Featured ข่าววันนี้

จากแบรนด์เล็ก สู่ผู้เล่นหลักตลาดบิวตี้ “เจ้านาง” ปรับลุกส์เจาะ Gen Z ด้วยกลยุทธ์ ‘เปลี่ยน-เพิ่ม-สร้าง’ ตั้งเป้าปี 69 ยอดขายโต 800 ล้านบาท

ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดความงามไทย “เจ้านาง” เครื่องสำอางและสกินแคร์แบรนด์ไทย ได้ประกาศแผนรีแบรนด์ครั้งสำคัญในปี 2569 เพื่อพาแบรนด์ไปสู่การเป็นผู้นำในตลาดไทยและเอเชีย 

โดยเริ่มปักหมุดความสำเร็จจากการเปิดตัว “แป้งพัฟโกลว์สกิน” ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดที่ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีตั้งแต่ปลายปี 2568 ภายใต้จุดยืน “แบรนด์คุณภาพที่ทุกคนเข้าถึงได้” สามารถเติมเต็มช่องว่างระหว่างแบรนด์ Mass ที่ยังไม่อาจมอบคุณภาพตามที่ผู้บริโภคคาดหวัง และแบรนด์ระดับบนที่ยังเข้าไม่ถึงกลุ่ม Gen Z และคนวัยทำงานอายุน้อย

นายสิทธา สมควรดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ้านาง (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า “ตลอดเส้นทางกว่า 9 ปีที่ผ่านมา เจ้านาง เติบโตจากธุรกิจขนาดเล็ก มาสู่การเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลัก เราได้เรียนรู้และเติบโตมาพร้อมกับผู้บริโภคชาวไทย จากแบรนด์เมกอัปกลุ่ม Niche ที่โฟกัสความต้องการเฉพาะกลุ่ม เราได้ปรับตัวและพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ตลาดที่กว้างขึ้น 

ในปี 2569 จะเป็นปีที่เจ้านางก้าวสู่บทใหม่ เราจะเดินหน้าพัฒนาสูตรและนวัตกรรมใหม่ พร้อมสร้างภาพลักษณ์ใหม่ที่สะท้อนความเป็นผู้หญิงยุคใหม่ เป็นแบรนด์บิวตี้ครบวงจรอย่างเต็มตัว ทั้งในด้านไลน์อัปผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และประสบการณ์ลูกค้า โดยนำอินไซต์จากผู้บริโภคทุกเจเนอเรชันมาพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ และประสบการณ์ที่ลูกค้ามีร่วมกับแบรนด์ 

เรามองว่าตลาดไทยและตลาดเอเชียมีศักยภาพมหาศาล และแบรนด์ไทยก็มีความสามารถพอที่จะเติบโตไปสู่ระดับสากล ความจริงใจ คุณภาพ และความเข้าใจผู้บริโภคคือสิ่งที่ทำให้เจ้านางเดินทางมาถึงวันนี้”

ตามรายงานของ Custom Market Insight พบว่า ตลาดความงามไทยมีมูลค่ากว่า 170,000 ล้านบาท และคาดว่าจะขยายตัวเฉลี่ยปีละ 5% จนถึงปี 2577 รวมถึงจำนวนผู้เล่นในธุรกิจเครื่องสำอางที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 16.9% ในช่วงปี 2562-2566 

จากตัวเลขการแข่งขันที่สูงขึ้น การรีแบรนด์เจ้านางครั้งนี้ จึงมาพร้อมการยกระดับบรรจุภัณฑ์ในทุกมิติ ทั้งดีไซน์ วัสดุ ฟังก์ชันการใช้งาน และความคงทน เพื่อให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์มีความทันสมัยและน่าใช้มากขึ้น แต่ยังคงมาตรฐานคุณภาพเดิม 

นอกจากนี้ เจ้านางจะปรับภาพลักษณ์แบรนด์เพื่อสร้างประสบการณ์ และความประทับใจในรูปแบบใหม่ที่ฉีกไปจากเดิม ตั้งแต่กระบวนการออกแบบ การคัดเลือกส่วนผสมอย่างพิถีพิถัน และการพัฒนาสูตรที่ตอบโจทย์การใช้งานของคนไทยและเอเชีย 

แบรนด์ยังจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดรับ “เมกะเทรนด์ความงามโลก” อย่าง Ageless Beauty และ Inclusive Beauty ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์คนทุกเพศทุกวัย ทุกโทนผิว และทุกไลฟ์สไตล์ เพื่อสะท้อนความงามที่เข้าถึงง่ายและไร้ขีดจำกัด 

ด้าน ธัญญ์ฐิตา ทรัพยศิรินารากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ้านาง (ไทยแลนด์) จำกัด เผยว่า “ผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และวัยทำงานอายุน้อย มีความคาดหวังต่อแบรนด์สูงขึ้น ทั้งในด้านคุณภาพ ความจริงใจ และค่านิยมที่แบรนด์ยึดมั่น เจ้านางจึงมุ่งมั่นที่จะเป็นมากกว่าแบรนด์เครื่องสำอาง เราอยากสร้างสเปซที่เสริมความมั่นใจ ให้ทุกคนรู้สึกว่า เรามีคุณค่าและโดดเด่นได้ในแบบของตัวเอง 

กลยุทธ์หลักที่เรานำมาใช้ในการรีแบรนด์คือกรอบความคิด ‘เปลี่ยน-เพิ่ม-สร้าง’ โดยเริ่มจากการเปลี่ยนภาพลักษณ์แบรนด์ให้ทันสมัย เพิ่มช่องทางสื่อสารและการเข้าถึง ทั้งสื่อดิจิทัลและหน้าร้าน 

และสร้างประสบการณ์แบบ Community-Driven ที่เปิดพื้นที่ให้ลูกค้ามีส่วนร่วม แชร์รีวิว หรือเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ แบรนด์เจ้านางโตมาจากพลังของผู้ใช้จริง หน้าที่ของเราคือต่อยอดให้แบรนด์เติบโตไปพร้อมกับพวกเขา และผลักดันไทยบิวตี้ให้ยืนอยู่บนเวทีระดับภูมิภาคได้อย่างสง่างาม”

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เจ้านางสร้างชื่อเสียงจากผลิตภัณฑ์แป้งพัฟคุณภาพสูงที่พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับสภาพอากาศร้อนชื้นของไทยโดยเฉพาะ ด้วยคุณสมบัติเด่นทั้งคุมมัน ติดทน กันน้ำ-กันเหงื่อ และให้ผิวเนียนเป็นธรรมชาติ ทำให้แป้งพัฟเจ้านางก้าวขึ้นเป็น “ของมันต้องมี” ในชีวิตประจำวันของนักศึกษา คนทำงาน และผู้หญิงวัยทำงาน 

เจ้านาง
เจ้านาง

โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่คือการเปิดตัวผลิตภัณฑ์แห่งปี “แป้งพัฟโกลว์สกิน (Glow Skin Powder Foundation)” ในช่วงปลายปี 2568 ซึ่งได้รับเสียงตอบรับอย่างยอดเยี่ยมจากผู้ใช้จริง

แป้งรุ่นนี้มาพร้อมเทคโนโลยีที่มอบทั้งความโกลว์และความติดทนได้อย่างสมดุล ขณะเดียวกันยังคงจุดเด่นตามแบบฉบับเจ้านาง ได้แก่ ความทน กันน้ำ กันเหงื่อ และไม่เป็นคราบแม้ในสภาพอากาศร้อนชื้น ผลิตภัณฑ์นี้เป็นกลยุทธ์ในการตอบรับเทรนด์ “งานผิวโกลว์สุขภาพดี” ซึ่งกำลังเติบโตทั้งในไทยและเอเชีย 

นอกจากนี้ ไลน์อัปสินค้ายังครอบคลุมเมกอัปหลายรูปแบบ อาทิ ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดอย่าง Glowy Bloom Liquid Lip ลิควิดลิปเนื้อกลอส และ Soft Blush Powder พาเลตต์บลัช 4 เฉดสีในวอร์มโทนและคูลโทน พร้อมยังมีกำหนดเปิดตัว Flawless Skin Concealer คอนซีลเลอร์เนื้อครีมที่กลืนเข้ากับผิวอย่างเป็นธรรมชาติในวันที่ 15 ธันวาคม 2568 นี้ และต้นปี 2569 จะเปิดตัว Glowy Tint ผลิตภัณฑ์ทินต์งานผิวที่ผสานคุณสมบัติกันแดด การบำรุง และการเบลอผิวไว้ในหนึ่งเดียว 

นอกจากนี้ในปี 2569 เจ้านางยังเตรียมลุยตลาดสกินแคร์อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ใช้งานง่ายและเหมาะกับผิวคนเอเชีย โดยยึดหลักการเดียวกับความสำเร็จของแป้งพัฟ นั่นคือการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากอินไซต์ผู้ใช้งานจริง ในราคาที่เข้าถึงได้

โดยยังคงมุ่งเน้นการสื่อสารที่คำนึงถึงผู้บริโภคเป็นหลัก ควบคู่ไปกับสร้างคอมมูนิตี้ออนไลน์ที่แข็งแรง ทำงานร่วมกับ ครีเอเตอร์ และใช้ช่องทางดิจิทัลสร้างประสบการณ์แบรนด์ที่จริงใจ พร้อมนำกลยุทธ์ O2O (Online-to-Offline) มาผสานประสบการณ์ออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อทำให้เจ้านางเป็นแบรนด์ที่แชร์ค่านิยมเดียวกับผู้บริโภค ไม่ใช่เพียงแบรนด์ที่เน้นการขายสินค้าเท่านั้น

นอกจากการเติบโตในไทย เจ้านางยังเดินหน้าแผนขยายสู่ตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีตัวแทนจำหน่ายในประเทศจีน, สปป.ลาว และเมียนมา ซึ่งเป็นตลาดที่เปิดรับแบรนด์ไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากกระแสความนิยมสินค้าไทยในกลุ่มผู้บริโภคต่างชาติ ที่มีชื่อเสียงเรื่องคุณภาพ ความคุ้มค่า และดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ แบรนด์มองเห็นโอกาสในการขยายต่อไปในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตลาดเอเชียตะวันออก ซึ่งให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวเอเชียเช่นเดียวกับไทย การขยายเข้าสู่ตลาดระดับภูมิภาคจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการผลักดันแบรนด์สู่การเป็นผู้เล่นระดับเอเชียในอนาคตอันใกล้

การปรับโฉมปี 2569 จึงเป็นการเสริมรากฐานให้แกร่งเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันระยะยาว และเตรียมความพร้อมให้แบรนด์ขยายสู่ตลาดต่างประเทศด้วยภาพลักษณ์ที่ทันสมัย แข็งแกร่ง และน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในปี 2567 เจ้านางสร้างยอดขายที่ 230 ล้านบาท ส่วนในปี 2568 คาดว่าจะอยู่ที่ 400 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าในปี 2569 อยู่ที่ 800 ล้านบาท 

Related Posts

MK GROUP สยายปีกอาณาจักรสุกี้ครบทุกเซกเมนต์ ตั้งเป้าโต 12%
สบายใจ ไม่รวย แต่พอกิน! คนรุ่นใหม่ทำเกษตร ปลูกผักสลัดบนดอย มีรายได้หลักหมื่น
“โก๋แก่” แตกไลน์เปิดตัว “โก๋นมถั่ว” (Nut Milk Bar) พร้อมเมนูถั่วสุดฟิน ปักหมุดสาขาใหม่ “ซีคอนบางแค” 1 มิ.ย. นี้!