับ 9 ตลอดกาล แซงหน้า Monsters University, Up และ The Incredibles ไปเรียบร้อยแล้ว และหากคำนวณเป็นเงินบาทก็ใกล้เคียงกับตัวเลข 27,000 ล้านบาท ที่น่าสนใจคือ ตัวเลขนี้ยังไม่นับรวมตลาดเยอรมนีที่ยังไม่เข้าฉาย (มีกำหนดฉาย 23 กรกฎาคม) และในตลาดต่างประเทศ เม็กซิโกถือเป็นตลาดที่ทำเงินสูงสุด ตามมาด้วยสหราชอาณาจักรและจีน ทำให้หลายฝ่ายมองว่า Toy Story 5 มีโอกาสไปแตะหลัก 1,000 ล้านดอลลาร์ได้ไม่ยาก เช่นเดียวกับภาคก่อนหน้าอีกสองภาคที่เคยทำได้ เมื่อของเล่นต้องแข่งกับหน้าจอ ส
ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น การมีทักษะด้านไอทีจึงเป็นแต้มสำคัญที่ช่วยให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีอิทธิพลต่อทุกวงการ การพัฒนาความสามารถด้านนี้ตั้งแต่วัยเยาว์จึงเป็นเหมือนการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับอนาคต และนี่คือเรื่องราวของ น้องจิณณ์ ยศสุนทร เด็กชายวัย 11 ปี ผู้มีพรสวรรค์และความมุ่งมั่นในการเขียนโค้ดจนสามารถสร้างรายได้และคว้าแชมป์มาแล้วหลายครั้ง เรื่องราวความสำเร็จนี้เริ่มต้นจากแรงสนับสนุนของ คุณพ่อจั๋ง-อนุตร ยศสุนทร เจ้าของช่อง Jinn Kode Code ที่เห็นแววในตัวลูกตั้งแต่ยังเล็ก เส้นทางของโปรแกรมเมอร์ตัวจิ๋ว จากคุณพ่อที่เรียนจบและทำงานด้านคอมพิวเตอร์โดยตรง ‘พ่อจั๋ง’ จึงมีโอกาสถ่ายทอดความรู้และทักษะการเขียนโปรแกรมให้กับลูกชายตั้งแต่ยังเด็ก โดยเขาได้มีการปูพื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์ให้กับน้องจิณณ์ได้เรียนรู้ เขาเล่าว่า ตั้งแต่น้องจิณณ์อายุ 3-4 ขวบ ก็เริ่มให้เล่นเกม Puzzle หรือเกมที่ต้องใช้ความคิดแบบ Logic เพื่อฝึกความคิดเชิงตรรกะให้กับลูก ก่อนจะขยับสู่การทำ Block Coding ในวัย 4-5 ขวบ และเห็นว่าเมื่อได้ลองทำแล้
หากย้อนไปไม่กี่ปีก่อน ภาพจำของคนจีนทั้งกลุ่มวัยรุ่น Gen Z และ Millennials คือการประโคมใส่สินค้าแบรนด์เนมที่มีโลโก้เด่นชัดแบบตะโกน เพื่อแสดงถึงความมั่งคั่ง แต่มาวันนี้ พฤติกรรมเหล่านั้นกำลังเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้าและอัตราการว่างงานของคนรุ่นใหม่ที่พุ่งสูง วัยรุ่นจีนตระหนักดีว่าความมั่นคงในชีวิตเริ่มหายาก พวกเขาจึงหันมาใช้จ่ายกับ “Emotional Value” หรือคุณค่าทางอารมณ์ เพื่อเป็นเกราะกำบังความเครียด จนเกิดเป็นกระแสที่เรียกว่า “Xuanxue Economy” (เศรษฐกิจซวนเสวี่ย) หรือเศรษฐกิจสายมูเตลูหรือความเชื่อนั่นเอง แม้ว่าภาพรวมของตลาดสินค้าหรูในจีนจะหดตัวลง แต่สินค้าแบรนด์เนมที่ถูกนำมาเชื่อมโยงกับ “ความเชื่อและโชคลาภ” กลับขายดีเป็นเทน้ำเทท่า บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยอดฮิตอย่าง Xiaohongshu แฮชแท็ก #xuanxue มียอดเข้าชมมากกว่า 5 พันล้านครั้ง โดยชาวเน็ตจีนได้ร่วมกันสร้างคู่มือ “เครื่องประดับสายมู” ขึ้นมาอย่างจริงจัง ตัวอย่างเช่น ไม่เพียงแต่แบรนด์หรูเท่านั้น เพราะตลาดเครื่องประดับราคาย่อมเยา อย่าง กำไลหินคริสตัลเสริมพลังงาน ก็มียอดขายออนไลน์พุ่งสูงขึ้นถึง 320% ในปีที่
“เรานำเสนออาหารไทยในรูปแบบที่คนรุ่นใหม่และผู้บริโภคทั่วโลกเข้าถึงได้ง่ายที่สุด โดยที่เราไม่เคยลดทอนความเป็นไทย แต่เราเปลี่ยนวิธีการเข้าถึงความเป็นไทยแทน และนี่คือสิ่งที่เรายึดมั่นมาตั้งแต่วันแรก” ประโยคข้างต้นที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่เฉียบคมของ เก้-ลดาวัลย์ เลห์มันน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สปังกี้ ฟู้ด จำกัด และผู้ก่อตั้งแบรนด์ “เอมโอชา” ได้กลายมาเป็นกุญแจสำคัญที่ขับเคลื่อนธุรกิจน้ำพริกไทยให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ล่าสุดร่วมมือกับ เซเว่น อีเลฟเว่น พัฒนาน้ำพริกรสชาติใหม่ “พริกผัดน้ำมันมะกอกอัลมอนด์” ที่สร้างยอดขายถล่มทลายกว่า 100,000 กระปุก ภายในเวลา 2 สัปดาห์แรกที่วางจำหน่ายในเซเว่นฯ ถอดสูตรสำเร็จ ‘เอมโอชา’ รับฟังความเห็นลูกค้า นำมาต่อยอดพัฒนา สู่แบรนด์ดังในเซเว่นฯ เอมโอชาเกิดจากความมุ่งมั่นของ “ลดาวัลย์” ที่เริ่มต้นธุรกิจอาหารจากการทดลอง พัฒนา และรับฟังความคิดเห็นของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง จนสามารถต่อยอดเป็นน้ำพริกปลาร้ากรอบและน้ำพริกปลาทูกรอบ ภายใต้แบรนด์ Spunky Food และได้รับโอกาสวางจำหน่ายในเซเว่น อีเลฟเว่น แม้สินค้าในช่วงแรกจะยังไม่ประสบความสำเร็จด้านยอดขาย แต่ค
นี่คือตัวอย่างกรณีศึกษาของธุรกิจที่ ยอดขายปัง แต่สะดุดเพราะระบบหลังบ้าน ความสำคัญของ Cash Flow และระบบบัญชีต้นทุนที่ผู้ประกอบการห้ามมองข้าม เกิดเป็นกระแสข่าวที่คนกำลังให้ความสนใจอย่างมาก จากข่าวการประสบปัญหากระแสเงินสดตึงตัวจนเกิดการจ่ายเงินเดือนล่าช้าของร้านอาหารชื่อดังอย่าง “เนื้อแท้” ที่มีอดีตนักร้องนำวง Silly Fools (วีรชน ศรัทธายิ่ง หรือบังโต) นั่งแท่นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของบริษัท คอมพานี บี จำกัด กลายเป็นข่าวที่กำลังสร้างความตกใจให้แก่วงการธุรกิจไม่น้อย เพราะภาพลักษณ์ภายนอกคือแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จและมียอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง วิกฤตครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากสินค้าไม่ดีหรือไม่มีลูกค้า แต่เกิดจากแผลในบ้าน ที่ผู้ประกอบการทุกคนสามารถนำมาถอดบทเรียนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นกับธุรกิจของตนเองได้ ผลประกอบการย้อนหลัง 3 ปี ของบริษัท คอมพานี บี จำกัด ปี 2565 รายได้รวม 333 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2.3 ล้านบาท ปี 2566 รายได้รวม 504 ล้านบาท กำไรสุทธิ 13 ล้านบาท ปี 2567 รายได้รวม 635 ล้านบาท กำไรสุทธิ 16 ล้านบาท 1. ยอดขายโต ≠ กำไร กับดักของการคำนวณต้นทุนผิดพลาด ผู้บริหารเนื้อแท้ได้ออ
7-Eleven ยื่นฟ้อง Nike ต่อศาลรัฐบาลกลาง เขตตอนเหนือของรัฐเท็กซัส เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2026 โดยกล่าวหาว่า Nike ละเมิดเครื่องหมายการค้าจากการออกแบบรองเท้ารุ่นใหม่ Air Max 95 Big Bubble ในโทนสี “Sport Green and Safety Orange” ซึ่งมีการจัดวางแถบสีส้ม เขียว และแดง คล้ายคลึงกับตราสัญลักษณ์สามสีอันเป็นเอกลักษณ์ของเซเว่น อีเลฟเว่นที่ใช้มานานกว่า 40 ปี ประเด็นที่ทำให้เรื่องนี้โด่งดังขึ้นมาคือ Nike กำหนดวันวางจำหน่ายรองเท้ารุ่นดังกล่าวไว้ในวันที่ 11 กรกฎาคม ซึ่งตรงกับ “7-Eleven Day” วันครบรอบก่อตั้งบริษัท และเป็นวัน Free Slurpee Day ที่ลูกค้าจะได้รับเครื่องดื่มสลัชปี้ฟรีตามสาขาต่างๆ ทั่วโลก โดยที่ทั้งสองบริษัทไม่มีความร่วมมือหรือข้อตกลงใดๆ กันอย่างเป็นทางการ แต่ไม่ได้มีเพียงสีที่คล้ายกันเท่านั้นที่ทำให้เซเว่นตัดสินใจฟ้อง นอกจากสีสันที่คล้ายคลึงกันแล้ว คำฟ้องยังระบุว่า Nike ได้ใส่รายละเอียดอื่นๆ ที่สื่อถึงเซเว่นอีเลฟเว่นอย่างจงใจ เช่น ลวดลายชั้นวางสินค้าในร้านสะดวกซื้อบนพื้นรองเท้าด้านใน รวมถึงคำบรรยายสินค้าที่ใช้ถ้อยคำอย่าง “เดินไปร้านสะดวกซื้อหัวมุมถนน” ซึ่ง
