ข่าววันนี้

ครั้งแรกในไทย เคทีซี จับมือ มาสเตอร์การ์ด เสริมความปลอดภัยธุรกรรมออนไลน์

“เคทีซี” จับมือ “มาสเตอร์การ์ด” เปิดตัวการชำระเงินออนไลน์แบบเข้ารหัส ถือเป็นรายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่​ใช้ระบบ​ DMES ยกระดับความปลอดภัยในการทำธุรกรรมออนไลน์  เนื่องจากพฤติกรรมของลูกค้าเริ่มใช้บริการผ่านออนไลน์มากขึ้น โดยปัจจุบันคนอายุ 20-50 ปี นิยมซื้อสินค้าผ่านออนไลน์จึงนำระบบดังกล่าวมาใช้ คาดว่าจะช่วยขยายฐานลูกค้าเติบโต 17 เปอร์เซ็นต์ในปีนี้ จากช่วง 6 เดือน การใช้จ่ายผ่านออนไลน์อยู่ที่ 13,000  ล้านบาทหรือเติบโต 15 เปอร์เซ็นต์ 

คุณพิทยา วรปัญญาสกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – ธุรกิจบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันเคทีซีมีจำนวนสมาชิกบัตรเครดิต 2.4 ล้านบัญชี มีจำนวนสมาชิกบัตรเคทีซีทำรายการผ่านช่องทางออนไลน์ในปี 61 กว่า 1.4 ล้านราย ในช่วง​ 4 เดือน​ที่เหลือ​ของ​ปี 62 ​ เคทีซีเน้นสนับสนุน​การใช้จ่าย​ในกลุ่ม​ลูกค้า​ออนไลน์​มากขึ้น​ ซึ่ง​ยอดใช้จ่าย​ของกลุ่มออนไลน์คิดเป็นสัดส่วน​ 15 เปอร์เซ็นต์ ของค่าใช้จ่าย​ผ่านบัตร​รวม​ 80,000 ล้านบาท​ หรือ​ประมาณ​ 13,000​ ล้านบาท​ และคาดว่า​สิ้นปี​นี้จะเพิ่ม​สัดส่วน​เป็น​ 17-18 เปอร์เซ็นต์ 

“เคทีซี​ตอกย้ำความปลอดภัย​ให้แก่ผู้ถือบัตร​ ​โดยร่วมมือ​กับ​มาสเตอร์​การ์ด​ ​ใช้โซลูชัน​การชำระเงิน​ออนไลน์​แบบเข้ารหัส​โทเคน ​ด้วยเทคโนโลยี​ “Mastercard Digital Enablement Service (MDES)” ​ถือเป็น​ผู้ออกบัตรเครดิต​รายแรก​ในเอเชีย​ตะวันออก​เฉียง​ใต้​ที่ใช้​เทคโนโลยีดังกล่าว โดย​ผู้ออกบัตร​สามารถ​ใช้การเข้ารหัส​โทเคน​แทน​การใช้หมายเลข​บัญชี และหมายเลข​บัตร​ไว้บน​เว็บไซต์​ของร้านค้า​ หรือ​แอปพลิ​เคชัน​เพื่อ​ชำระ​เงิน​” 

 MDES ของมาสเตอร์การ์ด คือเทคโนโลยีการเข้ารหัสโทเค็นที่ให้ความสำคัญกับผู้บริโภค ช่วยให้ผู้ออกบัตรสามารถใช้รหัสดิจิทัลโทเค็นแทนหมายเลขบัญชีที่มีความอ่อนไหว ทำให้ประสบการณ์การชำระเงินมีความปลอดภัยและราบรื่นยิ่งขึ้น พร้อมพลิกโฉมอุปกรณ์ที่มีการเชื่อมต่อทุกประเภทให้เป็นอุปกรณ์ที่สามารถชำระและรับชำระเงินได้

นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2557 เทคโนโลยี MDES ช่วยให้การชำระเงินผ่านช่องทาง Apple Pay, Google Pay และ Samsung Pay ผ่านอุปกรณ์ที่มีการเชื่อมต่ออย่าง Fitbit และ Garmin มีความปลอดภัยมากขึ้น ขณะเดียวกัน MDES for Merchants ยังทำให้เทคโนโลยีการเข้ารหัสโทเค็นซึ่งครองที่หนึ่งในอุตสาหกรรมสามารถครอบคลุมการทำธุรกรรมออนไลน์ทุกประเภท ช่วยให้ผู้ออกบัตรสามารถใช้การเข้ารหัสโทเค็นแทนการใช้หมายเลขบัญชีที่มีความเสี่ยงเมื่อต้องใส่หมายเลขบัตรไว้บนเว็บไซต์ของร้านค้าหรือแอปพลิเคชันเพื่อชำระเงิน

การใช้เทคโนโลยีเข้ารหัสโทเค็นแทนข้อมูลบัตรถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากมีผู้บริโภคจำนวนมากขึ้นที่ต้องเก็บข้อมูลบัตรของตนเองไว้กับร้านค้าออนไลน์หรือในแอปพลิเคชันของร้านค้าเพื่อความสะดวกเมื่อต้องมีการชำระเงินที่เกิดขึ้นซ้ำๆ โซลูชั่น MDES ทำให้ร้านค้าสามารถใช้รหัสดิจิทัลโทเค็นแทนข้อมูลบัตรของลูกค้า ซึ่งช่วยยกระดับความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางการเงิน เนื่องจากรหัสโทเค็นนี้ไม่สามารถนำไปใช้ทำธุรกรรมกับร้านค้าอื่นได้

นอกจากนี้ รหัสดิจิทัลโทเค็นยังมีการป้องกันทับอีกชั้นด้วยการใช้รหัสคริปโตแกรม (Cryptogram) ที่เป็นเลขเฉพาะต่อการทำธุรกรรมแต่ละครั้ง ช่วยป้องกันผู้บริโภคและร้านค้าอีกหนึ่งระดับ เป็นการช่วยลดความเสี่ยงของการโดนโจรกรรมข้อมูล มอบความสบายใจแก่ผู้บริโภคและร้านค้า

ปัจจุบัน แบรนด์ชั้นนำระดับโลกและบริษัทผู้นำด้านธุรกิจความบันเทิงดิจิทัลได้นำเทคโนโลยี MDES for Merchants มาใช้สำหรับการชำระเงินที่เกิดขึ้นซ้ำๆ (Recurring Transaction) การชำระเงินจากการเป็นสมาชิก (Subscription) และการชำระเงินบนมือถือผ่านแอปพลิชันของร้านค้า (Mobile-based Transaction)

สำหรับปัจจัย​ที่สนับสนุน​การใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์​ให้เพิ่มขึ้น​นั้น คุณพิทยา ระบุว่า ​มาจากพฤติกรรม​ของผู้บริโภค​ที่​เปลี่ยนไป  โดย​หมวด​ที่มีการใช้จ่ายสูงสุด อันดับ 1 หมวดประกันทุกประเภท อันดับ 2 การท่องเที่ยว อันดับ 3 คือ การเติมน้ำมัน อันดับที่ 4 การใช้สอยทั่วไป เช่น ช้อปปิ้งในห้างสรรพสินค้า อันดับที่ 5  หมวดแฟชั่น

“ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตครึ่งปีแรก 100,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการใช้จ่ายผ่านบัตร 80,000 ล้านบาท และกดเงินสด 20,000 ล้านบาท และยอดการสมัครบัตรใหม่ครึ่งปีแรก 150,000 ใบ จากเป้าทั้งปีคาดว่าจะมีลูกค้าบัตรใหม่ 300,000 ใบ เน้นลูกค้ารายได้ 30,000 บาทขึ้นไป” 

Related Posts

นายเซยุน คิม ประธานบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์
LINE MAN หั่น GP เหลือ 10% หนุนไทยช่วยไทย พลัส (60/40)
MK GROUP สยายปีกอาณาจักรสุกี้ครบทุกเซกเมนต์ ตั้งเป้าโต 12%
รู้จัก Food Economy อาหารหนึ่งจาน สร้างมูลค่ามากกว่าที่คิด เชื่อมเกษตรกร เอสเอ็มอี และการท่องเที่ยว