Featured
เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ สำหรับ Food Carnival อร่อยเอาเรื่อง อีกหนึ่งเทศกาลอาหารดีที่สุด พร้อมเชิญชวนสายกินผู้ชื่นชอบประสบการณ์ความอร่อย กลางสวนสวยใจกลางกรุงเทพฯ @มิวเซียมสยาม ระหว่างวันที่ 3–5 ตุลาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 12.00–21.00 น. จัดโดย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ และสื่อเครือมติชน งานครั้งนี้ ไม่ได้คัดแต่ “ของอร่อย” เท่านั้น แต่ยังรวบรวมร้านอาหารชื่อดัง ที่ผ่านการคัดสรร มาแล้วว่าดีจริง ถูกปากถูกใจนักชิม สายฟู้ดดี้ สายทำคอนเทนต์ ไม่ควรพลาด แต่ละร้านมีสไตล์และรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็น ร้านเด็ดในตำนาน – จกโต๊ะเดียว ตำนานร้านอาหารจีนสไตล์ ‘เชฟเทเบิล’ ที่ใครๆ ก็พูดถึง และงานนี้เขามาพร้อมกับเมนูที่ทุกคนต้องลอง – ก๋วยจั๊บยืนพื้น ต้นตำรับสี่แยกพรานนก บางขุนนนท์ ที่ส่งต่อความอร่อยกว่า 60 ปี จากร้านริมฟุตปาธสู่ร้านแห่งความทรงจำ แอบกระซิบว่า ไม่เคยออกบูธที่ไหน แต่จัดเต็มที่งานนี้เท่านั้น – คุณยงค์ทองม้วนสด ทองม้วนกรอบ-หน้าเพาะช่าง ที่ใช้กะทิแท้ๆ และมะพร้าวจากบ้านแพ้ว อบจนบางกรอบ บอกเลยว่าต้องลอง! ร้านรางวัลการันตี – ส้มตำเป็นลาว ส่งตรงความแรร์จากเขาใหญ่ เจ้าของร
หลายคนอาจมองว่า “วิทยาศาสตร์” เป็นเรื่องซับซ้อนและห่างไกลจากชีวิตประจำวัน แต่เมื่อความรู้ทางวิทยาศาสตร์ถูกผสานเข้ากับหัวใจของผู้ประกอบการเพื่อสังคม (Social Enterprise : SE) ผลลัพธ์ที่ได้กลับกลายเป็นพลังขับเคลื่อนที่สร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรมโดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการจัดการขยะล้นเมือง หรือการฟื้นฟูผืนป่าที่เสื่อมโทรม วิทยาศาสตร์ จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในห้องทดลอง หากแต่เป็น “เครื่องมือ” อันทรงพลังในการแก้ไขปัญหาสังคมที่เผชิญอยู่ทุกวัน โครงการ “พลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม” (Banpu Champions for Change : BC4C) โดย บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ ChangeFusion มุ่งมั่นผลักดันศักยภาพผู้ประกอบกิจการเพื่อสังคมมาอย่างต่อเนื่อง 14 ปี ได้สนับสนุนผู้ประกอบการ SE รุ่นใหม่ที่กล้าใช้ทั้ง “วิทย์” และ “ใจ” สร้างสรรค์กิจการเพื่อตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม โดดเด่นอย่าง แบรนด์ JAIKLA (ใจกล้า) ที่แปลงขยะอินทรีย์ให้เป็นโภชนาการใหม่ ด้วยวิทยาศาสตร์การอาหาร จากภาพของกองผักผลไม้เหลือทิ้งจากห้างสรรพสินค้าที่เคยถูกมองว่า 
ไม่กี่วันที่ผ่านมามีหลายเหตุการณ์เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มอย่าง X และ TikTok ต่างพากันพูดถึง #น้ำหอมน้องอินจุน จนกลายเป็นกระแสไวรัลที่ทำให้แบรนด์น้ำหอม Janua กลายเป็นแบรนด์ที่น่าจับตามองมากที่สุดในตอนนี้ จากน้ำหอมแบรนด์ไทยเล็กๆ ที่เริ่มต้นจากขายออนไลน์ วันนี้ “Janua” (แจนยัวร์) เติบโตขึ้น และกลายเป็นน้ำหอมแบรนด์ไทยที่ใครๆ ต่างพูดถึง และล่าสุดกับไวรัลระดับโลก ด้วยการทักแฟนคลับเพียงประโยคเดียวของ เหรินจวิ้น NCT DREAM ว่า “ใช้น้ำหอมของอะไร หอมมาก” ซึ่งเมื่อบอกราคาไปแล้วถึงกับอึ้ง เพราะราคาไม่ถึงหมื่นวอน (ราคาประมาณ 199 บาท) หลังจากนั้นไม่นานก็ได้เกิดเทรนด์ในทวิตขึ้น #น้ำหอมน้องอินจุน จนทำให้เจ้าของแบรนด์ได้ออกมาอัปเดตว่า สินค้าหมดจนต้องปิดตะกร้า! เหตุการณ์นี้เรียกได้ว่าเป็นเพราะพลังซัพพอร์ตของเหล่าแฟนคลับที่ทำให้เกิดอิมแพกต์ความแมสนี้ ล่าสุด ทางแบรนด์ได้มีการเปิดตัวพรีเซนเตอร์ร่วมงานกับศิลปินระดับ Global นั่นคือ “น้องอินจุน NCT DREAM” และสร้างปรากฏการณ์ไวรัล RENJUN’S SCENT #JANUAxRENJUN จนขึ้นเทรนด์ X อันดับ 1 ของโลก กวาดยอดขายไปกว่า 11 ล้านบาทภายในไม่กี่ช
หากพูดถึงสถานการณ์เศรษฐกิจในปีนี้ หลายคนถึงกับบอกว่าเป็นปี “เผาจริง” ทั้งเผชิญกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น แต่รายได้ไม่ค่อยขยับตาม ในส่วนของผู้ประกอบการเอง ก็รายได้หด ขายไม่ดีเหมือนแต่ก่อน เรียกได้ว่า ไม่คึกคักอย่างที่ควรจะเป็น ในยุคของรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 จึงได้มีแนวคิดกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ด้วยการนำโครงการ “คนละครึ่ง” กลับมาใช้อีกครั้ง ซึ่งโครงการนี้ เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อปี 2563 โดยรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ด้วยการลงทะเบียนผ่าน www.คนละครึ่ง.com และแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ซึ่งสามารถใช้จ่ายได้ทั้งร้านอาหาร ร้านค้าปลีก ร้านของชำขนาดเล็ก รวมถึงร้านค้าชุมชน ทั้งนี้ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และกระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในร้านค้ารายย่อย และผู้ประกอบการท้องถิ่น รายละเอียดของโครงการคนละครึ่งแต่ละเฟส โครงการคนละครึ่งดำเนินการมาแล้วทั้งหมด 5 เฟส แต่ละเฟสมีรายละเอียดและงบประมาณแตกต่างกันดังนี้ เฟส 1 (ตุลาคม–ธันวาคม 2563) ผู้ลงทะเบียน 10 ล้านสิทธิ วงเงินสนับสนุน 3,000 บาทต่อคน งบประมาณรวม 30,000 ล้านบาท เพิ่มการจับจ่
หลายๆ คนมักหยุดความฝัน หรือความตั้งใจ เพราะคำว่า ‘ไม่พร้อม’ แต่ไม่ใช่กับ ‘คุณสิ-สิรินทร์ กล้วยพนาวัน’ เธอเริ่มต้น ‘ทำเกษตร’ เป็นอาชีพเสริม จากงานเลขา แม้ไม่มีพื้นที่เพาะปลูกของตัวเอง เพราะอาศัยอยู่คอนโด อีกทั้ง ไม่มีเงินทุนมากมาย แต่ก็ไม่คิดนำมาเป็นอุปสรรค ด้วยความตั้งใจจริง เธอลงมือสร้างสวน ‘Sirin garden & edible flower’ บน ‘พื้นที่เช่า’ แม้หลายเสียงจะบอกว่า ‘บ้า’ แต่สำหรับเธอ ทุกก้าวคือการเรียนรู้ ทุกช่วงเวลาคือความสุข และหากรอให้พร้อม หรือรอถึงเกษียณ อาจไม่มีโอกาสได้เริ่มต้น วันนี้คุณสิไม่เพียงแค่ปลูกเอง แต่ยังแบ่งปันความรู้ให้กับคนอื่น ด้วยการจัดเวิร์กช็อปและส่งต่อประสบการณ์จริง ที่สั่งสมมาตลอด 4 ปี อีกด้วย อาชีพเสริมที่เริ่มต้น บนพื้นที่เช่า คุณสิ เริ่มทำเกษตร เพราะอยากให้ลูกมีพื้นที่วิ่งเล่น มีพื้นที่ทำกิจกรรม และเลี้ยงสัตว์ตามความชอบ ซึ่งแนวคิดนี้เกิดขึ้นในช่วงโควิด จากการกลัวลูกติดหน้าจอโทรศัพท์ และด้วยไม่มีพื้นที่ของตัวเอง ‘การเช่าที่’ จึงเป็นทางเลือกที่เธอมองว่า ทุกก้าว คือการเรียนรู้ และทุกช่วงเวลาคือความสุข โดยเช่าที่แรก ซอยประชาชื่น 37 ข้างๆ คอนโด พื้
ขาช้อปเตรียมกระเป๋าสตางค์ให้พร้อม แล้วไปช้อปกันแบบจุใจแบบไม่ต้องยั้ง กับคาราวานสินค้าแบรนด์ดังกว่า 1,000 รายการ ที่ found & found กับโปรโมชันพิเศษ “found & found RAINY CRAZY DEAL” ดีลปั๊วะไม่กลัวฝน ที่จะพาทุกคนได้ช้อปสุดฟินกับบิวตี้ไอเทมเด็ดมากมาย ทั้งลด ทั้งแถม กันแบบจุใจในราคาสบายกระเป๋า เริ่มต้นเพียง 9 บาท เท่านั้น และเมื่อช้อปครบ 999 บาท รับร่ม Limited Edition ดีไซน์เก๋ กันแดดกันฝน พร้อมพกพา จำนวน 1 คัน ฟรีทันที! เตรียมลิสต์ให้พร้อมแล้วชวนเพื่อนไปช้อปกับไอเทมราคาพิเศษกันแบบจุใจ! จากแบรนด์ฮอตฮิตทั้งจากญี่ปุ่น เกาหลี ไม่ว่าจะเป็นไอเทมกันแดดสุดฮิตอย่าง Banana Boat, COSRX, มาส์กหน้า LuLuLun, คลีนซิ่ง SKINTIFIC, หรือ สบู่บำรุงผิวกาย Mihana Kusou Aloe Body Soap และอีกมากมาย จัดเต็มเพื่อสายช้อปโดยเฉพาะ ช้อปฟินได้แล้วที่ร้าน found & found ทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 1–30 กันยายน 2568 เท่านั้น! ของมีจำนวนจำกัด รีบไปจัดด่วน! สำหรับลูกค้าที่อยากเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว found & found เพียงสมัครสมาชิกวันนี้ รับสิทธิพิเศษทันที! ส่วนลด 10% สำหรับการช้อปในเดือนเกิด อัปเดตกิจ
“มองว่าธุรกิจคาเฟ่ ยุคนี้ หลักๆ แบ่งได้ 2 แบบ คือ คาเฟ่ขายแต่เครื่องดื่มจริงๆ กับคาเฟ่ขายกาแฟควบคู่กับประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยวด้วย” คุณพูนศักดิ์ ไตรทิพยวรากุล หุ้นส่วน Uncloud Coffee คาเฟ่ดังจังหวัดชลบุรี ที่ล่าสุดได้รับรางวัล ตรารับรองผลิตภัณฑ์ชุมชนต้นแบบประเภทบริการ หรือ EEC Select Best Service ประจำปี 2025 ประเภทธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม 2 ดาว เริ่มต้นบทสนทนากับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” อย่างนั้น อ่านเรื่องเกี่ยวข้อง : “กาแฟข้าวหลาม” ขายดิบขายดี ที่ “คาเฟ่ไร้เมฆ” 1 ปี กว่าหมื่นแก้ว ก่อนอธิบายต่อ “หากคาเฟ่ นั้นๆ ขายแต่เครื่องดื่ม จุดเด่นที่จำเป็นต้องมี ก็เป็นเรื่องของผลิตภัณฑ์ แต่สำหรับ Uncloudเป็นกึ่งๆร้านกาแฟและท่องเที่ยว ซึ่งทำเลเป็นเรื่องสำคัญมาก และต้องมีจุดขายของตัวเอง ทั้งการออกแบบ ทั้งเรื่องเล่า ทุกอย่างต้องเชื่อมโยงไปด้วยกันทั้งหมด ทั้ง อาคาร ทั้งเมนู ทั้งภาพลักษณ์ เพื่อเวลาลูกค้าที่มาจะได้อินกับเรื่องราวและชอบร้านของเรา” เจ้าของ Uncloud Coffee ให้คำแนะนำสำหรับผู้ที่กำลังคิดว่าเป็นเจ้าของ “คาเฟ่” สักแห่งหนึ่งว่า ดีไซน์ที่สวยงามอาจขึ้นกับความชอบของแต่ละบุคคล แต่
วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) เปิดข้อมูลสุดอินไซต์ของอนาคตตลาดสัตว์เลี้ยงไทย ซึ่งยังคงเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตา โดยผลวิจัยล่าสุดในงาน “Pawssible Society : Pet Society Conference 2025” ชี้คนยุคใหม่หันมาเลี้ยงสัตว์เสมือนสมาชิกครอบครัวมากขึ้น ดันมูลค่าโตแรง คาดปี 69 ทะลุ 1.01 แสนล้านบาท โดยยังพบกลุ่ม Pet Humanization ช้อปไม่อั้นใช้จ่ายสูงสุดเฉลี่ยกว่า 50,500 บาทต่อปีต่อตัว พร้อมชี้ช่องผู้ประกอบการต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจในอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงไทย อาจารย์ประเสริฐ ธวัชโชคทวี อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ สาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) กล่าวในงานสัมมนา Pawssible Society : Pet in the City ว่า การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมไทยที่ครอบครัวมีขนาดเล็กลง คนรุ่นใหม่ที่ไม่อยากมีลูกเพิ่มขึ้น วิถีชีวิตคนเมืองที่นิยมอยู่คนเดียวมากขึ้น รวมถึงโครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ล้วนเป็นปัจจัยส่งเสริมให้คนเมืองหันมานิยมเลี้ยงสัตว์กันมากขึ้น เพราะนอกจากสัตว์เลี้ยงจะน่ารัก มอบความสุขทางใจ และเป็นเพื่อนคลายเหงาได้อย่างดีแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการเลี้ยงลูกจริงๆ จึงทำให้เท
หลังจาก ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย ได้มีแนวคิดกระตุ้นเศรษฐกิจระยะเร่งด่วน ซึ่งหนึ่งในนั้น คือการฟื้นโครงการคนละครึ่ง กลับมาอีกครั้ง นายสรเทพ โรจน์พจนารัช สตีฟ ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมโฮสเทลประเทศไทย เผยว่า จากที่ผ่านมาทางชมรมได้เรียกร้องรัฐบาลชุดก่อนหน้ามาโดยตลอด 2 ปี ให้เร่งออกมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศ โดยเฉพาะ ให้ช่วยทำโครงการคนละครึ่ง แต่ไม่ได้รับการตอบสนองใดๆ จน ณ วันนี้เศรษฐกิจรากหญ้าเน่ากันหมดแล้ว โครงการคนละครึ่งจะสามารถช่วยเหลือประชาชนได้เกือบทั้งระบบ ทั้งพ่อค้าแม่ขาย ร้านระดับล่างข้างทาง ไปจนถึงร้านระดับ SMEs ที่สำคัญยังช่วยลดค่าใช้จ่ายอาหารให้กับพนักงานออฟฟิศ และบุคคลทั่วไปที่ทำงานเงินเดือนไม่สูงด้วย ซึ่งโครงการคนละครึ่งจะสามารถเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจร้านอาหารขนาดเล็กและข้างทาง ได้อย่างน้อย 1.8-2.5 เท่าจากครั้งที่แล้วที่เคยออกมา และยังสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในแต่ละวันของประชาชนทั่วไปได้อย่างน้อย 15-20% และยังกระจายไปสู่ห่วงโซ่ซัพพลายที่มาต่อธุรกิจร้านอาหารอีกทางด้วย
บทความโดย : อมร อำไพรุ่งเรือง กูรูแฟรนไชส์ ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง หนึ่งในคำถามสำคัญที่มักไม่ค่อยถูกหยิบยกขึ้นมาในวงกว้าง แต่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าภาคเกษตรหรืออุตสาหกรรม คือ “ภาคธุรกิจแฟรนไชส์ไทยต้องการการสนับสนุนจากรัฐบาล ในรูปแบบใด” หลายปีที่ผ่านมา แฟรนไชส์ไทย เติบโตด้วยแรงของผู้ประกอบการล้วนๆ ผู้ก่อตั้งแบรนด์เล็กๆ ต้องเรียนรู้เอง ขยายเอง ดูแลแฟรนไชซีเอง และแข่งขันกับแบรนด์ยักษ์ใหญ่จากต่างประเทศที่มีเครื่องจักรสนับสนุนครบทุกด้านจากประเทศแม่ เมื่อถึงเวลาที่ “รัฐบาลใหม่” กำลังจะวางนโยบาย ผมในฐานะผู้เฝ้ามองวงการแฟรนไชส์ใกล้ชิด อยากขอนำเสนอ 5 เสาหลัก ที่ “รัฐบาลใหม่” ควรสร้าง เพื่อให้ “ธุรกิจแฟรนไชส์ไทยเติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่รอดเป็นรายๆ ไป” มีดังนี้ หนึ่ง – มีกฎหมายแฟรนไชส์ที่ชัดเจน เพื่อคุ้มครองทั้ง 2 ฝ่าย ปัจจุบัน แฟรนไชส์ในไทยยังใช้กฎหมายทั่วไป เช่น พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า และ พ.ร.บ.สัญญาที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งไม่เพียงพอจะคุ้มครองผู้ลงทุนรายย่อยที่มักไม่มีอำนาจต่อรอง การมี “กฎหมายแฟรนไชส์โดยเฉพาะ” จะไม่ใช่การสร้างภาระให้ผู้ประกอ
