กาแฟ
“สิ่งที่ทำให้ผมมาได้จนถึงทุกวันนี้ คือผมไม่หยุดทำแม้แต่วันเดียว กาแฟอยู่ในสมองผมตลอดเวลา” ใครจะไปรู้ว่า จากเด็กมหาวิทยาลัยที่นั่งคั่วกาแฟในกระทะใบจิ๋วอยู่หลังหอพัก จะเติบโตมาเป็นเจ้าของคาเฟ่และโรงคั่วกาแฟที่สามารถส่งเมล็ดกาแฟขายได้กว่า 4 ตันต่อเดือน นี่คือเรื่องราวของ Young Entrepreneur ไฟแรง คุณเต้ย-เฉลิมชาติ สีเขียว วัย 30 ปี เจ้าของร้าน Momento Coffee Roaster จุดเริ่มต้นจากเด็กใต้ที่ไม่ได้มีฝันยิ่งใหญ่ คุณเต้ย เล่าว่า เขาเป็นคนใต้ อำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร ชีวิตในวัยเด็กไม่ได้มีฝันที่เจาะจงว่าต้องเป็นอาชีพใด เพียงแต่ตั้งใจไว้ว่าเมื่อเรียนจบแล้วจะกลับไปหาอะไรทำที่บ้าน เนื่องจากมีสวนเกษตรอยู่แล้ว จุดพลิกผันที่ทำให้คุณเต้ยก้าวเข้าสู่วงการกาแฟเกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ในช่วงที่เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เหตุผลที่เริ่มสนใจกาแฟจริงๆ คือการที่ต้องดื่มกาแฟบ่อยๆ เพื่ออ่านหนังสือ แต่เมื่อได้ดื่มด่ำไปเรื่อยๆ ก็เกิดความอยากรู้ว่ารสชาติของกาแฟนั้นมีอะไรที่ลึกซึ้งไปกว่าที่เคยสัมผัสหรือไม่ “เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว เริ่มมีกาแฟดริป ทำให้เริ่มเห็นการคั่วขึ้นมา เ
ย้อนกลับไปปี 2016 ออเดรย์ ฟินอคเคียโร (Audrey Finocchiaro) กับ แซม แลนแคสเตอร์ (Sam Lancaster) แฟนหนุ่มของเธอ ตอนนั้นยังเป็นแค่คู่รักวัยทำงานที่มีความฝันเล็กๆ คืออยากเปิดร้านกาแฟของตัวเอง ทั้งคู่ใช้เวลาหลายเดือนปั่นรถเข็นกาแฟเล็กๆ ที่ต่อขึ้นเองในชั้นใต้ดินบ้านพ่อแม่ ใช้เงินรูดบัตรเครดิตจนเต็มวงเงินราว 50,000 บาท เพื่อซื้อไม้ ล้อจักรยาน และอุปกรณ์ทำกาแฟ ก่อนจะตั้งชื่อร้านว่า “The Nitro Cart” ช่วงซัมเมอร์ทั้งสองออกไปขายกาแฟไนโตร (Nitro Cold Brew) ตามตลาดนัด งานเกษตรกร และอีเวนต์เล็กๆ ทั่วรัฐโรดไอแลนด์ แต่รายได้วันหนึ่งยังไม่ถึง 3,000 บาท ออเดรย์เล่าว่า “เราตื่นเช้า ออกไปขายทุกวัน บางวันฝนตก คนไม่มา เงินก็ไม่ได้ แล้วเรายังเป็นแฟนกันอีก มันเลยเริ่มมีอารมณ์ใส่กัน จนคิดว่าหรือเราควรพับโครงการนี้เก็บดี” จุดเปลี่ยนที่ใช้เวลาแค่ 30 นาที จนวันหนึ่งในฤดูใบไม้ร่วง แซมตัดสินใจลองเข็นรถกาแฟไปขายที่มหาวิทยาลัย Brown ปรากฏว่า แค่ 30 นาทีแรก กาแฟหมดเกลี้ยง วันนั้นพวกเขาทำเงินได้ 14,000 บาท ถือเป็นรายได้ก้อนแรกที่ทำให้ทั้งคู่มีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากนั้น The Nitro Cart กลายเป็นขวัญใจเด็กมหา
ใครจะไปเชื่อว่ารถบ้านเก่าๆ พังๆ จะกลายเป็นขุมทรัพย์ได้? นี่คือเรื่องราวของ Avery Amstutz สาววัย 28 ปี ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า “โอกาส” อยู่รอบตัวเราเสมอ เพียงแค่เรากล้าที่จะกระโดดเข้าใส่ ทุ่มสุดตัวเพื่อรีโนเวท แม้จะชงกาแฟไม่เป็น! ย้อนกลับไปเมื่อปลายปี 2023 Avery บังเอิญไปเห็นเพื่อนบ้านประกาศขายรถบ้านมือสองรุ่น Airstream ปี 1973 บน Facebook ในราคาเพียง 6,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 2 แสนบาท) แม้ตอนนั้นเธอจะยังนึกไม่ออกว่าจะเอามาทำอะไร แต่สัญชาตญาณนักธุรกิจบอกเธอว่า ของมันต้องมี! เธอตัดสินใจควักเงินเก็บจากธุรกิจถ่ายภาพนอกสถานที่ สตูดิโอถ่ายภาพให้เช่า และจากการเป็นเจ้าของรถพ่วงสำหรับจัดงานเลี้ยงค็อกเทล มาเปลี่ยนรถบ้านอายุ 50 ปีให้กลายเป็นร้านกาแฟ โดยเธอใช้เงินลงทุนรวมกว่า 65,000 ดอลลาร์ (ราว 2.2 ล้านบาท) จนเกิดเป็น “Byway Coffee” ร้านกาแฟเคลื่อนที่ที่ปัจจุบันเปิดให้บริการทุกวันตามสถานที่ต่างๆ ทั่วเมืองเมมฟิส โดยร้านกาแฟเคลื่อนที่นี้ เธอลงมือรื้อพื้น ถอดห้องน้ำ และเตียงออกด้วยตัวเอง ก่อนจะติดตั้งเครื่องชงกาแฟระดับมืออาชีพและตู้แช่เย็น แต่สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดคือ เธอบริหารร้านกาแฟโดยที่ชงกาแฟไม่เ
“กาแฟมันเป็นเสมือนจุดเชื่อมโยงของผู้คน มันเป็นความสบายใจ” เขากล่าว ท่ามกลางความวุ่นวายของชีวิตประจำวัน หลายคนคงโหยหาพื้นที่เล็กๆ ที่มอบความอบอุ่นและสบายใจ findgoodmorning.coffee ร้านกาแฟบนรถตู้สีขาวของ คุณชาลี-เมธาพัฒน์ วิสิฐเกษมหิรัญ หนุ่มวัย 30 ปี คือพื้นที่ที่ว่านั้น เรื่องราวของ findgoodmorning.coffee เริ่มต้นจากความฝันเล็กๆ ที่อยากจะสร้างร้านกาแฟที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่ขายกาแฟ แต่เป็นพื้นที่ที่ผู้คนสามารถมาพักผ่อน พูดคุย และเติมพลังบวกให้กับชีวิตได้ เกือบหมดไฟ แต่ไม่หมดฝัน สานต่อให้ก่อเกิด เล่าย้อนไปเมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้ว เป็นช่วงโควิค เขาทำงานอยู่ที่ภูเก็ต และมักจะทำงานในช่วงกลางคืน ด้วยสถานการณ์ในช่วงนั้น ร้านกาแฟ หรือแม้แต่ร้านสะดวกซื้อต้องปิดในเวลากลางคืน ทำให้หากาแฟกินได้ยาก เลยลองซื้อชุดทำกาแฟไว้ทำกินเอง เรียกว่าเป็นจุดเริ่มต้นให้ได้ศึกษาว่าแต่ละเมนูทำอย่างไร เมื่อได้ชุดทำกาแฟ ชุดเล็กๆ ไม่เกิน 1,000 บาท ช่วงที่ต้องออกไปทำงานก็จะเอาไปด้วย เมื่อไปตามเกาะต่างๆ ก็จะไปเจอพี่ๆ ที่อยู่ที่นั่น ไม่มีไฟฟ้าใช้ เลยลองทำกาแฟให้เขากิน เลยมีความรู้สึกชอบ ทางพี่ๆ ก็ชอบ เลยให้ที
ท่ามกลางความวุ่นวายในสังคมของการทำงานประจำ การได้ออกไปหาเส้นทางใหม่ในชีวิต น่าจะเป็นทั้งการเริ่มต้นใหม่ที่ดี แต่ในขณะเดียวกันก็มาพร้อมกับความท้าทายไม่น้อย แต่สำหรับ “คุณบิ๊ก” และ คุณเดช มาวขุนทด วัย 34 ปี สองหุ้นส่วนผู้ก่อตั้ง Rich เดช กาแฟ ชลบุรี ความท้าทายนี้คือจุดเริ่มต้นของชีวิตที่พวกเขาเลือกเอง คุณบิ๊กเล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า ย้อนกลับไปช่วงปลายโควิด-19 ประมาณปี 2565 หลังจากลาออกจากงานประจำ เขาใช้ชีวิตด้วยเงินเก็บจนเกือบหมด วินาทีนั้นทำให้เขารู้เลยว่าต้องเริ่มทำอะไรสักอย่าง และด้วยต้นทุนความชอบในการดื่มกาแฟ เขาพูดปนตลกว่า “เมื่อก่อนเป็นผู้เสพ แต่ตอนนี้เป็นผู้ค้า” จึงตัดสินใจผันตัวมาเป็น “พ่อค้า” แม้จะไม่เคยมีประสบการณ์ในสายงานนี้มาก่อน แต่เขาใช้อาศัยการสังเกต จดจำกรรมวิธี และคัดสรรเมล็ดกาแฟด้วยตัวเอง ก้าวแรกที่ลองผิดลองถูก พร้อมสร้างความต่างด้วย “รถขายกาฟ” ในช่วงเริ่มต้น คุณบิ๊กยอมรับว่ายังขาดความมั่นใจ จึงเปิดร้านแบบง่ายๆ ด้วยการกางเต็นท์ตั้งโต๊ะริมทางโดยใช้เงินลงทุนก้อนแรกประมาณ 50,000 บาท เน้นไปที่อุปกรณ์คุณภาพอย่างเครื่องบดและเครื่องชงกาแฟ “เราสังเกตว่า พอตั้งขายแบบเ
รับทรัพย์กว่า 6 หมื่นบาทใน 4 ชม. สาวลาออกจากงานประจำ เปิด “First Place Coffee” รถขายกาแฟ สำเร็จได้ด้วย 3 กลยุทธ์นี้ หลายคนคิดว่าการทำงานประจำเป็นอะไรที่มั่นคง และรับรายได้อยู่ตลอด ซึ่งก็เป็นความคิดที่ไม่ผิด แต่กับบางคนไม่ใช่อย่างนั้น เขาคิดว่าควรทำอะไรที่เป็นของตัวเอง และได้เงินที่มากกว่างานประจำ อย่างเรื่องราวของเธอคนนี้ Devon McConville ที่ลาออกจากงานประจำซึ่งมีรายได้ถือว่าดีมากๆ แต่ตัดสินใจเลือกทางเดินของตัวเอง Devon McConville ไม่เคยคิดที่จะเป็นเจ้าของกิจการขนาดเล็ก หรือแม้แต่บาริสต้าเลย เพราะอาชีพของเธอนั้นทำเกี่ยวกับสายการเงิน แต่แล้วเธอก็ค้นพบว่าชีวิตของเธอนั้นขาดซึ่งการเชื่อมโยงกับผู้คน ซึ่งสิ่งนี้เธอได้พบเจอระหว่างช่วงพักเบรกเพื่อไปดื่มกาแฟ เมื่อปี 2015 เธอตัดสินใจครั้งสำคัญ นั่นคือการลาออกจากงานประจำที่มีเงินเดือนดี และหันเหตัวเองไปสู่ทุกสิ่งเกี่ยวกับกาแฟ Devon McConville เริ่มต้นอาชีพ บาริสต้า ที่ร้านกาแฟท้องถิ่นแห่งหนึ่งโดยทำงานเป็นกะ แล้วกลับบ้านไปอ่านหนังสือและดูวิดีโอเกี่ยวกับการทำกาแฟ เธอพูดว่า “ฉันคลั่งไคล้ทุกสิ่งเกี่ยวกับกาแฟไปหมด” เธอรู้สึกว่าการทำงานที
นี่อาจะเป็น “ลาเต้แห่งอนาคต” เมื่อบริษัทอาหารยักษ์ใหญ่สัญชาติญี่ปุ่น “อายิโนะโมะโต๊ะ กรุ๊ป” (Ajinomoto Group) ได้เปิดตัวเครื่องดื่มกาแฟรูปแบบใหม่ภายใต้ชื่อ GRe:en Drop Coffee ในสิงคโปร์ โดยนำเสนอนวัตกรรมที่มุ่งเน้นความยั่งยืนด้วยการใช้กาแฟที่ผลิตโดยปราศจากเมล็ดกาแฟ และโปรตีนแก๊สที่ผลิตจากคาร์บอนไดออกไซด์ เครื่องดื่มซีรีส์ใหม่นี้อยู่ภายใต้แบรนด์ Atlr.72 ของอายิโนะโมะโต๊ะ ซึ่งมุ่งเน้นการใช้ส่วนผสมที่มาจากพืช (plant-based) เซลล์ (cell-based) และจุลินทรีย์ (microbial) เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจสีเขียวของบริษัท โดยเป็นความร่วมมือกับสองสตาร์ทอัพด้านอาหารแห่งอนาคต ได้แก่ Solar Foods ผู้ผลิตโปรตีนแก๊สจากฟินแลนด์ และ Prefer ผู้ผลิตกาแฟทางเลือกที่ปราศจากเมล็ดกาแฟจากสิงคโปร์ โดยเครื่องดื่ม GRe:en Drop Coffee คือนวัตกรรมเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย กาแฟกรอง (batch-brewed filter coffee) กาแฟลาเต้ โดยใช้ส่วนผสม PreferRoast ของแบรนด์ Prefer ทดแทนกาแฟแบบดั้งเดิม 30% โดยใช้กระบวนการหมักจุลินทรีย์ จากผลพลอยได้ของอุตสาหกรรมอาหาร เช่น ข้าวหัก และถั่วชิกพีช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 8.8 เท่า เมื่อเที
ในโลกธุรกิจกาแฟที่มีการแข่งขันสูงและมาตรฐานที่หลากหลาย การก้าวเข้าสู่ตลาดโลกของแบรนด์ไทยไม่ใช่เรื่องง่าย แต่จากเวทีเสวนา “Global Friends เมื่อกาแฟไทยไปไกลกว่ายอดดอย” ภายในงาน Thailand Coffee Fest Year End 2025 : Coffee by Your Side ได้เปิดมุมมองสำคัญโดย “อายุ จือปา” ผู้ก่อตั้ง Akha Ama Coffee และ “วรงค์ ชลานุชพงศ์” ผู้ก่อตั้ง NANA Coffee Roaster สะท้อนให้เห็นขีดความสามารถของกาแฟไทยที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงบนดอย หากแต่สามารถก้าวสู่ระบบคุณค่าของอุตสาหกรรมกาแฟสากลได้อย่างน่าภาคภูมิใจ เริ่มต้นจากปัญหา ใช้ “กาแฟ” สร้างสมดุลให้ชุมชน “อายุ จือปา” เล่าว่า แบรนด์ Akha Ama Coffee ไม่ได้มีจุดเริ่มต้นจากแพชชันเรื่องการดื่มกาแฟ แต่มาจากปัญหาเชิงโครงสร้างในชุมชนที่เป็นสังคมเกษตรกร เนื่องจากตนเองมีพื้นฐานการทำงานด้านสังคมและมาจากครอบครัวเกษตรกร เล็งเห็นถึงปัญหาใหญ่ที่ทำให้ชุมชนขาดความสมดุล นั่นคือ อาชีพเกษตรกรไม่ได้รับการยอมรับและไม่สามารถกำหนดชะตากรรมของตัวเองได้ ต้องพึ่งพาพ่อค้าคนกลาง และคนรุ่นใหม่ละทิ้งบ้านเกิดเข้าสู่เมืองใหญ่ สุดท้ายเป็นเรื่องวิกฤตสิ่งแวดล้อม ที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้พืชผ
บนเส้นทางลัดเลาะขึ้นเขาที่โค้งไปตามไหล่ภู พื้นที่ที่ครั้งหนึ่งเต็มไปด้วยลิ้นจี่ ลูกไหน ท้อ และไม้ผล รายได้ไม่แน่นอน วันนี้กลับเต็มไปด้วยต้นกาแฟเรียงราย สัญลักษณ์ของ “อาชีพใหม่” ที่ทำให้สองชุมชนบ้านปางขอนและผาลั้ง จังหวัดเชียงราย มีรายได้มั่นคงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ใช้ความเชี่ยวชาญของทีม Café Amazon เดินหน้าทำงานร่วมกับเกษตรกรกว่า 10 ปี ในหลายพื้นที่ และนำองค์ความรู้มาพัฒนาพื้นที่สูงของเชียงรายให้เป็นต้นแบบการปลูกกาแฟอย่างยั่งยืนของประเทศไทย ตั้งแต่การให้ความรู้ การพัฒนาคุณภาพผลผลิต การรับซื้ออย่างเป็นธรรม ไปจนถึงการส่งต่อกาแฟคุณภาพไปสู่ร้าน Café Amazon กว่า 4,500 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งเสิร์ฟกาแฟรวมกันกว่า 400 ล้านแก้วทั่วโลกต่อปี ความตั้งใจยาวนานนี้ไม่เพียงทำให้คุณภาพกาแฟดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยังเปลี่ยนคุณภาพชีวิตของครอบครัวในสองหมู่บ้านได้อย่างเป็นรูปธรรม นายพงษ์ศักดิ์ ภัทรเมธีวิญญู ผู้จัดการฝ่ายบริหารห่วงโซ่อุปทานเมล็ดกาแฟดิบ OR กล่าวว่า “โครงการพัฒนาการปลูกกาแฟอย่างยั่งยืน เป็นสิ่งที่ OR ทำต่อเนื่องมากว่า 10 ปี ร่วมกับหน่วยงานภาคีเค
บริษัท เมืองไทย โบรกเกอร์ จำกัด ผู้ให้บริการ gettgo แพลตฟอร์มเปรียบเทียบประกันออนไลน์ ร่วมกับ 1:2 Coffee Company ร้านกาแฟขวัญใจชาวออฟฟิศ ที่เริ่มต้นจากจังหวัดเชียงรายและเติบโตสู่เมืองกรุง พร้อมชวนคนทุก Generation มาดื่มกาแฟชิลๆ รับสิทธิ์ส่วนลดผ่านแคมเปญ “ประกันสักแก้วมั้ย?” และทำความรู้จักกับประกันในบรรยากาศสบายๆ ผ่านประสบการณ์การดื่มกาแฟที่ร้าน 1:2 Coffee กาแฟที่พรีเมียมในราคาที่เข้าถึงได้กับประกันที่อยากให้ทุกคนเข้าถึงได้เช่นกัน คือจุดร่วมสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ระหว่าง gettgo และ 1:2 Coffee Company แม้จะมาจากคนละวงการ แต่ทั้ง 2 แบรนด์มีแนวคิดเดียวกัน คือ การทำให้สิ่งที่เคยดูซับซ้อน กลายเป็นเรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นประกันหรือกาแฟแก้วโปรดของคุณ การจับมือกันครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การข้ามจาก “วงการประกันสู่วงการกาแฟ” แต่ยังเป็นการเปลี่ยนภาพจำ ของประกันให้กลายเป็นเรื่องง่าย เหมือนการเลือกเมนูที่ชอบในร้านโปรด ดัง Key Message ที่ว่า “เปรียบเทียบประกันออนไลน์ ง่าย เหมือนเลือกเมนูที่ชอบ” ซึ่งสอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ “Everyday Coffee” ที่ 1:2 Coffee Company ยึดถือมาโดยตลอด เม
