แปรรูปสินค้าเกษตร
สหกรณ์การเกษตรนาโยง จำกัด จังหวัดตรัง ระดมกำลังเครือข่ายสหกรณ์ช่วยเร่งระบายมังคุดในพื้นที่ออกสู่ตลาด มั่นใจสามารถดำเนินการได้ทันเวลา เพื่อไม่ให้ผลผลิตกระจุกตัว หวังบรรเทาปัญหาช่วยเกษตรกร นายยุทธนากรณ์ เพ็ชรสุทธิ หัวหน้าฝ่ายตลาดสหกรณ์การเกษตรนาโยง จำกัด จังหวัดตรัง เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคามังคุดในจังหวัดตรังว่า ขณะนี้มีการปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากผลผลิตมังคุดของจังหวัดตรังในปีนี้ค่อนข้างเยอะกว่าปีที่ผ่านมา โดยมีราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 10-15 บาท ซึ่งขึ้นอยู่กับคุณภาพของมังคุด ปัจจุบันพ่อค้าในพื้นที่ได้รับซื้อจากเกษตรกรราคากิโลกรัมละ 10 บาท แต่สหกรณ์ได้เข้าไปรับซื้อในราคานำตลาดที่กิโลกรัมละ 15 บาท เพื่อช่วยพยุงราคาผลผลิตไม่ให้ต่ำจนเกินไป เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร ซึ่งการที่สหกรณ์เปิดจุดรับซื้อมังคุดของสมาชิกในราคากิโลกรัมละ 15 บาท ทำให้สมาชิกมีความพึงพอใจและเชื่อมั่นว่าสหกรณ์ได้เข้ามาช่วยรองรับผลผลิตและมีตลาดที่จะส่งมังคุดไปจำหน่ายในพื้นที่ต่างๆ และคาดว่าอีกประมาณ 2 สัปดาห์ มังคุดน่าจะหมดฤดูกาล ซึ่งในสัปดาห์สุดท้ายก่อนจะหมดฤดูกาลราคาน่าจะปรับขึ้นอยู่ที่กิโลกรัมละ 20 บาท ทั้งน
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 ที่ห้องดอยนาง โรงแรมแคนทารี่ ฮิลล์ จ.เชียงใหม่ นางวรรณภรณ์ เกตุทัต รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เป็นประธานเปิดโครงการผลักดันการส่งออกผลไม้ภาคเหนือ โดยการเชื่อมโยงการค้ากับตลาดศักยภาพในอาเซียน เอเชียใต้ และตะวันออกกลาง ในรูปแบบการจัด Mini Exhibition ตามนโยบายการพัฒนาขีดความสามารถของธุรกิจไทย เพื่อยกระดับเศรษฐกิจของประเทศให้เข้มแข็ง และเร่งรัดการส่งออกเพื่อระบายสินค้าเกษตรในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดในปริมาณมาก โดย นางวรรณภรณ์ กล่าวว่า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ รับทราบสถานการณ์ผลผลิตลำไยในพื้นที่จากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ โดยคาดการณ์ว่า ในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2561 จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก ดังนั้น กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จึงเร่งจัดหาตลาดใหม่ และช่องทางการค้าใหม่ๆ เพื่อลดการพึ่งพิงตลาดเดิม เช่น อินโดนีเซีย และจีน นอกจากนั้น ยังเป็นการวางแผนการส่งออกสินค้าผลไม้ในระยะยาว โดยแสดงให้ผู้ซื้อได้เห็นถึงศักยภาพของผลไม้ภาคเหนือและผลิตภัณฑ์จากผลไม้ โดยเฉพาะ ลำไย รวมถึงเป็นการเร่งผลักดันการส่งออกลำไยฤดูการผลิตที่จะถึงนี้ “คาดม
ธุรกิจ “น้ำมันกฤษณา” แม้ว่าปัจจุบันด้านการตลาดจะเปิดกว้างมากขึ้น ส่วนใหญ่ที่ทำการค้าในตลาดตะวันออกกลาง ตลาดอาหรับ ยังคงเป็นบริษัทของกลุ่มอาหรับ ตะวันออกกลางด้วยกันเอง ทว่าวันนี้ คุณดำ พุทธเกษร เจ้าของกิจการน้ำมันกฤษณา แบรนด์ “D.D. Oud Oil” จากอำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด ที่มีลูกค้าชาวอาหรับตะวันออกกลาง ให้ความเชื่อถือร้านจำหน่าย “ตลาดซอยนานา” ได้ก้าวขึ้นมาชั้นแนวหน้าเทียบกับบริษัทต่างชาติ มีโอกาสไปออกบู๊ธแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันและเครื่องหอมกฤษณา ในงานประจำปีประเทศดูไบ โอมาน มีลูกค้าระดับ VIP ติดใจในคุณภาพของสินค้า มีทั้งออเดอร์จากลูกค้าประจำ ลูกค้ารายใหม่ และลูกค้าบางรายบุกมาถึงโรงงานเพื่อดูแปลงไม้และกระบวนการผลิตของน้ำมันกฤษณาและน้ำหอม เกรดพรีเมี่ยมที่ผ่านกระบวนการผลิตธรรมชาติ 100% ค้นพบวิธีทำสารน้ำมัน วิธีธรรมชาติ คุณดำ พุทธเกษร ประธานคลัสเตอร์ไม้กฤษณาจังหวัดตราดและนายกสมาคมไม้กฤษณาจังหวัดตราด เจ้าของกิจการน้ำมันกฤษณาและผลิตภัณฑ์น้ำหอม แบรนด์ D.D. Oud Oil เล่าถึงที่มาของการทำน้ำมันกฤษณาว่า เมื่อ 30-40 ปีที่ผ่านมา ค้นพบการทำให้ไม้กฤษณามีแก่นหรือสารน้ำมันจากไม้กฤษณาธรรมชาติที
หากพูดถึงประเทศที่เหมาะแก่การลงทุนทำธุรกิจ คงหนีไม่พ้นประเทศมหาอำนาจอย่าง “จีน” ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่จีนกำลังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การค้าในจีนขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกปี รวมทั้งจำนวนประชากรกว่า 1,400 ล้านคน มากกว่าจำนวนประชากรในไทยหลายเท่าตัว ทำให้ผู้ประกอบการในไทยต่างมองเห็นโอกาสเข้าไปลงทุนสร้างรายได้ในจีน ในงานสัมมนา “เดินหน้าสินค้าไทยไปตลาดจีน มิติใหม่ของผู้ประกอบการไทย” ที่สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ รองศาสตราจารย์ ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดี สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ฉายภาพว่า ในช่วง 5 เดือน ที่ผ่านมา ระบบเศรษฐกิจในประเทศจีนขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องการค้ามีรายได้ขยายตัวกว่า 6.5% มีสัดส่วนการส่งออกสินค้า 10% การนำเข้าสินค้า 16% และในอนาคตมีแนวโน้มโตขึ้น ด้วยกำลังซื้อของผู้บริโภคจีนอยู่ในช่วงที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด และมีความต้องการบริโภคอย่างไม่จำกัด ซึ่งกลุ่มผู้บริโภคจีนเป็นกลุ่มซื้อสินค้ามากที่สุดในโลก โดยเฉพาะสินค้าประเภทแบรนด์เนมต่างๆ อย่างเช่น กระเป๋า เครื่องสำอาง บวกกับค่าเงินหยวนที่แข็งค่าขึ้น ทำให้ชาวจีนมีกำลังซื้อสินค้านำเข้าจากต่างประเทศมากขึ้น ด
ในบรรดาอาหารอนาคต (future food) อาหารเกษตรอินทรีย์ ที่เรียกกันติดปากว่า organic foods หรือผลิตภัณฑ์ที่ได้จากผลิตผลทางการเกษตรที่ปลอดภัยจากสารเคมี ดูจะเป็นที่สนใจของผู้บริโภคยุคใหม่ทั่วโลก มากกว่าอาหารอนาคตรูปแบบอื่น ด้วยกระบวนการผลิตที่ไม่ซับซ้อน คงความเป็นธรรมชาติ ส่วนใหญ่เป็นอาหารหลักที่ใช้บริโภคในชีวิตประจำวัน หลายประเทศตลาดมีแนวโน้มเติบโตดี โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคชาวจีนที่มีกำลังซื้อสูง และให้ความสำคัญกับสุขภาพ และความปลอดภัย จนเกิดกระแสการบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพขยายไปในวงกว้างพบว่า ในปี 2560 ตลาดอาหารออร์แกนิกในจีน มีมูลค่ารวม 19,359 ล้านหยวน ในช่วง 5 ปี ที่ผ่านมา ขยายตัวเฉลี่ยสูงถึง ร้อยละ 25.7 ต่อปี นมและผลิตภัณฑ์นม เป็นสินค้าที่มีมูลค่าการขายมากที่สุดราว 14,000 ล้านหยวน ซึ่งล้วนนำเข้าจากต่างประเทศ โดยสินค้าอาหารออร์แกนิกที่ไทยมีโอกาสขยายสู่ตลาดจีน อาทิ ข้าวสารบรรจุถุง เครื่องดื่มธัญพืช เช่น น้ำนมข้าว นมถั่วเหลือง น้ำฟักทอง น้ำงาดำ เครื่องปรุงรส เช่น ซอสถั่วเหลือง และน้ำมันมะพร้าว มาดูที่ตลาดอาหารออร์แกนิกในญี่ปุ่นบ้าง แน่นอนว่าชาวญี่ปุ่นใส่ใจสุขภาพ และพิถีพิถันในการเลือกรับป
สยามคูโบต้า 40 ปี งัด 4 กลยุทธ์ขับเคลื่อนเกษตร 4.0 หนุนยอดโต 10 ปีข้างหน้า นายฮิโรโตะ คิมุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยในโอกาสครบ 40 ปี สยามคูโบต้า ว่า สยามคูโบต้าได้ยกระดับแบรนด์สู่การเป็น “นวัตกรรมเกษตรเพื่ออนาคต” เพื่อให้สอดรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ช่วยให้สามารถบริหารจัดการในการทำเกษตรให้มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น ลดต้นทุนเพิ่มผลผลิตนำไปสู่การสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมั่นคง เพื่อให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยมีองค์ประกอบ 4 ด้าน คือ leader ตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านเครื่องจักรกลการเกษตรในอาเซียน innovat เพื่อช่วยเกษตรกรบริหารจัดการการเกษตรได้อย่างแม่นยำ seamless life ทำงานร่วมกันแบบไร้รอยต่อกับทุกภาคส่วน และสุดท้าย คือ sustainability มุ่งเน้นการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ การขับเคลื่อนธุรกิจของสยามคูโบต้าให้สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงในอีก 10 ปีข้างหน้า ด้านนายสมศักดิ์ มาอุทธรณ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า แนวทางการพัฒนานวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรของสยามคูโบต้านั้น ในยุคก
ซีพี ออลล์ ร่วมกับ สมาคมการค้าเอสเอ็มอีและแฟรนไชส์ไทย และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จัดสัมมนาพิเศษ “ปลุกพลังเถ้าแก่ชั้นเทพ ครั้งที่ 2 ตอนถอดรหัสธุรกิจ 4DNA” โดย วิทยากรผู้เชี่ยวชาญ และ 3 เถ้าแก่ยุคใหม่ที่ประสบความสำเร็จ พร้อมเผยแนวคิด ประสบการณ์ และสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรุ่นใหม่ สู่การค้นหาเอกลักษณ์ในโมเดลธุรกิจเพื่อสร้างความโดดเด่นไม่ซ้ำใคร โดยได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมาร่วมงานจำนวนมาก นายธานินทร์ บูรณมานิต กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทย กล่าวว่า “ซีพี ออลล์มีนโยบายในการส่งเสริมและให้โอกาสผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และผู้ประกอบการที่ต้องการทำธุรกิจร้านเซเว่น อีเลฟเว่นมาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้ และประสบการณ์ด้านการทำธุรกิจร้านค้าปลีกยุคใหม่ ตลอดจนเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการและคนรุ่นใหม่ จึงได้ร่วมกับสมาคมการค้าเอสเอ็มอีและแฟรนไชส์ไทย และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จัดสัมมนาครั้งใหญ่ ประจำปี“ปลุกพลั
แม็คโคร เดินหน้ากระตุ้นยอดขายกลางปี หวังผลักดันแม็คโครให้เป็นศูนย์รวมปลาคุณภาพนานาชนิดเพื่อผู้ประกอบการโฮเรก้าทั่วประเทศ พร้อมจัดงาน “เทศกาลกินปลา” ตลอดเดือนกรกฎาคมนี้ คุณศุภวุฒิ ไชยประสิทธิ์กุล ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินค้าธุรกิจประกอบการอาหาร บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา แม็คโครตอกย้ำการเป็นตัวจริงเรื่องสินค้าเกษตรคุณภาพ ปลอดภัย โดยให้ความสำคัญในการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม ภัตตาคาร ร้านอาหาร และธุรกิจบริการจัดเลี้ยงให้มีแหล่งซื้อสินค้าที่ครบครัน มีสินค้าหลากหลาย คุณภาพดี ในราคาขายส่งที่สามารถนำไปแปรรูป และปรุงเป็นเมนูอาหารต่างๆ ได้ตรงตามความต้องการ หรือนำไปขายต่อ เพื่อสร้างผลกำไร และเติบโตได้อย่างยั่งยืน ซึ่งตลอดเดือนกรกฎาคมนี้ เราได้จัดงาน “เทศกาลกินปลา” ที่แม็คโครทุกสาขาทั่วประเทศ โดยคัดสรรอาหารทะเลคุณภาพ สด มากกว่า 300 รายการ และยังเป็นศูนย์รวมปลาคุณภาพนานาชนิด ทั้ง ปลาสดจากทะเลและจากฟาร์มเกษตรกรไทย และปลานำเข้าจากแหล่งที่ดีที่สุด อาทิเช่น ปลาแซลมอลจากนอร์เวย์ แทซมาเนียนแซลมอนจากออสเตรเลีย ปลาออสเตรเลียคิงส์ฟิช ปลาทูน่า ปลาซาบะ ปลาแพนกาเซียส
ภูมิปัญญาชาวบ้านใช้เศษไม้ไผ่เหลือใช้ ประดิษฐ์เป็นถ้วยใส่กาแฟร้อนเย็น รวมทั้งทำเป็นแก้วน้ำดื่ม ลดการใช้แก้วพลาสติก พร้อมช่วยลดขยะตกค้างย่อยสลายยาก จนกลายเป็นปัญหาในการกำจัดอยู่ในขณะนี้ ตำบลบุ่งหวาย อําเภอวารินชําราบ จังหวัดอุบลราชธานี ถือเป็นแหล่งผลิตเฟอร์นิเจอร์จากไม้ไผ่ โดยชาวบ้านในตำบลนี้คุ้นเคยกับการนำไม้ไผ่มาผลิตเฟอร์นิเจอร์ ทั้งโต๊ะกินข้าว เก้าอี้ไม้ไผ่ แคร่ไม้ไผ่ใช้นอน จนเป็นที่ขึ้นชื่อและเป็นที่รู้จักของผู้ต้องการได้เฟอร์นิเจอร์จากไม้ไผ่ในจังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดใกล้เคียงมาสั่งซื้อไปใช้มานานหลายสิบปี ทำให้แต่ละปี มีเศษไม้ไผ่ที่ถูกนำไปแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์จำหน่ายถูกทิ้ง และนำไปทำเป็นถ่านจากไม้ไผ่ แต่เนื่องจากเนื้อไม้ของไม้ไผ่มีความเปราะบาง เนื้อไม่แน่นเท่ากับไม้ชนิดที่นำไปทำเป็นถ่าน ถ่านไม้ไผ่จึงไม่เป็นที่นิยมของตลาดเท่าไรนัก กระทั่ง คุณไพร ดาวประสงค์ อายุ 57 ปี ผู้ใหญ่บ้านวังยางนอก ตำบลบุ่งหวาย คิดนำเอาเศษไม้ไผ่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ถูกผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ทิ้งมาสร้างมูลค่า โดยประดิษฐ์เป็นถ้วยกาแฟร้อน-เย็น รวมทั้งแก้วน้ำใช้ดื่ม แทนการใช้แก้วพลาสติก หรือแก้วกระเบื้องที่มีราคาแ
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ได้สำรวจภาวะรายได้ของเกษตรกรไทย เมื่อปี 2558 พบว่า มียอดหนี้สินสูงกว่ารายได้ 25.5 เท่าตัว แถมตัวเลขหนี้สินของเกษตรกรมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะกลุ่มชาวนาไทย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงวัย ปรับตัวไม่ค่อยทันกับยุค Digital 4.0 เมื่อโลกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ประกอบกับขาดการจัดการไร่นาเชิงธุรกิจและแบกภาวะต้นทุนการผลิตที่ค่อนข้างสูง แต่ขายข้าวได้ราคาต่ำ ทำให้ชาวนาจำเป็นต้องกู้หนี้ยืมสินมาเป็นค่าใช้จ่ายเลี้ยงดูครอบครัว ชาวนาจำนวนมากจึงเสี่ยงต่อการสูญเสียที่ดินทำกินให้กับเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบ บมจ. อินทัช โฮลดิ้งส์ ผู้นำด้านธุรกิจโทรคมนาคม สื่อ และเทคโนโลยี ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย จึงได้จัดเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ สร้างโอกาสและเครือข่ายที่เข้มแข็งแก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนชาวนา ได้แก่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกข้าวเพื่อสุขภาพบ้านดักคะนน จังหวัดชัยนาท วิสาหกิจชุมชนปลูกข้าวเพื่อสุขภาพแก่นฝาง จังหวัดขอนแก่น วิสาหกิจชุมชนกลุ่มทำนาบ้านป่าไหม้ จังหวัดนครศรีธรรมราช วิสาหกิจชุมชนหอมกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนท่างามแสนสุข
