Featured
ในโลกปัจจุบันนี้ GEN Z เริ่มเป็นกลุ่มคนที่มีความสำคัญในด้านของการเป็นผู้บริโภคมากขึ้น ด้วยความสำคัญอย่างนั้นเอง ผู้ประกอบการ แบรนด์ หรือนักการตลาด ต่างต้องมีการปรับตัวและปรับกลยุทธ์ให้ทันเพื่อสอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภครุ่นใหม่ ในงาน “GEN Z TOP BRAND 2026 : สุดยอดแบรนด์ครองใจ GEN Z” เมื่อวันที่ 8 เมษายน จัดโดย BrandBuffet.in.th สื่อด้านธุรกิจและการตลาด ร่วมกับ INTAGE Thailand บริษัทวิจัยการตลาดชั้นนำ และ Wisesight ผู้เชี่ยวชาญด้าน Social Listening ภายในงานได้มีการประกาศรางวัล 10 แบรนด์ที่เป็น TOP BRAND ในใจคน GEN Z ซึ่งแบ่งเป็น 10 หมวดสินค้า นอกจากนี้ยังมีเวทีสรุปภาพรวมอินไซต์เจาะลึกพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ และมีการแนะนำกลยุทธืสำหรับนักการตลาดในการปรับตัวเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างยั่งยืน โดยมี ดร.ดั่งใจถวิล อนันตชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อินเทจ (ประเทศไทย) จำกัด, คุณกล้า ตั้งสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Wisesight และคุณพราวนรินทร์ เรืองฤทธิเดช กรรมการบริหารแบรนด์ชาตรามือ โดยสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้ ถอดรหัส “ชาตรามือ” แบรนด์คนไทยที่ครองใจ GEN Z อย่างที่บอกว่า G
มีใครเคยอยากดื่มน้ำสมุนไพรเพียงเพราะ “อยากดื่ม” จริงๆ คำถามนี้คือจุดเริ่มต้นของ Amacha (อาม่าช่า) แบรนด์ชานมสมุนไพรจีนร่วมสมัยที่กำลังเป็นกระแสในสิงคโปร์ ผลงานของสองนักธุรกิจหนุ่ม อย่าง เซบาสเตียน อัง (Sebastian Ang) วัย 34 ปี และ อเล็กซ์ อึ้ง (Alex Ng) วัย 33 ปี ที่ร่วมกันเปลี่ยนภาพลักษณ์ “เนียงเชีย” น้ำเก๊กฮวยหรือน้ำสมุนไพรแก้ร้อนในแบบเดิมๆ ให้กลายเป็นเครื่องดื่มสุดฮิปที่วัยรุ่นต้องยอมต่อคิว จุดเริ่มต้นจาก “รสมืออาม่า” และความทรงจำวัยเด็ก เซบาสเตียน เล่าว่าไอเดียของ Amacha มาจากความผูกพันกับอาม่าที่เลี้ยงเขามาตั้งแต่เด็ก ในตอนนั้นน้ำสมุนไพรคือสัญลักษณ์ของความห่วงใยที่อาม่ามักจะต้มให้ดื่มเสมอ แม้ตอนเด็กเขาจะแอบบ้วนทิ้งเพราะเกลียดรสขมก็ตาม แต่เมื่อเติบโตขึ้นและคลุกคลีกับร้านขายยาสมุนไพรจีน เขากลับเริ่มหลงใหลในศาสตร์แห่งการดูแลสุขภาพ เขาไม่อยากทำร้านน้ำสมุนไพรแบบเก่าที่เน้นความขมเหมือนยา แต่เขาต้องการสร้างเครื่องดื่มที่คนหยิบดื่มเพราะความอร่อยและได้สุขภาพไปพร้อมกัน เขาจึงร่วมมือกับ อเล็กซ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรุงเครื่องดื่ม ที่ยอมบินไปเรียนคอร์สสมุนไพรจีนที่กวางโจวและหูหนาน ประเทศจีน เพ
ถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ทีไร ชวนให้นึกถึงกลิ่นหอมรัญจวนสดชื่นของน้ำอบ ตามการบอกเล่า คนไทยใช้น้ำอบเป็นเครื่องประทินผิวมาตั้งแต่สมัยโบราณ มาปัจจุบัน เราได้เห็นการใช้น้ำอบในพิธีสำคัญ เช่น การสรงน้ำพระพุทธรูป หรือการรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ ซึ่งแบรนด์ที่ครองใจคนทุกยุคทุกสมัย คือ น้ำอบนางลอย ตำนานความหอมเก่าแก่กว่า 100 ปี คุณน๊อต-ดิษฐพงศ์ ธ.เชียงทอง ทายาทรุ่น 4 น้ำอบนางลอย เล่าย้อนถึงที่มาที่ไปของน้ำอบนางลอย ให้ฟังว่า “น้ำอบ” ถือเป็นเครื่องหอมที่คนสมัยโบราณนิยมนำมาใช้เป็นเครื่องประทินผิว การทำน้ำอบจะใช้ดอกไม้สดที่มีกลิ่นหอม นำมาอบ ร่ำ ในน้ำให้มีกลิ่นหอมเย็นเป็นธรรมชาติ ซึ่งต้องทำใช้ทุกวัน เพราะอายุการใช้งานสั้น โดยหลักฐานการใช้น้ำอบไทย หรือเครื่องหอมแบบไทยมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย และต่อเนื่องมาในสมัยอยุธยาตอนปลาย สมัยรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 2 ทรงโปรดปรานการใช้น้ำอบ น้ำปรุงมาก โดยมีการเผยแพร่สูตรให้ประชาชนทั่วไปได้ทำใช้ จนมาถึงรัชกาลที่ 5 เริ่มมีการนำเข้าสินค้าฝรั่ง เช่น น้ำหอมฝรั่ง ซึ่งมีกลิ่นหอมติดทนนาน อายุการใช้งานนาน คุณย่าเฮียง หรือ แม่เฮียง ซึ่งได้รับการถ่ายทอดวิธีการปรุงน้ำอบไทยมาจากเพื่อนข
“เจมส์ 500 เฟ็ดเฟ่” ยูทูบเบอร์ชื่อดัง ทำตามฝัน งบบานปลาย สร้างอาณาจักรลานกางเต็นท์ ย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน สายยูทูบเบอร์ สายคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ต้องรู้จักพวกเขาเป็นอย่างดี แก๊งเพื่อนๆ ที่รวมตัวกันสร้างช่องที่มีความแก่นเซี้ยวเปรี้ยวซ่า โดยใช้ชื่อช่องว่า fedfeclip และวันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้มีโอกาสนั่งพูดคุยกับ คุณเจมส์-ปทาน อุ้มมีเพชร หรือ เจมส์ 500 ที่หลายๆ คนรู้จัก แต่ไม่ได้คุยกันในพาร์ตของยูทูบเบอร์ แต่จะเป็นการถ่ายทอดเรื่องราวของการเป็นผู้ประกอบการที่มีสไตล์เป็นของตัวเอง ที่มาที่ไป เดิมคุณเจมส์เป็นยูทูบเบอร์ เป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์มาก่อน ก็จะทำคลิปต่างๆ กับกลุ่มเพื่อนของเขา จนเป็นที่รู้จักในแวดวงนี้ “จริงๆ ก็ทำยูทูบเบอร์มาก่อน เป็นแบบแก๊งจัญไรในยูทูบไรงี้ จริงๆ ก็คือแก๊งแก่นเซี้ยวเปรี้ยวซ่า ตลกโปกฮา แอ๊กชันเจ็บตัว ชื่อว่าแก๊งเฟ็ดเฟ่ บอยแบนด์ด้วย เห็นหน้าตาเหี้ยมๆ แบบนี้แต่ก็เป็นบอยแบนด์ได้” คุณเจมส์ เล่า แต่เมื่อทำไปเรื่อยๆ คุณเจมส์ได้พูดออกมาคำหนึ่งว่า “เจ๊ง” ก็เริ่มเดินไปต่อยากขึ้นด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง เขาเลยหันตัวเองมาทำในสิ่งที่ชอบ และคิดว่าเป็นตัวเองมากขึ้น นั่นคือ เกษตรใ
ข้าวแช่ชาววัง มีมาแต่สมัยใด ใครคือต้นตำรับ แล้วทำไมไปเด่นที่เมืองเพชร ข้าวแช่ คือเมนูหน้าร้อนที่หลายคนนึกถึง เป็นอาหารทานเล่นหรือทานจริงก็ไม่ผิดกติกา ข้าวแช่ ถูกจัดเป็นสำรับขนาดย่อม ประกอบด้วย มีข้าวสุกขัดแช่น้ำเย็น ซึ่งมักเป็นน้ำดอกไม้ รับประทานกับเครื่องกับต่างๆ อย่าง ลูกกะปิ พริกหยวกสอดไส้ เนื้อเค็มฝอยผัดหวาน เป็นต้น สำหรับความเป็นมาของ “ข้าวแช่” เมนูวิจิตรนี้ มีร่องรอยหลักฐานความเป็นมา ในบทกลอนของสุนทรภู่ เรื่อง รำพันพิลาป ว่าความไว้ ดังนี้ ระดูร้อนก่อนเก่าทำเข้าแช่ น่าชมแต่เครื่องกับสำรับฉัน ช่างทำเป็นเช่นดอกจอกเป็นดอกจันทน์ งามจนชั้นกระชายทำเหมือนจำปา มะม่วงดิบหยิบดูจึ่งรู้จัก ทำน่ารักรูปสัตว์เหมือนมัจฉา จะแลลับกลับกลายสุดสายตา เคยไปมามิได้เห็นจะเว้นวาย … จากบทกลอนของท่านกวีเอกสุนทรภู่ ดังกล่าว ทำให้การสันนิษฐานกันว่า ข้าวแช่ เข้าสู่ราชสำนักไทยในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ครั้นมาถึงสมัยรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์โปรดเสวยข้าวแช่ ในฤดูร้อนเป็นอย่างมาก โดยมี เจ้าจอมมารดาซ่อนกลิ่น เป็นผู้ปรุงข้าวแช่ถวายขึ้นโต๊ะเสวย มีการประดิด
รู้หรือไม่ว่าสินค้ามือสองที่อาจจะดูไร้ค่าในสายตาใครหลายคน อาจจะกลายเป็นขุมทรัพย์มหาศาลสร้างรายได้หลักล้าน วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ โจเซลิน เอลิซาเบธ คุณแม่มือใหม่ที่เคยทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยการตลาด สู่การผันตัวมาเป็นเจ้าของธุรกิจ โดยมีจุดเริ่มต้นจากการซื้อของมือสองมาขายต่อ จนสามารถทำเงินได้มากกว่า 13 เท่า จุดเริ่มต้น เธอเล่าว่า ในปี 2011 พ่อของเธอซื้อโคมไฟมาจากตลาดมือสองในราคา 5 ดอลลาร์ หรือ (ประมาณ 160 บาท) แต่ถึงแม้ว่าโคมไฟดวงนี้ไม่ได้ดูหรูหราหรือเป็นของใหม่ แต่พ่อของเธอมั่นใจว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด บวกกับตอนนั้นเธอบังเอิญไปเจอโคมไฟรุ่นเดียวกันในสภาพดี ที่วางขายบน eBay ในราคา 70 ดอลลาร์ (ประมาณ 2,200 บาท) ในเวลาต่อมา เธอจึงตัดสินใจไปเลือกซื้อของมือสองทันที โดยตั้งใจว่าจะนำมาขายทำกำไรต่อผ่านช่องทางออนไลน์ ตอนที่เธอเริ่มนำมาของมือสองมาขายต่อ ตอนนั้นเธอทำงานพาร์ทไทม์ด้านการตลาดในบริษัทแห่งหนึ่ง และมีรายได้เพียง 14 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 450 บาท) หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็เริ่มออกเดินทางไปตามงานแสดงของเก่า ของวินเทจ และของสะสมมือสอง จนเริ่
เว็บไซต์ศิลปวัฒนธรรม เคยกล่าวถึงเรื่องราวของ “วิทยุ” ไว้ว่า การกระจายเสียงทางวิทยุเพื่อบริการสาธารณะ ถือฤกษ์อย่างเป็นทางการถือเอาวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2473 อันเป็นวันฉัตรมงคลในรัชกาลที่ 7 เป็นจุดเริ่มต้นของ “การกระจายเสียง” แต่พัฒนาการของวิทยุไทยเริ่มต้นมาก่อนหน้านั้นเกือบ 30 ปี เป็นพัฒนาการที่ตามติดวิวัฒนาการของวิทยุโลกแบบทันทีทันใดเช่นเดียวกับการพัฒนาทางด้านอื่นๆ ของสยามในรัชกาลที่ 5 กำเนิดวิทยุตรงกับรัชกาลที่ 5 จุดกำเนิดของวิทยุเริ่มต้นขึ้นเมื่อ เจมส์ คล้าค แมกซ์ เวลล์ (James Clerk Maxwell) ชาวสกอตแลนด์ ค้นพบคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในปี 2407 ต่อมาอีก 22 ปี คือในปี 2429 รูดอล์ฟ ไฮน์ริช เฮิรตซ์ (Rudolph Heinrich Hertz) นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน จึงคิดผลิตเครื่องที่เอาคลื่นไฟฟ้าในอากาศของแมกซ์เวลล์มาใช้ประโยชน์ได้ โดยตั้งชื่อสิ่งที่ค้นพบนี้ว่า Hertzain Waves และต่อมาการเรียกคลื่นวิทยุก็ใช้ชื่อ เฮิรตซ์ เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ค้นพบ ต่อมาในปี 2438 กูกลิเอลโม มาร์โคนี (Guglielmo Marconi) ชาวอิตาเลียน ได้นำเอาทฤษฎีของเฮิรตซ์มาทดลองถ่ายทอดกระแสไฟฟ้าเพื่อส่งสัญญาณ เครื่องมือทดลองในเบื้องต้นมีเพียงแบตเ
“วันนี้เป็นวันสงกรานต์” ขึ้นเดือนเมษายนมาสักพัก เวลาไปเดินตามห้าง หรือสถานที่ต่างๆ เชื่อว่าต้องได้ยินเสียงเพลงเปิดแว่วมา ทำเอาให้นึกถึงบรรยากาศของเทศกาลอันแสนสนุก แต่ปี 2026 ภาพของเทศกาลสงกรานต์อาจจะเปลี่ยนไป อันเนื่องมาจากปัญหาราคาน้ำมันแพง ภาพของการรวมตัวสาดน้ำแบบยกแก๊ง อาจเปลี่ยนไปเป็นภาพของนักเดินทางที่นั่งจิบกาแฟถ่ายในมุมสงบๆ เพราะนี่คือยุคของ “Solo & Comfort” ที่ความคล่องตัวและความสบายถูกยกให้เป็นที่หนึ่ง เปิด Insight ใครคือตัวจริงบนรันเวย์การเดินทาง? จากข้อมูลของ AirAsia MOVE ระบุอินไซต์ “Songkran Travel Trends (2567-2569)” วิเคราะห์พฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ (10-18 เมษายน) ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา โดยชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมนักท่องเที่ยวในปีนี้มีจุดที่น่าสนใจมาก ดังนี้ – Gen Y คือกลุ่มทรงอิทธิพล เพราะ Gen Y ครองแชมป์นักเดินทางเบอร์หนึ่งติดต่อกันเป็นปีที่ 3 และมียอดจองเติบโตพุ่งสูงขึ้นเกือบ 30% เพราะคนกลุ่มนี้มองว่าการเที่ยวคือการ “ชาร์จพลัง” มากกว่าแค่การตามประเพณี – Solo Traveler พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เทรนด์ใหม่ที่ผู้ประกอบการต้อ
สงกรานต์นี้ ไม่หยุดรวย! เปิดเมนูทำขายรับสงกรานต์ ลงทุนน้อย กำไรดี โอกาสสร้างรายได้ในวันหยุดยาว “สงกรานต์ บ้านเรา หยอกเย้ากันแบบไทยๆ” ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ นอกจากความสนุกสนานของการเล่นสาดน้ำแล้ว ยังเป็นโอกาสทองของพ่อค้าแม่ขายที่จะสร้างรายได้เสริมอีกด้วย งบลงทุนเริ่มต้นเพียงหลักพัน ยิ่งขายอาหารที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนที่ออกมาเล่นน้ำคลายร้อน ยิ่งมีโอกาสคว้ารายได้มากขึ้น หากคุณกำลังมองหาเมนูอาหารขายดีในช่วงสงกรานต์ ไม่ต้องไปไหนแล้วจ้า เพราะ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปดูว่า มีเมนู และ สินค้าอะไรน่าขายบ้าง มาเริ่มกันที่ ข้าวไข่เจียว เมนูง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ชอบ และรวดเร็ว สามารถเพิ่มท็อปปิ้งต่างๆ เช่น หมูสับ กุ้ง หรือผักต่างๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าได้ โดยเงินลงทุนขายข้าวไข่เจียวจะอยู่ประมาณ 3,000-5,000 บาท ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ที่เรามีอยู่ หากมีกระทะ เตาแก๊สอยู่แล้ว ก็จะช่วยลดต้นทุนในส่วนนั้นไปได้ มาต่อกันที่ ของทอด เมนูทานเล่นสุดฮิต จะเทศกาลไหนๆ บอกเลยว่า ขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเฟรนช์ฟรายด์ ไส้กรอก ลูกชิ้น กินคู่กับน้ำจิ้มรสเด็ดๆ ใช้งบลงทุนไม่เกิน 3,000 บาท เป็นทางเลือกที่ดีอีกหนึ่งอย่างให้กับคนที่มาเ
จากร้านขนมไทยเจ้าดังในออนไลน์ “ยายทำให้หลานขาย” ต่อยอดสู่ “คาเฟ่ขนมไทยริมน้ำ” ด้วยความตั้งใจอยากมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้าที่อุดหนุนกันมายาวนาน 6 ปี โดยหวังให้ลูกค้าได้สัมผัสกับบรรยากาศริมน้ำ และธรรมชาติสุดร่มรื่น พร้อมทานขนมไทยในรสชาติคุ้นเคยหลากหลายเมนู วันนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะพาไปพูดคุยกับ คุณปู-อนงค์นาฎ สุหาลา เจ้าของร้านยายทำให้หลานขาย ในคอลัมน์ #YoungEntrepreneur เกี่ยวกับการต่อยอดเปิดคาเฟ่ขนมไทยริมน้ำ ที่ใช้เวลาเตรียมทุกอย่างเพียง 20 วัน และสามารถสร้างยอดขาย 2 หมื่นบาทในวันแรกที่เปิดให้บริการ ต่อยอดเปิดคาเฟ่ริมน้ำ คุณปู เล่าให้ฟังว่า หลังจากประสบความสำเร็จจากการเปิดหน้าร้าน และดีลิเวอรีมานาน 6 ปี เป้าหมายของแบรนด์ที่อยากจะทำต่อไป คือการเปิดคาเฟ่ขนมไทยริมน้ำ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าที่เป็นแฟนคลับยายทำให้หลานขายมายาวนาน รวมถึงสร้างฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ เพิ่มขึ้น “โจทย์ของเราชัดเจนมาก ต้องเป็นริมน้ำ เพราะเราชอบบรรยากาศริมน้ำ มีต้นไม้ มีดอกไม้เยอะๆ ให้ความรู้สึกอบอุ่น และผ่อนคลาย ประกอบกับปีนี้เรามีจังหวะและพร้อมในเรื่องของพื้นที่ มีเจ้าของบ้านย้าย
