ฝีมือผู้ประกอบการไทยไม่ได้ปังแค่ในบ้านเรา แต่ยังไปสร้างชื่อไกลถึงต่างประเทศ!
อย่าง ‘ชามไทย’ ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือของสองสาวไทย ‘คุณใต้ฝุ่นและคุณแอน’ ที่ปักหมุดเปิดร้านในย่าน Sanlitun (ซานหลี่ถุน) แหล่งช้อปปิ้งและไลฟ์สไตล์สุดฮิตที่เปรียบเหมือนสยามสแควร์แห่งกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน
ที่น่าสนใจคือ แอป Dianping (เตี่ยนผิง) แพลตฟอร์มรีวิวร้านอาหาร คาเฟ่ และไลฟ์สไตล์ยอดนิยมของคนจีน จัดอันดับให้ ‘ชามไทย’ ติดอันดับ 2 ร้านเปิดใหม่ในหมวด Fast Casual ด้วย Rating 4.3 ซึ่งถือว่าสูงมาก
เรียกได้ว่าอาหารไทยไม่ได้แค่ถูกปากคนไทย แต่ยังมีโอกาสไปครองใจนักกินในตลาดต่างประเทศได้เหมือนกัน!
คุณโอห์ม-ดิศรา อุดมเดช Founder & CEO ของ Yell Advertising ได้โพสต์เล่าเรื่องราวของ ‘ชามไทย’ ผ่านเฟซบุ๊ก Dissara Ohm Udomdej ไว้อย่างน่าสนใจ
ชีวิตต้านลม และเชฟท่านทูต
‘ร้านชามไทย’ เป็นร้านที่สองต่อจาก ‘รักไทย’ ในปักกิ่งของ ‘คุณใต้ฝุ่นและคุณแอน’ สองสาวไทยที่มีอุดมการณ์เดียวกันคือ ทำอาหารรสชาติ ‘ไทยแท้’ ในต่างแดน
โดยก่อนหน้านี้ คุณใต้ฝุ่นทำงานใน Big 4 ก่อนค้นพบว่าการทำงานตรงสาย อาจไม่ใช่สิ่งที่ต้องการในอนาคต จึงตัดสินใจมาเรียนที่กว่างโจว และค้นพบว่ายังมีเรื่องที่น่าสนใจในจีนอีกมาก
แต่ ‘จุดเปลี่ยนชีวิต’ คือช่วงโควิด ในขณะที่ทุกคนอพยพกลับไทย แต่เธอมองหาโอกาสกลับจีน และเลือก ‘ต้านลม’ สมัครทำงานหลังเห็นประกาศรับสมัครงานของสถานทูตไทยในปักกิ่ง
ส่วนคุณแอนเป็นคนนครศรีธรรมราช เติบโตมากับคุณแม่ที่ขายอาหาร ซึมซับวิชาการเลือกวัตถุดิบทักษะหน้าเตา จนเติบโตก้าวหน้าเป็น Head Chef ของโรงแรมในภูเก็ต
เธอเห็นโอกาสทำงานในต่างแดน คือการเป็นเชฟของท่านทูต จากเวียนนา โอซาก้า ฟุกุโอกะ จนมาเป็น “แม่แอน” ของน้องๆ ในกรุงปักกิ่ง
กระทั่งลมได้พัดพาให้ทั้งสองได้มาพบเจอกัน
คุณใต้ฝุ่นรู้จักคุณแอนผ่านโปรเจ็กต์ที่ได้รับมอบหมาย ทำให้ได้รู้จักกัน
หนึ่งสิ่งที่สัมผัสได้ คือความเคารพที่สองสองมีต่อกัน
คุณแอนจะพูดเสมอว่าคุณใต้ฝุ่นสู้แม้จะมีทางเลือกมากมาย แต่ก็เลือกทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ คืออาหารรสไทยแท้ในต่างแดน
ส่วนคุณไต้ฝุ่นก็จะพูดถึงคุณแอนในมุมของความตั้งใจที่จะนำเสนอเมนูอาหารไทยที่อยากให้คนกินมีความสุข
ก่อนถึง ‘จุดเปลี่ยนสำคัญ’ เมื่อคุณใต้ฝุ่นอยากทำสิ่งที่คาใจในจีนให้เสร็จก่อน คือเปิดร้านกะเพราไทย ส่วนท่านทูตก็หมดวาระ คุณแอนจึงมีเวลาคิดทบทวนว่าจะทำงานที่จีนต่อดีไหม เมื่อสองคนที่เชื่อในเรื่องเดียวกัน ร้านอาหารไทยที่ทั้งคู่เชื่อจึงเกิดขึ้น

พายุแรกของธุรกิจ
อุปสรรคของการเปิดร้านอาหารรสชาติไทยๆ ถ้าเป็นความเชื่อหลายปีก่อน ต้องปรับรสให้เข้าลิ้นคนจีน แต่ทั้งคู่เชื่อว่า จะมีคนชอบแบบนี้แน่ ถ้าร้านอยู่ได้นานพอ
และการได้กินรสชาติไทยแท้ในต่างแดน สำหรับคนคิดถึงรสไทยๆ ก็เหมือนได้เจอโอเอซิส
อุปสรรคต่อมาคือ ต้นทุนของเครื่องปรุงและวัตถุดิบ เพราะบางอย่างไม่ได้หาง่ายๆ ในจีน อย่างเช่น กะเพรา และแม้จะมีขายในจีน แต่ถ้าจะเอาให้เหมือนรสไทยแท้ ต้องนำเข้ามาหมดสารพัด
อีกปัญหาคือการควบคุมรสชาติไปพร้อมต้นทุนให้ร้านอยู่รอด เพราะเปิดร้านที่จีนไม่ได้ง่าย การดำเนินการขอใบอนุญาต หาทำเล ตกแต่งร้าน ทำให้คนรู้จัก ทุกอย่างเป็นเงิน แบบไม่รับประกันว่าจะขายได้
ทำเลแรก คุณใต้ฝุ่นเลือกขายในฟู้ดคอร์ต เพราะทำงานภายใต้ใบอนุญาตที่ทางฟู้ดคอร์ตมีอยู่แล้วได้ จากวันแรกมีแต่คนรู้จักสั่งเป็นกำลังใจ ก็เริ่มคนบอกปากต่อปาก ทำให้ธุรกิจเริ่มเข้าที่เข้าทาง
ทว่า ฟู้ดคอร์ตกลับมีปัญหาเรื่องการชำระเงินกับเจ้าของพื้นที่ จนต้องปิดตัวลง ทั้งที่ร้านลงทุนและทำสัญญาไปแล้ว
เรียกว่า ล้มทั้งยืนแบบไม่รู้จะไปเรียกร้องที่ไหน ทั้งๆ ที่ร้านไม่ใช่คนผิด

ฝนจางฟ้าสว่าง
แต่ทุกครั้งที่เจออุปสรรค ก็ยิ่งทำให้ทั้งคู่แข็งแกร่งขึ้น พอฝ่าวิกฤตแรกมาได้ ‘ร้านรักไทย’ ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น
ถึงอย่างนั้นปัญหายังไม่หมด เรื่องการก่อสร้าง บางที่มีเจ้าถิ่นอยู่แล้ว ต้องเป็นซับเจ้านี้เท่านั้น ไม่งั้นจะเสียทั้งเงินและเวลา แบบร้านไม่เสร็จเพราะผู้อนุญาตเจาะจงแม้จะยืนยันสเปกตามกฎได้ก็ตาม แต่คุณใต้ฝุ่นแก้เกมโดยการทำแค่ที่จำเป็น เน้นการตกแต่งเพิ่มเติม โดยใช้วัสดุเบาภายหลัง ไม่งั้นเวลาก็ผ่านไปเรื่อยๆ
ปัญหาในครัว คุณแอนเป็นคนกำหนดรสชาติ เวลาเทรนด์เชฟจีน ต้องกำหนดสูตร ชั่ง ตวง วัดแบบละเอียด แต่เทคนิคการใช้ไฟ การผัด จังหวะต่างๆ ก็ต้องสอนอยู่ดี
โดยสอนเชฟผ่านกล้องมือถือ มีคุณใต้ฝุ่นเป็นล่ามให้จะยากขนาดไหน หรือแม้จะกลับมาสอนแบบเจอหน้า อุปสรรคภาษาก็ไม่ง่าย แต่คุณแอนทำได้ด้วยจิตใจที่มุ่งมั่น
ความยากอีกต่อคือ เชฟจีนไม่คุ้นเคยรสชาติไทย ดังนั้นในครัวตอนเทรนด์ขั้นสุดเพื่อให้คุ้นรสเหมือนเรา
การจัดการวัตถุดิบจะไม่เน้นการ Stock ของให้เสียเปล่า ของบางอย่างเน้นขายตามฤดูกาล เพื่อคงคุณภาพของวัตถุดิบ และลดของเสียจากการขายไม่หมดให้มากที่สุด คุณใต้ฝุ่นให้คำจำกัดความว่า “ทำหลังบ้านให้พอดีกับหน้าบ้าน”
ประสบการณ์ลูกค้า ถ้าอยากให้ลูกค้ารู้สึกเหมือนกินของไทย ต้องยกการบริการ ความเอาใจใส่จากไทยมาใส่ในใจพนักงานจีน เรื่องนี้ฝืนกันไม่ได้ ถ้าไม่ใช่คือเปลี่ยนคนทันที อย่าเสียเวลากับคนที่ไม่มีใจบริการ โดยเจ้าของร้านจะดูฟีดแบ็กจากทุกช่องทาง
และทำไมร้านในจีนต้องลงทุนกับกล้องวงจรปิด… เพราะที่จีนมีสายร้องเรียนของผู้บริโภค โดนปรับทีเรียกว่าหนัก
ดังนั้น มีไว้เป็นหลักฐาน ว่าเราทำถูกต้องทุกขั้นตอน ส่วนคุณแอนเองบอกว่า “ไหว้สวย” ก็ช่วยได้มาก เพราะอารมณ์คนก่อนจะบานปลาย ถ้าเห็นเราขอโทษอย่างจริงใจ จากเรื่องผิดใจ กลายเป็นเห็นใจเราก็มี
เครดิตภาพจาก
