แปรรูปสินค้าเกษตร
เศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy ซึ่งเป็นแนวคิดการใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็นให้มีประสิทธิภาพสูงสุดตั้งแต่การผลิต การบริโภค จนถึงการนำกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบนั้น ไม่ใช่เพียงเรื่องที่ภาคธุรกิจขนาดใหญ่สามารถมีบทบาทขับเคลื่อนเท่านั้น แต่ในระดับชุมชนก็สามารถใช้ทรัพยากรในการสร้างรายได้อย่างรู้คุณค่า โดยนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาถ่ายทอดเป็นสินค้าหรือบริการที่สอดแทรกนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ และยึดการพึ่งพาตนเองเป็นสำคัญ เช่นเดียวกับ “โครงการหนึ่งหมู่บ้านหนึ่งผลิตภัณฑ์” หรือ OVOP (One Village One Product) ประเทศญี่ปุ่น ที่ประสบความสำเร็จและโด่งดังไปทั่วโลกจากผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นและการท่องเที่ยว รวมทั้งอีกหลายชุมชนในประเทศไทย เช่น ไม้หมอนฟาร์ม จ.เชียงราย สวนยายดา เจ๊บุญชื่น จ.ระยอง และโครงการ Paper Band ถักทอสายใยสานใจชุมชน จ.กาญจนบุรี ที่ได้มาถ่ายทอดประสบการณ์ในงาน “SD Symposium 2018” ซึ่งเอสซีจีจัดขึ้น ภายใต้แนวคิด “Circular Economy: The future we create” เมื่อเร็วๆ นี้ ♦ พลิกฟื้นชนบทด้วยภูมิปัญญา ยึดหลักพอเพียงนำพารายได้ให้ชุมชน คุณทาดาชิ อูชิดะ ประธานโครงการ OVOP (Mr.Tadashi Uchida, President
เครื่องปรุงรส เป็นพื้นฐานการเข้าครัวของคนไทยและขาดไม่ได้สำหรับคนไทยในการปรุงรส แม้ว่าปัจจุบันจะมีเครื่องปรุงรสหลายรูปแบบผลิตออกมาเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค แต่เครื่องปรุงรสที่ขาดไม่ได้จริงๆ สำหรับคนไทย คือ น้ำปลา น้ำปลาตราหมึกหอม และ น้ำปลาตราหงษ์ทอง เป็นน้ำปลาที่ขึ้นแท่น อันดับ 2 ของจังหวัดที่ครองใจผู้บริโภคมากที่สุด รวมถึงซอสพริกและน้ำส้มสายชู ซึ่งผลิตโรงงานแห่งเดียวกัน ก็ครองตลาด อันดับ 2 ของจังหวัดเช่นเดียวกัน คุณมั่นศักดิ์ หลักพิพัฒน์ ผู้สืบทอดกิจการโรงงานผลิตน้ำปลาจากบรรพบุรุษ และใช้กลยุทธ์ป่าล้อมเมืองรุกตลาดเครื่องปรุงรสจนครองพื้นที่การตลาด อันดับ 2 ของจังหวัด เล่าให้ฟังว่า เดิมครอบครัวขายสินค้าบริโภคในครัวเรือนตามรถเร่ และมีหน้าร้านเล็กๆ ขายสินค้าเบ็ดเตล็ดที่จำเป็นในครัวเรือน ซึ่งธุรกิจก็ดำเนินไปด้วยดีอย่างต่อเนื่อง กระทั่งพ่อและแม่อายุมาก จึงเข้ามาสานต่อกิจการเดิม ในปี 2550 อย่างเต็มตัว “ตอนนั้นเรามีสินค้าหลัก คือ น้ำปลา และยังคงขายของเหมือนเดิม คือ นำสินค้าขึ้นรถเร่ไปตามหมู่บ้าน ชุมชน ผมเองก็อยากขยายกิจการหรือปรับปรุงให้ดีขึ้น จึงเห็นโอกาสของการเข้าหากลุ่มเป้าหมาย เมื่อนำรถเ
“ไก่ต้มน้ำปลา” หากท่านใดเดินทางไปจังหวัดตราด เส้นทางถนนสุขุมวิท (หมายเลข 3 ผ่านอำเภอขลุงไปประมาณ 2-3 กิโลเมตร สองข้างทางจะมีแผงริมทาง ขึ้นป้ายตัวใหญ่ขาย “ไก่ต้มน้ำปลา” เรียงรายไป ประมาณ 10 กว่าร้าน ระยะทางประมาณ 5-8 กิโลเมตร บางร้านมี ยำกบ หัวหมูไหว้เจ้า แถมด้วย แต่ดั้งเดิมจริงๆ ที่ขายกันมากว่า 10 ปีแล้ว คือร้านไก่ต้มน้ำปลา ไก่ต้มน้ำปลา เจ้พร อร่อยที่น้ำพริกเกลือส้มมะปื๊ด คุณนิตยา ฉากเขียน หรือ เจ้พร วัย 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4/2 หมู่ที่ 6 อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี เล่าว่า กว่า 10 ปีมาแล้ว ริมทางถนนสุขุมวิท อำเภอขลุง รอยต่อกับจังหวัดตราด มีร้านขายไก่ต้มน้ำปลา ระยะแรกๆ มี 2-3 ร้าน ต่อมา 5-6 ปี มีร้านขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งปัจจุบัน มีกว่า 10 ร้าน ทั้งสองข้างทาง ลูกค้าจะเป็นผู้สัญจรผ่านไป-มา จะแวะซื้อกลับบ้าน รวมทั้งนักท่องเที่ยว และในฤดูกาลผลไม้จะมีลูกค้าหนาแน่นเป็นพิเศษ เจ้พรเป็นเจ้าที่ 3 รับแผงขายต่อจากเจ้าของร้านเดิมที่เลิกขายไป ขายมาร่วม 10 ปี แล้วเดิมขายกิโลกรัมละ 60-70 บาท เมื่อไก่สดขึ้นราคาจึงต้องขึ้นราคาตามมาด้วย ขายกันตอนนี้กิโลกรัมละ 200 บาท ทำขายวันละ 20 ตัว มีรายได้ว
ใครที่ชื่นชอบเมนูปลา มาเที่ยว “เมืองสองแคว” วราเชนทร์ กามินทร์ ข่าวสดพิษณุโลก แนะนำไม่ควรพลาดแวะไปชิมเมนูเด็ดจากปลาแม่น้ำที่ “ร้านครัว เจ๊โชค” “ร้านครัวเจ๊โชค” เป็นร้านอาหารไทย โด่งดังเรื่องเมนูปลา จานเด็ดที่ใครๆ มักแวะมากินร้านชื่อดังแห่งนี้คือ “ต้มยำปลากดคัง” รสชาติแซ่บเว่อร์ ใช้วัตถุดิบเกรดเอ ติดดาวชนิด นักชิมระดับมิชลิน ต้องถามหา “พี่นานา”จุฑาสินี คมสัน ทายาทเจ้าของร้านยืนยันเป็นสูตรคุณแม่คิดเอง ทำมานานกว่า 30 ปี เข้าครัวปรุงด้วย ตัวเอง ส่วนวิธีทำ เริ่มจากการเตรียมเครื่องต้มยำ ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด หอมแดง ผสมผสานตามสูตรทางร้าน จากนั้นคัดเลือก ปลากดคัง ไซซ์ 5 กิโลกรัมขึ้นไป แล่เฉพาะเนื้อล้วนๆ ล้างให้สะอาด ตั้งเตาพอน้ำเดือด ใส่เนื้อปลา ใส่เห็ดฟาง เห็ดนางฟ้าภูฏาน ปรุงรสด้วย น้ำปลา มะนาว พริกขี้หนู พริกแห้ง ผักชีฝรั่ง และใบโหระพา รอให้สุกก็ยกเสิร์ฟได้ทันที เมนูนี้สนนราคาตักแบบถ้วย 150 บาท และแบบหม้อไฟเพียง 250 บาท ด้วยเมนูปลาต่างๆ มากมายที่เน้นความสดใหม่ของปลาเป็นสำคัญ จึงทำให้ลูกค้าเพิ่มขึ้นทุกวัน ร้านครัวเจ๊โชค อยู่ริมถนนสีหราชเดโชชัย ถนนเส้นหลักก่อนเข้าเมือง จากแยกต้นหว้าตรงมา 500
การเปลี่ยนใจคน มันยาก โดยเฉพาะ คนแก่ เกษตรกรที่ทำแต่นาข้าวเลี้ยงชีพมาตลอดชีวิต คุณว่ายากมั้ย ยากสิ แต่ถามว่า ทำได้ป่าว ทำได้สิ หลังจากที่นิดและโอเล่ ตัดสินใจเริ่มโครงการเปลี่ยนนาข้าว เป็นข้าวโพด มาถึงวันนี้ ก็ใช้เวลา 3 ปี วันนี้ก็มาถึงวันที่ ชาวนาหลายคน เริ่มหันมาปลูกข้าวโพดแล้ว และแล้วก็ตามกันมาทั้งหมู่บ้าน เมื่อถามทั้งสองคนว่า ทำไง ถึงได้มาอย่างนี้ คำตอบเดียวที่มีคือ คุณต้องเข้าใจเขาให้มากๆ ว่า อาชีพของเขา เป็นอาชีพที่เสี่ยงมาก แม้ว่า รัฐบาลประกาศ มอบเงิน 2,000 บาท ซึ่งมากกว่ากำไรที่ได้จากการปลูกข้าว เพื่อสนับสนุนชาวนาว่า อย่าปลูกข้าว แต่เรื่องจริง ไม่มีใครกล้าเปลี่ยนใจอยู่ดี นั่นเพราะเกษตรกรเขาไม่รู้วิธีปลูก ไม่รู้ว่า รัฐให้จริงรึป่าว รู้แค่อย่างเดียวว่า เกี่ยวข้าวเมื่อไร ราคาจะดีไม่ดี เขาก็ขายได้ หรือแม้แต่ เอกชนจะเปรียบเทียบราคา ต้นทุน กำไร ซึ่งชี้ให้เห็นว่ามากกว่า การเปลี่ยนใจ ก็ยังไม่เกิดมากเท่าไร นั่นก็เพราะว่า พวกเขา ขาดความมั่นใจ ว่าสิ่งใหม่จะดีกว่า ความเสี่ยงตัวใหม่ที่ยากจะเลือก จนกว่าจะเห็นใครสักคนเปลี่ยนแล้วสำเร็จ ความมั่นใจเริ่มมา ตราบใดที่ยังสร้างความมั่นใจไม่ได้ ชาวนาเข
สหกรณ์ยางพาราเนินดินแดง ตราด ปลื้มหมอนยางพารา ขายดีต่อเนื่อง เน้นผลิตหมอนคุณภาพ ส่งขายตลาดจีน หวังสร้างงานสร้างอาชีพให้กับเกษตรกร เตรียมออกผลิตภัณฑ์ยางพารารูปแบบใหม่ เน้นความทันสมัยและประโยชน์การใช้งานที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค หวังสร้างความแตกต่างทางการตลาดและเพิ่มทางเลือก นายเกรียงไกร เทพินทร์อารักษ์ ประธานสหกรณ์ยางพาราเนินดินแดง ตราด จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกันระหว่างกรมส่งเสริมสหกรณ์ หอการค้าไทย และสหกรณ์ภาคการเกษตร ว่า เป็นโอกาสที่ดีที่จะเพิ่มขีดความสามารถทางธุรกิจให้กับสหกรณ์ โดยใช้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และหอการค้าจังหวัด เข้ามาร่วมกันพัฒนาและส่งเสริมการดำเนินงานของสหกรณ์ เนื่องจากหอการค้าจังหวัด จะมีคณะกรรมการซึ่งประกอบไปด้วยนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ จึงคิดว่าเป็นโอกาสที่ดี ที่อาจจะได้บุคคลเหล่านี้เข้ามาดูแลแนะนำหรือในประสานงานเพื่อเพิ่มช่องทางการตลาด และการพัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าสหกรณ์ สำหรับ สหกรณ์ยางพาราเนินดินแดง ตราด จำกัด เป็นผู้ผลิตสินค้าแปรรูปจากยางพารา โดยผลิตเป็นหมอนยางพารา ภายใต้ชื่อ “เอราวัณ” ขณะนี้ต
สหกรณ์การเกษตรพรหมคีรี จำกัด จังหวัดนครศรีธรรมราช เผย มังคุด ขายดีราคาสูง เกษตรกรพอใจ เน้นผลิตมังคุดคุณภาพสร้างทางเลือกใหม่ให้สมาชิกผลิตสินค้าคุณภาพ ไม่หวั่นราคาตก เพราะมีตลาดจีนรองรับ คาดระบายมังคุดสู่ตลาดหมดภายในเดือนสิงหาคมนี้ นางยุพดี จิตผ่องอำไพ ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรพรหมคีรี จำกัด เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคามังคุดในจังหวัดนครศรีธรรมราช ว่า สหกรณ์เน้นส่งเสริมสมาชิกผลิตมังคุดคุณภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค โดยในฤดูกาลปีนี้ได้เริ่มรวบรวมมังคุดคุณภาพตั้งแต่ วันที่ 13 ก.ค. ที่ผ่านจนถึงปัจจุบัน ได้ปริมาณ 230 ตัน ระบายออกสู่ตลาดทั้งหมด ซึ่งสหกรณ์จะมีการคัดเกรดมังคุดก่อนส่งออกสู่ช่องทางตลาดแต่ละแห่ง ซึ่งมังคุดของอำเภอพรหมคีรีเป็นมังคุดคุณภาพและปลอดสารจากสวนสมาชิก เพราะผลิตปริมาณไม่มาก และมีตลาดหลักคือส่งออกไปที่ประเทศจีน เกษตรกรชาวสวนมังคุดใส่ใจดูแลตั้งแต่การผลิต การเก็บเกี่ยวมังคุด โดยการสอยมังคุดซึ่งจะต้องไม่ตกดิน และเก็บผลที่กำลังสุกพอดี สมาชิกรวบรวมมาส่งขายที่สหกรณ์ จากนั้นสหกรณ์จะคัดเกรดให้ขนาดของลูกเสมอกัน แล้วรีบจัดลงใส่ตะกร้าเพื่อเก็บไว้ในตู้แช่เย็นทันที เพื่อรักษาความสดใ
เมื่อพูดถึง “โอ่ง” ต้องราชบุรี เพราะจังหวัดนี้ทำโอ่งที่มีรูปทรงสวยงาม แข็งแรง ทนทาน อันมาจากภูมิปัญญาท้องถิ่นผสมกับความพิเศษของเนื้อดินสีแดงทางธรรมชาติ จึงทำให้โอ่งราชบุรีมีคุณภาพแล้วยากที่ใครจะมาลอกเลียนแบบได้ง่าย จากความภาคภูมิใจของชาวราชบุรีที่มีโอ่งเป็นสัญลักษณ์จึงมีการนำไปใช้ประโยชน์หลายอย่าง โดยเฉพาะการผลิตของที่ระลึก ทั้งนี้ เพื่อง่ายต่อการจดจำ พร้อมดึงดูดให้นักท่องเที่ยวให้มากันมากๆ เช่นเดียวกับ “ร้านบ้านขนม” ตั้งอยู่เลขที่ 187/27-28 ถนนไกรเพชร ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ทำธุรกิจผลิตขนมเก่าแก่อีกแห่งของจังหวัด โดยผลิตขนมประเภทเบเกอรี่ตามความต้องการของตลาดหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นขนมปัง แยมโรล พาย เดนิช เค้ก พร้อมกับประยุกต์ผสมผสานรูปแบบ รสชาติไปอีกกว่า 200 ชนิด เพื่อเอาใจลูกค้า แต่ที่ดูจะโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของร้าน ก็เป็นเค้กมะพร้าว กับเค้กโอ่ง เพราะสร้างสีสัน ตลอดจนความอร่อย สดใหม่ จนเป็นที่ถูกใจของลูกค้าทั้งขาประจำและขาจรจำนวนมาก คุณสรายุทธิ์ หลายพูนสวัสดิ์ หรือ คุณมิก หนึ่งในทายาทธุรกิจนี้ เล่าว่า หลังจากเรียนจบสาขาพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์บาง
เป็นที่ทราบกันดีว่าเวลานี้ผู้คนในบ้านเราหันมาเอาใจใส่เรื่องสุขภาพกันมากขึ้น ประกอบกับประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว ดังนั้น สินค้าเพื่อสุขภาพจึงมีตลาดค่อนข้างกว้าง หากเทียบกับสมัยก่อน ด้วยเหตุนี้เองผู้ประกอบการน้อยใหญ่จึงหันมาผลิตสินค้าเพื่อสุขภาพกันอย่างแพร่หลาย หนึ่งในนั้นมีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชนตำบลสาวะถี อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ที่มี คุณวิรัตน์ โพธิ์ศรีเรือง เป็นประธาน ซึ่งเมื่อปี 2556 ผลิตภัณฑ์ข้าวฮางงอกของกลุ่มได้รับคัดสรรเป็นสินค้าโอท็อป 4 ดาวของจังหวัดขอนแก่น โดยในกลุ่มดังกล่าวมีบรรดาแม่บ้านมาดูแลในเรื่องการแปรรูป ซึ่งมี คุณลุนนี โพธิ์ศรีเรือง เป็นผู้รับผิดชอบ ชื่อแบรนด์ “อินทรีย์ภิรักษ์” คุณลุนนี เล่าให้ฟังว่า กลุ่มเริ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าวตั้งแต่ปี 2547 แต่จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนเมื่อปี 2553 ปัจจุบันมีสมาชิก 22 คน มีผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท ซึ่งเป็นอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ อาทิ ข้าวกล้องนิล ข้าวกล้องหอมมะลิ ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวทับทิมชุมแพ ข้าวหอมมะลิ 105 ข้าวฮางงอก และยังได้นำข้าวฮางงอกมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ด้วย เช่น แป้งจ
ชีวิตคนเรานั้นจะเอาแน่นอนอะไรไม่ได้ อยู่ดีๆ ชีวิตกลับพลิกผันแค่ข้ามคืน ดังชีวิตของ คุณกษิดิศ เกษตรการุณย์ หรือ โอห์ม หนุ่มวัย 30 ปี อยู่บ้านดอนไชย หมู่ที่ 5 ตำบลหย่วน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ดีกรีปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ขณะที่กำลังศึกษาระดับปริญญาโท พ่อซึ่งเป็นเสาหลักในการดำรงชีวิตของครอบครัว อดีตเกษตรอำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก เสียชีวิตลง จึงตัดสินใจหยุดเรียน กลับบ้านมาผลิตหมี่กรอบลำไยจำหน่ายและสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำมากกว่าเงินเดือนประจำ สามารถส่งน้องสาวเรียนต่อพยาบาลจนสำเร็จการศึกษา และเป็นหัวหน้าครอบครัวแทนพ่อได้อย่างสบาย คุณกษิดิศ หนุ่มชาวเชียงคำเจ้าของผลิตภัณฑ์หมี่กรอบลำไยเจ้าแรกและเจ้าเดียวของจังหวัดพะเยา เล่าว่า เมื่อปี 2554 หลังจากเรียนจบระดับปริญญาตรีแล้ว ขณะที่กำลังสอบปลายภาคของระดับปริญญาโท ภาคเรียนแรก ได้ข่าวจากทางบ้านว่าพ่อซึ่งดำรงตำแหน่งเกษตรอำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลกเสียชีวิต ครั้งนั้นคือจุดเปลี่ยนของชีวิต แม่ขาดคู่ชีวิตและทำหน้าที่แม่บ้านอย่างเดียว น้องสาวกำลังจะเรียนต่อพยาบาลต้องใช้เงินไม่น
