วันนี้! ‘สตาร์บัคส์’ ไลฟ์สดสอนชงกาแฟ เปิดสูตรเมนูฮิต ให้ทุกคนฝึกทักษะบาริสต้า
วันนี้ (29 เมษายน 2563) เวลา 13.00 น. สตาร์บัคส์ ประเทศไทย สาธิตการชงกาแฟแบบออนไลน์ กับแนวคิด “Be a Barista at Home with Starbucks” ให้ผู้ที่ชื่นชอบกาแฟได้ฝึกทักษะการเป็นบาริสต้าได้ง่ายๆ ในช่วงที่อยู่บ้าน เตรียมเผยเคล็ดลับและสาธิตวิธีการชงกาแฟให้อร่อยตามสไตล์บาริสต้าของสตาร์บัคส์ ผ่าน Facebook Live ทาง www.Facebook.com/StarbucksThailand โดยผู้ที่สนใจสามารถทำตามการสาธิตและแชร์วิดีโอหรือภาพกาแฟที่ชงเองที่บ้านทางแฮชแท็ก #StarbucksThailand
ทั้งนี้ การสาธิตจะสอนโดย คอฟฟี่ มาสเตอร์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องกาแฟของสตาร์บัคส์ที่ผ่านการอบรมถึง 5 ระดับ จะมาสาธิตวิธีรังสรรค์เมนู “ไอซ์ คาปูชิโน่” และ “เวีย ไอซ์ คูบส์ ทู เวย์ส”

Latest Posts
“ตลาดคลองเตย” เป็นตลาดสดที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เป็นแหล่งค้าส่งวัตถุดิบราคาประหยัดสำหรับพ่อค้าแม่ค้าและผู้บริโภค วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปพูดคุยกับ เจ๊นิด คลองเตย หรือ เจ๊นิด-พนิดา ณ นคร เจ้าของช่อง TikTok เจ๊นิด คลองเตย แม่ค้าตลาดและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ไวรัลจากการทำคอนเทนต์จ่ายตลาดงบประหยัด “คนเรา รวยได้ก็จนได้ จนได้ก็รวยได้ ขอแค่ใจสู้และอยู่บนความจริง” นี่คือคติที่เจ๊นิดยึดถือมาตลอดเส้นทางชีวิตที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ โดยเจ๊นิดพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการทำธุรกิจต้องกล้าที่จะก้าวออกจากแบบเดิมๆ พร้อมกับสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ ปัจจุบันได้ขยายไปแล้วกว่า 7 สาขา พร้อมกับการตั้งเป้าสร้าง “Jarin Mart (จรินมาร์ท)” มินิตลาดสด 24 ชั่วโมงที่จัดการสินค้าให้ลูกค้าได้อย่างแม่นยำ จุดเริ่มสร้างตัว “เจ๊นิด คลองเตย” แม้จะมีพื้นเพครอบครัวที่ฝั่งพ่อมีชื่อเสียงมียศมีศักดิ์ และฝั่งแม่อากงเป็นเจ้าสัวย่านเยาวราช แต่ชีวิตกลับพลิกผันจนถึงจุดที่ไม่มีเงิน “พวกเราทุกคนในบ้านจะไม่ก่อหนี้ เพราะเคยเห็นช่วงที่แย่ที่สุดของพ่อ ตอนที่ร้อนมากจนถึงขั้นต้องผ่อนพัดลม” เจ๊นิดเล่าถึงภาพจำวันที่ครอบครั
จากเจ้าแม่อีเวนต์ อินฟลูเอนเซอร์ และผู้ประกอบการร้านอาหารอย่าง จิ้นทอดป้าตือ และ ป้าตือไวไวเขย่า เส้นทางของ ป้าตือ – สมบัษร ถิระสาโรช ไม่ได้เกิดจากโชค แต่เกิดจากการมองหาโอกาส ศึกษาตลาด และค่อยๆ ลงมือทำอย่างไม่เกินตัว “เวลาจะเริ่มทำอะไรก็ตาม ต้องศึกษาก่อน ว่าจริงๆ แล้วสิ่งที่กำลังจะทำคืออะไร ตลาดต้องการอะไร ความแตกต่าง ความยูนีค DNA ของเราอยู่ไหน และใส่ตัวตนของเราเข้าไป” คำบอกเล่าของ ป้าตือ บนเวที “สสว. UNLOCK ปลดล็อก ธุรกิจ SME ไทย” ก่อนแชร์ให้ฟังถึงสูตรการทำธุรกิจหลากหลาย หนึ่ง ให้เริ่มตั้งคำถามว่าตัวเองมี “ความชอบ” เรื่องอะไร เพราะถ้าทำสิ่งที่ชอบจะสามารถอธิบายให้ลูกค้าฟังได้ อย่าง จิ้นทอดป้าตือ ก็เริ่มต้นจากความชอบกินอาหารเหนือ “เราชอบกินอาหารเหนือ เลยมาขายอาหารเหนือในราคาถูก เพราะคนไทยชอบกินของจุกจิก และกินหลายอย่าง แต่ต้องราคาถูก จับต้องได้ ในยุคเศรษฐกิจแบบนี้ สอง ตลาดแบบนี้ในกรุงเทพฯ ในเมืองใหญ่ยังไม่มี หรือแม้แต่การเปิดไวไวเขย่า เราต้องสร้างซิกเนเจอร์ให้คนเขย่ากล่อง แต่ขณะเดียวกันต้องรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ทำมาแล้วอร่อย และราคาจับต้องได้ เป็นพื้นฐานเลย” สอง “คิดแล้วทำทันที” แต่ไ
เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในหลายพื้นที่ สะท้อนให้เห็นว่า “ภัยพิบัติไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป” แม้ประเทศไทยจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงรุนแรง แต่เมื่อเกิดเหตุ สิ่งที่ได้รับผลกระทบไม่ใช่เพียงอาคาร บ้านเรือน หรือระบบสาธารณูปโภค หากแต่รวมถึงระบบบริการสุขภาพที่อาจเข้าถึงได้ยากในช่วงเวลาวิกฤต ดร.ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า การเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติในวันนี้ ไม่ได้หมายถึงการเตรียมเพียงอาหาร น้ำดื่ม หรือไฟฉาย แต่ต้องรวมถึง “การเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพ” เพื่อให้ประชาชนสามารถดูแลตนเองและคนในครอบครัวได้ในช่วงเวลาที่ความช่วยเหลือยังเข้าไม่ถึง “เมื่อเกิดภัยพิบัติ โรงพยาบาลอาจมีผู้ป่วยจำนวนมาก ถนนอาจถูกตัดขาด ร้านขายยาอาจปิดชั่วคราว แต่สิ่งหนึ่งที่ยังอยู่กับเราเสมอ คือความรู้และทรัพยากรที่มีอยู่รอบตัว” ดร.สุภาภรณ์ กล่าว ดร.สุภาภรณ์ กล่าวว่า ประเทศไทยโชคดีที่มีสมุนไพรเป็น “เสบียงสุขภาพ” กระจายอยู่ในทุกชุมชน หลายชนิดปลูกอยู่ในรั้วบ้าน อยู่ในสวนครัว หรือหาได้จากตลาดใกล้บ้าน ไม่ว่าจะเป็น ขิง สำหรับบรรเทาอาการคลื่นไส้ อาเจียน และช่วย
ในยุคที่ภาคเกษตรกรรมไทยต้องเผชิญกับความผันผวนด้านราคาและกลไกตลาด การปรับตัวจากเกษตรกรถือเป็นทางรอดสำคัญ และหนึ่งในนั้นเป็นเรื่องราวของ คุณนพเก้า จันโย เกษตรกรรุ่นใหม่แห่ง “บ้านสวนย่าน้อย” อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ผู้ที่เปลี่ยนความหลงใหลในการปลูกกุหลาบให้กลายเป็นสินค้ามูลค่าสูง ด้วยการบริหารจัดการในรูปแบบเกษตรอินทรีย์ พร้อมต่อยอดเป็น“กุหลาบอินทรีย์อบแห้ง” ขายในราคากิโลกรัมละ 5,000 บาท และยังถูกนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เช่น โลชั่นบำรุงผิว รวมถึงผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอื่นๆ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค จุดเริ่มต้นกุหลาบอินทรีย์ จุดเริ่มต้นของธุรกิจเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2555 เมื่อคุณนพเก้าตัดสินใจกลับมาสานต่ออาชีพเกษตรของครอบครัว พร้อมกับตั้งโจทย์ว่า “จะทำเกษตรอย่างไรให้ยั่งยืน และไม่ทำลายสุขภาพ” คำตอบจึงตกอยู่ที่การทำ “เกษตรอินทรีย์” เริ่มจากนาอินทรีย์ และขยายผลมาสู่ “กุหลาบ” ซึ่งเป็นดอกไม้ที่ตนเองชื่นชอบและสะสมสายพันธุ์ไม้ต่างๆ มาโดยตลอด โดยมองเห็นโอกาสในตลาดคนรักสุขภาพที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง เธอจึงเลือกปลูกเป็นกุหลาบพันธุ์ไทยที่มีกลิ่นหอมโดดเด่น 2 สายพันธุ์ ได้แก่ มอญไกลกังว
