บางครั้งจุดเริ่มต้นของธุรกิจอาจไม่ได้มาจากแผนธุรกิจที่วางไว้อย่างดี แต่อาจเริ่มจากการเดิมพันเล่นๆ กับเพื่อน เมื่อชายชาวนิวยอร์กที่เริ่มต้นขายขนมบาคลาวาเพียง 3 ถาด ก่อนจะกลายเป็นเจ้าของธุรกิจขนมที่สร้างยอดขายเฉลี่ยกว่า 6 แสนบาทต่อเดือน แม้จะไม่มีหน้าร้าน
Jacob Komarow ผู้ประกอบการวัย 30 ปี หรือชื่อที่ผู้ติดตามของเขาเรียกอย่าง “Roy Donk” หรือ “Baklava Guy” (พ่อหนุ่มบาคลาวา) เจ้าของธุรกิจ “Good Baklava” ที่จำหน่ายขนมบาคลาวา
ซึ่ง “บาคลาวา” (Baklava อ่านว่า บาค-ลาวา) คือ ขนมหวานสไตล์ตุรกีที่ทำจากแป้งฟิโลบางกรอบหลายชั้น สอดไส้ถั่วบด เช่น พิสตาชิโอหรือวอลนัต แล้วราดด้วยน้ำเชื่อมหรือน้ำผึ้ง ให้รสชาติหวานเข้มข้นและมีเนื้อสัมผัสกรุบกรอบ

แต่ใครจะไปเชื่อ! ว่า แบรนด์ Good Baklava เกิดขึ้นมาจากการที่ เจคอบเดิมพันกับเพื่อนเล่นๆ ระหว่างเดินทางไปชมคอนเสิร์ตในปี 2021
พนันกับเพื่อนเล่นๆ อยู่ๆก็กลายเป็นนักธุรกิจไปซะแล้ว
เรื่องราวสุดฮานี้เริ่มต้นเกิดขึ้นในเดือนกันยายน 2021 ระหว่างที่ เจคอบกับผองเพื่อนเดินทางไปชมคอนเสิร์ตของวง ฟิช (Phish) ในรัฐแคลิฟอร์เนีย
เจอคอบแวะซื้อบาคลาวา 3 ถาดจากร้านขายของชำแห่งหนึ่ง เพื่อนำไปขายให้กับผู้ชมคอนเสิร์ตเพื่อหารายได้เสริม
เพื่อนของเขาพูดขึ้นมา “ขายไม่หมดหรอกฮ่าๆ”
เจคอบรับคำท้าและเดินหายไปในงานคอนเสิร์ต พร้อมกลับมากับถาดที่ว่างเปล่า และเขายังทำกำไรได้ 3 เท่า! ของบาคลาวา 3 ถาดที่ลงทุนไปอีกด้วย
ซึ่ง ณ เวลานั้น เจคอบเพิ่งเลิกใช้สารเสพติดมาได้ 6 เดือน และเพิ่งตกงานจากตำแหน่งนักการตลาดออนไลน์พอดี ตัวเขาจึงหันมารับงานการตลาดฟรีแลนซ์ พร้อมกับขายบาคลาวาเป็นอาชีพเสริมเพื่อหารายได้เลี้ยงตัวเองไปด้วย จนถึงปัจจุบันก็เป็นเวลากว่า 5 ปีแล้วที่ตัวเขาเลิกใช้สารเสพติด
จากการขายขนมตามคอนเสิร์ตเป็นเวลาหลายปี เขาเริ่มขยายไปยังสวนสาธารณะ, เทศกาลดนตรี และสถานที่ที่มีผู้คนมารวมตัวกันจำนวนมาก ก่อนจะพัฒนาจากอาชีพเสริมให้กลายเป็นธุรกิจจริงจัง
เมื่อกระแสไวรัลกลายเป็นจุดเปลี่ยน
ในปี 2022 เจคอบได้ลองชิมบาคลาวาหน้าพิสตาชิโอจากพ่อค้าชาวตุรกีในรัฐนิวเจอร์ซีย์ และรู้สึกประทับใจในรสชาติอย่างมาก
ต่อมาในปี 2024 เจคอบก็ได้เจอกับ “แหล่งบัคลาวาที่ไม่มีวันหมด” เพราะเขาถูกแนะนำให้รู้จักกับโรงงานเบเกอรีในตุรกีที่กลายมาเป็นซัพพลายเออร์หลักของเขา ส่งบาคลาวาสดที่ยังไม่ผ่านการอบมาให้เขาเป็นประจำทุกเดือน
แต่สิ่งที่ทำให้ Good Baklava เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เกิดขึ้นในช่วงการแข่งขันบาสเกตบอลของทีม “นิวยอร์ก นิกส์” เมื่อ เจคอบออกไปขายและแจกบาคลาวาฟรีๆ ให้แฟนกีฬาแถบสนาม “เมดิสันสแคว์การ์เดน” พร้อมโพสต์คลิปลงโซเชียลมีเดียจนกลายเป็นไวรัล

ภาพจาก Inc.
จนทำให้คลิปของเขามียอดคนดูกว่าแสนครั้ง จนเรื่องราวของเขายังได้รับการนำเสนอผ่าน The New York Times ทำให้หลังจากนั้น Instagram ของเขามีผู้ติดตามเพิ่มขึ้น 20% ภายในคืนเดียว และเริ่มมีแบรนด์ต่างๆ ติดต่อเข้ามาเพื่อร่วมงาน
เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า การแจกสินค้าฟรีไม่ได้หมายถึงการเสียรายได้เสมอไป เพราะสำหรับเจคอบแล้ว การทำให้คนรู้จักแบรนด์ในช่วงเวลาที่ผู้คนกำลังมีความสุขและจดจำเหตุการณ์นั้นๆ ได้ อาจสร้างมูลค่าให้ธุรกิจในระยะยาวมากกว่าการขายขนมเพียงไม่กี่ชิ้น
หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจน คือร้านอาหาร Shah’s Halal ที่สั่งซื้อบัคลาวาจาก Good Baklava จำนวน 1,000 ชิ้นในแต่ละเกม เพื่อนำไปแจกให้ลูกค้าตามสาขาในนิวยอร์ก นอกจากนี้ยังมีแบรนด์อื่น ๆ ติดต่อเข้ามาร่วมงานอย่างต่อเนื่อง
ไม่มีหน้าร้าน แต่ใช้ถนนเป็นพื้นที่สร้างแบรนด์
จุดเด่นของ Good Baklava คือการไม่มีหน้าร้าน แต่เลือกใช้ “การตลาดแบบกองโจร” หรือวิธีเดินเข้าหาลูกค้าตามสถานที่ต่างๆ ไม่มีแหล่งขายแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นสวนสาธารณะ ชายหาด หรืองานคอนเสิร์ต รวมถึงการตั้งบูธขายตามเทศกาล และเปิดรับคำสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์
ตัวเขามองว่าการขายสินค้าก็เหมือนนักแสดงตลกเดี่ยวไมโครโฟนที่ต้องรู้จักพูดคุยและปรับมุกตามผู้ชม ซึ่งก็คือต้องรู้จักวิธีเข้าหาลูกค้าและทำให้คนตรงหน้าสนใจเรา
ทำให้ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เขาลองวิธีเข้าหาลูกค้า คำพูด และรูปแบบการนำเสนอสินค้า เพื่อเรียนรู้ว่าควรพูดอย่างไรให้คนสนใจและตัดสินใจซื้อ
ข้อมูลจาก CNBC Make it กล่าวว่าปัจจุบัน Good Baklava มียอดขายเฉลี่ยมากกว่า 6 แสนบาท ต่อเดือน จากทั้งการขายตามสถานที่ต่างๆ การขายส่งให้ร้านค้าและร้านกาแฟ รวมถึงช่องทางออนไลน์
อย่างไรก็ตาม Good Baklava ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนของรายได้ ซึ่งถึงในเดือนธันวาคม 2025 เคยทำยอดขายได้เกือบ 2 ล้านบาท แต่เดือนถัดมากลับมียอดขายไม่ถึง 3 แสนบาท สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายของธุรกิจที่พึ่งพาการออกบูธและกิจกรรมที่มีมาไม่แน่นอน
ไม่มีเส้นชัย แต่อยากไปให้ไกลกว่าเดิม
หลังจาก Good Baklava เป็นที่นิยมมากขึ้น เจคอบก็ได้เริ่มมองหาโอกาสร่วมงานกับแบรนด์และจัดกิจกรรมพิเศษต่างๆ รวมถึงเคยลองหานักลงทุนเพื่อเปิดหน้าร้านจริงๆ แต่ก็ยังอยากรักษาเอกลักษณ์การตลาดแบบกองโจรไว้อยู่
เจคอบเปิดเผยว่า ตั้งแต่กระแสไวรัลในช่วงการแข่งขันของทีม Knicks เป็นต้นมา ธุรกิจสามารถสร้างรายได้อย่างน้อย 6 แสนบาทต่อเดือนได้อย่างต่อเนื่อง และหวังว่าจะเริ่มจ่ายเงินเดือนให้ตัวเองได้ประมาณ 1 แสนกว่าบาทต่อเดือน ภายในสิ้นปี 2026 ซึ่งจะเป็นเงินเดือนแรก นับตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจ
จากขนม 3 ถาดในวันนั้น สู่ Good Baklava กลายเป็นงานที่เจคอบทุ่มเทเวลาให้ทั้งหมด แม้จะยังไม่มีหน้าร้าน ไม่มีเส้นทางการเติบโตที่แน่นอน แต่เขาก็พร้อมพาธุรกิจเดินหน้าต่อไป
เพราะสำหรับเจคอบ บัคลาวาไม่ได้เป็นเพียงขนม
“ตอนนี้บัคลาวาคือทั้งชีวิตของผม”
สามารถติดตามเรื่องราวของเจคอบได้ที่ Instagram : @baklavaguy
ที่มา CNBC , The Economic Times
