แปรรูปสินค้าเกษตร
โลกที่น่ารักน่าอยู่ใบนี้ มีของขวัญที่มอบให้กับทุกคนอยู่ 2 อย่าง คือ เวลา กับ ความยุติธรรม สามารถมีและได้เท่ากันหมด จะเดินคู่พร้อมกันไปการเปลี่ยนแปลงเสมอ ความเปลี่ยนแปลงจะสามารถให้เราสามารถเรียนรู้ทุกสรรพสิ่งได้อย่างชัดเจน พร้อมขยายทำให้มีพื้นที่ของชีวิตในการก้าวเดินได้มากเพิ่มขึ้น เราจำเป็นต้องเป็นผู้เลือกทางเดินของชีวิตพร้อมยอมรับและต้องมีชีวิตที่อยู่กับมันให้ได้อย่างมีความสุขอย่างที่เราต้องการ ปัจจุบัน เป็นเวลาที่ดีที่สุด เพราะมันคือชีวิต สวัสดีครับแฟนๆ ที่เคารพรักทุกท่าน ก่อนอื่นขอกราบขอบพระคุณแฟนๆ อย่างมากๆ จากนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านและผู้เขียน ที่ได้ให้แรงใจตลอดมา เนื่องจากจะได้รับการส่งเสียงไปหาที่โทร. (081) 846-0652 หรือใน เฟซบุ๊ก ที่ใช้ชื่อ สมยศ ศรีสุโร หรือ ID Line. Janyos ชนิดไม่ขาดหาย ที่ผู้เขียนย้ำเสมอว่า ปลื้มเป็นอย่างมากๆ คือ บอกไปว่าชอบทุกเรื่องราวที่นำมาเสนอ สนุก ไม่เครียด ขอขอบคุณจริงๆ อีกสักครั้ง ปักษ์นี้สุดยอดเยี่ยมจริงๆ ครับ มีความภูมิใจอย่างมากที่นำเสนอเรื่องราวของหนุ่มสาวคู่นี้ คุณจีรศักดิ์ (ต่อ) และ คุณรัชนก (นก) ปิตุรักษ์วงศ์ ที่ร่วมกันสร้างสรรค์ “ขยะไร้ค่า สู่
หากใครทำฟาร์มเห็ดอยู่แล้ว สามารถหารายได้เสริมได้โดยนำมูลเห็ด หรือมูลดินที่เหลือใช้จากการเพาะเห็ดฟางในโรงเรือนมาผลิตเป็นดินสำหรับปลูกต้นไม้ ซึ่งเป็นสินค้าขายดี เป็นที่ต้องการของตลาดทั่วไป เช่นเดียวกับ นางศิริกานต์ ธาตุมณี เกษตรกรบ้านโพนธาตุ หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านว่าน อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย ผู้ผลิตดินปลูกต้นไม้ภายใต้ชื่อ “ศิริกานต์” และ “ศิริชัย” ที่มียอดจำหน่ายกว่า 20,000 ถุง/เดือน จุดเริ่มต้นของกิจการแห่งนี้ เกิดจากเกษตรกรรายนี้ ทำกิจการเพาะเห็ดและมีดินที่เหลือจากการเพาะเห็ดจำนวนมากจนไม่รู้จะเอาไปทำอะไร จึงทดลองนำไปใส่อ้อย ข้าว ปรากฎว่าได้ผลดี จึงลองผิดลองถูก สร้างมูลค่าเพิ่มวัตถุดิบเหลือใช้ได้จนได้สูตรดินปลูกที่ลงตัวและได้ผลดีมากที่สุด นำดินปลูกต้นไม้ไปจำหน่ายตามร้านขายพันธุ์ไม้ ระยะแรกแนะนำสินค้าเข้าสู่ตลาดโดยให้ลูกค้าทดลองใช้สินค้าก่อน 10 ถุง หากใช้แล้วพืชผักโตเร็ว ใบเขียวนาน ค่อยโทร.ติดต่อกลับมา พร้อมแจกนามบัตรตามร้านไว้ทุกร้านในเขตอำเภอท่าบ่อ อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย อำเภอบ้านผือ น้ำโสม และนายูง จังหวัดอุดรธานี กลยุทธ์บุกตลาดวิธีนี้ได้ผลตอบรับที่ดี ทำให้มีฐานลูกค้าเพิ่มมากขึ้นเรื
สวัสดีครับ ยินดีที่ได้พบกันผ่านคอลัมน์ “คิดใหญ่แบบรายย่อย” กับผม ธนากร เที่ยงน้อย อีกครั้ง ย้อนไปสมัยที่ผมยังเด็ก ย้ายตามคุณพ่อไปอยู่ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เวลาผมมีโอกาสได้ตามคุณพ่อออกไปตรวจงานตามชุมชนในชนบท เคยเห็นหลายบ้านหลายชุมชนที่ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมกันเป็นอาชีพหลายชุมชนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตัดภาพมาเมื่อผมโตเป็นหนุ่มเรียนระดับปริญญาตรี เรื่องราวหรือข่าวคราวการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมดูซาไปจากข่าวสารต่างๆ ในภาพความทรงจำของผมรู้สึกว่าอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหมอาจจะไม่ใช่อาชีพส่งเสริมสำหรับเกษตรกรในประเทศไทยแล้ว แต่เมื่อไม่นานมานี้ ผมมีโอกาสได้คุยกับรุ่นน้องสมัยเรียนคนหนึ่ง ทำให้ได้รู้ว่าอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหมได้กลับมาเป็นอาชีพสร้างงานสร้างเงินให้กับเกษตรกรไทยอีกครั้ง จะเป็นอย่างไร จะน่าสนใจแค่ไหนตามผมไปพบกับผู้ประกอบการรายใหญ่ด้านหม่อนไหมของไทย ตามไปดูรายละเอียดกันครับ ทำความรู้จัก บริษัท จุลไหมไทย จำกัด บริษัท จุลไหมไทย จำกัด ตั้งอยู่ที่ 443 หมู่ที่ 3 ถนนสามัคคีชัย ตำบลวังชมภู อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นหนึ่งในงานด้านการเกษตรที่ กำนันจุล คุ้นวงศ์ ส่งเสริมให้เข้มแข็งขึ้น โดยเห็นว่าอาชีพการ
กระบวนการผลิต ไข่เค็ม อสม. ใส่ใจทุกรายละเอียด ไข่เค็มที่ไหนรสชาติก็จะคล้ายกัน แต่ไข่เค็ม อสม. สู้ด้วยเรื่องของคุณภาพ ผู้บริโภครับประทานแล้วปลอดภัย โดยมีการคัดกรองคุณภาพตั้งแต่กระบวนการเลี้ยงเป็ด คือ ผู้เลี้ยงต้องทำคอกเป็ดให้แห้ง และไข่เป็ดที่เก็บมาห้ามล้างเด็ดขาด เพราะรูพรุนในไข่จะเกิดปฏิกิริยาอิ่มตัวกับน้ำ เมื่อหมักน้ำเกลือเข้าไปไม่ถึงทำให้ไข่เน่า มีข้อกำหนดว่า ใน 3 วัน สมาชิกต้องนำไข่มาส่งที่กลุ่มผลิต เพราะต้องคัดไข่ คัดขนาด เลือกลูกแตกร้าวออก ขั้นตอนการทำ เริ่มจากการคัดขนาดไข่เป็ด เบอร์ 1, 2 เลือกฟองที่แตกร้าวออก ผสมดินหมักตามสูตร ดินจอมปลวก 3 ส่วน เกลือ 1 ส่วน น้ำเปล่าใส่แค่พอดินเหนียวเกาะไข่ได้ดี นำไข่เป็ดที่คัดไว้คลุกลงไปในดินที่ผสม ค่อยๆ คลุก อย่าทำแรงเกินไป และน้ำต้องสะอาด นำขี้เถ้าแกลบมาคลุกลงบนไข่ให้ทั่วทั้งลูกอีกครั้ง จากนั้นหมักทิ้งไว้ 7 วัน เมื่อหมักไข่ครบ 7 วัน ให้นำขี้เถ้าแกลบออก ห้ามล้าง เตรียมแพ็กขาย เทคนิคเพิ่มความอร่อย น้ำที่ใช้ผสมต้องเป็นน้ำสะอาดผ่านการกรองมาแล้ว ดินจอมปลวกที่ใช้ต้องผ่านการตากแดดฆ่าเชื้ออย่างดี เกลือที่ใช้ต้องเป็นเกลือแกง ขี้เถ้าแกลบต้องตากแดดมาให้แ
ฉบับนี้ผู้เขียนจะพาผู้อ่านทุกท่านไปรู้จักกับอีกหนึ่งบุคคลตัวอย่าง ที่เขาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าในตัวทุกคนนั้นสามารถทำอะไรได้หลากหลาย เพียงแค่ในแต่ละคนจะเสาะแสวงหาความสามารถที่ซ่อนอยู่ในตัวออกมาได้มากเท่าไร ยกตัวอย่างบุคคลท่านนี้ ที่เขาไม่หยุดนิ่งในการค้นหาคำตอบของชีวิต และได้พิสูจน์ให้เห็นว่า 1 คน ไม่จำเป็นต้องทำแค่ 1 อาชีพ แต่ทุกคนสามารถทำอาชีพหลักควบคู่ไปกับการทำอาชีพเสริมที่ใฝ่ฝันได้ และหากจะเอ่ยถึง พี่หมอ หรือ คุณธีรเมศร์ ธีระชวัลพงศ์ ทุกคนอาจจะยังนึกไม่ออกว่าเขาเป็นใคร แต่เชื่อว่าหากท่านเป็นคนรักรถและชื่นชอบการดูหนังประวัติศาสตร์ จะต้องรู้จักพี่หมอเป็นอย่างดี เพราะพี่หมอคนนี้มีอาชีพเป็นนักแสดง ซึ่งผลงานการแสดงล่าสุดของพี่หมอคือเรื่อง 400 นักรบขุนรองปลัดชู และละครทางช่อง 7 HD เรื่องสมบัติมหาเฮง พี่หมอยังรับบทบาทในการเป็นพิธีกรรายการ DR.CAR ออกอากาศที่ช่อง 9 เอ็มคอตเอชดี ฮั่นแน่หลายท่านคงอยากทราบกันแล้วใช่ไหมว่าพี่หมอทำงานโลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงอยู่ดีๆ กลายมาเป็นคนแปรรูปปลาสลิดแดดเดียวขายได้อย่างไร ตามมาหาคำตอบกัน คุณธีรเมศร์ ธีระชวัลพงศ์ หรือ พี่หมอ DR.CAR หรือที่รู้จักกันดีในบท
ปลาส้ม เป็นผลิตภัณฑ์จากปลา ซึ่งมีมากมายหลายสูตร หลายกรรมวิธี แต่ฉบับนี้จะขอนำท่านไปรู้จักกับปลาส้มสายเดี่ยว ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้บริโภคจากทั่วประเทศ ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปปลาบ้านห้วยบง 2 บ้านห้วยบง หมู่ที่ 5 ตำบลโนนเมือง อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งเป็นกลุ่มที่อยู่ติดกับเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ที่สำคัญคือปันผลคืนสมาชิกทุกวันที่ 1 และ 16 ของเดือน เฉลี่ยเดือนละ 10,000 บาท เลยทีเดียว ความเป็นมาและแรงบันดาลใจ คุณหนูเรียน เมฆวัน ประธานกลุ่ม โทร. (087) 862-8613 และ คุณแพงตา ไชยศรี เหรัญญิก โทร. (085) 256-1763 ร่วมกันให้ข้อมูลว่า เมื่อปี 2549 ได้รับแจ้งจากองค์การบริหารส่วนตำบลโนนเมืองว่า ใครอยากทำงานอะไรให้ไปลงทะเบียน จึงชวนเพื่อนบ้าน จำนวน 5 คน ไปลงทะเบียนและเข้ารับการอบรมเรื่องการทำปลาส้ม (ห่อใบตอง) องค์การบริหารส่วนตำบลโนนเมือง หลักสูตร 2 วัน ฝึกอบรมการทำปลาส้มห่อด้วยใบตองและทำปลาส้มตัว โดยวิทยากรจากกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรจากอำเภออุบลรัตน์ ต่อมาจึงมาตั้งกลุ่ม มีผู้สนใจเข้าร่วม 50 คน และเริ่มระดมหุ้น เก็บค่าหุ้น คนละ 250 บาท ทำให้มีสมาชิกที่ทำจริงเพียง 15 คน ที่เหลือขอถอนต
“ตั้งเป้าและหวังไว้เล่นๆ ว่าอยากจะเป็นอายุน้อย 100 ล้าน” นี่คือคำพูดของคนรุ่นใหม่ที่มีแง่คิดและการตั้งเป้าหมายในการเริ่มต้นธุรกิจผักทอดกรอบ ซึ่งจากการที่ผู้เขียนได้สัมภาษณ์เธอคนนี้แล้วเชื่อว่าเป้าหมายของเธอสามารถเป็นไปได้อย่างแน่นอน ด้วยแนวคิดและทัศนคติที่ไม่หยุดนิ่ง มีการคิดพัฒนาอยู่ตลอด มาผนวกเข้ากับการใช้ประโยชน์จากคนรุ่นใหม่ สื่อสารการตลาดทางสื่อโซเชียลจนสามารถสร้างรายได้จากยอดขายหลักหมื่นสู่หลักแสนภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน คุณนิศาชล สถาวระ หรือ คุณพลอย อายุ 26 ปี อยู่ที่ซอยรามอินทรา แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร คนรุ่นใหม่ไฟแรง ใช้เวลาว่างจากงานประจำสร้างผลิตภัณฑ์แปรรูปผักทอด “VEGGIE CHIPS” ตีตลาดทุกกลุ่มเป้าหมาย ใช้เทคนิคการขายผ่านช่องทางโซเชียลขายหมดภายในเวลาไม่กี่วัน จนสามารถสร้างยอดขายแบบก้าวกระโดดจากหลักร้อยห่อเป็นหลักพันห่อต่อเดือน คุณพลอย เล่าถึงจุดเริ่มต้นธุรกิจแปรรูปผักทอดว่า ปัจจุบันตนเองทำงานเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ ซึ่งก็ไม่ได้เป็นสายงานที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจอะไรตรงนี้เลย แต่เพียงแค่อยากจะหาอาชีพเสริม จึงคิดอยากจะแปรรูปสินค้าอะไรก็ได้ที่จะทำให้คนกลับมาซื้อ
“พระพุทธชินราชงามเลิศ ถิ่นกำเนิดพระนเรศวร สองฝั่งน่านล้วนเรือนแพ หวานฉ่ำแท้กล้วยตาก ถ้ำและน้ำตกหลากตระการตา” เป็นคําขวัญประจําจังหวัดพิษณุโลก ใครก็ตามที่มาเยือนจังหวัดพิษณุโลก มี 2 สิ่งที่ไม่ควรพลาดคือ ไปกราบพระพุทธชินราช เพื่อความเป็นมิ่งมงคลให้กับตนเองและครอบครัว และสิ่งที่สองคือ การได้ลิ้มรสชาติ หวานฉ่ำแท้กล้วยตาก ในชื่อผลิตภัณฑ์กล้วยตากบางกระทุ่ม ของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านเกาะคู แหล่งผลิตกล้วยตากคุณภาพดี มีกลิ่นหอม เนื้อนุ่ม มีรสหวานอร่อยตามธรรมชาติ เป็นผลิตภัณฑ์ขายดี สู่วิถีเส้นทางเศรษฐีในวันนี้ คุณศิลาพร สิงหลักษณ์ หรือ คุณอ้อ รองประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านเกาะคู เล่าให้ฟังว่า จังหวัดพิษณุโลก มีพระพุทธชินราชงามเลิศหรือพระใหญ่ พระคู่บ้านคู่เมืองที่ประชาชนทั่วไทยเคารพบูชา เป็นถิ่นกำเนิดพระนเรศวร มีแม่น้ำน่านไหลผ่านให้ประชาชนใช้เพื่อการยังชีพ มีถ้ำและน้ำตกที่สวยงามให้ชื่นชม มีสภาพพื้นที่เหมาะสมต่อการปลูกกล้วยน้ำว้ามะลิอ่องได้คุณภาพ และเป็นรุ่นที่ 3 ของตระกูลสิงหลักษณ์ ที่มาสืบสานต่อเพื่อช่วยกันพัฒนาการผลิต “กล้วยตากบางกระทุ่ม” ให้ก้าวหน้าและมั่นคงต่อไป ที่มาของกล้วยตากบางกระทุ่ม
ในฐานะคนปลูกกาแฟ และคนดื่มกาแฟ ฉันว่าคุณูปการใหญ่หลวงของกาแฟ นอกจากมันเป็นเครื่องดื่มที่ดื่มแล้วชีวิตละมุนละไมแล้ว มันยังเป็นตัวช่วยไม่ให้ป่าหายไปจากโลก เพราะกาแฟเป็นพืชที่ต้องการร่มไม้ มันต้องอยู่ภายใต้แสงรำไรใต้ไม้ใหญ่เท่านั้นจึงจะออกดอกออกผลงดงามมีรสมีกลิ่นที่ดี เราจึงต้องปลูกมันใต้ต้นไม้ ปลูกมันในป่า ไม่ใช่ถางป่าให้เหี้ยนแล้วค่อยปลูกเหมือนพืชอื่น ตราบใดที่ยังมีกาแฟ ตราบนั้นยังมีป่า อันนี้ของแท้แน่นอน กาแฟของ ลี อายุ จือปา หนุ่มอาข่านักสู้วัย 39 ปี ปลูกบนดอยสูงที่อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย เขาโตมาในหมู่บ้านชาวอาข่าบนดอยสูงที่ยากจน ทำเกษตรกันมาหลายชั่วคนและยากจนสม่ำเสมอ แม้จะพยายามขวนขวายหาพืชใหม่มาปลูกมาขาย แต่ก็ไม่เคยเงยหน้าอ้าปากได้ ปลูกกาแฟก็ถูกกดรับซื้อเมล็ดกาแฟราคาจากพ่อค้าคนกลาง จนลีซึ่งมีโอกาสได้ร่ำเรียนถึงขั้นมหาวิทยาลัย ตัดสินใจนำผลผลิตของแม่ มาขายด้วยตนเอง “มันเริ่มจากสงสารแม่ เขาทำงานหนักมาก แต่เงินไม่เคยพอกินพออยู่ อยากให้เขาสบาย ผมบอกเขาว่าผมจะขายกาแฟของเขา กับของพี่น้องบนดอยให้ได้ราคาคุ้มกับที่เขาเหนื่อย” ลีตัดสินใจไม่ขายเมล็ดกาแฟดิบราคาถูกอย่างที่เคยทำ แต่นำมาตาก มา
คุณเพียงเพ็ญ คงแสง ประธานกลุ่มแปรรูปปลาดุกร้าสมุนไพร เงาะป่าซาไก เลขที่ 241 หมู่ที่ 1 บ้านชุมพล ตำบลชุมพล อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง กล่าวว่า ชาวบ้านในชุมชนได้รวมตัวกันผลิต “ปลาดุกร้าสมุนไพรชุมพล เงาะป่าซาไก ” ปรากฎว่า ได้การตอบรับที่ดี สามารถสร้างรายได้เข้าสู่ชุมชนได้เป็นจำนวนมากในแต่ละปี มีลูกค้ากระจายอยู่ทั่วประเทศ ในแต่ละวันจะมีคำสั่งซื้อ สั่งจอง มาจากกรุงเทพฯ มหาสารคาม กาญจนบุรี นนทบุรี และจังหวัดหนองคาย ฯลฯ และทางภาคใต้ จังหวัดพัทลุง นครศรีธรรมราช ตรัง สุราษฎร์ธานี และจังหวัดระนอง บางส่วนสั่งจองเพื่อเข้าห้าง ซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่หลายแห่งด้วยกัน โดยทำการแปรรูปปลาโดยพลังงานแสงอาทิตย์ตากปลา จะได้ปลาที่มีคุณภาพมาก “เนืื่องจากสินค้าของชุมชนได้รับการตอบรับที่ดีมากจากตลาด ทำให้สมาชิกและคนในพื้นที่มีงานทำ มีผู้สูงอายุมีงานทำ มีรายได้ได้พิเศษเดือนละ 1,500-2,000 บาท” คุณเพียงเพ็ญ ได้บอกเล่าถึงที่มาของอาชีพแปรรูปปลาว่า เดิมนั้นได้รับคำแนะนำจากสำนักงานพัฒนาชุมชน อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง จึงได้รวบรวมสมาชิกในหมู่บ้านประมาณ 20 คน จัดตั้งกลุ่มสัมมาชีพ เมื่อกลางปี 2559 ซ
