Featured
มันสำปะหลังถือเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ ที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในหลายพื้นที่ของประเทศ แต่การจะทำให้มันสำปะหลังให้ผลผลิตดีและมีคุณภาพ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเลือกพันธุ์เพียงอย่างเดียว เพราะตั้งแต่การเตรียมดิน ท่อนพันธุ์ การให้น้ำ การใส่ปุ๋ย ไปจนถึงการป้องกันโรค ล้วนมีส่วนสำคัญต่อผลผลิตที่จะได้ในช่วงเก็บเกี่ยว โดยเฉพาะในช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวน การรอเพียงน้ำฝนอาจทำให้การเจริญเติบโตของมันสำปะหลังไม่สม่ำเสมอ เกษตรกรบางรายจึงเริ่มนำระบบน้ำเข้ามาช่วยจัดการแปลง ซึ่งระบบน้ำหยดเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่น่าสนใจ เพราะสามารถควบคุมทั้งน้ำและการให้ปุ๋ยได้ตามความต้องการของพืช และหากบริหารจัดการอย่างเหมาะสม ก็ช่วยให้ต้นมันสำปะหลังเติบโตเร็วขึ้นและเก็บเกี่ยวได้ตรงตามช่วงเวลาที่ต้องการ กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าคุมโรคใบด่าง นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จังหวัดกาญจนบุรีเป็นหนึ่งในพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังสำคัญของไทย โดยได้ติดตามผลการดำเนินงานตาม 6 แนวทางหลัก เพื่อควบคุมและลดพื้นที่การระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลัง แนวทางสำคัญเริ่มตั้งแต่การเฝ้าระวังและสำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอทุก 2-4 สัปด
สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) ภูมิภาคที่ 2 เดินหน้าแผนบูรณาการเชิงรุกยกระดับสินค้าเกษตร 26 จังหวัดภาคกลางสู่มาตรฐาน “Mass Product” เพื่อตอบโจทย์ตลาดใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ พร้อมเตรียมจัดงานใหญ่ขนทัพสินค้าเด่นให้ ช้อป-ชิม-ชิล ณ บริเวณสระมรกต อาคารรัฐสภา ระหว่างวันที่ 10-14 สิงหาคมนี้ หวังใช้เป็นเวทีเก็บข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคมาวิเคราะห์ดาต้าเพื่อพัฒนาศักยภาพเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน พลิกโฉมเกษตรกรภาคกลาง 26 จังหวัด ดร.วิญญู สะตะ ผู้อำนวยการสำนักกิจการสาขาภูมิภาคที่ 2 สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) เปิดเผยทิศทางการดำเนินงานว่า สำนักกิจการสาขาภูมิภาคที่ 2 ได้เดินหน้านโยบายเชิงรุกเข้ามาช่วยเหลือและส่งเสริมพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ภาคกลางครอบคลุม 4 กลุ่มบูรณาการ รวม 26 จังหวัด โดยมุ่งพัฒนาตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ สิ่งสำคัญคือการนำระบบดาต้า (Data Analytics) เข้ามาช่วยวิเคราะห์สินค้าให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ สำหรับ แนวทางนโยบายเชิงรุกในการปั้นสินค้าสู่ Mass Product นั้น เป้าหมายหลักของการลงพื้นที่เชิงรุกคือการเฟ้นหาองค์กรเกษตรกรที่มีความ
ถ้าพูดถึง “พืชทำเงิน” ในสวน หลายคนอาจนึกถึงทุเรียน มะม่วง หรือพืชเศรษฐกิจ แต่รู้ไหมว่า…ใต้ดินในแปลงผักบ้านๆ ของเรามีพืชหน้าตาธรรมดา ที่ทำเงินไว้แบบเงียบๆ นั่นคือ ‘กระชาย’ ปัจจุบันตลาดพืชสมุนไพรไทยกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในประเทศและตลาดส่งออก โดยเฉพาะกลุ่มสมุนไพรที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น นอกจากขมิ้นชันแล้ว “กระชาย” นับเป็นพืชสมุนไพรอีกชนิดที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก หากรู้จักแปรรูปก็สามารถเพิ่มมูลค่าได้หลายเท่าตัว วันนี้ เทคโนโลยีชาวบ้าน ขอพาไปบุกสวนกระชายสุดจี๊ดแห่งหนึ่งในพื้นที่ จังหวัดนครปฐม ไปล้วงเทคนิคทำเงินใต้ดินจากเกษตรกรตัวจริงเสียงจริงอย่าง คุณชัยนรินท์ ภูวดลแสงวิจิตร์ หรือที่หลายคนรู้จักกันดีในชื่อ เฮียอ้าท กระชายซิ่ง ที่จะมาเปิดมุมมองและเทคคิคการวางแผนการปลูก ที่สามารถต่อยอดเป็นรายได้ก้อนโตได้ หากปลูกเป็น วางแผนถูก และทำตลาดให้ตรงจุด คำถามสำคัญคือ ระหว่างที่ยังไม่ถึงวันเก็บผลผลิตกระชาย เฮียมีการวางแผนการปลูกและจัดการรายได้ในสวนอย่างไร และมี “เจ้าภาพ” ที่เป็นต้นทุนในการปลูก ส่วนกระชายนั้นคือ“เงินที่ฝังไว้ใต้ดิน” ตามไปไขเคล็ดลับวิธ
ถั่วเหลือง เป็นพืชที่พบในประเทศจีน เมื่อเกือบ 5,000 ปีที่แล้ว บริเวณลุ่มแม่น้ำเหลือง จากนั้นแพร่กระจายพันธุ์ไปยังประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีก่อนเข้าสู่ยุโรปและอเมริกา ถั่วเหลือง เป็นอาหารโปรตีนชั้นยอดสำหรับวัว อเมริกามีพื้นที่การปลูกถั่วเหลืองและผลผลิตมากที่สุดในโลก ประเทศไทย เริ่มปลูกถั่วเหลืองกันกว่า 200 ปีแล้ว สันนิษฐานว่าเมล็ดพันธุ์ได้มาจากชาวจีนที่อพยพเข้ามาสู่ประเทศไทย สมัยต้นรัตนโกสินทร์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2503 หน่วยงานของรัฐได้มีการปรับปรุงพันธุ์ถั่วเหลืองให้เหมาะสมกับภูมิอากาศบ้านเรา เช่น พันธุ์สุโขทัย 1-3 พันธุ์นครสวรรค์ 1 พันธุ์เชียงใหม่ 60 พันธุ์ สจ.4 และ สจ.5 ปัจจุบันนี้ การผลิตถั่วเหลืองยังไม่เพียงพอต่อความต้องการทำให้มีการนำเข้าถั่วเหลืองจากต่างประเทศมาบริโภคในครัวเรือนและส่วนใหญ่นำเข้ากากถั่วเหลืองมาเพื่อผลิตอาหารสัตว์ พื้นที่ปลูกในประเทศจะเป็นภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนจะเป็นพื้นที่ที่เหมาะกับการปลูกถั่วเหลืองมากที่สุดเนื่องจากอากาศค่อนข้างเย็นกว่าภาคอื่น ถึงแม้ว่าถั่วเหลืองไม่ใช่พืชบ้านเรา แต่ก็มีการนำถั่วเหลืองมาใช้บริโภคกันอย่างแพร่หลาย เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำนมถ
ช่วงสายวันหนึ่ง เราเดินทางจากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 304 วิ่งผ่านอำเภอพนมสารคาม เดินทางต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 3259 ไปยังอำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีเป้าหมายปลายทางอยู่ที่ “สวนป่าลาดกระทิง” ขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) สวนป่าลาดกระทิง สวนป่าลาดกระทิง เดิมเป็นสวนป่าที่อยู่ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท ไม้อัดไทย จำกัด ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ แควระบม-สียัด เริ่มดำเนินการปลูกป่าในปี 2511 และตั้งแต่ปี 2519 เป็นต้นมา บริษัท ไม้อัดไทย จำกัด ได้รับอนุมัติให้นำเงินค่าปลูกป่าตามเงื่อนไขสัมปทานจากแหล่งอื่นมาดำเนินการปลูกสร้างสวนป่าทดแทนในพื้นที่โครงการปลูกสร้างสวนป่าลาดกระทิง ปลูกสร้างสวนป่าทดแทนในพื้นที่โครงการปลูกสร้างสวนป่าลาดกระทิง โดยได้ปลูกสร้างสวนป่าตามเงื่อนไขสัมปทานเรื่อยมาจนถึงปี 2532 การปลูกป่าในลักษณะนี้ก็ได้หยุดลง เนื่องจากในปี 2532 รัฐบาลประกาศให้ยกเลิกสัมปทานทำไม้ (ป่าบก) จึงมีเพียงการปลูกและบำรุงรักษาสวนป่าเดิมให้เป็นไปตามพันธกรณีเท่านั้น ปัจจุบันงานสวนป่าลาดกระทิง เป็นสวนป่าโครงการที่ 6 สังกัดองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้เขตศรีราชา องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ภาค
น้ำมันหอมระเหย (Essential Oil) คือ น้ำมันกลิ่นหอมที่พืชสร้างขึ้นและเก็บไว้ในดอก ใบ ผล ลำต้น ตลอดจนเมล็ด ซึ่งกลิ่นเหล่านี้ มีคุณสมบัติเด่นที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับองค์ประกอบทางเคมีของน้ำมันหอมระเหยที่อยู่ในพืชแต่ละชนิดเช่น สารterpinenในน้ำมันไพลมีสรรพคุณคลายกล้ามเนื้อ สาร eugenol ในน้ำมันหอมระเหยที่ได้จากพืชตระกูลกะเพราช่วยดึงดูลแมลง ส่วนสาร Citronellol oil จากใบตะไคร้หอมช่วยไล่แมลง ขณะที่สารชาวิโคล (Chavicol) จากใบพลูมีคุณสมบัติยับยั้งการเจริญของเชื้อจุลินทรีย์บางชนิด ทุกวันนี้ น้ำมันหอมระเหยของไทย ที่สกัดจากพืชสมุนไพรตามธรรมชาติ เช่น ดอกไม้ ใบไม้ และเปลือกไม้ โดยน้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์ที่ได้จากการกลั่นแยกจะมีกลิ่นหอมและติดทนกว่าน้ำมันหอมระเหยที่ผสมจากสารเคมีเลียนแบบธรรมชาติแล้ว ยังมีคุณสมบัติทางยาที่โดดเด่นมีสารประกอบที่มีกลไกออกฤทธิ์ที่มีผลต่อระบบต่างๆ ของร่างกาย ช่วยบรรเทาอาการไข้ ปวดหัว วิงเวียน คลื่นไส้อาเจียนได้ ฯลฯ จึงเป็นที่ต้องการตลาดทั้งในประเทศและส่งออก น้ำมันหอมระเหย ถือเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมเครื่องหอมและสปา ทำหน้าที่สร้างเอก
การทำอาชีพเกษตรเป็นอีกหนึ่งหนทางที่ทำให้หลายๆ ครอบครัวได้มาทำกิจกรรมรวมกัน โดยที่ไม่ต้องออกไปทำงานยังเมืองใหญ่เพื่อหารายได้ ซึ่งการยึดอาชีพการเป็นเกษตรกรอาจไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เมื่อมีประสบการณ์ได้ลองผิดลองถูก พร้อมทั้งมีกำลังใจจากคนในครอบครัวที่ให้การสนับสนุนกันอยู่ตลอด สิ่งนี้เองจึงทำให้เกษตรกรผู้ประสบผลสำเร็จต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นอกจากจะมีความสุขที่ได้มาทำเกษตรแล้ว ความสุขแท้ที่ได้รับคือทุกคนในครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตา และรักษาสิ่งที่กำลังทำเป็นมรดกส่งต่อไปให้ลูกหลานต่อไป คุณอิษฏ์ฐะ ทองเจิม หรือ คุณเบส ได้หันหลังให้กับเมืองใหญ่มากำหนดชีวิตในสายอาชีพใหม่ โดยปรับการทำเกษตรของครอบครัวสมัยคุณพ่อคุณแม่ แบ่งมาทำเป็นเกษตรผสมผสานในพื้นที่ 2 ไร่ แต่สามารถสร้างรายได้ทุกวัน จากจุดเริ่มต้นนี้เองสวนเกษตรผสมผสานของเขา จึงไม่ได้จำหน่ายสินค้าทางการเกษตรเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนในด้านแหล่งเรียนรู้ให้กับผู้สนใจท่านอื่นๆ ได้เข้ามาศึกษาองค์ความรู้นำไปพัฒนาในที่ดินของตัวเอง คุณเบส เล่ามุมมองของอาชีพสมัยก่อนให้ฟังว่า เมื่อจบการศึกษาแล้วได้ทำตามความฝันของครอบครัว คือการทำง
ขนุนไม้ผลคู่บ้านที่มีการปลูกกันอย่างแพร่หลายในหลายพื้นที่ การปลูกให้ดีและผลมีคุณภาพ รวมไปถึงมีรสชาติที่อร่อยต้องทำอย่างไร เทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์มีคำตอบ การปลูกขนุน ในบริเวณที่ลุ่มน้ำท่วมถึง ต้องยกร่องเสียก่อน เพื่อไม่ให้น้ำท่วมถึงโคนต้น นอกจากนั้น การมีร่องสวนจะสะดวกในการให้น้ำและระบายออก ขนาดของร่องควรกว้างอย่างน้อย 6 เมตร คูน้ำกว้าง 1.5 เมตร ความยาวของร่องแล้วแต่ขนาดของพื้นที่หลังร่อง ยิ่งสูงมากยิ่งดี รากขนุนจะได้เจริญอย่างเต็มที่ เมื่อขุดร่องเสร็จแล้วควรปรับปรุงดิน โดยการขุดตากดิน ใส่ปุ๋ยคอกเก่าๆ ปุ๋ยหมัก เพื่อให้ดินร่วนซุยด้วย เช่นเดียวกัน ถ้าเป็นพื้นที่ดินเหนียวควรปลูกพืชล้มลุก หรือพืชตระกูลถั่ว 2-3 ครั้ง จะทำให้ดินร่วนซุยดีขึ้น หรือใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักมากๆ จึงค่อยปลูกขนุนภายหลัง สำหรับพื้นที่ที่เป็นร่องสวนเก่า มีคันคูอยู่แล้ว เคยปลูกพืชอย่างอื่นจนดินร่วนซุยดี อาจจะปรับปรุงดินอีกเล็กน้อย ก็สามารถปลูกได้ ระยะการปลูกขนุน ทั้งแบบยกร่องและปลูกแบบไร่ ควรปลูกให้เป็นแถวเป็นแนว เพื่อสะดวกในการดูแลรักษาและการปฏิบัติงานสวน การปลูกในพื้นที่ดอน ควรให้ระยะห่างระหว่างต้น หรือระหว่างหลุม คือ 8×8
ปลานิล เป็นปลาน้ำจืดที่ปัจจุบันสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในหลายพื้นที่ เพราะปลานิลนำมาประกอบอาหารได้หลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการนำปรุงให้สุก หรือนำมาแปรรูปเพิ่มมูลค่าก็ได้กำไรเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน จึงทำให้ปลานิลถือเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่ทำรายได้ให้กับเกษตรกรในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะทางภาคอีสานที่มีการเลี้ยงทั้งในบ่อดินและกระชังในแม่น้ำ คุณบังอร สมสุข รองประธานฝ่ายเลี้ยงปลาและผลิต วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรสว่างวีระวงศ์ ได้เห็นถึงช่องทางการสร้างรายได้จากการเลี้ยงปลานิล ทำให้เธอได้ศึกษาการเลี้ยงอย่างจริงจัง และต่อยอดการเลี้ยงแบบมีคุณภาพ ปลานิลที่เลี้ยงมีการทำตลาดหลากหลายตั้งแต่ส่งพ่อค้าแม่ค้า และนำปลาที่เลี้ยงส่งขายให้กับกลุ่มเพื่อทำการแปรรูปเพิ่มมูลค่า เลี้ยงปลานิลเป็นอาชีพ สานต่ออาชีพจากคุณพ่อ คุณบังอร เล่าให้ฟังว่า หลังจากที่คุณพ่อได้เสียชีวิตมาระยะหนึ่ง ในเวลานั้นได้เรียนปลานิลเป็นอาชีพอยู่ด้วย ซึ่งเธออยู่กับคุณพ่อทำให้ต้องมารับช่วงต่อในการเลี้ยงปลานิล โดยจากเดิมที่ไม่มีความรู้ในเรื่องของการเลี้ยงมากนัก จึงได้ศึกษาจากเพื่อนๆ เกษตรกรท่านอื่
ประเทศไทย มีไผ่หลายพันธุ์หลายชนิด ไผ่จัดอยู่ในประเภทพืชยืนต้น โดยต้นไผ่จะมีลักษณะที่โดดเด่นเป็นที่จดจำได้ง่าย ตรงที่ตัวลำต้นจะแตกออกเป็นกอไม้พุ่มเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ ซึ่งในกอหนึ่งมีประมาณ 20-25 ต้น ลำต้นมีความสูงประมาณ 5-15 เมตร ลักษณะลำต้นเป็นข้อปล้องตลอดลำ เนื้อผิวเกลี้ยงแข็งมีสีเขียวหรือเหลืองแถบเขียว ใบเป็นใบเดี่ยว ไผ่หม่าจู พระเอกของสวน คุณณรงค์ ไทยเจริญ เจ้าของสวนไผ่ อยู่บ้านเลขที่ 73/3-4 หมู่ที่ 1 ตำบลดีลัง อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี เป็นหนึ่งในเกษตรกรที่มีความชื่นชอบในเรื่องของต้นไผ่เป็นอย่างมาก โดยเขาใช้ที่ดิน จำนวน 22 ไร่ ในการปลูกไผ่เกือบทั้งหมด ซึ่งจะมีไผ่ จำนวน 3 พันธุ์ ที่คุณณรงค์เลือกปลูกคือ ไผ่หม่าจู ไผ่รวก และไผ่เลี้ยง คุณณรงค์ ได้ให้เหตุผลถึงการเลือกปลูกไผ่หม่าจูว่า เป็นไผ่สายพันธุ์ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งจากหน่อและลำต้น โดยลำต้นสามารถนำไปทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เตียง หรืออื่นๆ ที่สามารถใช้เป็นส่วนประกอบโครงสร้างต่างๆ ในส่วนของหน่อไม้พันธุ์หม่าจูก็นำมาประกอบอาหารได้ เพราะจะมีรสชาติที่หวานกรอบอร่อย ไม่มีขม เพราะถูกจัดอยู่ในตระกูลไผ่หวาน มีสีเนื้อที่ขาวปราศจากสารฟอก
สองสามปีมานี้ ไม้ผลชนิดหนึ่งที่มาแรงเห็นจะได้แก่ ทุเรียน นอกจากเป็นผลไม้รสชาติดีแล้ว การซื้อขายกับต่างประเทศไปได้คล่อง บางปีผลผลิตมีน้อย ส่งผลให้ราคาขายจากสวนดี ถึงขั้นดีมาก ด้วยเหตุนี้ จึงมีเกษตรกรปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้น อาจจะโค่นเงาะทิ้ง โค่นยางพาราลง แล้วปลูกไม้ยอดนิยมอย่างทุเรียนแทน ขณะเดียวกัน เกษตรกรที่ปลูกอยู่แล้ว ก็เอาใจใส่สิ่งที่มีอยู่เป็นพิเศษ เพราะขายผลผลิตได้ จึงมีกำลังซื้อปัจจัยการผลิต ส่งผลทำให้แวดวงที่เกี่ยวข้องพลอยคึกคักไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นต้นพันธุ์ ปุ๋ย สารกำจัดศัตรูพืช แรงงาน แม้แต่ค่าไฟฟ้าสูบน้ำมารดต้นทุเรียน ก็ต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้น ทีมงานนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน อยากดูแปลงทุเรียนเด่นๆ สักแปลง เมื่อสอบถามไปยัง คุณทรงธรรม ชำนาญ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดระยอง ได้รับคำแนะนำให้ไปพูดคุยกับ ลุงเสส ใจดี ที่กองดิน บ้านลุงเสสไปไม่ยาก พบหน้าลุงเสส ถามว่าชื่อลุงแปลว่าอะไร “ก็อยู่ดีมีสุข อยากเป็น ส.ส. ก็ตัดสระเอออก…อีกอย่าง ส.เสือ 2 ตัวแข็งแรงดี” ลุงตอบอย่างอารมณ์ดี เริ่มต้นปลูกทุเรียน 2 ไร่ ทุกวันนี้ มี 68 ไร่ ลุงเสส อยู่หมู่ที่ 7 บ้านชำสมอ ตำบลกองดิน
“วานิลลา” พืชมูลค่าสูงที่กำลังมาแรงในกลุ่มเกษตรกรไทย หลายคนมีทุนมากพอจะลงแปลงใหญ่ แต่ก็มีอีกไม่น้อยที่อยากทดลองปลูกแต่ติดเรื่อง “พื้นที่และงบประมาณ” วันนี้ เทคโนโลยีชาวบ้าน มีเทคนิคเด็ดจาก คุณอ้อ-สาวิตตรี สระทองเทียน เจ้าของ The Vanilla จ.นครปฐม มาถ่ายทอดวิธีการปลูกวานิลลาในตะกร้าหรือเข่ง สำหรับคนที่อยากปลูกประดับไว้ข้างบ้าน หรือปลูกทดลองมือก่อนขยายแปลงจริงในอนาคต โดยไม่ต้องสร้างโรงเรือนให้เปลืองงบ อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม 1. ตะกร้า/เข่งพลาสติก แบบมีรูระบายน้ำรอบทิศทาง ขนาดกว้างประมาณ 23-25 นิ้ว 2. เชือกโยงทุเรียน (เชือกริบบิ้น) แข็งแรง ทนทาน ตากแดด 2-3 ปีไม่เปื่อย (เหนือกว่าเชือกฟางและใช้ง่ายกว่าลวด) 3. ตาข่ายพลาสติก สำหรับม้วนทำเสากลาง 4. กาบมะพร้าวสับ วัสดุปลูกหลัก วิธีการปลูกทีละขั้นตอน 1. ขึ้นเสาและเตรียมกระถาง ม้วนตาข่ายพลาสติกเป็นทรงกระบอก ให้สูงเลยขอบตะกร้าขึ้นมาประมาณ 80-90 เซนติเมตร 2. วางเสาตาข่ายไว้ตรงกึ่งกลางตะกร้า แล้วใช้เชือกโยงทุเรียนมัดขึงเสากับตะกร้าให้แน่นหนา ไม่หลุดเขยื้อน 3. อัดกาบมะพร้าวสับใส่ลงในช่องกลางเสาตาข่ายจนเต็ม และโรยกาบมะพร้าวสับรอบๆ เสาในเข่งให้เต็มเช่นกัน
ในวันที่โลกกำลังเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาคการเกษตรกลายเป็นหนึ่งในภาคส่วนที่ถูกจับตามองมากขึ้น โดยเฉพาะการผลิตข้าวซึ่งเป็นอาหารหลักของประชากรโลก แม้ว่าข้าวจะเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ แต่ในอีกด้านหนึ่ง นาข้าวก็เป็นแหล่งปล่อยก๊าซมีเทนที่สำคัญเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ แนวคิดการผลิต “ข้าวคาร์บอนต่ำ” จึงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และสร้างโอกาสทางการตลาดใหม่ให้กับเกษตรกรในอนาคต คุณสมควร ปานเถื่อน ประธานศูนย์ข้าวชุมชนทุ่งลำลูกกา อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี เป็นหนึ่งในเกษตรกรต้นแบบ ที่นำแนวคิดการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำมาปรับใช้ในแปลงนา ผ่านการผสานองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ตั้งแต่การปรับระดับพื้นที่นา การใช้โดรน การจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง การวิเคราะห์ดิน ไปจนถึงการใช้ข้อมูลจากเทคโนโลยีอวกาศเพื่อช่วยวางแผนการผลิต เลเซอร์-โดรน ยกระดับนาคาร์บอนต่ำ ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต คุณสมควร เล่าให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นสำคัญของการทำนาคาร์บอนต่ำ คือการเตรียมแปลง
ชนะ ไชยฮ้อย เกษตรจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวว่า ปัจจุบันการทำการเกษตร จะมีการใช้สารเคมีในการป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืชเป็นส่วนใหญ่ ทำให้เพิ่มต้นทุนการผลิต สภาพแวดล้อมไม่ดี ขอแนะนำการผลิตสารป้องกันแมลงศัตรูพืชที่ผลิตจากสารเร่ง พด.7 ซึ่งเป็นปุ๋ยอินทรีย์น้ำที่ได้จากการย่อยสลายพืชสมุนไพร โดยกิจกรรมจุลินทรีย์ในสภาพที่ไม่มีออกซิเจน ได้ของเหลวสีน้ำตาลใส ซึ่งประกอบด้วยกรดอินทรีย์หลายชนิดในปริมาณสูง รวมทั้งสารออกฤทธิ์ประเภทต่างๆและสารไล่แมลงที่สกัดได้จากพืชสมุนไพรชนิดนั้นๆ ใช้ในการป้องกันศัตรูพืช ซึ่งมีประโยชน์ ในการป้องกันแมลงศัตรูพืช ได้แก่ เพลี้ย หนอนเจาะผลและลำต้น หนอนใยผัก หนอนชอนใบ หนอนคืบ หนอนกระทู้ หนอนกอ ไรแดง แมลงหวี่ เป็นต้น ส่วนประกอบพืชสมุนไพร ได้แก่ ตะไคร้หอม หางไหล บอระเพ็ด ฟ้าทะลายโจร เปลือกแค ต้นหนอนตายหยาก เมล็ดและเปลือกสะเดา ใบว่านเศรษฐี หมาก เมล็ดน้อยหน่า เมล็ดเงาะ ยาสูบ ขิง มะกรูด ตะไคร้ พริกไทย พญาไร้ใบ สาบเสือ ผลสบู่ดำ ใบโหระพา สำหรับส่วนผสมการผลิตสารป้องกันแมลงศัตรูพืช ประกอบด้วย สารเร่ง พด.7 1 ซอง พืชสมุนไพร 30 กิโลกรัม น้ำตาล 10 กิโลกรัม น้ำ 50 ลิตร การทำโดยการสับพ
คุณนพดล ศรีพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 12 นครสวรรค์ (สศท.12) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า “มะขามเปรี้ยว” เป็นอีกหนึ่งสินค้าเกษตรทางเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากเป็นผลไม้เขตร้อนที่เติบโตได้ดีในบริเวณพื้นที่ราบจนถึงบนภูเขาสูง สามารถปลูกได้ในทุกสภาพดิน แต่ดินที่เหมาะสมที่สุดจะเป็นดินร่วนปนทราย เพราะระบายน้ำได้ดี มะขามเปรี้ยวเป็นพืชทนแล้ง ให้ผลผลิตดก ผลผลิตสามารถขายได้ทั้งฝักดิบและสุก รวมทั้งนำมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าและยืดอายุ อาทิ มะขามแช่อิ่ม มะขามคลุกน้ำตาล มะขามคลุกพริกเกลือ และมะขามกวน จังหวัดเพชรบูรณ์ นับเป็นแหล่งปลูกมะขามเปรี้ยวที่สำคัญของประเทศ เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะดิน และสภาพอากาศเหมาะแก่การเจริญเติบโต ประกอบกับเกษตรกรในพื้นที่มีความชำนาญในการปลูกมะขามมายาวนาน ซึ่งจากข้อมูลของสำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบูรณ์ (ณ วันที่ 1 มีนาคม 2565) พบว่า ปี 2564 จังหวัดเพชรบูรณ์ มีเนื้อที่ปลูกมะขามเปรี้ยว จำนวน 5,901 ไร่ เกษตรกรผู้ปลูก จำนวน 887 ราย พื้นที่ปลูกส่วนใหญ่อยู่ในอำเภอหล่มเก่า อำเภอเมือง อำเภอหนองไผ่ และอำเภอวังโป่ง เกษตรกรนิยมปลูกมะขามเปรี้ยวฝักยัก
คุณภัชรวดี เจริญฤทธิ์ อยู่บ้านเลขที่ 49/3 หมู่ที่ 5 ตำบลตะเสะ อำเภอหาดสำราญ จังหวัดตรัง ได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่สวนยางพารา พื้นที่เกือบ 3 ไร่ ในช่วงราคายางพาราตกต่ำ หันมาปลูกขึ้นฉ่ายไร้ดิน เป็นรายแรกของอำเภอหาดสำราญ สร้างรายได้เป็นอย่างดีในช่วงราคายางพาราตกต่ำ โดยมีรายได้มากกว่า 100,000 บาทต่อเดือน และสามารถสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชนได้อีกทางหนึ่งด้วย คุณภัชรวดีเป็นคุณนายสารวัตร แต่คิดต่างโดยการปรับเปลี่ยนพื้นที่สวนยางพารา หันมาปลูกผักขึ้นฉ่ายแบบไร้ดิน ซึ่งเกษตรกรรายอื่นๆ ในอำเภอหาดสำราญ ยังไม่มีใครทำ และส่วนใหญ่จะปลูกพืชผักอายุสั้น เช่น แตงกวาหรือถั่วฝักยาว เพราะคิดว่าการปลูกพืชแบบนี้จะดูแลยุ่งยากและเสียค่าใช้จ่ายมากกว่า แต่ความจริงแล้วเป็นการลงทุนแค่ครั้งเดียวสำหรับค่าวัสดุอุปกรณ์ โดยคุณภัชรวดี เล่าว่า เริ่มต้นทดลองปรับเปลี่ยนพื้นที่สวนยางพาราจำนวน 2 งาน และได้ศึกษาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตและสอบถามเพื่อนๆ ก่อนที่จะลงมือทำ เริ่มจากการนำเมล็ดผักขึ้นฉ่ายมาลงแปลงเพาะปลูก ขนาด 1.5×4 เมตร โดยใช้ท่อพีวีซีเจาะหลุม ทดลองผิดทดลองถูกอยู่หลายครั้งจนประสบความสำเร็จ จากนั้นก็ทำต่อมาเรื่อยๆ
ในวันที่ผู้บริโภคทั่วโลกเริ่มมองหาอาหารที่มีทั้งคุณค่าทางโภชนาการ เรื่องราว และตัวตนของแหล่งผลิต “ข้าวก่ำ” ข้าวเหนียวดำพื้นเมืองของไทย กำลังกลับมามีบทบาทอีกครั้งในฐานะมากกว่าอาหารจานหนึ่ง หากแต่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่บอกเล่าภูมิปัญญาของผู้คนจากรุ่นสู่รุ่น ทุกเมล็ดที่มีสีแดงก่ำหรือม่วงดำซ่อนคุณค่าของสารแอนโทไซยานิน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติ แต่เหนือกว่าคุณค่าด้านสุขภาพ คือเรื่องราวของผู้คนที่เลือกอนุรักษ์สิ่งซึ่งเกือบเลือนหาย ให้กลับมาเป็นความภาคภูมิใจของบ้านเกิดอีกครั้ง หนึ่งในคนที่ลุกขึ้นมาทำภารกิจนี้ คือ คุณต้วนยี่-ธีระนันท์ ใจคำ ประธานวิสาหกิจชุมชนไบโอแบล็ค จังหวัดพะเยา หลังตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อทำอาชีพเกษตร โดยไม่ได้มองหาพืชเศรษฐกิจที่กำลังเป็นกระแส แต่กลับเลือกเดินตามรอยภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้วยความเชื่อว่าพืชพื้นเมืองที่มีอัตลักษณ์ชัดเจน สามารถสร้างทั้งรายได้และความเข้มแข็งให้ชุมชนได้ หากได้รับการพัฒนาอย่างถูกทิศทาง “ข้าวก่ำ” มรดกภูมิปัญญา ที่ไม่ควรเลือนหาย ข้าวเหนียวดำ หรือที่ชาวล้านนาและชาวอีสานเรียกว่า “ข้าวก่ำ” เป็นชื่อที่เรียกตามสีของเมล็ดซึ่งมีล
เยาวชนหรือวัยรุ่นมีการปรับตัวมาทำในสิ่งที่รักและชอบ จนเกิดความชำนาญและต่อยอดสร้างเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้ อย่างน้อยก็ช่วยลดรายจ่ายของครอบครัวได้อีกหนึ่งช่องทาง สามารถต่อยอดเป็นธุรกิจสร้างรายได้ให้กับตัวเองในอนาคตได้ คุณเจ-พิภัช ทัศไนยเธียรกุล ได้ใช้เวลายามว่างจากหลังเลิกเรียน มาเลี้ยงกบสวยงามฮอร์นฟร็อกที่เขาชอบ จากนั้นหมั่นศึกษาการขยายพันธุ์เพื่อเพิ่มจำนวนกบให้มีมากขึ้น เมื่อกบมีปริมาณที่พร้อมทำตลาดได้ จึงเปิดเพจทางเฟซบุ๊กเพื่อตีตลาดออนไลน์ทำให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ง่ายทำรายได้ดี กบฮอร์นฟร็อกเป็นกบสวยงามที่มีลักษณะปากกว้าง พร้อมทั้งมีสีสีนที่สวยงามให้ผู้ที่สนใจเลี้ยงได้เลือกได้หลากหลายสี อาทิ สีเหลือง สีเขียว สีส้ม สีช็อกโกแลต เป็นต้น นอกจากการเลี้ยงสวยงามแล้ว กบฮอร์นฟร็อกยังเป็นอีกหนึ่งสัตว์เลี้ยงสำหรับผู้ที่เชื่อในเรื่องของฮวงจุ้ย นำมาเลี้ยงเพื่อเสริมบารมีหรือเสริมในเรื่องของธาตุน้ำ ถ้าไม่ต้องการตู้ปลาสวยงามที่มีน้ำจำนวนมาก การเลี้ยงกบสวยงามอย่างกบฮอร์นฟร็อกจึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือก เพราะใช้พื้นที่การเลี้ยงและน้ำในปริมาณที่น้อย นอกจากนี้ ลักษณะโดยทั่วไปของกบฮอร์นฟร็อกจะม
คุณนายตื่นสาย มีความพิเศษในเรื่องของดอกที่มีสีสดสวยงาม ยิ่งช่วงที่มีแสงแดดส่องมายามสายจะเห็นสีของดอกที่สดเป็นอย่างมาก ถือเป็นไม้ที่ปลูกและขยายพันธุ์ได้ง่าย เพียงแต่ดินที่ปลูกควรเป็นดินที่ระบายน้ำได้ดี ไม้ไม่เกิดรากเน่าและขยายกิ่งก้านต่อไปได้เรื่อยๆ ซึ่งหลายปีที่ผ่านมา คุณนายตื่นสายได้รับความนิยมจากผู้ที่ชื่นชอบในดอกสีสดไม่น้อย มีการขายจนสามารถสร้างรายได้ดีทีเดียว โดยสายพันธุ์คุณนายตื่นมีตั้งแต่สายพันธุ์ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ และบางส่วนมีคนไทยที่ชอบและปลูกคุณนายตื่นสายพัฒนาสายพันธุ์ขึ้น โดยมีการแลกเปลี่ยนสายพันธุ์และประสบการณ์ปลูกซึ่งกันและกันอยู่เสมอ จึงทำให้กลุ่มที่ปลูกคุณนายตื่นสายด้วยเกิดรายได้ และทำตลาดการขายได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น การใช้ดินเพื่อปลูกคุณนายตื่นสาย ดินที่ดีต้องเป็นดินที่ระบายน้ำได้ดีพอสมควร โดยมีส่วนผสมของดินร่วน แกลบเผา ทรายหยาบ และปุ๋ยคอก ซึ่งการที่วัสดุปลูกมีการระบายน้ำที่ดีนั้นช่วยให้น้ำที่รดลงในแปลงปลูกไม้ไม่แฉะช่วยให้ดินที่ปลูกไม่เปียกชื้นอยู่ตลอดเวลา เพราะหากดินที่ปลูกมีความเปียกแฉะมากเกินไปจะทำให้ระบบรากเสียและต้นเน่าตายได้ในที่สุด การขยายพันธุ์คุณนายตื่นจ
ผู้เขียน : คัคน ญานะวงศ์ษา “ไก่พื้นเมือง” ในอดีตอาจถูกมองว่าเป็นเพียงกิจกรรมของชุมชนหรือความชื่นชอบส่วนบุคคล แต่ในวันนี้ ภาพนั้นได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อคนรุ่นใหม่สามารถต่อยอดให้กลายเป็น “ธุรกิจเชิงเศรษฐกิจ” ที่สร้างรายได้หลักล้านต่อเดือน วันนี้ “เทคโนโลยีชาวบ้าน” จะพาไปรู้จักกับอีกหนึ่งตัวอย่างความสำเร็จของคนรุ่นใหม่ จักรภพ ภูวงศ์ หรือ คุณทีม เจ้าของภูวงศ์ฟาร์ม จังหวัดมหาสารคาม ฟาร์มไก่พื้นเมือง หรือภาษาชาวบ้านเรียกกันว่า ไก่ชน คุณทีมที่เติบโตจากศูนย์ สู่การเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ที่มีลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ คุณทีม เริ่มต้นเส้นทางชีวิตในฐานะนักกีฬา แต่เมื่ออาการบาดเจ็บทำให้ไม่สามารถไปต่อในสายนี้ได้ ความผิดหวังจึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิต เขาตัดสินใจกลับมาเรียนให้จบ พร้อมกับมองหาธุรกิจเล็กๆ ที่สามารถเริ่มต้นได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งงานประจำ “ตอนนั้นแค่อยากทำอะไรสักอย่างให้สำเร็จก่อนเรียนจบ” จากการลองทำธุรกิจออนไลน์หลายอย่างแต่ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง ในที่สุด “ไก่พื้นเมือง” ซึ่งเป็นสิ่งที่คุ้นเคยตั้งแต่วัยเด็ก กลายมาเป็นโอกาสที่เขาเลือกจริงจังตอนนี้ในวัย 25 ป
