ดร.ยศพิชา คชาชีวะ กูรูวงการอาหาร ให้ความรู้เกี่ยวกับการบริหารวัตถุดิบในร้านอาหาร กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ไว้อย่างน่าสนใจ แบ่งเป็นหัวข้อดังนี้
การจัดซื้อ
ใครมีหน้าที่ในการสั่งซื้อ ใครเช็กสต๊อก เช็กได้ถูกต้องกับความเป็นจริงไหม ใครเป็นคนทำนายการขายให้เหมาะสมกับการสต๊อกของ หรือการสั่งซื้อ มีงานสัมมนา งานจัดเลี้ยงกี่งาน แขกมาวันไหน ต้องสะสมของเมื่อไหร่ อะไรบ้าง จำนวนเท่าไหร่ เนื้อสัตว์ ผัก อะไรบ้าง จะสั่งซื้อที่ไหน หรือไปซื้อที่ไหนถึงได้ของดีราคาถูก หลายร้านจะเอาง่ายพ่อครัวเข้าว่า ขี้เกียจออกไปซื้อ ใช้วิธีสั่งอย่างเดียว และสั่งกับเจ้าเดิมๆ ไม่เปลี่ยนเจ้า ได้ของราคาแพง คุณภาพไม่ดี คือไม่ยอมทำการบ้านเปรียบเทียบซัพพลายเออร์นั่นเอง
หลายครั้งเจอว่าร้านนี้สั่งกุ้งร้านนี้ประจำอยู่เจ้าเดียว พอให้ลองไปเช็กดูเจ้าอื่นบ้าง รู้ราคาเข้า เจ้าของเอามือตบหน้าผากตัวเองเลย โอ้โห! ราคาต่างกันโลเป็นร้อย กุ้งชนิดเดียวกัน กี่ตัวโลเท่ากัน รู้งี้เปลี่ยนตั้งนานแล้ว แต่บางทีเหตุผลของการสั่งซื้อเจ้าประจำไม่เปลี่ยนเจ้าทั้งที่ราคาแพงกว่าตลาด อาจจะเป็นว่า ได้ความสะดวก ตรงเวลา คัดของ ไม่มีเสีย ราคาไม่ได้แพงกว่ามาก ไปซื้อเจ้าอื่นไม่สะดวก หรือไม่ได้คุณภาพเท่านี้ ก็เป็นสิ่งที่ยอมรับได้ครับ เมื่อเทียบต้นทุนที่สูงขึ้น แต่ไปลดค่าใช้จ่ายอย่างอื่นลงได้ เช่น ค่าพาหนะ หรือการสูญเสีย
การตรวจรับ
ไม่ว่าจะเป็นของที่ซื้อมาจากตลาดหรือมีคนมาส่ง ต้องมีการเช็กทุกครั้ง ใครเป็นคนเช็ก เช็กได้ถูกต้องไหม ทั้งคุณภาพ จำนวน ราคา พวกของส่งจากเจ้าประจำตลาดสดนี่ล่ะครับตัวดี ส่วนใหญ่เขาไม่ได้ตั้งใจโกงหรอกครับ แต่ลูกค้าเยอะ ของเยอะ ส่งเยอะ เลยมั่วๆ ตกหล่น คิดผิดบ้าง สั่งพริกได้หอม สั่ง 10 รายการ หายไปหนึ่ง รวมค่าของผิดๆ ถูกๆ หลักสิบ หลักร้อย หลายครั้งก็หลายตังค์
คนตรวจรับของ จึงทำตัวเป็นช้างหรือตัวเล็นไม่ได้ ต้องมองเห็นให้ถี่ถ้วน อันไหนเสีย ไม่ถูกต้อง คิดเงินผิด รีบติดต่อส่งคืน ขอเปลี่ยน ขอเพิ่ม คิดราคาใหม่ให้เรียบร้อย (มีความเป็นจริงว่า พ่อค้าไม่เคยคิดราคาของต่ำกว่าที่ส่ง มีแต่คิดเกิน)
การจัดเก็บ
เป็นหัวใจของร้านเลย จัดเก็บไม่ดี เสียหายหมด ผักเอามาตัดแต่ง ตัดราก ตัดของเสีย เหลือง ออกไป ยังไม่ล้าง แยกเป็นสัดส่วนให้พอนำออกมาใช้เป็นครั้งๆ ไม่ต้องรื้อออกมาทั้งหมด ห่อด้วยกระดาษ หรือใส่ถุงพลาสติกเจาะรูให้ผักหายใจ หรือใส่กล่องมีรู เก็บเรียงในตู้เย็น ห้องเย็น ที่อุณหภูมิ 7-10 องศาเซลเซียส ผักถึงจะไม่ช้ำและเก็บได้ทน เพราะผักมีการหายใจ ถ้าเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท จะเกิดหยดน้ำรมตัวผักเอง ทำให้เน่าเสียเร็วขึ้น
การไม่ห่อผักปกปิดผักทำให้ผักเหี่ยวแห้งเร็วขึ้น เมื่อจะใช้ค่อยนำผักออกมาเป็นส่วนตามที่จัดเก็บ นำไปล้างน้ำไหล แช่น้ำผสมเบกกิ้งโซดาเพื่อขจัดไข่พยาธิ ยาฆ่าแมลง 10 นาที และล้างน้ำไหลอีกที นำไปใช้ทันที อย่าผึ่งแบ วางไว้จนผักเหี่ยว ผักควรล้างก่อนหั่น หั่นแล้วไปล้างผักจะช้ำน้ำ และเสียคุณค่าอาหารความกรอบสด
เนื้อสัตว์ก็เช่นเดียวกัน ตัดแต่งเอาพังผืด ไขมันออก แยกเป็นส่วนๆ ตามการใช้งาน ห่อด้วยกระดาษ เก็บใส่ถุงพลาสติก หรือกล่อง เข้าตู้เย็นที่ -18 องศาเซลเซียส จะเก็บได้เป็นเดือน พอจะใช้จึงเอาออกมารอที่ตู้เย็นช่องธรรมดาความเย็น 4 องศาเซลเซียส นำมาล้างก่อนหั่น และนำไปประกอบอาหารทันทีเช่นเดียวกันกับผัก
