แปรรูปสินค้าเกษตร
วันที่ 25 มกราคม 2560 ที่ จ.ชัยนาทบรรยากาศของการจับจ่ายของไหว้ในวันตรุษจีนเริ่มคึกคัก โดยส้มโอเป็นผลไม้มงคลอีกชนิดหนึ่งที่คนไทยเชื้อสายจีนนิยมซื้อไปใช้เซ่นไหว้ เนื่องจากส้มดอมีชื่อในภาษาจีนที่เป็นมงคล คือ“ตั่วไต้กิก” ซึ่งหมายความว่า”มหามงคล หรือ ความโชคดี” แม่ค้าส้มโอที่ตลาดสินค้าเกษตรหน้าสวนนกชัยนาทเปิดเผยว่า ตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมาเริ่มมีประชาชนโทรมาสั่งจองส้มโอ เพื่อนำไปใช้ในการเซ่นไหว้ในวันตรุษจีนวันที่27มกราคมนี้ ซึ่งแต่ละรายจะสั่งจองคนละ8-10ลูก โดยระบุว่าต้องการส้มโอเกรดคัด ที่มีขนาดผลใหญ่สวยงาม เนื่องจากต้องการของที่ดีที่สุดในการเซ่นไหว้เพื่อความเป็นสิริมงค ซึ่งส้มโอคัดเกรดนี้แม่ค้าบอกว่าจะขายในราคากิโลกรัมละ60บาท ซึ่งแต่ละร้านมีลูกค้าโทรมาสั่งจองแล้วมากกว่าร้านละ100ลูก นอกจากนี้ยังมีูกค้าที่เดินทางมาเลือกซื้อเองที่หน้าร้าน ทำให้ในระยะ1-2วันนี้มียอดขายเพิ่มขึ้นจากปกติถึง2เท่า และคาดว่าจะมีเงินสะพัดมากกว่า1ล้านบาทในการซื้อส้มโอใช้เซ่นไหว้เทศกาลตรุษจีน ซึ่งใกล้เคียงกับตรุษจีนปี 2559 ทั้งนี้ส้มโอถือว่าเป็น1ในผลไม้มงคลที่นิยมใช้ในการเซ่นไหว้ของคนไทยเชื่อสายจีน ในงานมงคลต่างๆ เนื่อง
นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) จังหวัดเชียงราย ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงราย โดย นางสาวผกายมาศ เวียร์ร่า รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงรายแจ้งข้อมูลต่อที่ประชุมว่า รัฐบาลกลางของจีนได้พัฒนาเส้นทางคมนาคมด้วยนโยบายเบ็ดเสร็จทางเดียว (One Belt One Road) เพื่อมุ่งพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันตกของจีนตอนใต้ คือ เขตเศรษฐกิจมณฑลยูนนาน มณฑลเสฉวน และมณฑลกุ้ยโจว ล่าสุด ได้กำหนดสถานที่ One Belt One Road ที่ท่าเรือเมืองกวนเหล่ย ซึ่งเป็นเมืองท่าหน้าด่านของจีนตอนใต้ติด สปป.ลาว ตรงข้ามฝั่งแม่น้ำโขง กับประเทศเมียนมา ให้เป็นช่องทางพิเศษช่องทางเดียวเพื่อขนส่งสินค้าประเภทแช่แข็ง อาหารทะเล ผักสด และผลไม้ทุกชนิด โดยใช้ตู้คอนเทนเนอร์ควบคุมอุณหภูมิเท่านั้น “ปัจจุบันจีนใช้งบประมาณกว่า 63.5 ล้านหยวน หรือ 350 ล้านบาท สร้างห้องเย็นขนาดใหญ่บนพื้นที่กว่า 20,000 ตารางเมตร สามารถรองรับอาหารแช่แข็งได้ถึง 3,800 ตัน ที่อุณหภูมิต่ำกว่า -18 องศาเซลเซียส สามารถหมุนเวียนอาหารแช่แข็งได้ปีละ ประมาณ 150,000 ตัน มีเครื่องจักรอุปกรณ์
ส.สัตวแพทย์ควบคุมฟาร์มฯ แนะเลือกบริโภคหมูจากฟาร์มมาตรฐาน ด้วยมีสัตวแพทย์กำกับดูแลทั้งอาหารสัตว์และการใช้ยาอย่างเข้มงวด น.สพ.ปราโมทย์ ตาฬวัฒน์ นายกสมาคมสัตวแพทย์ควบคุมฟาร์มสุกรไทย เปิดเผยว่าปัจจุบันในฟาร์มสุกรขนาดใหญ่ที่ได้มาตรฐานของกรมปศุสัตว์ จะเน้นใช้วิธี “ป้องกัน” และวางระบบการบริหารจัดการฟาร์ม ในระดับไบโอซีเคียวริตี้ ตลอดจน การให้วัคซีนแก่ลูกสุกรตามระยะเวลาที่สัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มเป็นผู้กำหนด ขณะที่การใช้ยาจะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุในกรณีที่ลูกหมูป่วยแล้วเท่านั้น สำหรับยา “โคลิสติน” ซึ่งเป็นยาปฏิชีวนะตัวเลือกสุดท้ายนั้น สัตวแพทย์จะเลือกใช้เฉพาะในกรณีที่ลูกหมูที่มีอาการท้องเสียรุนแรง ซึ่งจะอยู่ภายใต้การควบคุมโดยสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้มีการตกค้างหรือส่งผลกระทบใดๆต่อการบริโภค ดังนั้น การเลือกบริโภคเนื้อหมูอย่างปลอดภัย จึงควรพิจารณาว่าเป็นสุกรจากฟาร์มระบบปิด ของบริษัทที่ดำเนินการด้านอาหารปลอดภัย (Food Safety) และมีมาตรฐานฟาร์มในระดับสูง มีการกำกับดูแลตลอดห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่ฟาร์ม โรงชำแหละ และจุดจำหน่าย โดยทั้งหมดสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ เท่านี้ก็สา
คุณสลิลลา สีหพันธุ์ รองประธานกรรมการฝ่ายกิจการ บริษัท เทสโก้ โลตัส เผยกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า การที่เกษตรกรเพาะปลูกแล้วไม่รู้ว่าจะไปขายที่ไหน ขายให้ใคร ซึ่งถ้าจะมองในมุมของผู้ซื้อแล้วก็มีคำแนะนำว่า อันดับแรก ผู้ที่จะปลูกพืชผักส่งห้างค้าปลีกระดับใหญ่ ควรจะต้องมีโปรไฟล์ หรือมีประวัติการเพาะปลูกพืชมาแล้ว ไม่ใช่ว่าเป็นมือใหม่ ไม่เคยปลูกอะไรเลย แล้วมาหาตลาดอย่างนี้ ก็จะยาก จากนั้นก็ต้องเข้าไปพูดคุยกับแผนกจัดซื้อ หรือติดต่อไปตามช่องทางต่างๆ ของห้างที่เราจะติดต่อ เช่น โทรศัพท์ หรือเข้าติดต่อผ่านไปทางเว็บไซต์ เป็นต้น แต่หากต้องการส่งตลาดทั่วไปก็ต้องไปสำรวจตลาด เก็บข้อมูล ด้วยการไปพูดคุยกับพ่อค้า แม่ค้า ไปดูว่าเขาค้าขายอะไรกัน ถ้าเราจะมีผลผลิตมาส่ง จะสนใจหรือไม่ นอกจากนี้ ยังมีคำแนะนำอีกว่า เรื่องปริมาณผลผลิตก็สำคัญ การคิดค้าขายกับห้างค้าปลีก ต้องมีปริมาณสม่ำเสมอ มีผลผลิตมากระดับหนึ่ง คิดง่ายๆ ในเรื่องการขนส่ง ถ้าเราผลิตคนเดียว ขนส่งไปกับรถครึ่งคัน ค่าขนส่งก็เท่ากับรถเต็มคัน หากตัวคนเดียวไม่สามารถผลิตได้ ก็ควรรวมกลุ่มกัน ก็จะทำให้การค้าส่ง เป็นไปได้โดยง่าย ถามว่า จะมีราคาประกันให้เลยหรือ
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 5 เผยผลสำรวจการผลิตกาแฟ ปี 2559 จังหวัดนครราชสีมา ระบุ พื้นที่ปลูกกาแฟทั้งจังหวัดประมาณ 540 ไร่ ผลผลิตประมาณ 16.42 ตัน เฉลี่ยอยู่ที่ไร่ละ 58 กิโลกรัม ส่วนมากร้อยละ 80 เป็นพันธุ์อาราบิก้า มีแหล่งเพาะปลูกอยู่ใน 2 อำเภอ คือ วังน้ำเขียว และ สูงเนิน โดยผลผลิตทั้งหมดจะเข้าสู่กระบวนการแปรรูป และจำหน่ายใน 3 แหล่ง คือ วิสาหกิจชุมชนกาแฟดงมะไฟ ฟลอราปาร์ค และโรงคั่วกาแฟ วังน้ำเขียว นายคมสัน จำรูญพงษ์ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กาแฟ เป็นพืชเศรษฐกิจตัวหนึ่งที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูก รวมไปถึงผู้แปรรูปและผู้ค้าด้วย ซึ่งกาแฟในประเทศไทยส่วนใหญ่ปลูกพันธุ์อยู่ 2 พันธุ์ คือ โรบัสต้า (ร้อยละ 98) และอาราบิก้า (ร้อยละ 2) โดยพันธุ์อาราบิก้า ส่วนใหญ่ปลูกอยู่ทางภาคเหนือในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ และน่าน ตามลำดับ โดยกาแฟที่มีชื่อเสียงของไทย คือ กาแฟดอยช้างของจังหวัดเชียงราย ที่เป็นกาแฟคุณภาพมาตรฐานเทียบเท่าสากล ส่วนพันธุ์โรบัสต้า ส่วนใหญ่ปลูกในพื้นที่ ภาคใต้ จังหวัดระนอง สุราษฎร์ธานี และชุมพร ตามลำดับ ในส่วนภาคตะวันออ
วันที่ 23 มกราคม 2560 เกษตรกรชาวสวนยางพาราในจังหวัดบึงกาฬต้องจำใจกรีดยางพาราทั้งที่ใบของต้นยางร่วงหล่นใกล้จะหมดต้นแล้ว เพราะราคายางพาราในช่วงนี้กำลังดี ถึงแม้จะเสี่ยงต่อการทำให้ต้นยางพาราเกิดอาการเปลือกแห้ง หรือกรีดแล้วไม่มีน้ำยางในระยะเวลา 2-3 ปีข้างหน้า แลกกับราคายางที่สูงขึ้นเพราะหวั่นจะเสียโอกาส ครั้นจะหยุดกรีดก็มีภาระที่จะต้องใช้จ่าย ช่วงปลายเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ของทุกปี จะเป็นช่วงต้นยางพาราผลัดใบ (หรือชาวสวนยางเรียกว่าช่วงปิดหน้ายาง) ประกอบกับสภาพอากาศที่ฝนทิ้งช่วง ฝนไม่ตกลงมายาวนานหลายเดือน ทำให้พื้นดินแห้งแล้งขาดน้ำได้ส่งผลกระทบต่อต้นยางที่เคยมีลำต้นสมบูรณ์เมื่อขาดน้ำนานเข้า ใบก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงและร่วงหล่นลงดิน น้ำยางที่เคยได้ 100% ก็ลดลงมาเหลือประมาณ 50-70 % ทำให้เกษตรกรเสียโอกาสในการสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว แต่ก็ต้องฝืนกรีดยางเพราะราคายางพาราที่สูงขึ้นทุกวัน ขณะที่ราคายางพาราล่าสุดที่ตลาดกลางยางพาราจังหวัดสุราษฎร์ธานี ราคายางแผ่นดิบ 1-3% อยู่ที่กิโลกรัมละ 82.98 บาท ยางแผ่นดิบ 3-5% กิโลกรัมละ 82.78 บาท ยางแผ่นดิบ 5-7% กิโลกรัมละ 81.85 บาท ยางแผ่นรมควันชั้น 3 กิโลกรัมล
วันที่ 23 มกราคม2560 บรรยากาศห้วงเทศกาลตรุษจีน ที่กำลังจะมาถึงในไม่กี่วันนี้ ที่ จ.ชัยนาทเริ่มมีความคึกคัก ผู้คนเริ่มตื่นตัวรับเทศกาลตรุษจีน ซึ่งเมื่อตรวจสอบราคาเนื้อสัตว์ที่ใช้ในการเซ่นไหว้ อย่างเนื้อหมูและเนื้อไก่ยังไม่มีการปรับราคาขึ้น ซึ่งคาดว่าตรุษจีนปีนี้ราคาเนื้อสัตว์จะไม่ขยับขึ้น จากการตรวจสอบราคาอาหารสดที่เกี่ยวเนื่องกับเทศกาลตรุษจีนที่ตลาดสดภาษีซุง ในตัวเมืองชัยนาท พบว่าราคาเนื้อหมูและไก่สดยังคงไม่มีการปรับราคาขึ้นจากสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยหมูเนื้อแดง หมูสามชั้น และกระดูกซี่โครง ยังคงขายในราคากิโลกรัมละ140บาท ส่วนเนื้อสันยังคงราคาเดิมเช่นกันคือ150บาทต่อกิโลกรัม โดยแม่ค้าบอกว่าแม้เหลือเวลาอีกไม่กี่วันก็จะถึงวันตรุษจีน ที่ปกติแล้วทุกปีราคาหมูที่เป็นเนื้อสัตว์ที่ใช้ในการเซ่นไหว้จะมีการปรับราคาขึ้น แต่ในปีนี้ราคาขายส่งหน้าฟาร์มยังคงนิ่ง ซึ่งคาดว่าจะทรงตัวไปถึงช่วงวันตรุษจีนโดยไม่มีการปรับราคาขึ้น ส่วนทางด้านไก่สด ซึ่งเป็นอีกประเภทที่ใช้เซ่นไหว้ก็ยังไม่มีการปรับราคาขึ้นเช่นกัน โดยไก่สดเป็นตัวขายในราคากิโลกรัมละ70บาท และไก่สดชะแหระขายกิโลกรัมละ75บาท ขณะที่เป็ดสดขายในราคา100บาทต่อกิโลก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากข้อมูลการสำรวจราคาขายปลีกหมวดอาหารสดในตลาดสดในเขตกรุงเทพฯ ของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ก่อนเข้าเทศกาลตรุษจีน พบว่า ราคาไก่สดขยับราคาขึ้นแล้ว เฉลี่ยตัวละ 5 บาท โดยไก่สดทั้งตัว(รวมเครื่องใน)ตัวละ 60- 65 บาท ในวันที่ 19 มกราคม 2560 เพิ่มเป็นตัวละ 65 – 70 บาท ในวันที่ 20 มกราคม หรือเพิ่มขึ้น 5 บาท เช่นเดียวกับไก่สดทั้งตัว (ไม่รวมเครื่องใน)ตัวละ 65- 70 บาท ในวันที่ 19 มกราคม เพิ่มเป็นตัวละ 70 – 75บาท ในวันที่ 20 มกราคม หรือ เพิ่ม 5 บาท ขณะที่ราคาเนื้อหมูทรงตัวกิโลกรัมละ 115-130 บาท ไข่ไก่(เบอร์3) ฟองละ 3.00 -3.10 บาท ปลานิลกิโลกรัมละ 65-75 บาท ผักบุ้งจีนกิโลกรัมละ 15-18 บาท กวางตุ้งกิโลกรัมละ 25-28 บาท ผักกาดขาวปลีหรือกะหล่ำปลี กิโลกรัมละ 15-18 บาท ส้มเขียวหวาน เบอร์ 5 กิโลกรัมละ 65-75 บาท กล้วยหอมทองใหญ่ผลละ 6-7 บาท เป็นต้น นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ได้หารือกับผู้ประกอบการค้าปลีกขอให้ตรุษจีนจัดเตรียมชุดของไหว้ที่มีราคาหลากหลาย และราคาไม่สูงต่อชุดไว้ให้ประชาชนชาวจีนได้เลือกซื้อ พร้อมกับเตรียมจัดงานธงฟ้ารับตรุษจีน และลงพ
วันที่ 20 มกราคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้เป็นต้นฤดูกาลเก็บเกี่ยวหอมแดง พบว่าราคาหอมแดงต้นฤดูในจังหวัดพะเยา มีราคาอยู่ที่ กก.ละ 35-45 บาท เนื่องจากสถานการณ์สภาพอากาศหนาวเย็นและมีฝนตก กลางวันแดดจัด ทำให้เกษตรกรที่ปลูกหอมแดงประสบปัญหา ผลผลิตหอมแดงไม่มีคุณภาพ หัวหอมไม่โตและบ้างก็ไม่มีหัว เนื่องจากใบเน่า พื้นที่ความเสียหาย โดยเฉพาะใน ต.จำป่าหวาย อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกหอมแดงที่มีคุณภาพแห่งหนึ่งของ จ.พะเยา ขณะนี้มีความเสียหายแล้วกว่าร้อยละ 60 ของพื้นที่ทั้งหมด นอกจากนี้หอมแดงจากจีนก็เริ่มขาดตลาดทำให้ราคาขยับตัวขึ้นมาอยู่ที่ กก.ละ 29-35 บาท ทำให้ผู้ค้าหอมทอดต้องแบกรับภาระหอมแพง แต่ก็ยังขายหอมทอดที่ กก.ละ 250-350 บาท นางยุพา บุญเรือง บ้านเลขที่ 33 หมู่ 2 ต.จำป่าหวาย อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา เปิดเผยว่า เนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ได้ส่งผลกระทบต่อผลผลิตหอมแดงในพื้นที่ ฝนตก หมอกลงจัดในช่วงเช้าและกลางคืน กลางวันแดดจัด ทำให้ใบหอมแดงเน่า ไม่มีหัว หรือหัวไม่โต ผลผลิตหายไปจำนวนมาก ทราบว่าปีนี้ในพื้นที่ ต.จำป่าหวาย ปลูกประมาณ 2,000 ไร่ แต่ผลผลิตเสียหายไปแล้วกว่า 1,400 ไร่ สำหรับตน
•ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2560 คนกรุงเทพฯ[1] จะมีเม็ดเงินเพื่อการจับจ่ายใช้สอยเครื่องเซ่นไหว้สะพัดราว 6,400 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 3.0 (YoY) หรือเฉลี่ย 3,600 บาทต่อครัวเรือน ซึ่งเม็ดเงินที่เพิ่มขึ้นนั้นมาจากปัจจัยด้านราคาเป็นหลัก ทั้งนี้ แม้ว่าตรุษจีนจะเป็นเทศกาลที่ลูกหลานชาวจีนให้ความสำคัญมากที่สุดเมื่อเทียบกับเทศกาลอื่นๆ แต่ในปีนี้จากบรรยากาศที่ไม่เอื้อ ประกอบกับกำลังซื้อที่ถูกกดดันจากภาระค่าครองชีพและหนี้ครัวเรือนที่ปรับเพิ่มขึ้น ทำให้ลูกหลานจีนบางส่วนยังคงระมัดระวังการใช้จ่ายและหันมาเก็บออมมากขึ้น นอกจากนี้ ในส่วนของเม็ดเงินแต๊ะเอีย/อั่งเปา ที่ปกติมีการแจกจ่ายให้กับลูกหลาน รวมถึงลูกจ้างพนักงาน ก็อาจจะไม่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน ซึ่งที่ผ่านมาเม็ดเงินดังกล่าวได้กระจายไปสู่ธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น ท่องเที่ยว ทำบุญและช็อปปิ้งซื้อสินค้า เป็นต้น ทำให้คาดว่า ความคึกคักของธุรกิจดังกล่าวในช่วงเทศกาลตรุษจีน อาจจะได้รับผลกระทบตามไปด้วย •กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของตลาดจับจ่ายเครื่องเซ่นไหว้อยู่ในช่วงของการเปลี่ยนแปลง โดยลูกหลานค
