แปรรูปสินค้าเกษตร
กุ้งจ่อม นึ่งให้อุ่นร้อน มีหอมแดงซอย พริกขี้หนูสด ขมิ้นขาว จัดแตงกวาหรือผักที่ชอบเป็นเครื่องเคียง ได้ข้าวสวยร้อนๆ รับรองว่าจะได้อิ่มอร่อยกับอาหารเพื่อสุขภาพ กุ้งจ่อมเป็นการนำกุ้งฝอย เกลือหรือน้ำปลาอย่างดีมาใส่ผสมรวมกัน แล้วทำการหมัก/ดอง 2-3 วัน แล้วใส่ข้าวคั่วหมัก 2-3 วัน เมื่อเปิดฝาโอ่งหรือถังหมักออกจะได้กลิ่นหอมหวนชวนกินยิ่งนัก กุ้งจ่อมคุณภาพเป็นหนึ่งอาหารคู่ครัวชาวอีสานหรือผู้คนทั่วไทย คุณภัทรา วารสิทธิ์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ (นวส.ชำนาญการ) สำนักงานเกษตรอำเภอประโคนชัย เล่าให้ฟังว่า เมื่อในอดีตพื้นถิ่นแห่งนี้จะมีข้าวปลาอาหารอุดมสมบูรณ์ ในฤดูฝนที่แหล่งน้ำธรรมชาติจะมีกุ้ง หอย ปูหรือปลา ให้ชาวบ้านจับมาเป็นอาหารคู่ครัวเรือน เมื่อมีปริมาณมากก็นำมาหมัก/ดอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกุ้งฝอย แม่บ้านเกษตรกรหรือชาวบ้านจะนิยมนำมาทำเป็นกุ้งจ่อม ด้วยวิธีการนำกุ้งฝอย ผสมเกลือหรือน้ำปลาอย่างดีหมัก/ดอง 2-3 วัน จากนั้นนำข้าวคั่วใส่ตามลงไป หมักต่ออีก 2-3 วันก็จะได้กุ้งจ่อมกลิ่นหอมหวนชวนกิน การพัฒนาคุณภาพกุ้งจ่อม สำนักงานเกษตรอำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ส่งเสริมให้แม่บ้านเกษตรกรหรือประชาชนรว
นางสาวจริยา จิราธิวัฒน์ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทยกล่าวว่า ดัชนีอุตสาหกรรมค้าปลีกครึ่งปีแรกของปี 2560 เติบโตเพียง 2.81% เป็นผลมาจากยอดค้าปลีกในไตรมาสสองเริ่มแผ่วตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาสแรกที่เติบโตถึง 3.02% สาเหตุหลักจากวัฏจักรของการจับจ่ายปกติจะเริ่มพุ่งสูงไตรมาสสี่ ส่งผลให้ไตรมาสแรกเติบโตด้วย จากนั้นไตรมาสสอง-สามจะค่อยๆ ชะลอตัวลง นอกจากนี้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการใช้จ่ายภาครัฐเริ่มอ่อนตัวลง เนื่องจากเป็นช่วงไตรมาสที่สามของงบประมาณ ส่งผลให้ภาพรวมธุรกิจค้าปลีกครึ่งปีแรกย่อตัวลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 2.81% สถานการณ์ค้าปลีกไตรมาส 2 เห็นการเติบโตเด่นชัดของหมวดสินค้าต่างๆ กระจุกตัวเฉพาะสาขากรุงเทพฯ ปริมณฑล และหัวเมืองท่องเที่ยวหลักๆ 2-3 จังหวัด คิดเป็นสัดส่วน 30% ของสาขาทั้งหมด ในทางกลับกันสาขาส่วนใหญ่อีก 70% ในต่างจังหวัด เติบโตที่อ่อนตัวลงอย่างมีนัยยะ ส่งผลให้ดัชนีในไตรมาสสอง ภาพรวมค้าปลีกครึ่งปีหลังอ่อนตัวลงตามไปด้วย สะท้อนให้เห็นว่ากำลังซื้อประชาชนในต่างจังหวัดอยู่ในช่วงไม่สู้ดีนัก นอกจากเศรษฐกิจจะไม่ฟื้นตัวแต่กลับอ่อนตัวลงไปอีก รัฐบาลต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมเน้นเป้าหมาย ให้
เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม นพ. สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์ฯโดยศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 6 ชลบุรี ได้สุ่มเก็บตัวอย่างอาหารทะเล จำนวน 54 ตัวอย่าง ได้แก่ ปลา หอย กุ้ง ปู หมึก และกั้ง จากแหล่งจำหน่ายอาหารทะเลที่สำคัญ ได้แก่ ตลาดหนองมน และสะพานปลา อ่างศิลา จังหวัดชลบุรี ตลาดประมงพื้นบ้านหาดสวนสน จังหวัดระยอง นำมาตรวจวิเคราะห์หาปริมาณสารปรอทที่ปนเปื้อน โดยใช้เครื่อง Mercury Analyzer หลักการ Cold Vapor Atomic Absorption Spectrometry (CVAAS) พบว่าอาหารทะเลทั้ง 54 ตัวอย่าง มีปริมาณสารปรอทต่ำกว่ามาตรฐานที่ประกาศกระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้มีได้ไม่เกิน 0.5 มิลลิกรัม ต่อกิโลกรัม (มก./กก.) อยู่ในระดับที่ปลอดภัยต่อการบริโภค “การเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านอาหารของกรมวิทยาศาสตร์ฯสามารถสร้างความมั่นใจในการบริโภคอาหารทะเล ให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวภาคตะวันออกของประเทศไทย ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับประเทศมากยิ่งขึ้น สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเลือกซื้ออาหารทะเลที่ปลอดภัย กรณีอาหารทะเลสด ควรสังเกตดูเปลือกและผิวหนัง หากตรวจดูแล้วยังไม่แน่ใจ อาจเทียบส
สหกรณ์การเกษตรใน 8 จังหวัดภาคเหนือเปิดจุดรับซื้อผลผลิตลำไยคุณภาพจากสมาชิกสหกรณ์และเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งคาดว่าเดือนสิงหาคมจะเป็นช่วงที่ลำไยจะมีปริมาณผลผลิตออกมาไม่น้อยกว่า 240,000 ตัน กรมส่งเสริมสหกรณ์จัดหาช่องทางจำหน่ายผลผลิตลำไยของสหกรณ์ ประสานความร่วมมือกับห้างโมเดินเทรด และเครือข่ายสหกรณ์ในภาคต่าง ๆ สั่งซื้อลำไยจากสหกรณ์ภาคเหนือเพื่อนำไปกระจายสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศ หวังบรรเทาปัญหาลำไยออกมากระจุกตัว ขณะที่บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด จัดกิจกรรมสั่งซื้อลำไยผ่าน Call Center 1545 และที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ จัดส่งลำไยผ่านไปรษณีย์ถึงหน้าบ้าน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภค ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ลำไยในภาคเหนือว่าผลผลิตเริ่มทยอยออกมาตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 โดยปริมาณลำไยในปีนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณทั้งสิ้น 377,687 ตัน โดยคาดว่าผลผลิตจะออกมากในช่วงเดือนสิงหาคม 2560 ปริมาณ 240,000 ตัน กรมส่งเสริมสหกรณ์จึงได้มีนโยบายสนับสนุนให้สหกรณ์การเกษตรในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่จังหวัดเชียงใหม่ลำพูน พะเยา แพร่ น่าน เชี
“ดีนาน” แบรนด์กาแฟเชียงใหม่เติบโตไม่หยุด เปิดพื้นที่อำเภอแม่แตงรุกทำไร่กาแฟออร์แกนิก ปั้นแบรนด์ท้องถิ่นบุกตลาดสุขภาพ ลุยเฟสแรกบนพื้นที่ 5 ไร่ คาดผลผลิตลอตแรกออกปลายปี’63 เผยตลาดกาแฟเชียงใหม่ยังขยายตัวต่อเนื่อง นายนิกร แสงดวงดี เจ้าของร้านกาแฟดีนาน แบรนด์กาแฟท้องถิ่นเชียงใหม่ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในช่วงระยะ 4 ปีที่ทำธุรกิจร้านกาแฟภายใต้แบรนด์ “ดีนาน” กิจการเติบโตขึ้นทุกปีเฉลี่ยปีละ 20% ปัจจุบันร้านกาแฟดีนานยังคงเป็นซุ้มกาแฟตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนสุเทพ เชียงใหม่ โดยมีเมนูกาแฟและชา จำนวน 30 เมนู ซึ่งจุดขายเด่นคือ คุณภาพและราคาไม่แพง ในราคาเริ่มต้นเพียง 25-45 บาทเท่านั้น มียอดขายต่อปีกว่า 2-3 ล้านบาท ทั้งนี้ จากฐานตลาดที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับเทรนด์การบริโภคที่คนหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น จึงวางแผนที่จะต่อยอดธุรกิจด้วยการลงทุนทำไร่กาแฟออร์แกนิก โดยร่วมทุนกับพาร์ตเนอร์ที่เป็นเจ้าของที่ดินราว 220 ไร่ที่หมู่บ้านแม่หลวงใน ตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวแบ่งโซนนิ่งปลูกชาเมี่ยง ทำนา ปลูกพืชสมุนไพร และไม้ผล เช่น อะโวกาโด โดยเป็
“Your Voice, We Care” เป็นโครงการสำคัญของเครือเบทาโกรซึ่งประสานความร่วมมือกับสถาบันอิสรา เพื่อนำไปสู่การพัฒนาและแก้ปัญหาด้านแรงงานในระยะยาว โดยนำเสียงสะท้อนและความคิดเห็นจากแรงงาน ต่างด้าว มาเป็นข้อมูลสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน และเป็นโครงการนำร่องเพื่อยกระดับมาตรฐานการจัดการด้านแรงงานของเครือเบทาโกรให้ก้าวไปอีกขั้น นอกเหนือจาก “มาตรฐานแรงงาน เบทาโกร” หรือ BLS (BETAGRO Labor Standard) ซึ่งสอดคล้องกับกฎหมายแรงงานไทย และกฎหมายการจัดการด้านแรงงานระหว่างประเทศ ที่กำหนดใช้ทุกบริษัทในเครือและขยายไปสู่ผู้ผลิตในซัพพลายเชน ตลอดจน Your Voice, We Care ยังสอดคล้องวัตถุประสงค์ของสถาบันอิสรา ในการยกระดับสภาพแวดล้อมการทำงานและสิทธิของแรงงานในประเทศไทยผ่านการสร้างความร่วมมือกับภาคธุรกิจ ทั้งนี้ ในการดำเนินโครงการ สถาบันอิสราจะใช้โมเดลการทำงานแบบการเฝ้าสังเกตการณ์แรงงานอย่างครอบคลุม (Inclusive Labour Monitoring) เป็นแนวทางในการขับเคลื่อน โดยใช้เสียงสะท้อนและความคิดเห็นจากแรงงานเป็นหลัก เพื่อความโปร่งใสในกระบวนการบริหารด้านแรงงานตลอดทั้งซัพพลายเชน และเสริมสร้างความเข้
อ.ส.ค. ปิ๊งไอเดียนำเข้าน้ำเชื้อแช่แข็ง-ย้ายฝากตัวอ่อนพันธุ์โคนม Girolando บราซิล ชี้ศักยภาพสายพันธุ์ดี ให้น้ำนมสูง มุ่งต่อยอดพัฒนาประสิทธิภาพการปรับปรุงพันธุ์โคนมไทย เพิ่มทางเลือกให้เกษตรกรยกระดับการผลิต ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เปิดเผยว่า จากการที่ได้ร่วมเดินทางกับคณะผู้บริหารกรมปศุสัตว์ไปศึกษาดูงานด้านการเลี้ยงโคนม ระบบการผลิตน้ำเชื้อแช่แข็ง และแนวทางปรับปรุงพันธุ์โคนมที่ประเทศบราซิล ทำให้ อ.ส.ค. มีแนวคิดที่จะนำเข้าน้ำเชื้อแช่แข็งและตัวอ่อนหรือเอมบริโอ (Embryo) โคนมสายพันธุ์กีร์โรลันโด (Girolando) จากบราซิล เพื่อพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์โคนมของไทย โดยโคนมพันธุ์ดังกล่าวเป็นลูกผสมระหว่างสายพันธุ์กีร์ของอินเดียกับพันธุ์โฮลสไตน์-ฟรีเชียนของยุโรป ถือเป็นพันธุ์ที่มีศักยภาพสูงพันธุ์หนึ่งซึ่งเป็นที่ยอมรับของหลายประเทศ ที่สำคัญยังให้ลูกสาวที่ให้ผลผลิตน้ำนมดิบสูงถึง 25-35 กิโลกรัม/ตัว/วัน ด้วย ทั้งนี้ หากนำน้ำเชื้อแช่แข็งและตัวอ่อนโคนมพันธุ์ Girolando เข้ามาต่อยอดพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์โคนมของ อ.ส.ค. อนาคตคาดว่า จะได้พ่อพันธุ์โคนมพันธุ์ดีท
นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า ในขณะนี้ปัจจัยจากต่างประเทศหลายอย่างส่งผลให้ราคายางปรับตัวสูงขึ้น ในขณะที่สภาพอากาศของไทยมีฝนตกชุก ชาวสวนไม่สามารถกรีดยางได้ ปริมาณน้ำยางออกสู่ตลาดน้อยลงเป็นผลให้ราคาปรับขึ้น นอกจากนี้มาตรการที่สนับสนุนให้หน่วยงานรัฐบาลใช้ยางให้แล้วเสร็จใน 3 เดือนโดยมติ คณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ที่ผ่านมาอนุมัติงบประมาณรวม 16,000 ล้านบาท และกยท.ได้เข้าซื้อยางในตลาดในฐานะกองทุนสร้างเสถียรภาพราคา 1,200 ล้านบาท แล้วเมื่อต้นสัปดาห์ ทั้งหมดทำให้แนวโน้มราคาปรับเพิ่มขึ้น จากการรายงานของตลาดกลางยางพาราจังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ยางแผ่นดิบแตะระดับ 53.28 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) ปรับตัวสูงขึ้น 0.70 บาทต่อกก. และยางแผ่นรมควันตะระดับ 56.56 บาทต่อกก. ปรับตัวสูงขึ้น 0.37 บาทต่อกก. ในทิศทางเดียวกับตลาดล่วงหน้าโตเกียวโดยมีปัจจัยบวกมาจากเงินเยนอ่อนค่า และการปรับขึ้นของราคาน้ำมัน ประกอบกับนักลงทุนขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรปหรืออียู อย่างไรก็ตามราคายางยังมีปัจจัยลบจากเงินบาทที่เคลื่อนไหวอยู่ในระดับแข็งค่า และ
เซเว่น อีเลฟเว่น ร่วมกับ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์, หอการค้าจังหวัดลำปาง, สมาคมการค้าปลีกและเอสเอ็มอีทุนไทย จัดงานสัมมนาพิเศษถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ผู้ประกอบการรายย่อย ปีที่ 10 “สร้างธุรกิจ อย่างคิดต่าง” มีผู้สนใจเข้าร่วมฟังกว่า 200 คน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น นายสุวิทย์ กิ่งแก้ว นายกสมาคมการค้าปลีกและเอสเอ็มอีทุนไทย และรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น ร้านอิ่มสะดวกของคนไทย กล่าวว่า เซเว่น อีเลฟเว่น ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมการศึกษา พัฒนาองค์ความรู้สู่ผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอีและร้านโชห่วย ร่วมกับ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์และ สมาคมการค้าปลีกและเอสเอ็มอีทุนไทย จัดงานสัมมนาให้ความรู้ในการดำเนินธุรกิจมาอย่างต่อเนื่องทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบันรวมเป็นเวลากว่า 10 ปี โดยได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการรายย่อย, เจ้าของร้านโชห่วยและประชาชนทั่วไปเข้าร่วมสัมมนาแล้วกว่า 7,500 คน ทั่วประเทศ เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันและสอดคล้องกับนโยบายภาครัฐที่ให้ความสำคัญในการส่งเสริมธุรกิจรายย่อยหรือเอสเอ็มอี สมาคมฯจึงได้จัดงานสัมมนาพิเศษ
คุณบุญเสริม สุวรรณประภา อยู่บ้านเลขที่ 15 หมู่ที่ 8 ตำบลคุ้งกระถิน อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีมีอาชีพขายของทั่วไป โดยช่วงนั้นมองว่าในพื้นที่บริเวณนี้ค่อนข้างมีวัตถุดิบที่เป็นทางมะพร้าว เพราะชาวบ้านในแทบนี้มีการปลูกมะพร้าวกันมาก จึงทำให้ได้มองเห็นโอกาสในการทำธุรกิจเกี่ยวกับไม้กวาด “เรามองว่าถ้าเราจับทำสินค้าชนิดนี้ ไม่น่าที่จะหาวัตถุลำบาก เพราะว่ามีมาก ซึ่งคนที่อื่นยังมาหาซื้อทางมะพร้าวจากที่นี่ และก็ส่งตัวสินค้ามาขายในแถบนี้ เราก็เลยมองว่าโอกาสในเรื่องนี้ไม่น่าจะยากก็เลยตัดสินใจทำเป็นอาชีพเสริมก่อนในช่วงนั้น ต่อมาเมื่อตลาดมีความต้องการมากขึ้นก็ค่อยๆ ขยายธุรกิจออกไป จนเวลานี้เรามีสินค้าทั้งไม้กวาดทางมะพร้าวและไม้กวาดดอกหญ้าด้วย เรียกว่าครบวงจร” คุณบุญเสริม เล่าถึงที่มา เนื่องจากการทำไม้กวาดมีขั้นตอนหลายอย่าง คุณบุญเสริม บอกว่า จะทำการกระจายงานออกไปไม่ได้ทำเพียงแหล่งเดยว โดยจะติดต่อกับกลุ่มแม่บ้านในพื้นที่ต่างๆ ไว้ จากนั้นก็จะนำงานที่มีไปส่งให้กับกลุ่ม จึงเป็นเหมือนการกระจายรายได้ให้กับชุมชนอย่างแท้จริง โดยที่ทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างรายได้ไปด้วยกัน
