บทความโดย : ดร.ยศพิชา คชาชีวะ กูรูวงการอาหาร เจ้าของคอลัมน์ “ตู้จดหมายพลศรี”
คนรู้จักกันเป็นหมูไม่กลัวน้ำร้อน อยากเปิดร้านอาหาร ไปเช่าที่แถวพุทธมณฑลมาปรึกษาเรื่องการจัดวางผังร้านและครัว กำลังจะรื้อรีโนเวทห้องอยู่ โดยเฉพาะครัวร้านอาหารซึ่งเขาไม่มีความรู้พอในการวางผัง
ครัวร้านอาหารตามตำราเขาให้จัดมีพื้นที่ 1 ใน 3 ของขนาดร้าน เช่น ร้านมีขนาด 100 ตารางเมตร แบ่งเป็นพื้นที่นั่งกินสัก 70 ตารางเมตร อีก 30 ตารางเมตร ต้องเป็นครัว สัดส่วนของครัวควรจะเพิ่มขึ้นตามขนาดของร้าน ถ้าครัวเล็กไปแต่ที่นั่งกินเยอะจะบริการแขกไม่ทัน
หลักการง่ายๆ ต่อไปคือ ครัวควรเป็น “ห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้าหรือจัตุรัส” มีซอกมีมุม หลืบน้อยๆ และยังควรมีที่สำหรับจัดทำ “ห้องสต๊อกของ” มีทางเดินเข้าครัวจากในร้าน และช่องส่งอาหาร ผนังด้านหน้าที่ติดกับห้องอาหารจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ประตูทางเข้า-ออก (แนะนำเป็นบานสวิงคู่ หรือบานผลักง่ายๆ หรือ ม่านพลาสติกหนา เพื่อความสะดวกเวลาถือของ) และช่องส่งอาหาร ตรงช่องส่งอาหารนี้ควรทำเป็นบานปิดเปิดได้ หรือเป็นม่านจากวัสดุที่ไม่ดูดซับฝุ่น ควัน น้ำมัน ไม่ขึ้นราง่าย เพื่อป้องกันไม่ให้ลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศในห้องอาหารไหลเข้ามาในห้องครัวซึ่งร้อนกว่า ทำให้แอร์ทำงานหนัก เปลืองพลังงานมาก
ด้านหลังครัว มีทางออกอีกทางเพื่อให้พนักงานเข้าออกได้โดยไม่ต้องผ่านหน้าร้านรบกวนแขก และยังเป็นช่องทางทิ้งขยะ ขนส่งวัตถุดิบเข้าครัว
ด้านหน้าครัวต่อจากห้องอาหาร มักจะเป็นส่วนของ “ครัวเย็น” เหมาะสำหรับเตรียมสลัด ของหวาน หรือออร์เดิร์ฟ การวางครัวเย็นไว้ด้านหน้าสุดช่วยให้พนักงานเสิร์ฟรับอาหารที่ทำเสร็จไวได้ทันทีโดยไม่ต้องเดินลึกเข้าไปในครัว และช่วยลดปัญหาความร้อนสะสมบริเวณช่องส่งอาหาร
ต่อจากนั้นเป็น “ครัวร้อน” โดยทั่วไปร้านอาหารในไทยจะมีเตาผัด เตาย่าง เตาทอด เตาอบ แต่จะมีอุปกรณ์ใดบ้างขึ้นกับรายการอาหารที่จัดทำ อุปกรณ์ใดไม่ใช้ไม่ควรติดตั้งเผื่อไว้ พร้อมติดตั้งฮูดดูดควัน (Exhaust Hood) ส่วนอีกฝั่งเป็นโต๊ะสแตนเลสสำหรับเตรียมวัตถุดิบ (Prep table)
การวางครัวร้อนไว้ตรงกลาง ช่วยให้กลิ่นและควันถูกดูดออกได้ดี ไม่ลอยเข้าไปรบกวนห้องอาหารด้านหน้ามากนัก เชฟสามารถหันหลังกลับไปจัดจานที่โต๊ะเตรียมฝั่งตรงข้ามได้ทันที
ต่อจากครัวร้อนเป็น “ห้องสต๊อก” วางตู้แช่แข็ง ตู้แช่เย็นขนาดใหญ่ และชั้นวางของแห้ง (Dry Storage) และ “ห้องจัดล้าง” ซึ่งมักอยู่ท้ายสุด เพื่อป้องกันความชื้น เศษอาหาร และน้ำกระเด็นไปโดนโซนทำอาหาร ควรมีถังดักไขมัน ซิงค์ล้างจานแบบ 2-3 หลุม และชั้นคว่ำจาน พนักงานสามารถนำจานชามที่เก็บจากโต๊ะอาหารเดินผ่านทางเดินกลางตรงเข้ามาที่ห้องล้างได้เลยโดยไม่เกะกะเชฟที่กำลังทำอาหาร
ทางเดินในครัว ควรกว้างอย่างน้อย 1.50 เมตร เพื่อให้เดินสวนกันได้ เข็นของ แบกจาน เปิดตู้ โดยไม่รบกวนกัน ไม่เกะกะ ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ
พื้นครัว เป็นวัสดุที่เดินแล้วไม่ลื่น ไม่กะเทาะง่าย ไม่เป็นหลุมบ่อรูพรุนที่สิ่งสกปรกน้ำจะลงไปขังได้ ครัวราคาแพงมักเป็นพื้นอีพ็อกซี่ ครัวทั่วไปปูกระเบื้อง ปูนขัดเรียบ (ไม่ขัดมัน) พื้นที่ไม่ควรใช้คือพื้นไม้ พื้นกระเบื้องยางหลุดร่อน เก็บน้ำ เป็นเชื้อราได้ง่าย และควรเป็นพื้นที่มีความลาดเล็กน้อยลงทางระบายน้ำในห้องครัว อาจจะเป็นทางระบายน้ำเปิดมีตะแกรงหรือฝาปิด หรือมีช่องปิดเปิดได้เป็นจุดๆ เพื่อการทำความสะอาดทุกวัน ทางระบายที่ออกไปนอกอาคารต้องมีตะแกรงกันสัตว์แมลงเข้ามาในครัว
ครัวร้านอาหารจีน มีเตาฟู่แบบมีรางระบายน้ำอยู่ติดเตา เพื่อการเปิดน้ำทำความสะอาดกระทะได้ทันที แต่ถ้าเป็นเตาไทย เตาฝรั่ง ต้องเอากระทะไปล้างที่ซิงค์ ใต้เตาถ้ามีการระบายน้ำต้องมีถังดักไขมันขนาดพอเหมาะกับการใช้งาน มีการตักไขมันทุกวัน เช่นเดียวกับถังดักไขมันใต้ซิงค์ล้างจาน
ระบบกำจัดน้ำเสีย นอกจากมีถังดักไขมันใต้ซิงค์ หรือถังดักไขมันนอกอาคารแล้ว ควรมีบ่อพักกำจัดไขมันอีกบ่อหนึ่ง ก่อนปล่อยลงท่อระบายน้ำสาธารณะ ร้านเล็กๆ มีแค่ถังดักไขมันก็เพียงพอ
ระบบระบายอากาศในครัว ไม่ควรใช้เครื่องปรับอากาศเนื่องจากต้องทำงานหนัก อยู่กับความร้อน ไขมันจับเร็ว ฮูดดูดควันยังจะดูดลมเย็นจากแอร์ออกไปอีก ต้องบำรุงรักษาตลอด ควรใช้ระบบเครื่องเป่าลมเย็นซึ่งติดนอกอาคารและทำลมเย็นเข้ามาเป่าให้คนครัวหายร้อนแทนเครื่องปรับอากาศ
ห้องครัวควรเป็นห้องปิดเพื่อป้องกันแมลง หนู แมลงสาบ นก ฝุ่น หยากไย่เข้ามาในครัว หลังคาครัวหรือที่ต่อเนื่องไม่ควรมีช่องเปิดให้สัตว์เข้าไปอยู่อาศัยได้
ระบบแก๊ส ควรวางถังแก๊สไว้นอกห้องครัว และต่อระบบวาล์ว เดินสายเข้ามาในครัว ดีกว่าวางถังแก๊สไว้ใต้เตา
อุปกรณ์ การวางผังต่างๆ ต้องปรับเปลี่ยนไปตามการใช้งานจริงครับ ศึกษาให้ดีก่อนว่าทำอะไรบ้าง เขียนแบบ ลงมือทำ อย่าทำไปคิดไป ทำแล้วมันรื้อยากครับ
