แปรรูปสินค้าเกษตร
ปลาส้ม เป็นผลิตภัณฑ์จากปลา ซึ่งมีมากมายหลายสูตร หลายกรรมวิธี แต่ฉบับนี้จะขอนำท่านไปรู้จักกับปลาส้มสายเดี่ยว ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้บริโภคจากทั่วประเทศ ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปปลาบ้านห้วยบง 2 บ้านห้วยบง หมู่ที่ 5 ตำบลโนนเมือง อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งเป็นกลุ่มที่อยู่ติดกับเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ที่สำคัญคือปันผลคืนสมาชิกทุกวันที่ 1 และ 16 ของเดือน เฉลี่ยเดือนละ 10,000 บาท เลยทีเดียว ความเป็นมาและแรงบันดาลใจ คุณหนูเรียน เมฆวัน ประธานกลุ่ม โทร. (087) 862-8613 และ คุณแพงตา ไชยศรี เหรัญญิก โทร. (085) 256-1763 ร่วมกันให้ข้อมูลว่า เมื่อปี 2549 ได้รับแจ้งจากองค์การบริหารส่วนตำบลโนนเมืองว่า ใครอยากทำงานอะไรให้ไปลงทะเบียน จึงชวนเพื่อนบ้าน จำนวน 5 คน ไปลงทะเบียนและเข้ารับการอบรมเรื่องการทำปลาส้ม (ห่อใบตอง) องค์การบริหารส่วนตำบลโนนเมือง หลักสูตร 2 วัน ฝึกอบรมการทำปลาส้มห่อด้วยใบตองและทำปลาส้มตัว โดยวิทยากรจากกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรจากอำเภออุบลรัตน์ ต่อมาจึงมาตั้งกลุ่ม มีผู้สนใจเข้าร่วม 50 คน และเริ่มระดมหุ้น เก็บค่าหุ้น คนละ 250 บาท ทำให้มีสมาชิกที่ทำจริงเพียง 15 คน ที่เหลือขอถอนต
“ตั้งเป้าและหวังไว้เล่นๆ ว่าอยากจะเป็นอายุน้อย 100 ล้าน” นี่คือคำพูดของคนรุ่นใหม่ที่มีแง่คิดและการตั้งเป้าหมายในการเริ่มต้นธุรกิจผักทอดกรอบ ซึ่งจากการที่ผู้เขียนได้สัมภาษณ์เธอคนนี้แล้วเชื่อว่าเป้าหมายของเธอสามารถเป็นไปได้อย่างแน่นอน ด้วยแนวคิดและทัศนคติที่ไม่หยุดนิ่ง มีการคิดพัฒนาอยู่ตลอด มาผนวกเข้ากับการใช้ประโยชน์จากคนรุ่นใหม่ สื่อสารการตลาดทางสื่อโซเชียลจนสามารถสร้างรายได้จากยอดขายหลักหมื่นสู่หลักแสนภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน คุณนิศาชล สถาวระ หรือ คุณพลอย อายุ 26 ปี อยู่ที่ซอยรามอินทรา แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร คนรุ่นใหม่ไฟแรง ใช้เวลาว่างจากงานประจำสร้างผลิตภัณฑ์แปรรูปผักทอด “VEGGIE CHIPS” ตีตลาดทุกกลุ่มเป้าหมาย ใช้เทคนิคการขายผ่านช่องทางโซเชียลขายหมดภายในเวลาไม่กี่วัน จนสามารถสร้างยอดขายแบบก้าวกระโดดจากหลักร้อยห่อเป็นหลักพันห่อต่อเดือน คุณพลอย เล่าถึงจุดเริ่มต้นธุรกิจแปรรูปผักทอดว่า ปัจจุบันตนเองทำงานเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ ซึ่งก็ไม่ได้เป็นสายงานที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจอะไรตรงนี้เลย แต่เพียงแค่อยากจะหาอาชีพเสริม จึงคิดอยากจะแปรรูปสินค้าอะไรก็ได้ที่จะทำให้คนกลับมาซื้อ
“พระพุทธชินราชงามเลิศ ถิ่นกำเนิดพระนเรศวร สองฝั่งน่านล้วนเรือนแพ หวานฉ่ำแท้กล้วยตาก ถ้ำและน้ำตกหลากตระการตา” เป็นคําขวัญประจําจังหวัดพิษณุโลก ใครก็ตามที่มาเยือนจังหวัดพิษณุโลก มี 2 สิ่งที่ไม่ควรพลาดคือ ไปกราบพระพุทธชินราช เพื่อความเป็นมิ่งมงคลให้กับตนเองและครอบครัว และสิ่งที่สองคือ การได้ลิ้มรสชาติ หวานฉ่ำแท้กล้วยตาก ในชื่อผลิตภัณฑ์กล้วยตากบางกระทุ่ม ของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านเกาะคู แหล่งผลิตกล้วยตากคุณภาพดี มีกลิ่นหอม เนื้อนุ่ม มีรสหวานอร่อยตามธรรมชาติ เป็นผลิตภัณฑ์ขายดี สู่วิถีเส้นทางเศรษฐีในวันนี้ คุณศิลาพร สิงหลักษณ์ หรือ คุณอ้อ รองประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านเกาะคู เล่าให้ฟังว่า จังหวัดพิษณุโลก มีพระพุทธชินราชงามเลิศหรือพระใหญ่ พระคู่บ้านคู่เมืองที่ประชาชนทั่วไทยเคารพบูชา เป็นถิ่นกำเนิดพระนเรศวร มีแม่น้ำน่านไหลผ่านให้ประชาชนใช้เพื่อการยังชีพ มีถ้ำและน้ำตกที่สวยงามให้ชื่นชม มีสภาพพื้นที่เหมาะสมต่อการปลูกกล้วยน้ำว้ามะลิอ่องได้คุณภาพ และเป็นรุ่นที่ 3 ของตระกูลสิงหลักษณ์ ที่มาสืบสานต่อเพื่อช่วยกันพัฒนาการผลิต “กล้วยตากบางกระทุ่ม” ให้ก้าวหน้าและมั่นคงต่อไป ที่มาของกล้วยตากบางกระทุ่ม
ในฐานะคนปลูกกาแฟ และคนดื่มกาแฟ ฉันว่าคุณูปการใหญ่หลวงของกาแฟ นอกจากมันเป็นเครื่องดื่มที่ดื่มแล้วชีวิตละมุนละไมแล้ว มันยังเป็นตัวช่วยไม่ให้ป่าหายไปจากโลก เพราะกาแฟเป็นพืชที่ต้องการร่มไม้ มันต้องอยู่ภายใต้แสงรำไรใต้ไม้ใหญ่เท่านั้นจึงจะออกดอกออกผลงดงามมีรสมีกลิ่นที่ดี เราจึงต้องปลูกมันใต้ต้นไม้ ปลูกมันในป่า ไม่ใช่ถางป่าให้เหี้ยนแล้วค่อยปลูกเหมือนพืชอื่น ตราบใดที่ยังมีกาแฟ ตราบนั้นยังมีป่า อันนี้ของแท้แน่นอน กาแฟของ ลี อายุ จือปา หนุ่มอาข่านักสู้วัย 39 ปี ปลูกบนดอยสูงที่อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย เขาโตมาในหมู่บ้านชาวอาข่าบนดอยสูงที่ยากจน ทำเกษตรกันมาหลายชั่วคนและยากจนสม่ำเสมอ แม้จะพยายามขวนขวายหาพืชใหม่มาปลูกมาขาย แต่ก็ไม่เคยเงยหน้าอ้าปากได้ ปลูกกาแฟก็ถูกกดรับซื้อเมล็ดกาแฟราคาจากพ่อค้าคนกลาง จนลีซึ่งมีโอกาสได้ร่ำเรียนถึงขั้นมหาวิทยาลัย ตัดสินใจนำผลผลิตของแม่ มาขายด้วยตนเอง “มันเริ่มจากสงสารแม่ เขาทำงานหนักมาก แต่เงินไม่เคยพอกินพออยู่ อยากให้เขาสบาย ผมบอกเขาว่าผมจะขายกาแฟของเขา กับของพี่น้องบนดอยให้ได้ราคาคุ้มกับที่เขาเหนื่อย” ลีตัดสินใจไม่ขายเมล็ดกาแฟดิบราคาถูกอย่างที่เคยทำ แต่นำมาตาก มา
คุณเพียงเพ็ญ คงแสง ประธานกลุ่มแปรรูปปลาดุกร้าสมุนไพร เงาะป่าซาไก เลขที่ 241 หมู่ที่ 1 บ้านชุมพล ตำบลชุมพล อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง กล่าวว่า ชาวบ้านในชุมชนได้รวมตัวกันผลิต “ปลาดุกร้าสมุนไพรชุมพล เงาะป่าซาไก ” ปรากฎว่า ได้การตอบรับที่ดี สามารถสร้างรายได้เข้าสู่ชุมชนได้เป็นจำนวนมากในแต่ละปี มีลูกค้ากระจายอยู่ทั่วประเทศ ในแต่ละวันจะมีคำสั่งซื้อ สั่งจอง มาจากกรุงเทพฯ มหาสารคาม กาญจนบุรี นนทบุรี และจังหวัดหนองคาย ฯลฯ และทางภาคใต้ จังหวัดพัทลุง นครศรีธรรมราช ตรัง สุราษฎร์ธานี และจังหวัดระนอง บางส่วนสั่งจองเพื่อเข้าห้าง ซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่หลายแห่งด้วยกัน โดยทำการแปรรูปปลาโดยพลังงานแสงอาทิตย์ตากปลา จะได้ปลาที่มีคุณภาพมาก “เนืื่องจากสินค้าของชุมชนได้รับการตอบรับที่ดีมากจากตลาด ทำให้สมาชิกและคนในพื้นที่มีงานทำ มีผู้สูงอายุมีงานทำ มีรายได้ได้พิเศษเดือนละ 1,500-2,000 บาท” คุณเพียงเพ็ญ ได้บอกเล่าถึงที่มาของอาชีพแปรรูปปลาว่า เดิมนั้นได้รับคำแนะนำจากสำนักงานพัฒนาชุมชน อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง จึงได้รวบรวมสมาชิกในหมู่บ้านประมาณ 20 คน จัดตั้งกลุ่มสัมมาชีพ เมื่อกลางปี 2559 ซ
โครงการความร่วมมือส่งเสริมการปลูกข้าวสังข์หยดอินทรีย์คุณภาพจังหวัดพัทลุง ที่กลุ่มเกษตรกรทำนาตะโหมด อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง ได้นำ ข้าวสังข์หยด มาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มในลักษณะผลิตภัณฑ์กาแฟเดอลอง เป็นนวัตกรรมสร้างมูลค่าเพิ่มข้าวสังข์หยดที่ทำให้สินค้าของชุมชนเป็นที่รู้จักและเข้าถึงผู้บริโภคทุกคนได้ง่ายขึ้น ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ คุณอนุชา เพ็ญจำรัส ผู้จัดการกลุ่มเกษตรกรทำนาตะโหมด อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง กล่าวว่า กลุ่มเกษตรกรทำนาตะโหมด ร่วมทำโครงการกับ หจก.คชศิลป์ เบเวอร์เรจ ส่งมอบข้าวสังข์หยดคราวละ 10 ตัน เพื่อนำไปแปรรูปเป็นผลิตกาแฟข้าวสังข์หยด ซึ่งทางกลุ่มได้ทำนาข้าว จีเอพี ประมาณ 126 ไร่ และทำนาอินทรีย์ ประมาณ 98 ไร่ ภาพรวมมีผลผลิตประมาณ 60 ตัน ต่อปี ราคาที่ทางกลุ่มซื้อกับเกษตรกรทำนาตะโหมด ประมาณ 20,000 บาท ต่อตัน เพื่อเป็นการประกันราคาผลผลิต สำหรับข้าวสังข์หยด ของกลุ่มเกษตรกรทำนาตะโหมด เป็นพื้นที่นาข้าวที่ปลูกท่ามกลางต้นน้ำของเทือกเขาบรรทัด เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ำอันอุดมสมบูรณ์ มีคุณภาพ และปราศจากโรงงานอุตสาหกรรม ทำให้ข้าวสังข์หยดจากแหล่งนี้มีคุณภาพดี
ยุคโควิด-19 ที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจแทบทุกสาขาอาชีพ หลายคนอาจจะสิ้นหวัง อ่อนล้า แต่ในบางธุรกิจกลับเดินหน้าต่อ หากรู้จักปรับเปลี่ยนใช้นวัตกรรมตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ และเรียนรู้ วางแผน ตั้งเป้าหมาย อย่างธุรกิจของ คุณวรพชร วงษ์เจริญ ผู้บริหาร บริษัท แรบบิทจันท์ จำกัด และประธาน “วิสาหกิจชุมชนสภากาแฟฅนจันทบูร” คุณวรพชร วงษ์เจริญ หรือ หมวยนุ่ม ถ้าเอ่ยชื่อ คุณพ่อธีระ วงษ์เจริญ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดจันทบุรี ประธานอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูพัฒนาเกษตรกรจังหวัดจันทบุรี และที่ปรึกษาเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ วิถีคนจันท์ (Participatory Organic Guarantee System : PGS จันทบุรี) เป็นที่รู้จักกันดี คุณวรพชร จบปริญญาโท ด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์ อดีตทำงานด้าน IT กับบริษัทเอกชนมาร่วม 15 ปี ด้วยภาวะออฟฟิศซินโดรม จึงผันตัวมาทำธุรกิจนำ “ส้มมะปี๊ด” หรือ “ส้มจี๊ด” รสชาติเปรี้ยวอมส้มที่ชาวจันท์ปลูกไว้ปรุงอาหาร แปรรูปเป็นน้ำส้มมะปี๊ด เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ (Healthy Drink) และต่อยอดเป็นเครื่องสำอางส้มมะปี๊ด แบรนด์แรบบิทจันท์ (Rabbit Chan) ผ่านการรับรองจากสำนักงานอาหารและยา (อย.) ได้รับรางวัลระดับประเทศการันตีความ
เทคโนโลยีและความก้าวหน้าทางวิทยาการมีส่วนสำคัญในการพัฒนาไผ่ให้มีมากกว่าการนำหน่อมา บริโภคหรือใช้ลำในด้านการก่อสร้างเท่านั้น การสัมมนาไผ่ที่จัดขึ้นโดยกองบรรณาธิการเทคโนโลยีชาวบ้านเมื่อหลายปีก่อน ตอบคำถามได้มากมายว่าคุณประโยชน์จากไผ่มีศักยภาพสูงพอที่จะนำมาแปรรูปเป็นเครื่องดื่ม ใช้ผลิตเป็นเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม หรือใช้เทคโนโลยีชั้นสูงผลิตเป็นอุปกรณ์วางของในรถ หรือยังมีอีกมากมายที่กำลังอยู่ระหว่างงานวิจัย ทั้งนี้ ยังไม่รวมถึงคุณสมบัติของต้นไผ่ที่ช่วยดูดซับของเสียแล้วปรับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติให้สมบูรณ์หากปลูกกันมากๆ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าไผ่มีคุณค่าในตัวเองสูงมาก ฉะนั้น จึงมีการปลูกไผ่เพิ่มขึ้นในหลายระดับ ทั้งชาวบ้านครัวเรือน กลุ่มชุมชน หรือระดับธุรกิจใหญ่ ตลาดสินค้าเกษตรก้าวหน้าเล่มนี้จะพาไปพบกับวิสาหกิจชุมชนกลุ่มหนึ่งที่จังหวัดสกลนคร ชาวบ้านมีการรวมพลังกันเพาะ-เลี้ยงต้นไผ่เป็นอาชีพ มีการแบ่งหน้าที่ชัดเจน ตั้งแต่การผลิต การดูแล รวมถึงการตลาด พัฒนาคุณภาพต้นพันธุ์ไผ่ให้มีความสมบูรณ์เป็นที่เชื่อถือของลูกค้า จนทำให้มีรายได้ดีขนาดออกรถปิกอัพป้ายแดงกันเลย คุณองอาจ ประจันทะศรี อยู่บ้านเลขท
ข้อมูลเบื้องต้นของแก้วมังกร จากการค้นคว้าพบว่าถูกจัดอยู่ในวงศ์ Cactaceae เป็นพืชตระกูลเดียวกับต้นกระบองเพชรหรือตะบองเพชรก็เรียก มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Hyloceveusundatus (Haw) Britt. Rose ในภาษาอังกฤษเรียกชื่อแก้วมังกรว่า Dragon fruit มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมอยู่ในทวีปอเมริกากลาง เข้ามาในประเทศเวียดนามและแพร่หลายในประเทศไทย ความมหัศจรรย์ของ เจ้าแก้วมังกร ก็คือ ไม่มีใบ แต่มีดอกออกผล ปัจจุบันคนไทยก็นิยมบริโภคแก้วมังกรเพื่อสุขภาพ อันเนื่องจากความหลากหลายของคุณประโยชน์ ในเนื้อผลแก้วมังกรมีสารชนิดหนึ่งชื่อ มิวซิเอจ (Muciage) เป็นสารที่ช่วยดูดซับน้ำตาลกลูโคส ช่วยลด คอเลสเตอรอล ควบคุมน้ำตาลในผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ต้องการลดน้ำหนัก และยังมีสรรพคุณอีกมากมาย เช่น ป้องกันโรคหัวใจ ป้องกันการอุดตันของหลอดเลือดหัวใจ ป้องกันโรคมะเร็งต่อมลูกหมากและมะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นต้น เพียงขอให้บริโภคแต่พอดีก็แล้วกัน แก้วมังกรปลูกไม่ยาก ปลูกไม่ถึงปีก็ได้ผลผลิต ใช้พื้นที่ก็น้อย ดูแลง่าย ขยายพันธุ์ง่าย ปลูกเพื่อขายมี รายได้ดี ต้นทุนต่ำ ลงทุนเพียงครั้งเดียว เก็บผลผลิตได้นาน 15-20 ปี ถ้าดูแลจัดการดี ผู้เขียนจึงเชิญชวน
อ้อย เป็นพืชวงศ์ POACEAE วงศ์เดียวกับ ไผ่ หญ้า และธัญพืช มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของทวีปเอเชีย ในลำต้นอ้อยที่นำมาใช้ทำน้ำตาล ชานอ้อย (bagasse) ที่ถูกบีบเอาน้ำอ้อยออกไปแล้ว สามารถนำมาใช้ทำกระดาษ พลาสติก เป็นเชื้อเพลิง และอาหารสัตว์ และในขณะนี้ก้าวไกลไปถึงวงการเครื่องสำอาง เมื่อนักวิจัยนาโนพัฒนาเทคนิค ต่อยอดของเหลือทิ้งจากกากหม้อกรองในอุตสาหกรรมน้ำตาล สกัดไขอ้อย ต่อยอดอุตสาหกรรมเวชสำอางและอาหารเสริม กลายเป็นวัตถุดิบมูลค่าสูง คุณวราภัสร์ ศรีเดช หรือ พี่ดาว อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ที่ 12 ตำบลสุขเดือนห้า อำเภอเนินขาม จังหวัดชัยนาท อดีตผู้จัดการดาราสาว เบื่องานเมืองกรุงกลับบ้านเกิด ผันตัวเองเป็นเกษตรกร คิดค้นผลิตภัณฑ์แปรรูปจากธรรมชาติ โดยได้แรงบันดาลใจมาจากวัตถุดิบใกล้ตัว จนสามารถสร้างสรรค์แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จากอ้อยได้หลากหลาย ทั้งน้ำตาลอ้อย ไซรัปอ้อย และผลิตภัณฑ์ล่าสุดที่เธอคนนี้ภูมิใจนำเสนอคือ “สครับจากน้ำตาลอ้อย” ที่ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย พี่ดาว เล่าจุดเริ่มต้นการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากอ้อยว่า ก่อนที่จะมาเป็นเกษตรกรตนเองทำงานอยู่ในวงการบันเทิงมาก่อน เป็นผู้จั
