เส้นทางเศรษฐีออนไลน์
“ตอนนี้ขอยึดงานประจำไว้ก่อน แต่อนาคตไม่แน่” ประโยคเรียบง่ายจากชายวัย 35 ปี ผู้คลุกคลีอยู่ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทำงานประจำเป็นเจ้าหน้าที่ประเมินราคา แต่ในวันหยุดเขาคือเจ้าของร้านพิซซ่าโฮมเมด ในยุคที่เศรษฐกิจเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การมีงานประจำที่มั่นคงคือเรื่องโชคดี แต่การมีรายได้ทางเดียวอาจไม่พออีกต่อไป เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปรู้จักกับ คุณแบนโจ-ภัทรพันธ์ ศิริไสย เจ้าของร้านแบนโจ พิซซ่า หนึ่งใน Young Entrepreneur ที่จะมาส่งต่อแรงบันดาลใจในการสร้างอาชีพเสริมจากสิ่งที่รัก จากศูนย์สู่ผู้เชี่ยวชาญ ฝึกฝนจาก YouTube ทำทิ้งจนเกือบถอดใจ จุดเริ่มต้นเกิดจากความคิดที่อยากมีรายได้เสริมมาช่วยซัพพอร์ตค่าใช้จ่าย ด้วยความที่เป็นคนชอบทานพิซซ่าเป็นทุนเดิม เขาจึงตัดสินใจเลือกเมนูนี้โดยคิดว่า “ไม่น่าจะยาก” แต่ความเป็นจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น คุณแบนโจเริ่มต้นศึกษาด้วยตัวเองผ่าน YouTube ต่างประเทศ และเก็บเกี่ยวความรู้จากคอมมูนิตี้ในกลุ่ม Facebook อย่าง The Pizza Club Thailand เขาต้องเผชิญกับช่วงเวลาลองผิดลองถูก ทำทิ้งไปนับไม่ถ้วนเพราะไม่มีพื้นฐานมาก่อน ความมั่นใจในช่วงแรกเริ่มกลายเป็นความท้อจนเกือบ
ว่ากันว่า ปีนี้ ปีหน้า และปีต่อๆ ไป จะไม่ใช่ปีของการทำธุรกิจแบบเดิมอีกต่อไป ซึ่งเหตุปัจจัยนั้น มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น ผู้บริโภคมีความตระหนักมากขึ้น ส่วน “โลก” ก็ยังส่งสัญญาณชัดเจนแล้วว่า “ความยั่งยืน” ไม่ใช่ภาพลักษณ์ แต่คือปัจจัย “ชี้เป็น ชี้ตาย” ธุรกิจไหนจะอยู่รอด และธุรกิจไหนจะเติบโต สิ่งน่าสนใจในเรื่องนี้อีกประการหนึ่ง คือ “ธุรกิจยั่งยืน” จะไม่ได้จำกัดอยู่แค่พลังงานสะอาด หรือเทคโนโลยีสีเขียวเท่านั้น แต่กำลังแทรกซึมอยู่ในโรงแรม ร้านอาหาร ไปจนถึงบริการไลฟ์สไตล์ใกล้ตัว ซึ่งกำลังกลายเป็น “ธุรกิจดาวรุ่ง” ในสายตานักลงทุนและผู้บริโภครุ่นใหม่ ดังเห็นได้จาก ผู้บริโภคยุคใหม่ จะไม่ถามแค่ว่า “ถูกหรือแพง” แต่พวกเขาจะถามลึกไปถึงว่า ธุรกิจนี้ใช้ทรัพยากรอย่างไร ดูแลคนทำงานแบบไหน และมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมแค่ไหน และนี่คือ “โจทย์ใหม่” ที่ผู้ประกอบการต้องตอบให้ได้ ตัวอย่างแรกที่สะท้อนภาพนี้ได้ชัด ได้แก่ ศิวาเทล โรงแรมใจกลางกรุง ที่พิสูจน์แล้วว่า ความหรูหรากับความยั่งยืน สามารถเดินไปด้วยกันได้จริง นับตั้งแต่ การออกแบบอาคาร การจัดการพลังงาน ไปจนถึงแนวคิดการดูแล
ต้องยอมรับว่า ปี 2025 นับเป็นอีกหนึ่งปีที่หนักหนาไม่น้อย สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย หลังต้องเผชิญแรงกดดันพร้อมกันหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า กำลังซื้อเปราะบาง ปัญหาภัยพิบัติซ้ำซาก อย่าง น้ำท่วม รวมทั้งสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน ที่ส่งผลต่อการค้าและความเชื่อมั่นโดยตรง ในมิติของเศรษฐกิจ ภาวะต้นทุนสูงยังเป็นโจทย์ใหญ่ วัตถุดิบ ค่าแรง ค่าไฟ และดอกเบี้ย ทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กมี “พื้นที่หายใจ” แคบลง ขณะที่ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย ส่งผลให้ยอดขายไม่เติบโตตามที่คาดหวัง หลายธุรกิจต้องแบกรับภาระสต๊อกและกระแสเงินสดที่ตึงตัว ปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ กลายเป็น “ต้นทุนแฝง” ที่เอสเอ็มอีหลีกเลี่ยงไม่ได้ ร้านค้า โรงงานขนาดเล็ก และธุรกิจชุมชนต้องหยุดกิจการชั่วคราว สูญเสียรายได้ ซ่อมแซมสถานที่ และรับภาระค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน โดยเฉพาะธุรกิจที่ไม่มีเงินสำรองหรือประกันความเสี่ยง ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย ส่งผลกระทบต่อการค้าชายแดน โลจิสติกส์ และการท่องเที่ยวในพื้นที่โดยตรง เอสเอ็มอีจำนวนไม่น้อยที่พึ่งพานักท่องเที่ยวหรือการค้าข้ามแดน ต้องเผชิญกับปัญหายอดขายหดตัวอาจถึงขั้นหดหายแบบห
บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก เข้าร่วมงาน OTOP CITY 2025 จัดโดยกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ระหว่างวันที่ 20–28 ธันวาคม 2568 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี พร้อมเปิดบูธภายใต้แนวคิด “SME โตไกลไปด้วยกันอย่างยั่งยืน” เพื่อยกระดับผู้ประกอบการท้องถิ่นให้มีโอกาสเติบโตบนเวที Modern Trade ได้อย่างมั่นคง ในปีนี้ เซเว่น อีเลฟเว่น ยังคงยึดมั่นในกลยุทธ์ “3 ให้” ประกอบด้วย ให้ช่องทางจำหน่าย ให้ความรู้ และให้เชื่อมโยงเครือข่าย โดยภายในงานได้เตรียมกิจกรรมไฮไลต์ ได้แก่ 7-Eleven Pop Up Store ที่รวบรวมสินค้า OTOP คุณภาพคัดสรรจากทั่วประเทศกว่า 200 รายการ มาจัดแสดงและจำหน่าย นอกจากด้านการตลาดแล้ว ซีพี ออลล์ ยังมุ่งเน้นการเป็น “พี่เลี้ยง” ให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยผ่าน OTOP Business Matching ซึ่งเป็นการเปิดพื้นที่ให้ผู้ผลิตสินค้าได้ร่วมเจรจาธุรกิจและรับคำแนะนำโดยตรงจากทีมคัดเลือกสินค้าของเซเว่นฯ โดยมีผู้เชี่ยวชาญพิเศษที่พร้อมให้คำแนะนำ ติดอาวุธให้กับผู้ประกอบการ OTOP ที่ต้องการขยายธุรกิจไม
เมื่อความก้าวหน้าทางการแพทย์ได้ช่วยให้ผู้คนมีอายุยืนยาวขึ้น ประกอบกับจำนวนเด็กเกิดใหม่ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ โดยมีประชากรอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 20% ของประชากรทั่วประเทศ ข้อมูลจากการสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2567 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า มีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเป็น 20.2% ของประชากรทั้งประเทศ หรือกว่า 14 ล้านคน และคาดการณ์ว่าจะเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด ซึ่งมีผู้สูงอายุเกิน 28% ในปี 2574 ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ผู้สูงอายุ จึงมีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมากขึ้น ข้อมูลจากการศึกษาเศรษฐกิจสูงวัยของไทยในปี 2566 ของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) พบว่า ในปี 2566 มีการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคสำหรับผู้สูงอายุกว่า 2.18 ล้านล้านบาท และคาดการณ์ว่าจะขยายตัวเป็น 3.5 ล้านล้านบาท ในปี 2576 หรือเฉลี่ย 4.83% ต่อปี สะท้อนให้เห็นถึงกำลังซื้อที่แข็งแกร่งของกลุ่มผู้สูงอายุที่ไม่ควรมองข้าม ส่งผลต่อเนื่องให้เกิด “เศรษฐกิจอายุวัฒน์ หรือ Longevity Economy” ที่ระบบเศรษฐกิจได้ถูกขับเคลื่อนโดยกำลังซื้อขอ
ในช่วงที่ผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายเนื่องจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ โครงการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐอย่าง “คนละครึ่งพลัส” ถูกจับตามองในฐานะเครื่องมือสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มซึ่งได้รับผลกระทบจากอย่างต่อเนื่องจากภาวะที่ผู้บริโภครัดเข็มขัดจำกัดรายจ่ายในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ตัวอย่างความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจซึ่งสะท้อนผ่าน 2 ร้านอาหารต่างสไตล์อย่าง พาสต้า บ่? ร้านพาสต้าโฮมคิทเชน ในกรุงเทพฯ ที่สร้างสถิติยอดขายเฉลี่ยต่อวันสูงกว่าครึ่งแสน ซึ่งถือเป็นยอดที่สูงสุดนับตั้งแต่เปิดร้าน และ ‘มีลาภ’ อุบลราชธานี ร้านอาหารอีสานท้องถิ่น ที่สร้างสถิติร้านต่างจังหวัดที่ขายดีที่สุดในโครงการคนละครึ่งพลัสกับแกร็บฟู้ด ‘พาสต้า บ่?’ ปั้นพาสต้าเส้นสดรสชาติไทย สู่ความสำเร็จที่โตแบบดับเบิ้ลด้วย “คนละครึ่งพลัส” ร้าน พาสต้า บ่? เริ่มต้นจากความตั้งใจของสองผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ยู–วรัญญู บุญอาจินต์ และ ณน–คณิน วัฒนสุข ที่เริ่มตั้งร้านด้วยการเปิดรับพรีออร์เดอร์จากหลักสิบกล่องในปี 2565 จนกลายเป็นร้านพาสต้าเส้นสดที่ได้การตอบรับที
หากพูดถึงกระแสสังคมที่เกิดขึ้นในปี 2568 เรื่องราวของแบรนด์ หงส์ไทย ต้องเป็นหนึ่งในประเด็นสังคมที่มีคนจับตามองไม่น้อย ด้วยที่เป็นแบรนด์ยาดมและผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยที่โด่งดังจากยาดมกระปุกเขียว มีกลิ่นหอมสดชื่นจากสมุนไพรหลายชนิด จากเคยโด่งดังจนถึงขีดสุด แต่ก็ต้องมีช่วงที่ตกลงมาเกือบลึกที่สุดเช่นกัน #SMEsSurvivor วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ขอนำเรื่องราวจากแบรนด์ “หงส์ไทย” มาย้อนไทม์ไลน์ที่เกิดขึ้นว่า หงส์ไทย เป็น SMEs Survivor ที่เกือบหลับ แต่กำลังจะกลับมาได้ สรุปไทม์ไลน์ “หงส์ไทย” แมว 9 ชีวิต เผชิญทั้งวิกฤตและโอกาส ย้อนไปประมาณ 2 ปีก่อน บนโลกออนไลน์ ได้เกิดปรากฏการณ์ “ยาดมฟีเวอร์” ทั่วบ้านทั่วเมือง เมื่อศิลปินคนดังระดับโลก อย่าง “ลิซ่า” กำลังถือยาดมหงส์ไทยไว้ในมือ จนใครต่อใครอยากจะใช้ ทำให้ยาดมขาย “หมดสต๊อก” เพียงชั่วข้ามคืนเท่านั้น จากทุนตั้งต้น 200 บาท สู่ยอดขาย 366 ล้านบาทในปี 2567 พร้อมตั้งเป้าปี 2570 จะมียอดขายทะยานสู่ 1,000 ล้านบาท หลังจากกลายเป็น Soft Power ที่คนทั่วโลกและศิลปินดังพกติดตัว จนกระทั่งปี 2568 เริ่มมีกระแสข่าวลือในโลกออนไลน์เรื่อง “ยาดมเชื้อราลงปอด” ทำให้ สำ
ในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็วและผู้คนมองหาความสมดุลระหว่างชีวิตกับสุขภาพ “อาหาร” จึงไม่ใช่เพียงสิ่งที่เติมเต็มร่างกาย แต่เป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงจิตใจ และสะท้อนวัฒนธรรมของแต่ละชาติอย่างลึกซึ้ง ปี 2025 นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการอาหารโลก จากยุคที่เน้น “ความหรูหราและภาพลักษณ์” สู่ยุคที่ผู้คนให้ความสำคัญกับ “ความเรียบง่ายและความหมาย” ในทุกมื้ออาหาร เทรนด์ “อาหารเพื่อใจและสุขภาพ” (Comfort Food) กำลังได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางทั่วโลก สะท้อนแนวโน้มผู้บริโภคยุคใหม่ที่หันมาใส่ใจทั้งโภชนาการ ความอบอุ่นใจ และความยั่งยืน มากกว่าการจัดจานเพื่อความสวยงาม สาขาศิลปะและเทคโนโลยีการประกอบอาหาร วิทยาลัยการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการบริการ ม.รังสิต มุ่งมั่นจะเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของเชฟรุ่นใหม่ ที่พร้อมใช้ความคิดสร้างสรรค์และพลังแห่งอาหารไทย ขับเคลื่อนความสุขและความยั่งยืนให้กับโลกใบนี้ ข้อมูลจากสถาบันวิจัยอาหารนานาชาติ (IFT) ชี้ว่า ผู้บริโภคกว่า 68% ทั่วโลกเลือกอาหารที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรม ความทรงจำ และสุขภาพจิต มากกว่าอาหารหรูหราราคาแพง ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นพร้อมกันในหลายภูมิภาคทั่วโลก เช่น สหรัฐอเม
BABY CHIN (เบบี้ชิ้น) แบรนด์ที่เกิดมาจากความกลัว “กลัวว่าหากวันหนึ่งเราไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้แล้ว ลูกสาวจะเป็นอย่างไรต่อไป” เลยหยิบความชำนาญ ประสบการณ์ในวงการอาหารสตรีตฟู้ด มาสร้างเป็นอาชีพไว้ให้ลูก เพื่อในอนาคตจะเป็นธุรกิจที่หล่อเลี้ยงชีวิตให้ลูกสาวของเขาได้ เรื่องราว Family Business ที่ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ นำมาเล่าสู่กันฟังเป็นเรื่องราวของคุณโอม-มณฑล ทองคำ อายุ 44 ปี เจ้าของแบรนด์ BABY CHIN ที่เปลี่ยนจากความกลัวเป็นการวางระบบและสร้างรากฐานชีวิตให้กับลูกสาว น้องพอใจ ทองคำ วัย 3 ขวบ ที่เป็นเจ้าของแบรนด์ตัวจริง หัวใจของแบรนด์ คือตัวแทนของความรักจากพ่อ หากจะพูดถึงหัวใจหลักของแบรนด์ คุณโอมได้พูดถึง ความเป็นพ่อ ที่อยากจะสร้างอะไรขึ้นมาสักอย่างไว้ให้ลูก เขาเติบโตมากับความลำบากที่ต้องหาเงินอยู่ตลอดเวลา เลยมีความคิดว่า อยากให้ลูกมีเวลาเรียน มีเวลาเล่นได้อย่างสนุกสมวัย โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายอย่างที่เขาเคยเป็น และมีเงินส่งให้ลูกเรียนไปจนจบหมอ “เราอยากให้ลูกรู้จักการขายของ เพราะ ‘การขาย’ เป็นทักษะที่ใครมี ก็เป็นผู้รอดชีวิต” เขากล่าว นอกจากเรื่องของความรักที่พ่อมีใ
ศูนย์การค้าเมกาบางนา แหล่งช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดแห่งกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก พร้อมเติมเต็มประสบการณ์ชีวิตที่ดีในทุกๆ วัน ด้วยแนวคิด YOUR EVERYDAY MEETING PLACE ชวนทุกคนเติมสีสันกับบรรยากาศแห่งความสุขในช่วงเทศกาลคริสต์มาสผ่านแคมเปญ “MEGA CHRISTMAS SPECIALS” ที่คัดสรรเมนูอร่อย สีสันน่าทาน และถ่ายรูปสวยเหมาะกับคอนเซ็ปต์เทศกาล ไม่ว่าจะเป็นเบเกอรี่สีสันสดใส เครื่องดื่มกลิ่นอุ่นสไตล์ฤดูหนาว หรือเมนูพิเศษที่ช่วยสร้างรอยยิ้มให้ทุกคน จาก 12 ร้านดัง ได้แก่ AU BON PAIN, BAKEYARD, CHUBBY DOUGH, GAGA, IKEA, KOI THÉ, MOLTO, SOURI, THE ALLEY, TP TEA, TWINMADE และ WARABIMOCHI KAMAKURA พร้อมมอบให้สมาชิกเมกา สไมล์ รีวอร์ดส แลกรับฟรี! เพียงใช้คะแนนตามที่กำหนด ตั้งแต่วันที่ 1–31 ธันวาคม 2568 นี้ ที่เมกาบางนา ตลอดเดือนธันวาคมนี้ เมกาบางนาพร้อมเติมเต็มความสุขในช่วงเทศกาลให้พิเศษยิ่งขึ้น ด้วยการมอบสิทธิพิเศษให้สมาชิกเมกา สไมล์ รีวอร์ดส แลกรับฟรี! เมนูคริสต์มาสสุดสร้างสรรค์จาก 12 ร้านดัง เพียงใช้คะแนนตามที่กำหนดก็สามารถรับความอร่อยส่งท้ายปีได้ทันที ได้แก่ เมกาบางนาขอเชิญทุกคนมาร่วมเติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสุขในเทศ
