ของว่างไทย มีหลากหลาย ทำไม่ง่าย แต่กำไรดี มีลูกค้าชอบแน่นอน
สาคูไส้หมู ของว่างที่หาซื้อกินง่าย กินอิ่ม แต่เวลาทำยากและเสียเวลา ตัวไส้เราต้องผัดสามเกลอให้หอมและใสก่อน ถึงใส่หมูสับ พอสุกใส่หัวไชโป๊สับ ทีนี้ตักแยกออกไว้ก่อน เอาน้ำตาลปี๊บ น้ำปลาลงไปเคี่ยวพอเหนียว
คำว่า พอเหนียว นี่ยากเอาการ เหนียวมากไปไส้จะออกมาแข็งเป็นลูกอมทอฟฟี่เลย วิธีดูน้ำตาลคือเคี่ยวละลาย ไฟกลาง รอให้เป็นฟองทั่ว จึงหรี่ไฟ เอาหมูที่ผัดไว้ลงไปผัด ไฟอ่อนๆ ผัดไปขูดกระทะไป อย่าให้ไหม้ จนเริ่มเหนียว ถึงใส่ถั่วลิสงคั่วบดละเอียด ผัดต่อ รอเย็นค่อยปั้นเป็นก้อนกลม
ตัวเม็ดสาคูแช่น้ำให้นิ่ม หยิบแป้งสาคูแผ่ออกใส่ไส้ปั้นเป็นก้อนกลม ที่ยากคือแป้งเม็ดสาคูมันติดมือ ห่อแป้งหนาไป กินไม่อร่อย ห่อแป้งบาง มันขาดติดมือ วิธีหนึ่งคือใช้แผ่นพลาสติกมาช่วยห่อ ทำให้ง่ายขึ้น เม็ดสาคูนี้ถ้าแช่น้ำไม่ได้ที่ เวลานึ่งจะนึ่งนานกว่าเม็ดสาคูจะใส คนห่อจึงต้องรู้ว่าเม็ดสาคูแช่น้ำแค่ไหนถึงพอ
ไส้สาคู นี้ ยังเอาไปใส่ ข้าวเกรียบปากหม้อ เทคนิคการทำแป้งปากหม้อให้วนเป็นก้นหอย ยากเกินบรรยาย ต้องมาหัดทำเองครับ
ช่อม่วง ใส่ไส้นี้เช่นเดียวกันเป็นไส้เค็ม ส่วนไส้หวานใช้มันหมู ฟักเชื่อม หอมแดง งาขาว ปรุงรสหวาน สีม่วงมาจากดอกอัญชันขยำน้ำบีบมะนาว
ของว่างคู่กับช่อม่วง คือ ขนมจีบไทยและปั้นสิบนึ่ง ซึ่งเปลี่ยนเป็นแป้งสีขาว ใส่ไส้เนื้อปลานึ่งผัดกับสามเกลอ หอมใหญ่ ขนมจีบไทยมักจะทำเป็นรูปคนโทหรือเหยือกน้ำโบราณเล็กๆ มีจีบรอบตัว ก้นป่องๆ หัวแหลมมีแฉก อาจจะทำเป็นรูปหัวนกติดตาด้วยงา ปากใช้พริกแดง ส่วนปั้นสิบนึ่งห่อแบบกะหรี่ปั๊บ แล้วขลิบริมให้สวยงาม จึงเรียกกัน 2 ชื่อว่า ขนมปั้นสิบ หรือ ขนมปั้นขลิบ
ข้าวต้มมัด หรือ ข้าวต้มผัด เถียงกันหน้าดำหน้าแดง เป็นได้ทั้งของว่างและขนมที่กินเอาอิ่มเลย อิ่มเกินเบอร์ขนม ส่วนชื่อแล้วแต่จะเรียกถูกทั้ง 2 อย่าง เพราะเขาเอาข้าวเหนียวมาผัดกับกะทิใส่น้ำตาล ค่อยเอาไปใส่ใบตองใส่ไส้ แล้วมัด ไม่มีชื่อไหนผิด
การมัดด้วยตอกนี้ต้องมัดให้แน่น ใบตองห้ามแตก หุ้มหัวท้ายให้ดี เวลาเอาไปต้มจะได้ไม่แตก น้ำไม่เข้าไปมาก ข้าวเหนียวจะแฉะ ข้าวต้มมัดทำไมด้านหนึ่งถึงแบน อีกด้านถึงเต่งกลม ก็เพราะเวลาห่อเราห่อบนโต๊ะแบน แล้วเพื่อให้การมัดแน่นหนาใบตองแนบสนิทกับข้าวเหนียวข้างใน จึงเอา 2 อันประกบกันด้านแบน ด้วยวิธีนี้ข้าวเหนียวจึงไม่ไหลแตก โบราณใช้วิธีต้มต้องมีฝีมือในการมัด ปัจจุบันมักใช้วิธีนึ่ง ปลอดภัยกว่า
