แปรรูปสินค้าเกษตร
วันที่ 30 ธันวาคม 2559 บรรยากาศการค้าชายแดนช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่จังหวัดนครพนม พบว่าการค้าขายตามสถานที่ต่างๆ เริ่มคึกคัก โดยเฉพาะตามตลาดจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนในพื้นที่ อ.ท่าอุเทน อ.บ้านแพง และ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ที่เป็นตลาดการค้าชายแดน ได้เปิดให้ชาวลาวเดินทางข้ามมาจับจ่ายซื้อของเครื่องอุปโภคบริโภค ทำให้ในช่วงนี้คึกคักมากกว่าปกติเนื่องจากพ่อค้า-แม่ค้าชาวลาวจากแขวงคำม่วน สปป.ลาว ต่างเดินทางข้ามมาจับจ่ายซื้อสิ่งของ เครื่องอุปโภค บริโภค รวมถึงสินค้าทั่วไป เครื่องดื่มทุกประเภท เพื่อนำไปสต๊อกไว้ขายในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ โดยจะใช้วิธีการลำเลียงขนส่งลงเรือหางยาว ข้ามกลับไปขาย ทำให้ในช่วงเทศกาลต่างๆ จะมีตัวเลขเศรษฐกิจการค้า เงินหมุนเวียนสะพัด เดือนละหลายสิบล้านบาท ส่งผลดีต่อผู้ประกอบการค้าชาวไทยมีรายได้มากขึ้น ขณะเดียวกันทางด้านเจ้าหน้าที่ได้เพิ่มมาตรการเข้มงวดในการป้องกันการฉวยโอกาสลักลอบขนส่งยาเสพติดตามแนวชายแดนในช่วงเทศกาลที่มีคนเดินทางเข้า-ออกระหว่างประเทศจำนวนมาก เช่นเดียวกับตลาดจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนไทย-ลาว ยังถือเป็นพื้นที่เศรษฐกิจการค้า ที่ประชาชน
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ มอบหมายให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศขยายความร่วมมือภาคเอกชนเพื่อพัฒนาตลาดสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับสมุนไพรไทยภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมและการตลาดสมุนไพรให้มีคุณภาพระดับสากล ซึ่งเน้นความร่วมมือตามแนวคิดประชารัฐ โดยให้กรมฯหารือกับโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการพัฒนาช่องทางการตลาดสมุนไพรไทยในต่างประเทศ เนื่องจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรมีศักยภาพสูงมากด้านการผลิต การวิจัยสมุนไพรไทย และการสร้างแบรนด์สินค้าระดับบน อีกทั้งมีส่วนช่วยขยายธุรกิจแฟรนไชส์ ทั้งร้านจำหน่ายสินค้า ร้านอาหารเพื่อสุขภาพ โรงเรียนสอนนวดแผนไทย และสปาไทย ” แผนระยะแรกปี 2560 จะส่งเสริมด้านการตลาดต่างประเทศผ่านโครงการพัฒนาสินค้าและตลาดผู้สูงอายุ (60ปีขึ้นไป) และโครงการงานแสดงสินค้านานาชาติในประเทศ โดยผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพสามารถผลักดันสู่ตลาดต่างประเทศของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ครบทั้ง เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากสมุนไพร เครื่องดื่มสมุนไพร และการให้บริการสปา ” นางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรม
ที่ห้างแมคโครสาขากัลปพฤษ์ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่างหลังเปิดโครงการ “ปีใหม่สุขใจ กระทรวงเกษตรฯ ใส่ใจผู้บริโภค” และเยี่ยมชมจุดจำหน่ายสินค้าผักผลไม้ สินค้าประมง สินค้าปศุสัตว์ ว่า กระทรวงเกษตรฯกำหนดให้ปี 2560 เป็นปีแห่งการยกระดับมาตรฐานการเกษตรสู่ความยั่งยืน ทั้งการพัฒนาคุณภาพสินค้า ตั้งแต่ฟาร์มของเกษตรกร รวมถึงเข้มงวดดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย และตรวจสอบมาตรฐานคุณภาพสินค้าเกษตรเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยให้ 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมวิชาการเกษตร กรมปศุสัตว์ และกรมประมง ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและท้องถิ่น ลงพื้นที่สุ่มเก็บตัวอย่างผัก ผลไม้ สินค้าประมง และเนื้อสัตว์ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ทั้ง“สินค้า Q”และ “ปศุสัตว์ OK” ตามตลาดสดและห้างสรรพสินค้า รวม 7 แห่ง เช่น ตลาด อตก. ตลาดไท ตลาดรังสิต ตลาดยิ่งเจริญ ห้างเทสโก้โลตัสฟู้ดแลนด์ และแม็คโคร ช่วงวันที่ 22-29 ธันวาคม 2559 และได้สุ่มตรวจ 79 ตัวอย่าง พบว่าตรวจสอบผ่านมาตรฐานทั้งหมด ทั้งนี้ หากตรวจพบสินค้าเกษตรและอาหารปนเปื้อนสารเคมีหรือสารตกค้างที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ก็จะตรวจสอบย้อนกลับไปยังแหล่งผลิตหรื
สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานสภาพปัญหาในพื้นที่เมือง Gannan ในจีน ซึ่งเมืองนี้มีกองสิ่งปฏิกูลมหึมาจากวัวหลายพันตัว ซึ่งสื่อรายงานว่าเป็นผลพวงหนึ่งของราคาที่ต้องจ่ายของอุตสาหกรรมผลิตนมวัวของจีนวันนี้ ฟาร์มโคนมขนาดใหญ่กลายเป็นหนึ่งในธุรกิจยอดนิยมของอาเซียนกับการป้อนผู้บริโภค1.4พันล้านคนซึ่งในยุคเศรษฐกิจเติบโต และรัฐบาลจีนให้การสนับสนุนการแปรรูปผลผลิตจากนมวัวเป็นรายได้ ซึ่งประเมินกันว่ามูลค่าอุตสาหกรรมนี้มูลค่ามากถึง 4 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการเติบโตจากอุตสาหกรรมขนาดเล็กไปสู่การขยายฟาร์มขนาดใหญ่ ที่มีการเลี้ยงโคนมต่อฟาร์มมากถึง 10,000 ตัว และแน่นอนว่าปริมาณของเสียที่ถูกปล่อยออกมาก็มากตามไปด้วย ทั้งนี้ มีรายงานว่า พื้นที่ปศุสัตว์บริเวณเมือง Gannan มีกลิ่นมูลสัตว์รุนแรงมากในช่วงฤดูร้อน รวมทั้งผนังอิฐที่ล้อมรอบบริเวณฟาร์มไว้ถูกตั้งข้อสงสัยว่ามีของเหลวลักษณะสีเขียวไหลออกมาจากใต้ผนังอิฐ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าบรรดายาและเข็มฉีดยาที่ตกเกลื่อนอยู่บริเวณใกล้เคียง ซึ่งผู้คนบริเวณนั้น ระบุว่าขยะที่เหลือหลังจากการฉีดยาให้วัวจะถูกนำมาทิ้ง ซึ่งมีผลต่อการใช้ชีวิตของผู้คน รวมทั้งซากกองมูลสัตว์ที่กองสูงเป็นเ
รายงานข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรมแจ้งว่า วันที่ 12 มกราคม 2560 คณะทำงานปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายที่มีทั้งตัวแทนจากกระทรวงอุตสาหกรรม กรมการค้าภายในและกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ชาวไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาลทราย จะหารือถึงแนวทางการปรับโครงสร้างราคาน้ำตาลทรายประเด็นการลอยตัวแบบเสรีเพราะจะมีผลในทางปฏิบัติในฤดูหีบอ้อยปี 2560/61 โดยการลอยตัวราคานั้นจะต้องเสรีอิงราคาตลาดโลกอย่างแท้จริง เพื่อให้สอดรับกับแนวทางการเจรจากับบราซิลที่ได้ยื่นคำร้องต่อองค์การการค้าโลก (ดับบลิวทีโอ) กล่าวหารัฐบาลไทยดำเนินมาตรการอุดหนุนการส่งออกและอุดหนุนภายในประเทศให้กับสินค้าน้ำตาล ซึ่งการปรับโครงสร้างนี้จะรวมถึงการยกเลิกกำหนดปริมาณน้ำตาลทรายตามโควตาก. ข. และค.ด้วย รายงานข่าวแจ้งว่า เบื้องต้นกรณีราคาน้ำตาลทราย กระทรวงพาณิชย์อาจจะใช้วิธีการประกาศราคาแนะนำซึ่งอาจเป็นรายเดือนแต่เป็นราคาเฉลี่ยน้ำตาลตลาดโลกรายวัน และจะกำหนดให้มีการนำเข้าน้ำตาลอย่างเสรีภายใต้เงื่อนไขที่จะต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้ค้า โดยหากนำเข้าจากกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี)ภาษีจะเป็นศูนย์ แต่นอกเออีซีจะกำหนดภาษีนำเข้าเพื่อจัด
ดร.ภูมิศักดิ์ ราศรี ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) และ ผศ.ดร.กัมปนาท เพ็ญสุภา ผอ.ศูนย์วิจัยเศรษฐศาสตร์ประยุกต์ รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) เปิดเผยว่า ศูนย์ติดตามและพยากรณ์เศรษฐกิจการเกษตร (KU – OAE Foresight Center : KOFC) ได้ติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์ข้าวไทย ซึ่งจากการประกวด World’s Best Rice 2016 เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2559 จัดโดย The Rice Trader ข้าวหอมไทยครองแชมป์ชนะเลิศอันดับ 1 สำหรับการประกวดดังกล่าว มีข้าวจากหลากหลายประเทศส่งเข้าประกวดมากกว่า 50 ตัวอย่าง โดยการให้คะแนนจะพิจารณาจากความสวยและความสะอาดจากตัวอย่างข้าวที่ยังไม่ได้หุง ร่วมกับการพิจารณาจากข้าวที่หุงแล้วในด้านกลิ่น รสชาติ ความเหนียวนุ่ม และรูปร่างลักษณะ ว่าอยู่ในระดับใดแล้วคิดเป็นคะแนนเฉลี่ย โดยใช้วิธีตัดสินแบบการทดสอบด้วย Blind testing (คือไม่ให้กรรมการทราบว่าเป็นข้าวของประเทศใด) และจากการประกวดที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าข้าวหอมไทย มีคู่แข่งมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นข้าวหอมจากประเทศพม่า กัมพูชา และสหรัฐอเมริกา ซึ่งเคยได้รับรางวัลชนะ
นางสุดารัตน์ วัชรคุปต์ เหล่าวิชยา อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดจัดกิจกรรมส่งสุขปีใหม่ จากใจกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อมอบเป็นของขวัญให้แก่ประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 และแสดงออกถึงความสัมพันธ์และความร่วมมืออันดีในการขับเคลื่อนการพัฒนาภาคการเกษตรไปพร้อมกัน ทั้งภาคประชาชน เกษตรกร ภาครัฐและเอกชน โดยมี 3 กิจกรรมหลัก คือ 1) กิจกรรมส่งเสริมแหล่งบริการท่องเที่ยวเชิงเกษตร 2) กิจกรรมบริการประชาชนและมอบความรู้พัฒนาอาชีพ อาทิ จุดบริการน้ำดื่ม กาแฟ ตามพื้นที่เส้นทางหลวงทั่วประเทศ และ 3) กิจกรรมลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน กรมหม่อนไหมจึงได้จัดงาน “ชิมหม่อน ชมไหม ช้อปของขวัญปีใหม่ 2560 @ Silk Berry Corner” ขึ้น ณ ศูนย์แสดงสินค้าหม่อนไหมและผลิตภัณฑ์ กรมหม่อนไหม ในวันที่ 23 – 30 ธันวาคม 2559 เวลา 08.00 – 17.30 น. (ไม่เว้นวันหยุดราชการ) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์หม่อนไหมให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากยิ่งขึ้น ร่วมทั้งสร้างการรับรู้ ในมาตรฐานของกรมหม่อนไหม เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่นในสินค้า และยังเป็น การเพิ่มช่อง
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 27 ธันวาคม ที่บริเวณลานสุพรรณิการ์ หน้าศาลากลางจังหวัดอุทัยธานี อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี นายประภัสสร์ มาลากาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี เป็นประธานเปิดงานมหกรรมรณรงค์การบริโภคข้าวปลอดภัยจังหวัดอุทัยธานี ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 26-30 ธันวาคม โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดอุทัยธานีดำเนินงานจัดงานเพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนข้าวในจังหวัดอุทัยธานี ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดและเป็นอาชีพหลักของเกษตรกร โดยมีกลุ่มผลิตข้าวปลอดภัยและข้าวอินทรีย์จำนวนมาก ทั้งข้าวหอมมะลิ ข้าวสินเหล็ก และข้าวไรซ์เบอร์รี่ ซึ่งในขั้นตอนการผลิตเกษตรกรได้ดูแลรักษาเป็นอย่างดีจนได้รับรองมาตรฐานข้าวปลอดภัยหรือมาตรฐาน (GAP) และข้าวอินทรีย์ (Organic Thailand) ซึ่งเมื่อแปรรูปเป็นข้าวสารแล้วถือเป็นข้าวสารเกรดพรีเมียม โดยมีกลุ่มเกษตรกรมาตั้งบูธจำหน่ายกว่า 40 ราย และยังเป็นไปตามนโยบายที่ให้มีการบูรณาการในรูปแบบประชารัฐ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ และรณรงค์ประชาสัมพันธ์การบริโภคข้าวปลอดภัย ในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งเกษตรกรต้องการสร้างรายได้แต่ขาดความรู้ความเข้าใจในกระบวนการทางกา
เมื่อเวลา 15.30 น. วานนี้ นายชูศักดิ์ ตรีสาร ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วยพ.ต.อ.สมพจน์ ขอมปรางค์ รักษาราชการในตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ ร่วมกันเปิดโครงการตำรวจไทยร่วมใจช่วยชาวนาของจังหวัดชัยภูมิ ที่บริเวณลานหน้าอาคารตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ โดยได้ทำพิธีแจกจ่ายข้าวสารให้ข้าราชการตำรวจเป็นสวัสดิการ จำนวน 29 สถานี รวมปริมาณข้าวที่แจกจ่าย 25 ตัน ซึ่งแต่ละสถานีได้นำรถตราโล่มาขนกระสอบข้าว เดินทางกลับไปยังสถานีเพื่อจำหน่ายเป็นสวัสดิการแก่ข้าราชการตำรวจในสังกัด ในราคากิโลกรัมละ 25 บาท พ.ต.อ.สมพจน์ กล่าวว่า โครงการนี้จัดขึ้นเป็นครั้งแรก เนื่องจากเห็นว่า จังหวัดชัยภูมิเป็นอีกพื้นหนึ่งที่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวประสบปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ จึงร่วมกับหน่วยงานต่างๆในจังหวัดจัดโครงการ “ตำรวจไทยร่วมใจช่วยชาวนาของจังหวัดชัยภูมิ” ชึ้นเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวให้สามารถจำหน่ายข้าวได้ในราคาที่เหมาะสม เป็นธรรม ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง ขณะเดียวกัน ก็เป็นการช่วยเหลือข้าราชการตำรวจให้ได้บริโภคข้าวสารในราคาที่เป็นจริงไม่แพงตามราคาท้องตลาด โดยการจัดโครงการฯ ครั้งนี้ ตำรวจภ
“โครงการ มข.เพื่อชาวนา” ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ยังคงดำเนินมาอย่างต่อเนื่องในการเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรชาวขอนแก่นจำหน่ายข้าวให้ผู้บริโภคโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง โดยจะมีกลุ่มนักศึกษา (จิตอาสา) สลับสับเปลี่ยนเข้ามาช่วยชาวนาขายข้าว พร้อมอำนวยความสะดวกคัดเลือกเมล็ดข้าว บรรจุข้าวลงถุง รวมถึงกระบวนการจัดระบบการสั่งซื้อ ระบบการขาย และระบบบัญชี นอกจากนี้ยังรับจัดทำโลโก้ผลิตภัณฑ์สินค้าให้กับชาวนาซึ่งเป็นการทำงานจิตอาสาร่วมทำดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ อุทยานเทคโนโลยีการเกษตร มข. นางสุบรรณ์ ผาจันดา เกษตรกรบ้านถลุงเหล็ก ต.ใหม่นาเพียง อ.แวงใหญ่ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ดีใจและประทับใจมากที่นักศึกษามาช่วยหาลูกค้าให้ ทั้งยังช่วยคัดเลือกเมล็ดที่เสียออก บรรจุลงถุง และบริหารการเงินให้ ซึ่งจะหาโอกาสดีแบบนี้ไม่ได้ ไม่เคยเห็นมาก่อน และจะกลับไปบอกพี่น้องชาวบ้านที่หมู่บ้านให้นำข้าวมาขายด้วยกัน น.ส.ปาณิสรา จวงจันทร์ นักศึกษาสาขาการตลาดชั้นปีที่ 4 คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี เล่าว่า โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งในวิชาเรียนซึ่งได้ทั้งประสบการณ์ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง อาทิ การจั
