แปรรูปสินค้าเกษตร
อุตฯเซรามิกลำปางยอดร่วงต่อเนื่อง มูลค่าตลาดเหลือเพียงพันกว่าล้าน ตลาดในประเทศหดตัวหนัก 70-80% ผู้ประกอบการดิ้นสู้รุกเปิดตลาด CLMV พร้อมจับมือกันตั้งกลุ่มเซราคลัสเตอร์-สหกรณ์ หวังช่วยแก้ปัญหาการตลาด-ขาดแคลนแรงงานฝีมือ-ลดต้นทุนการผลิต เล็งใช้แขนกลในอนาคต เดินหน้าจัดงานลำปางเซรามิกแฟร์ 1-11 ธ.ค. 60 นายชัยณรงค์ จุมภู นายกสมาคมเครื่องปั้นดินเผาลำปาง จ.ลำปาง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันจังหวัดลำปางมีโรงงานผลิตเครื่องปั้นดินเผาตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ประมาณ 200-300 โรง ส่วนใหญ่เป็นโรงงานขนาดเล็ก หรืออุตสาหกรรมครัวเรือน ส่วนโรงงานขนาดใหญ่มีเพียง 20 กว่าโรงเท่านั้น ทั้งนี้เพราะโมเดลของจังหวัดลำปางเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดี ทำให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ปิดตัวลง ส่งผลให้บุคลากรที่เคยทำงานภายในออกไปเป็นผู้ประกอบการเองโดยการเปิดโรงงานขนาดเล็ก โดยจังหวัดลำปางมีผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาเกือบ 10 ประเภท ได้แก่ กระเบื้องเซรามิก ของชำร่วย ของที่ระลึก เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร เครื่องประดับ เตาอโรมา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ของตกแต่งบ้านและสวน ลูกกรง ลูกถ้วยไฟฟ้า และเครื่องดนตรี สำหรับภาพรวมอ
นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย(กยท.) เปิดเผยว่า ตามที่ กยท.ร่วมกับ 5 บริษัทผู้ส่งออกยางรายใหญ่ของประเทศ ประกอบด้วยบริษัท ศรีตรัง แอโกร อินดัสทรี จำกัด(มหาชน), บริษัท วงศ์บัณฑิต จำกัด, บริษัท เซาท์แลนด์ รับเบอร์ จำกัด, บริษัท ไทยฮั้วยางพารา จำกัด(มหาชน) และบริษัท ไทยรับเบอร์ ลาเท็คซ์ คอร์ปอร์เรชั่น ประเทศไทย จำกัด(มหาชน) จัดตั้งบริษัทร่วมทุนยางพาราไทย จำกัด เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2560 เงินทุนจดทะเบียน 1,200 ล้านบาท เพื่อเข้าซื้อขายยางพาราภายในประเทศและภูมิภาค ได้แก่ ตลาดกลางยางพารา กยท. 6 แห่ง และตลาดกลางภูมิภาค RRM (ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย) รวมถึงดำเนินการซื้อขายยางพาราผ่านตลาดล่วงหน้าบริษัทร่วมทุนฯ ซึ่งโครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อรักษาเสถียรภาพราคา กำหนดเพื่อยกระดับราคาในตลาดให้ได้ประมาณกิโลกรัม(กก.) ละ 60-70 บาท เมื่อราคานิ่งแล้วบริษัทจะหยุดดำเนินการ ปล่อยให้เป็นไปตามกลไกการตลาด ซึ่งราคายางแผ่นดิบรมควันชั้น 3 เมื่อวันที่ 5 กันยายน อยู่ที่ 60.50 บาท/กก. ถือว่าประสบผลสำเร็จ แต่ต้องดูสถานการณ์อีกสักระยะ หลังจากนั้นจะหารือกับบริษัทร่วมทุนฯเพื่อยุติการเข้าซื้อและคืนวงเง
คุณนคร ตระกูลรังสิ อยู่ที่คลอง 12 ตำบลบึงน้ำรักษ์ อำเภอธัญบุรี จ.ปทุมธานี เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนคุณพ่อคุณแม่มีอาชีพปลูกสวนส้มอยู่ในย่านนี้ ต่อมาสวนส้มที่ปลูกเริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับโรคระบาด จึงทำให้เริ่มมองหาอาชีพใหม่คือเป็นธุรกิจเกี่ยวกับการผสมดิน “ช่วงนั้นพอเรียนจบแล้ว เราก็มีเวลาว่าง เลยมีความคิดที่อยากจะหาอาชีพทำ ก็เลยมาทำธุรกิจทางด้านนี้ดู โดยครั้งแรกก็ทำแบบเล็กๆ ก่อน เมื่อเห็นว่าประสบผลสำเร็จดีแล้ว ก็ค่อยๆ ขยายพื้นที่ทำออกไปเรื่อยๆ จนตอนนี้เรียกว่า เป็นการค้าที่กว้างขวางมากขึ้น เป็นธุรกิจที่ทำกันในครอบครับ” คุณนคร เล่าถึงที่มา ในช่วงแรกทำเป็นอุตสาหกรรมเล็กๆ ได้คิดสูตรดินเองตามที่คิดขึ้น คุณนคร บอกว่า ช่วงนั้นก็ลองผิดลองถูกหลายขั้นตอนเหมือนกัน โดยนำคำติชมของลูกค้ามาพัฒนาให้มีดินที่ผสมมีคุณภาพดียิ่งขึ้น เมื่อขายได้ปริมาณมากๆ ก็จะผสมตามสูตรเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วยให้สอดคล้องกับปริมาณ โดยดินที่ผสมใช้ปลูกพืชของที่นี่จะเน้นทำ 2 สูตร คือ ดินสูตรชีวภาพและดินใบก้ามปู โดยส่วนประกอบหลักๆ คือ 1.หน้าดินที่ผ่านการร่อนจนละเอียด 2.ขุยมะพร้าว 3.ขี้เถ่า 4.แกลบดิบ นำส่วนผสมทั้งหมดมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน พร
รายงานข่าวจากสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย แจ้งว่า ไทยมีการส่งออกข้าวช่วง 7 เดือนแรกของปี 2560 ปริมาณรวม 6,409,702 ตัน มูลค่า 80,048 ล้านบาท หรือ 2,756 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยแง่ปริมาณส่งออกเพิ่มขึ้น 17.5% แง่มูลค่าเพิ่มขึ้น 10.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2559 ที่มีการส่งออกปริมาณ 5,454,975 ตัน มูลค่า 85,994 ล้านบาท หรือ 2,433 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทั้งนี้ เฉพาะการส่งออกข้าวเดือนกรกฎาคม 2560 มีปริมาณ 986,839 ตัน มูลค่า 15,122 ล้านบาท โดยแง่ปริมาณลดลง 4.9% แต่แง่มูลค่าเพิ่มขึ้น 0.9% เมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายน 2560 ที่มีการส่งออกข้าวปริมาณ 1,037,779 ตัน มูลค่า 14,983 ล้านบาท สาเหตุเดือนกรกฎาคมส่งออกข้าวขาวลดลง เนื่องจากปัญหาการส่งมอบที่ล่าช้าจากปัญหาด้านแรงงาน ส่งผลให้การส่งออกข้าวขาวมีปริมาณรวม 410,427 ตัน ลดลง 25.8% ส่วนใหญ่ส่งไปยังประเทศแคเมอรูน โมซัมบิก เบนิน อิหร่าน จีน แองโกล่า ญี่ปุ่น เป็นต้น ขณะที่การส่งออกข้าวนึ่ง มีปริมาณ 265,562 ตัน เพิ่มขึ้น 1.8% ตลาดหลักยังคงเป็นประเทศเบนิน และแอฟริกาใต้ และเริ่มการส่งให้กับบังคลาเทศ ส่วนการส่งออกข้าวหอมมะลิมีปริมาณรวม 272,817 ตัน เพิ่มขึ้นถึง 43% ในป
ปศุสัตว์จังหวัดพะเยา มอบใบรับรอง “โครงการเนื้อสัตว์ปลอดภัย ใส่ใจผู้บริโภค หรือปศุสัตว์ OK” แก่ เถ้าแก่เล็กเนื้อหมูตู้เย็นชุมชน ซีพี พอร์ค ชอป (CP Pork Shop) จำนวน 9 รายนำร่อง ในจังหวัดพะเยา ที่ร่วมกันพัฒนาและยกระดับมาตรฐานร้านจำหน่ายเนื้อสัตว์ ให้สอดคล้องกับหลักการมาตรฐานปศุสัตว์ OK ของกรมปศุสัตว์ เพื่อเป็นจุดสังเกตของผู้บริโภค ว่าเป็นร้านจำหน่ายเนื้อสัตว์จากแหล่งผลิตที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดกระบวนการ เนื้อหมูปลอดสารเร่งเนื้อแดง และปลอดภัยจากยาปฏิชีวนะตกค้าง100% นายพงศ์พัฒน์ ขัตพันธุ์ปศุสัตว์จังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า จากนโยบายของรัฐบาลในการผลักดันให้ไทยเป็นครัวของโลก กรมปศุสัตว์ได้เร่งพัฒนาสินค้าเกษตรและสินค้าปศุสัตว์ไทยให้ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ตลอดห่วงโซ่การผลิตตั้งแต่ระดับฟาร์มไปจนถึงสถานที่จำหน่าย โดยมีเป้าหมายในการคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความปลอดภัย ดังเช่นโครงการมาตรฐานปศุสัตว์ OK ที่กรมปศุสัตว์โดยปศุสัตว์จังหวัดพะเยา ได้ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเถ้าแก่เล็กเนื้อหมูตู้เย็นชุมชนร่วมกันดำเนินการตามมาตรฐานดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในกระบวนการผลิตจากบริษัทก็มีมาตรฐานที่ดีอยู่
โครงการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรในภูมิภาค ตามนโยบาย One Province One Agro-Industrial Product หรือ OPOAI (โอ-ปอย) ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นโครงการที่เกิดจากความพยายามของภาครัฐที่ได้น้อมนำปรัชญาแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 10 มาปรับใช้และนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตผลทางการเกษตรของประเทศ โดยดึงศักยภาพของวัตถุดิบในพื้นที่มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับประชาชนในท้องถิ่นและสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในเรื่องการ ก้าวสู่ ประเทศไทย 4.0 (Thailand 4.0) ที่จะสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนให้กับประเทศไทยในศตวรรษที่ 21 ทั้งนี้ เพื่อเป็นการขับเคลื่อนโครงการ OPOAI ให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างมีประสิทธิภาพ ทางสำนักปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมลงพื้นที่เยี่ยมสถานประกอบการภาคใต้ 2 แห่ง ประกอบด้วย เข้าเยี่ยม บริษัท เฉาก๊วยสงขลาชากังราว จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 45/6 หมู่ 6 ถนนลพบุรีราเมศวร์ ตำบลน้ำน้อย อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ประเภทอุตสาหกรรมอาหาร ประกอบกิจการผลิตแปรรูปเฉา
พาณิชย์บุกรง.ผลิตสมุนไพรชั้นนำไทย สำรวจศักยภาพการผลิต-การตลาด หวังเป็นข้อมูลดันไทยขึ้นแท่นศูนย์กลางสมุนไพรระดับอาเซียน พร้อมเตรียมปั้นสมุนไพร 4 ชนิด(บัวบก-ขมินชัน-ไพล-กระชายดำ) สู่ผลิตภัณฑ์ Thailand’s Signature ตลาดระดับโลก นางสาวชนินทร หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการกองนโยบายและยุทธศาสตร์การค้าสินค้าเกษตร(กษ.) กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ปัจจุบันความต้องการใช้สมุนไพรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งความต้องการในการบริโภคเพื่อการสร้างเสริมและดูแลสุขภาพรวมถึงความต้องการในการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มของสมุนไพรต่างๆเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและสร้างความหลากหลายในการใช้ประโยชน์จากสมุนไพร ส่งผลให้สมุนไพรถูกนำไปใช้ในอุตสากรรมหลายประเภทและสมุนไพรบางรายการก็เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคและผู้ผลิตเป็นอย่างสูงและสามารถสร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศ โดยประเทศไทยมีพืชสมุนไพรที่ชุมชนรู้จักสรรพคุณและนำมาใช้ประโยชน์กว่า 1,800 ชนิด และมี 300 ชนิดที่เป็นวัตถุดิบสมุนไพรที่หมุนเวียนในท้องตลาด โดยปัจจุบันไทยส่งออกสมุนไพรเป็นมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท สารสกัดจากสมุนไพรมูลค่ากว่า 270 ล้านบาท และผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เช่น สบ
ชาวสวนโอดขิงราคาดิ่ง กก. 3 บาท สวนทางค่าแรงวันละ 400 บาทตัดสินใจปล่อยร้าง “อบต.” เผย เกษตรกรลดพื้นที่ปลูกเหลือเพียงร้อยละ 20-30 วันที่ 31 สิงหาคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกษตรกรผู้ปลูกขิง ในพื้นที่ ต.แม่นาเรือ อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา กล่าวว่า สืบเนื่องจากราคาผลผลิตขิงในขณะนี้ตกต่ำอย่างมาก กก.ละ 2-3 บาทเท่านั้น ขณะที่ค่าแรงงานรายวันๆ ละ 400 บาท ประกอบกับผลผลิตขิงไม่ค่อยมีคุณภาพ เนื่องจากมีฝนตกบ่อยกระทบผลผลิตขิงเสียหาย ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกขิงส่วนใหญ่จึงตัดสินใจปล่อยทิ้งร้าง นางเป็ง ทองคำ อายุ 60 ปี บ้านเลขที่ 224 หมู่ 14 ต.แม่นาเรือ อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา กล่าวว่า ตนและสามีก็ทำสวนขิงเนื้อที่เล็กน้อยประมาณ 1 งาน แต่เนื่องจากปีนี้ขิงราคาไม่ดีเลย กก.ละ 2-3 บาท เท่านั้น ส่วนค่าจ้างแรงงานเก็บขิงวันละ 400 บาท เกษตรกรจึงตัดสินใจไม่จ้างเก็บ บางรายก็ปล่อยให้หญ้าขึ้นรกเพราะเก็บขายก็ไม่ได้ราคา ไม่คุ้มทุน ทำให้เกิดความเสียหายเช่นกัน ด้านนายสมบัติ สมศักดิ์ นายก อบต.แม่นาเรือ กล่าวว่า ตนได้ลงพื้นที่ทราบว่าเกษตรกรที่ปลูกขิงหลายหมู่บ้านสะท้อนเสียงเป็นทางเดียวกันว่า ปีนี้ราคาขิงตกต่ำอย่างมาก อีกทั้งขิงถูกน้ำ
กรมปศุสัตว์เตรียมชงข้อมูลวิชาการ “สารเร่งเนื้อแดงในหมู” ให้นายกฯประยุทธ์ก่อนบินไปอเมริกา ต.ค.นี้ รับมือหากประธานาธิบดี “ทรัมป์” หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นบีบไทยเปิดนำเข้า ฟากผู้เลี้ยงชี้หากเปิดนำเข้าเกษตรกรเดือดร้อนกันเป็นลูกโซ่ถ้วนหน้า ทั้งชาวนา-ชาวไร่ ข้าวโพด-มันสำปะหลัง นสพ.สรวิศ ธานีโต รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงกรณีนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา อาจหยิบยกเรื่องการส่งออกชิ้นส่วนสุกรที่มีการใช้สารเร่งเนื้อแดงในกลุ่มเบต้าอะโกนิสต์ของสหรัฐอเมริกาเข้ามาในไทยในช่วงระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปเยือนสหรัฐอเมริกาในเดือนตุลาคม 2560 ว่า กรมปศุสัตว์มีหน้าที่จัดเตรียมข้อมูลด้านวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยต่าง ๆ ในการใช้สารเร่งเนื้อแดงเลี้ยงสุกรว่าจะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคมากน้อยเพียงใดไว้รองรับ แต่ไม่ได้มีหน้าที่ในการเจรจา โดยการเจรจาเป็นหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเท่าที่ทราบยังไม่มีประเด็นเรื่องนี้ ส่วนกรณีที่กลุ่มผู้เลี้ยงหมูไทยได้ยื่นหนังสือคัดค้านการนำเข้าหมูของสหรัฐต่อ พล.อ.ประยุทธ์อีกครั้ง ทางกลุ่มผู้เลี้ยงคงเกรงว่าหากทางประธา
สํานักงานพาณิชย์จังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับ สภาเกษตรกรจังหวัดศรีสะเกษ ศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์อันเนื่องมาจาก พระราชดําริ และหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง จับมือจัดสัมมนา การพัฒนาเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ “ศรีสะเกษ เดินหน้าเกษตรอินทรีย์สู่ครัวโลก” ภายใต้โครงการยกระดับเศรษฐกิจพึ่งพาตนเอง ปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 (เพิ่มเติม) ผลักดันให้เป็นเมืองแห่งเกษตรอินทรีย์ โดยระดมความคิดเห็นจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อให้การขับเคลื่อนการพัฒนาการเกษตรอินทรีย์เป็นไปตาม เป้าหมายของรัฐบาล (เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 60) ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ อําเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางชุติมา บุณยประภัศร อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ดร.สุวิทย์ ชัยเกียรติยศ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ นางจันทิรา ยิ้มเรวัติ วิวัฒน์รัตน์ ร่วมเปิดงานสัมมนา เรื่องการพัฒนาเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ “ศรีษะเกษ เดินหน้าเกษตรอินทรีย์สู่ครัวโลก” โดยมีนายเมธี สุพรรณฝ่าย รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ หัวหน้าส่วนราชการ และแขกผู้มีเกียรติให้การต้อนรับ นางชุติมา กล่าวว่า
