sme
เรื่องราวของ “หลิน – ชนิดา, ลิลลี่ – นิศารัตน์ และ กุ๊กกิ๊ก – เสาวลักษณ์ จึงเจริญชัยศักดิ์” สามพี่น้องผู้ก่อตั้ง “LUCK” แบรนด์ที่มองเห็น Pain Point ของ “ผ้าขนหนู” ของใช้ใกล้ตัวที่เราใช้กันทุกวัน แต่เมื่อใช้ซ้ำและปล่อยให้ชื้นนานๆ ก็อาจกลายเป็นแหล่งสะสมแบคทีเรียโดยไม่รู้ตัว จึงเกิดเป็นไอเดียสร้างแบรนด์ผ้าขนหนูที่ไม่ได้ขายแค่การซับน้ำหรือความนุ่ม แต่เติมนวัตกรรม “IntelliTime” ช่วยบอกอายุการใช้งานให้ผู้ใช้รู้ว่าควรเปลี่ยนผ้าขนหนูเมื่อไร กุ๊กกิ๊กให้สัมภาษณ์กับ “เส้นทางเศรษฐี” ถึงการสร้างแบรนด์สินค้าที่พยายามทำให้ “ของใช้ธรรมดา” มีคุณค่ามากกว่าเดิม จุดเริ่มต้นแบรนด์ LUCK ก่อนมาปั้นแบรนด์ LUCK สามพี่น้องแยกย้ายไปศึกษาต่อในด้านต่างๆ พี่สาวคนโตเรียนด้านการตลาด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พี่คนกลางเรียนนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และน้องสาวคนเล็กเรียน การเงิน วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล จากนั้นได้แยกย้ายกันไปหาประสบการณ์และเรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่น โดยพี่คนโตทำงานในบริษัทใหญ่ พี่คนกลางทำงานด้าน AE และคนเล็กทำงานธนาคาร การได้เห็นคุณพ่อคุณแม่ทำงานและสร้างธุรกิ
จากเก้าอี้ไม้ที่ในความทรงจำของ “ตาแสวง” ที่ทดลองทำให้ภรรยาใช้เพื่อหวังบรรเทาอาการปวดเข่า ปวดขา วันนี้ “เก้าอี้มหัศจรรย์ตาแสวง” กลายเป็นธุรกิจที่ทำยอดขายกว่า 100 ล้านบาท โดยมี “คุณเจ – ณัฐวัฒน์ พุ่มบุญทริก” หลานเขยผู้เป็นทายาทรุ่นที่สามเข้ามาช่วยสานต่อและผลักดันภูมิปัญญาชาวบ้านให้เติบโตผ่านการทำตลาดออนไลน์ด้วยประสบการณ์ทั้งหมดที่เขามี ทว่า กว่าจะประสบความสำเร็จอย่างวันนี้ เส้นทางไม่ได้สวยหรู คุณเจพบเจออุปสรรคมากมาย ทั้งผู้ผลิตที่ลดคุณภาพสินค้าจนต้องหันมาผลิตเอง หรือในวันที่ยอดขายตก ต้องแบก Fix Cost รวมถึงวันที่เพจถูกปิด แต่แทนที่จะยอมแพ้ คุณเจเลือกกลับมาสู้ใหม่ เรียนรู้ทุกอย่างตั้งแต่การตลาด การเงิน บัญชี ไปจนถึงการลงมือผลิตเก้าอี้ด้วยตัวเอง จดทะเบียนบริษัท ทำทุกอย่างให้ถูกต้อง และพาธุรกิจกลับมาเติบโตอีกครั้ง และวันนี้ เก้าอี้มหัศจรรย์ตาแสวง ตั้งเป้าหมายไปสู่พันล้านภายใน 5 ปี
จากร้านขายปืนที่เปิดมานาน 30 – 40 ปี สู่ร้านขนมปัง “Mommy’s Magic BKK” เมื่อไม่สามารถนำเข้าปืนได้ รุ่นลูกจึงปรับพื้นที่เดิมให้กลายเป็นร้านเบเกอรี่ที่สร้างกิมมิก “คนขายปืนมาขายขนมปัง” ขณะเดียวกันก็ให้พนักงานร้านปืนได้ฝึกทำขนมและมีงานทำต่อ วินนี่ – วิลาสินี กรรณิกา วัย 30 ปี เล่าที่มาของการเปลี่ยนร้านปืนเป็นร้านขนมปัง พร้อมพาไปรู้จัก “ซาวร์โดว์ซีอิ๊ว” เมนูคอลแลปกับโรงซีอิ๊ว จังหวัดยะลา จุดเริ่มร้านปืนสู่ร้านปัง Mommy’s Magic BKK คือร้านขนมปังในร้านขายปืน ตั้งอยู่บนถนนอุณากรรณ ย่านวังบูรพา ชื่อว่า “ปืนสุชาติและเพื่อน” ธุรกิจที่ดำเนินมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ ยาวนาน 30 – 40 ปี จนเมื่อช่วง 3 ปีที่ผ่านมาไม่สามารถนำเข้าปืนได้ รุ่นลูกจึงหันมาเปิดโรงเรียนสอนทำขนมปังแถวโลตัสพระราม 4 สอนเบเกอรี่หลากหลาย ทั้ง เค้ก ชิโอะปัง ซาวร์โดว์ เป็นต้น พร้อมเปลี่ยนร้านปืนเป็นร้านขนมปังได้ปีกว่า โดย 3 คนพี่น้องช่วยกันดูแล คือ วันวิสา ตั้งมนสิการกุล ดูแลการเงินและบัญชี, วารินทร บุณยะชัย พัฒนาสูตร และวินนี่ ดูภาพรวมและการตลาดทั้งหมด วินนี่แชร์ให้ฟังว่า “โลเคชันร้านปืนดีมาก ใกล้รถไฟใ
จากอาหารอีสานที่คุ้นเคย วันนี้หลายร้านหยิบ “ความม่วน” มาเล่าใหม่ ผ่านบรรยากาศและดนตรีที่เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น ตั้งแต่การมิกซ์แผ่นเสียง เปิดเพลงหมอลำ ไปจนถึงการตกแต่งร้านที่มีคาแรกเตอร์ ทำให้การกินลาบ ส้มตำ กลายเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ไม่ได้มีดีแค่รสชาติ “เส้นทางเศรษฐี” ชวนปักหมุดร้านอีสานไวบ์ดี ที่รวมทั้งของแซ่บ ดนตรีม่วน และบรรยากาศสนุกๆ ไว้ด้วยกัน จะนั่งกินข้าว ฟังหมอลำ หรือปล่อยจอยไปกับเสียงเพลง ก็ได้ฟีลอีสานแบบร่วมสมัยที่สายกินและสายเที่ยวไม่ควรพลาด เริ่มต้นที่ “สตูดิโอลาบ” ของ “ตั้ม – กฤตวัฒน์ สุริย์, บอล-อดิศักดิ์ กรรเชียง, เม่น-ศิริยศ เรื่องตังญาณ และ หรั่ง-เทอดภูมิ สมบูรณ์” จุดเด่นของร้านนี้คือ “อาหารรสมือพ่อแม่” ของคุณตั้ม พ่อครัวแม่ครัวประจำร้านที่ปรุงอาหารทุกจานด้วยความพิถีพิถัน ในแบบ ‘อีสานสไตล์นครพนม’ ด้วยประสบการณ์เปิดร้านส้มตำมากว่า 30 ปี มีทั้ง ลาบเป็ด ตำหมูยอ ซอยจุ๊จากเนื้อน่องลาย เปาะเปี๊ยะ เนื้อแดดเดียวย่างกินกับแจ่วบอง เมนูเด็ดที่ต้องสั่ง ส่วนบรรยากาศร้านก็เต็มไปด้วยควาสนุกสนานถึงกับต้องลุกมาเซิ้ง เพราะตั้มและเพื่อนจะหมุนเวียนมาเปิดแผ่นเสียงที่ไม่ได้มีแค่หมอล
การมี “หุ้นส่วนทางธุรกิจ” อาจเป็นแรงส่งสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโต แต่ในอีกด้านก็อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้ง หากผู้ประกอบการไม่ได้วางขอบเขตและทำความเข้าใจกันให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น คุณแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานยุทธศาสตร์ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ให้คำแนะนำว่า หัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจและการเริ่มต้นกิจการ ผู้ประกอบการต้องประเมินตนเองว่ามีทัศนคติต่อการประกอบอาชีพหรือธุรกิจนั้นอย่างไร มีความพร้อมด้านเวลา แหล่งทุน รวมถึงทรัพยากรต่างๆ ที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนธุรกิจนั้นหรือไม่ สิ่งสำคัญคือ การวางแผนธุรกิจ จะทำให้มองเห็นจุดอ่อน จุดแข็ง โอกาสและอุปสรรคความท้าทายต่างๆ ของธุรกิจ อุตสาหกรรมหรือคลัสเตอร์ธุรกิจนั้นอย่างละเอียดรอบครอบรัดกุม หากมีความจำเป็นต้องมี “หุ้นส่วนทางธุรกิจ” สิ่งที่ต้องตั้งคำถามและหาคำตอบ คือ มีเป้าหมาย มีความจำเป็นเพื่อเติมเต็มในห่วงโซ่ธุรกิจ หรือจุดแข็งของหุ้นส่วนที่จะเข้ามาช่วยส่งเสริมธุรกิจอย่างไร สัดส่วนการถือหุ้นเท่าไหร่เหมาะสม โครงสร้างธุรกิจและการแบ่งหน้าที่บทบาทการทำงาน สัญญาการเข้าหุ้นกิจการและข้อตกลงที่ป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในอนาคตเพิ
ในวัย 61 ปี ขณะที่หลายคนกำลังวางแผนใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างเงียบสงบ คุณเชา-ชวลิต จริตธรรม อายุ 69 ปี หรือหลายคนเรียกติดปากกันว่า “ปาป้าเชา” ดีกรีอดีตผู้บริหารบริษัทเอกชนผู้คร่ำหวอดในวงการมานานกว่า 30 ปี กลับเลือกเส้นทางที่แตกต่างออกไป นั่นคือการเริ่มต้นธุรกิจร้านกาแฟเล็กๆ ที่ชื่อว่า “ปาป้าเชา” ชีวิตใหม่ในวัยเกษียณ ชีวิตของผู้บริหารที่ต้องทำงานมานานกว่า 30 ปี ดำเนินไปอย่างราบรื่น จนกระทั่งถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่จะต้องไปดูแลแม่ ดูแลพี่สาวที่เจ็บป่วย ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว เป็นช่วงเวลาที่เขาตัดสินใจพักบทบาทในองค์กรใหญ่ เพื่อกลับมาดูแลคนที่เขารัก หลังจากที่คุณแม่และพี่สาวจากไปได้สักพัก ระหว่างที่คุณชวลิต หรือ พี่เชา กำลังประกอบธุรกิจเล็กๆ เช่น ขายของและทำอาหารขาย ลูกสาวของพี่เชา ก็ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางชีวิตใหม่นี้ โดยช่วงเวลาหนึ่งก็คุยกันกับลูกสาว ที่สนใจงานทางด้านเป็นช่างแต่งหน้า เธอได้ลาออกจากงานประจำมาทำงานเป็นช่างแต่งหน้า จากนั้นก็เริ่มคุยกันว่า จะทำอย่างไรกันต่อ ก็เริ่มหาสถานที่เพื่อให้เป็นสตูดิโอใช้ในการแต่งหน้า หลังจากนั้นเธอจึงบอกว่า “พ่อก็ทำร้านกาแฟสิ เราจะได้อยู่ด้
จากไอเดียเล็กๆ ที่เริ่มต้นจากความชอบกินไอศกรีมโยเกิร์ต สู่การรวมตัวสร้างแบรนด์ “I Wanna Eat Yogurt” ของ 4 พาร์ตเนอร์ คือ เท็น – พิชญะ ตรีเกษมมาศ, ไอ – อัยยาฎา วัฒนาพณิชยกุล, แม็กซ์ – จุรินทร์ วรรณพงษ์ และ แบ๊ม – จณิสตา ตันศิริ บัณฑิตจากรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมสร้างภาพจำด้วย สีเขียว ซึ่งเป็น CI หลักของแบรนด์ ที่มองเห็นได้อย่างชัดเจนตั้งแต่แรกเห็น วันนี้แบรนด์เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังเปิดมาได้ 1 ปีครึ่ง โดยสร้างยอดขาย 40,000 ถ้วยต่อเดือน เริ่มต้นจากความชอบ จุดเริ่มต้นของ I Wanna Eat Yogurt มาจากความชื่นชอบไอศกรีมโยเกิร์ตของเท็น ประกอบกับความตั้งใจที่อยากทำธุรกิจมาตั้งแต่สมัยเรียน BBA แต่ในตอนนั้นยังไม่มีโอกาสได้ลงมือทำจริง จนกระทั่งเรียนจบ เท็นใช้เวลาช่วงนั้นพัฒนาสูตรไอศกรีมโยเกิร์ตหวานน้อยเพราะไอศกรีมโยเกิร์ตในตลาดที่เคยทานรสชาติหวานเกินไป อีกทั้งราคายังสูง ซึ่งกว่าจะได้สูตรที่ลงตัว ใช้เวลาลองผิดลองถูกเป็นหลักเดือน ก่อนจะชวนไอมาลองเปิดบูธที่ธรรมศาสตร์แฟร์ รังสิต ผลปรากฏว่าลูกค้าให้การตอบรับดี สินค้าขายได้และขายหมด เขาจึงชวนแบ๊มและแม็กซ
“โกโก้ในตำนาน” แบรนด์สุดแมสของ “ต้าห์อู๋ – พิทยา แซ่ฉั่ว” นักร้อง นักแสดงชื่อดัง ที่ผันตัวมาเป็นเจ้าของธุรกิจ ซึ่งเขาได้แชร์ประสบการณ์การทำธุรกิจในงาน สสว. UNLOCK ปลดล็อกธุรกิจ SME ไทย ไว้อย่างน่าสนใจ เริ่มจากจากบูธนักศึกษาสู่ธุรกิจ ต้าห์อู๋เริ่มบทสนทนาถึง “จุดเริ่มต้นแบรนด์” มาจากงานเกษตรแฟร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเปิดพื้นที่ให้นิสิตขายสินค้า และเขาเองก็ขายของมาตลอดตั้งแต่ปีหนึ่งถึงปีสี่ โดยพัฒนาสินค้าเรื่อยมา ก่อนลงตัวที่ “โกโก้” พร้อมสร้างแบรนด์ “โกโก้ในตำนาน” หลังเห็นสัญญาณตอบรับที่ดี ทั้งจากกลุ่มลูกค้าและยอดขาย โดยเลือกใช้ “สีแดง” เป็น CI ของแบรนด์ทั้งตัวร้านและแก้ว รวมถึง “การขูดโกโก้” อันเป็นซิกเนเจอร์ ที่เริ่มมาจากการพยายามหาไอเดียสร้างสินค้าให้น่าดึงดูดและแปลกใหม่ กลยุทธ์ “ออกงานแฟร์” ปัจจุบัน “โกโก้ในตำนาน” ยังคงเลือกใช้กลยุทธ์ออกบูธตามงานแฟร์ต่างๆ โดยต้าห์อู๋มองว่า นอกจากช่วยให้เข้าถึงลูกค้าจำนวนมากจากการหมุนเวียนของผู้คนที่เข้ามาเที่ยวงานแล้ว ยังช่วยสร้างความรู้สึกสดใหม่ และกระตุ้นให้เกิดความอยากลองอยากซื้อสินค้ามากขึ้น “ธุรกิจผมยังเป็นน้องใหม่มาก ประ
ใครว่าเป็นทายาทธุรกิจ แล้วทุกอย่างจะง่ายไปเสียหมด การพิสูจน์ตัวเองให้คนในองค์กรยอมรับไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อไม่ได้อยากให้ใครยอมรับเพียงเพราะคำว่า “เจ้าของ” แต่ต้องการพิสูจน์ด้วยผลงานและความสามารถของตัวเอง พาไปฟังแนวคิดของ “คุณท็อป – วสุพล ตั้งสมบัติวิสิทธิ์” ทายาทรุ่นสามเด็กสมบูรณ์ บนเวที ไทยมาร์ท x ไทยรัฐ : สร้างแบรนด์ สร้างชาติ ในหัวข้อ “บทเรียนจากเด็กสมบูรณ์ สู่การพาแบรนด์ไทยเติบโตข้ามยุค” ช่างไม้จากเมืองจีน ผู้ปั้น เด็กสมบูรณ์ ต้นตระกูลของคุณท็อปเป็นช่างไม้นั่งเรือมาจากเมืองจีน เก็บเงินได้สักพักก็เปิดร้านขายของชำ โดยให้ลูกๆ ออกไปทำโรงงานเพื่อเอาของมาขายในร้าน ขณะเดียวกันคุณปู่ก็เห็นโอกาสว่าซีอิ๊วยังไม่เป็นที่รู้จักของคนไทย เลยเริ่มทำซีอิ๊ววางจำหน่าย ประกอบกับเห็นคุณแม่นำซีอิ๊วเหยาะในข้าวต้มให้เด็กๆ ทาน แล้วทานได้มากขึ้น อ้วนขึ้น เลยไปหาศิลปินชาวจีนมาวาดโลโก้แรกของแบรนด์ในปี 1947 หลังจากนั้นราวปี 2000 กว่าๆ ก็เข้าสู่เจเนอเรชันสอง มีการส่งออกมากขึ้น ด้วยโลโก้มีทั้งภาษาไทย จีน ทำให้การ Register ค่อนข้างยาก คุณพ่อจึงปรับให้สั้นลง และในช่วงปี 2024 ก็
ในวันที่เข้ามารับช่วงต่อธุรกิจในฐานะทายาทรุ่นสามของโรงแรมอลิซาเบธ “คุณเปา – สุรกิจ เมธานุกิจ” ต้องเผชิญกับวิกฤตและช่วงขาลงของธุรกิจที่ยากเกินรับมือ ทว่า เขากลับพลิกเกมด้วยกลยุทธ์ CEO Branding แบบจับพลัดจับผลู ลุกขึ้นมาปั้นคอนเทนต์นำเสนอเรื่องราวของโรงแรมในมุมต่างๆ จนสามารถกอบกู้ธุรกิจและพาโรงแรมกลับมาเป็นที่รู้จักได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม การทำคอนเทนต์ของคุณเปาไม่ได้หยุดอยู่แค่การโปรโมตธุรกิจตัวเอง เขายังใช้พื้นที่บนโลกออนไลน์พาคนไปรู้จักร้านค้าและธุรกิจรอบโรงแรม ผ่านคอนเทนต์ “รีวิวเพื่อนบ้าน” ในย่านประดิพัทธ์ สะพานควาย ด้วยเป้าหมายอยาก “อยากให้โรงแรมเป็น Destination ของต่างชาติ บินมากินราดหน้า แล้วเดินเที่ยวสะพานควายต่อ” รีวิวเพื่อนบ้านและของดีในย่าน “ถ้าเราดีคนเดียว มันก็ยังไงๆ อยู่ แต่ถ้าดีไปด้วยกันทั้งย่าน ผมว่าดีมากเลย สมมติเราทำสำเร็จสะพานควายเป็นบรรทัดทองสาขาสอง มันดีทั้งต่อพ่อค้าแม่ค้า ดีทั้งต่อลูกค้าเราด้วย แล้วก็ทำให้ย่านนี้มีชื่อเสียง” คำบอกเล่าของคุณเปาที่อยากเติบโตไปพร้อมกันทั้งย่านและชุมชน ก่อนเล่าย้อนไปถึงเสน่ห์ของย่านประดิพัทธ์ สะพานควาย มีประวัติศาสตร์ยาวนาน
