Featured ข่าววันนี้

รัดเข็มขัด! “น้ำมันแพง” สะเทือนแทบทุกธุรกิจ “ขนส่งพัง-สินค้าขึ้นราคา” คนไทยเตรียมรับแรงกระแทก

จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ระดับราคาน้ำมันมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันทั้งดีเซลและกลุ่มเบนซินลิตรละ 6 บาท ซึ่งมีผลตั้งแต่เช้าวันนี้ (26 มี.ค.)

การขึ้นราคาน้ำมันไม่ได้กระทบแค่ภาคพลังงาน แต่ยังลามไปถึงหลายธุรกิจที่ต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มขึ้น โดย “ศูนย์วิจัยกสิรไทย” ได้โพสต์ข้อมูลน่าสนใจ หากสงครามยังยืดเยื้อ ธุรกิจส่วนใหญ่จะได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะธุรกิจที่พึ่งพาพลังงาน การขนส่ง-ปุ๋ย และพลาสติกเป็นหลัก 

ต้นทุนสูงขึ้นกำลังกดดันผลประกอบการธุรกิจ โดยเฉพาะ SMEs ในอุตสาหกรรมเหล่านี้กว่า 2 ล้านราย หรือคิดเป็นสัดส่วนกว่า 61% ของจำนวน SMEs ทั้งหมด และเสี่ยงกระทบต่อเนื่องไปยังการจ้างงานแรงงานกว่า 7.1 ล้านราย

กลุ่มที่น่าเป็นห่วงคือ SMEs ที่มี Gross Profit Margin ต่ำ เช่น เกษตร ประมง ค้าส่ง/ปลีก สิ่งทอ และพลาสติก

ขณะเดียวกันหากย้อนไปดูข้อมูลของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่ามีสินค้า 6 กลุ่มที่มีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากต้นทุนน้ำมันและการขนส่ง ได้แก่ 

  • กลุ่มอาหารสด เช่น ไข่ไก่ เนื้อหมู และเนื้อไก่ 
  • กลุ่มสินค้าเกษตรหลัก ได้แก่ ข้าว ปาล์มน้ำมัน และผลไม้ 
  • กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น เช่น กระดาษทิชชู และบรรจุภัณฑ์กระดาษ 
  • กลุ่มอาหารกระป๋อง โดยเฉพาะปลากระป๋อง 
  • กลุ่มเครื่องดื่มและสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก เช่น น้ำดื่ม นมบรรจุขวด และน้ำมันพืช 
  • กลุ่มวัสดุก่อสร้าง อาทิ ปูนซีเมนต์ เหล็กเส้น สีทาบ้าน ท่อพีวีซี และกระเบื้อง 

สินค้าเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยพื้นฐานต่อการใช้ชีวิตและระบบเศรษฐกิจ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้ออกมาตรการบริหารจัดการทั้งปริมาณสต๊อกสินค้าและราคาจำหน่าย โดยภายหลังการประชุมในวันนี้มีมติเห็นชอบยกระดับมาตรการกำกับดูแลสินค้าควบคุมในหลายรายการ และจะเร่งออกประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เพื่อให้มีผลบังคับใช้โดยเร็วที่สุด

ด้าน “ธุรกิจอาหาร” ก็ได้รับแรงกดดันไม่แพ้กัน โดยเพจ “Torpenguin” ได้สะท้อนว่า “หลังจากการปรับราคาน้ำมัน สิ่งที่ต้องเจอแน่ๆ คือ Food Costs อาจะวิ่งไปถึง 40%+ ดีลิเวอรีบังคับปรับ GP ขึ้นอีก 2-3% แต่ร้านปรับราคาขายขึ้นลำบาก แถมยังต้องทำโปรฯ เพื่อดึงลูกค้าให้อยู่กับเรา”

ในฝั่งของ “ธุรกิจขนส่ง” ก็ได้รับผลกระทบโดยตรงจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และอาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังธุรกิจอีคอมเมิร์ซและผู้ขายออนไลน์ที่ต้องใช้โลจิสติกส์ส่งสินค้า หากผู้ประกอบการเริ่มทยอยปรับราคาสินค้าเพื่อแบกรับต้นทุนขนส่ง สุดท้ายภาระจะตกไปอยู่ที่ผู้บริโภค

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นยังอาจกระทบบรรยากาศการท่องเที่ยวช่วง “สงกรานต์” ซึ่งเป็นช่วงที่คนไทยนิยมเดินทาง หากค่าน้ำมันยังแพง มีโอกาสที่คนจะลดการเดินทางลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะต้องรัดเข็มขัดในยุคที่เรียกว่า “ข้าวยากหมากแพง” 

อ้างอิงข้อมูลจาก 

Torpenguin

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

กรมการค้าภายใน ตรึงราคาสินค้าควบคุม

พาณิชย์” ยกระดับคุมราคาสินค้า

Related Posts

MK GROUP สยายปีกอาณาจักรสุกี้ครบทุกเซกเมนต์ ตั้งเป้าโต 12%
สบายใจ ไม่รวย แต่พอกิน! คนรุ่นใหม่ทำเกษตร ปลูกผักสลัดบนดอย มีรายได้หลักหมื่น