Featured ปศุสัตว์

จากนักกีฬาสู่เจ้าของ “ภูวงศ์ฟาร์ม” เลี้ยงไก่พื้นเมืองให้เป็นอาชีพ สร้างรายได้หลายทาง พร้อมขยายตลาดต่างประเทศ

ผู้เขียน  :  คัคน ญานะวงศ์ษา

“ไก่พื้นเมือง” ในอดีตอาจถูกมองว่าเป็นเพียงกิจกรรมของชุมชนหรือความชื่นชอบส่วนบุคคล แต่ในวันนี้ ภาพนั้นได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อคนรุ่นใหม่สามารถต่อยอดให้กลายเป็น “ธุรกิจเชิงเศรษฐกิจ” ที่สร้างรายได้หลักล้านต่อเดือน

วันนี้ “เทคโนโลยีชาวบ้าน” จะพาไปรู้จักกับอีกหนึ่งตัวอย่างความสำเร็จของคนรุ่นใหม่ จักรภพ ภูวงศ์ หรือ คุณทีม เจ้าของภูวงศ์ฟาร์ม จังหวัดมหาสารคาม ฟาร์มไก่พื้นเมือง หรือภาษชาวบ้านเรียกกันว่า ไก่ชน คุณทีมที่เติบโตจากศูนย์ สู่การเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ที่มีลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ

คุณทีม เริ่มต้นเส้นทางชีวิตในฐานะนักกีฬา แต่เมื่ออาการบาดเจ็บทำให้ไม่สามารถไปต่อในสายนี้ได้ ความผิดหวังจึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิต เขาตัดสินใจกลับมาเรียนให้จบ พร้อมกับมองหาธุรกิจเล็กๆ ที่สามารถเริ่มต้นได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งงานประจำ “ตอนนั้นแค่อยากทำอะไรสักอย่างให้สำเร็จก่อนเรียนจบ” จากการลองทำธุรกิจออนไลน์หลายอย่างแต่ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง ในที่สุด “ไก่พื้นเมือง” ซึ่งเป็นสิ่งที่คุ้นเคยตั้งแต่วัยเด็ก กลายมาเป็นโอกาสที่เขาเลือกจริงจังตอนนี้ในวัย 25 ปี


จากพ่อค้าคนกลาง สู่เจ้าของฟาร์มเต็มตัว

เมื่อก่อนจะมีฟาร์มเป็นของตัวเอง คุณทีมเริ่มต้นจากการเป็น “นายหน้า” ซื้อ-ขายไก่พื้นเมือง ใช้เวลาเก็บเกี่ยวประสบการณ์และสะสมเงินทุน เมื่อมีเงินก้อนแรก จึงตัดสินใจลงทุนซื้อพ่อพันธุ์ตัวแรกในราคา 80,000 บาท แต่กลับต้องเจอกับความล้มเหลว เพราะไก่ไม่รอด จากการเลี้ยงดูในครั้งแรก ด้วยระบบภูมิคุ้มกันที่ยังไม่แข็งแรงพอ เมื่อไม่ได้รับการดูแลหรือรักษาทันที อาจจะทำให้ไก่ล้มป่วยและตายในที่สุด แม้จะผิดหวัง แต่เขาไม่หยุดพยายาม เพียงไม่กี่เดือนต่อมา คุณทีมจึงได้ลงทุนอีกครั้งด้วยเงิน 100,000 บาท และนี่คือจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่วงการไก่พื้นเมืองอย่างเต็มตัว

เจาะโมเดลธุรกิจ ‘ไก่ชน’ สร้างรายได้ได้มากกว่าที่คิด

ภูวงศ์ฟาร์ม ไม่ได้มองไก่พื้นเมืองเป็นเพียงสัตว์เลี้ยง แต่เป็น “สินทรัพย์” ที่สร้างรายได้ในหลายรูปแบบในตอนนี้ ได้แก่

1. รายได้จากการผสมพันธุ์ เปิดรับ “ฝากผสม” จากลูกค้าที่มีแม่พันธุ์

  • ค่าบริการประมาณ 10,000 บาทต่อคอก
  • ปัจจุบันมียอดฝากผสมหลักร้อยตัว คิดเป็นรายได้ระดับหลักล้านบาท

2. รายได้จากการขายลูกไก่

  • ลูกไก่อายุ 2 เดือน เริ่มต้นคู่ละ 15,000–20,000 บาท
  • หากเป็นสายพันธุ์กระแสดีนิยมในตลาดไก่ชน ราคาจะสูงขึ้น

3. รายได้จากไก่คัดคุณภาพ

  • ไก่อายุ 7–8 เดือนที่ผ่านการพัฒนา
  • ราคาตั้งแต่ 50,000 ไปจนถึงหลักแสนบาท

แนวคิดสำคัญคือ “ยิ่งมีคุณภาพและชื่อเสียง ราคายิ่งเพิ่ม” โดยไม่มีราคากลางตายตัว

สายพันธุ์ดี = หัวใจของธุรกิจ

ภูวงศ์ฟาร์มเน้นสายพันธุ์ “ไก่พื้นเมืองเหล่าป่าก๋อย สายเชิง” ซึ่งเป็นที่นิยมในตลาดตอนนี้ พ่อพันธุ์บางตัวตอนนี้ในฟาร์มมีมูลค่าสูงถึง 700,000-1,000,000 บาท ดังนั้นการพัฒนาสายพันธุ์ต้องอาศัยทั้งความรู้ ประสบการณ์ และการคัดเลือกอย่างเชี่ยวชาญ รวมถึงหลีกเลี่ยงการผสมสายเลือดใกล้ชิด เพื่อให้ได้ลูกไก่ที่แข็งแรง

หนึ่งในจุดเด่นของ คุณทีม คือการใช้โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือหลัก แทนที่จะใช้การโฆษณาแบบเดิม โดยเลือกใช้วิธีสร้างคอนเทนต์เกี่ยวกับสายพันธุ์ อัปเดตการเลี้ยงแบบเรียลไทม์ รวมไปถึงการเปิดกลุ่มให้ลูกค้าติดตามการผสมพันธุ์ ผลลัพธ์คือ “ไก่มีฐานแฟนคลับ” ของตัวเอง เมื่อมีความต้องการในตลาด การขายจึงเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ

ระบบฟาร์มแบบคนรุ่นใหม่ โปร่งใส ตรวจสอบได้

ภูวงศ์ฟาร์มมีการพัฒนาให้ทันสมัย เช่น

  • มีประวัติสายพันธุ์ชัดเจน พ่อ-แม่-วันเกิด ตรวจสอบได้ถึง ปู่-ย่า-ตา-ยาย ของไก่
  • อัปเดตลูกค้าแบบเรียลไทม์ผ่าน LINE เสมอทุกขั้นตอน ตอนผสมพันธุ์
  • มีระบบดูแลหลังการขาย

อีกหนึ่งโมเดลที่น่าสนใจ คือการขยายเครือข่ายการเลี้ยงในรูปแบบ “ลูกฟาร์ม” ซึ่งคุณทีมได้เปิดโอกาสให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม โดยมอบหมายให้ดูแลไก่ในช่วงอายุประมาณ 3–6 เดือน ซึ่งเป็นช่วงสำคัญของการเจริญเติบโตเมื่อไก่เติบโตได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด จะนำกลับเข้าสู่ฟาร์มหลัก โดยผู้ดูแลจะได้รับค่าตอบแทนประมาณ ตัวละ 1,000 บาท โมเดลนี้ไม่เพียงช่วยกระจายภาระการเลี้ยงของฟาร์ม แต่ยังเป็นการ สร้างรายได้เสริมให้กับคนในชุมชน ทำให้เกิดการหมุนเวียนรายได้ในท้องถิ่น และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างฟาร์มกับชุมชน

ขยายพื้นที่ฟาร์ม จาก 1 ไร่ สู่ 7 ไร่

ในช่วงเริ่มต้น “ภูวงศ์ฟาร์ม” ใช้พื้นที่เพียง 1 ไร่ ในการเลี้ยงและพัฒนาสายพันธุ์ไก่ชน ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับการทดลองตลาดและวางระบบฟาร์มในช่วงแรก แต่เมื่อความต้องการของตลาดเพิ่มขึ้น ทั้งจากลูกค้าในประเทศและต่างประเทศ ทำให้พื้นที่เดิมเริ่มไม่เพียงพอ คุณทีมจึงตัดสินใจ ขยายพื้นที่ฟาร์มเพิ่มเป็น 7 ไร่ เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว ตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการขยายและการก่อสร้าง

การขยายพื้นที่ไม่ได้มุ่งเน้นแค่ “จำนวน” แต่เน้นการจัดสรรพื้นที่ให้เหมาะสมกับการใช้งาน เช่น

  • โซนเลี้ยงพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์
  • โซนอนุบาลลูกไก่
  • พื้นที่สำหรับการพัฒนาและดูแลไก่ตามช่วงวัย
  • พื้นที่สำรองสำหรับรองรับการขยายในอนาคต

อย่างไรก็ตาม คุณทีมมองว่าการเติบโตต้อง “พอดี” ไม่ขยายจนเกินกำลัง โดยคุณทีม ยังเล่าอีกว่า “เราไม่ได้อยากทำให้ใหญ่ที่สุด แต่อยากทำให้พอดี ถ้าวันหนึ่งกระแสลดลง เราจะยังบริหารจัดการได้” ซึ่งแนวคิดนี้สะท้อนการทำฟาร์มแบบคนรุ่นใหม่ ที่ไม่ได้เน้นแค่การเติบโตได้ไว แต่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน และการควบคุมความเสี่ยงในระยะยาว

ตลาด ‘ไก่ชน’ ในต่างประเทศเติบโตกว่า 70%

ตลาด “ไก่พื้นเมือง” ในต่างประเทศกำลังเติบโตอย่างน่าจับตามอง โดยในฟาร์มของคุณทีมมีอัตราการขยายตัวมากกว่า 70% ในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเอเชียที่ยังคงให้ความนิยมไก่พื้นเมืองไทยเป็นอย่างมาก

ปัจจุบันโครงสร้างลูกค้าของ ภูวงศ์ฟาร์ม แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ ตลาดต่างประเทศซึ่งมีสัดส่วนสูงถึงประมาณ 60–70% และตลาดภายในประเทศไทยอยู่ที่ราว 30–40% ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าตลาดต่างประเทศได้กลายเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนรายได้ของฟาร์มในปัจจุบัน

สำหรับฐานลูกค้าต่างประเทศ คุณทีมได้เล่าถึงประเทศหลักที่มีความต้องการไก่พื้นเมืองไทย ได้แก่ จีน อินโดนีเซีย เวียดนาม และอินเดีย ซึ่งล้วนเป็นประเทศที่มีขนาดตลาดใหญ่และมีวัฒนธรรมเกี่ยวข้องกับการเลี้ยงไก่ชนมาอย่างยาวนาน ทำให้ความต้องการยังคงมีอย่างต่อเนื่องยังทำให้เห็นความนิยมที่เพิ่มขึ้นนี้ สะท้อนให้เห็นว่า “ไก่พื้นเมืองไทย” ยังคงมีจุดแข็งทั้งในเรื่องของสายพันธุ์ ความแข็งแรง และเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนสามารถสร้างมูลค่าในระดับสากลได้ และยังมีแนวโน้มเติบโตต่อไปในอนาคต

คุณทีมเล่าว่า แม้รายได้จะสูง แต่ธุรกิจนี้ก็มีความเสี่ยง เช่น โรคระบาดในสัตว์ ปัญหาการขนส่ง และกระแสตลาดที่เปลี่ยนแปลงเร็ว โดยเฉพาะช่วงโควิดที่ผ่านมา ทำให้การขนส่งและการพัฒนาสายพันธุ์หยุดชะงัก

สำหรับคุณทีม ไก่พื้นเมืองตอนนี้มันไม่ใช่แค่ธุรกิจ แต่คือ “ไลฟ์สไตล์” คุณทีม เล่าว่า “เราเอาชีวิตกับงานมาอยู่ด้วยกันได้ ไม่ต้องรอวันหยุด และสิ่งสำคัญคือมันสร้างรายได้ ถ้ามั่นใจ ลงมือทำเลย อย่าหยุดกลางทาง ความสำเร็จอาจใช้เวลา แต่ถ้าทำสม่ำเสมอ มันจะเป็นของเราในที่สุด”

สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมหรือต้องการสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับการเลี้ยงไก่พื้นเมือง การเลือกสายพันธุ์ หรือการสั่งซื้อ สามารถติดต่อได้ผ่านช่องทางนี้ Facebook : ทีม ภูวงศ์ ฟาร์ม หรือเบอร์โทร. 062-994-8860

Related Posts