เทคนิคเกษตร
จนกระทั่งจวนหมดฤดูฝน ผมถึงนึกได้ว่า ผมยังไม่ได้เล่าแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเก็บพืชผักอาหารข้างทาง ที่ผมทำมาตลอดช่วงหลายปีนี้ให้ฟังกันเลย วันนี้จึงจะขอเล่าเรื่องวิถีชีวิตพื้นๆ ธรรมดาๆ ที่ผมทำในบางวัน เผื่อว่าบางคนจะอยากลองทำดูบ้างนะครับ ปีนี้ ผมย้ายมาพักอาศัยแถบชายขอบเมืองฝั่งธนบุรีด้านตะวันตกสุด ในพื้นที่ลุ่มน้ำคลองภาษีเจริญและคลองสาขาที่เป็นพื้นที่นาและสวนเก่า ซึ่งแต่เดิม คงเป็นพื้นที่ดินเค็ม น้ำกร่อย เพราะเห็นมีพืชสกุลป่าชายเลนขึ้นอยู่บ้างประปราย และแม้ว่าจะเป็นเขตบ้านจัดสรรไปแล้วหลายต่อหลายแห่ง ทว่าก็ไม่ได้ตั้งกันหนาแน่นนัก ยังมีพื้นที่ว่างเปล่า ทั้งริมคลอง สวนร้าง ป่าโปร่งข้างทาง ที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ตามแบบการจัดสรรพื้นที่เมืองใหญ่อยู่มาก สำหรับคนที่นิยมการออกกำลังกายโดยการเดิน วิ่งจ๊อกกิ้ง หรือชอบขี่จักรยานแบบผม นี่นับเป็น “พื้นที่สีเขียว” ที่มีความหลากหลายของวิวทิวทัศน์ ผู้คนและกิจกรรม ร้านอาหารค่อนข้างดี และสำหรับคนทำอาหารผู้ชอบแสวงหาวัตถุดิบธรรมชาติ ย่อมเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความสนุกตื่นเต้น ท้าทาย สภาพพื้นที่กึ่งป่า กึ่งสวน กึ่งเมืองเช่นนี้คงมีทั่วทุกภาคของประเทศนะครับ และย
คุณภาสันต์ นุพาสันต์ ผู้ช่วยเลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการติดตามงานโครงการต่างๆ ของสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ ได้พบกับเกษตรกรที่มีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มวิสาหกิจแปรรูปผลไม้และสับปะรด เนื่องจากเมื่อก่อนในพื้นที่มีการปลูกสับปะรดมาก ต่อมาเกษตรกรได้ความรู้จากพระภิกษุสงฆ์ที่นำต้น “32 ประดง” หรือ สิรินธรวัลลี พืชพื้นถิ่น พื้นที่บ้านห้วยเล็บมือ ตำบลหนองเดิ่น อำเภอบุ่งคล้า มีขึ้นตามธรรมชาติจำนวนมาก มาทำยารักษาโรคผิวหนังให้กับชาวบ้านแล้วอาการดีขึ้นตามลำดับจนหาย กลุ่มจึงต่อยอดด้วยการนำ “32 ประดง” มาทำการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อใช้บำรุงรักษาสุขภาพของสมาชิกในกลุ่ม ซึ่งสภาเกษตรกรจังหวัดบึงกาฬได้เข้าสนับสนุนนำความรู้จากหน่วยงาน อาทิ เกษตรและสหกรณ์จังหวัด การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด พาณิชย์จังหวัด แรงงานจังหวัด เป็นต้น เพื่อกลุ่มจะได้ต่อยอดองค์ความรู้สู่การแปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้หลากหลายต่อไปในอนาคต คุณโชคดี คุณโดน ประธานกลุ่มวิสาหกิจแปรรูปผลไม้และสับปะรด เล่าให้ฟังว่า ในชุมชนมีการปลูกสับปะรดและมะนาวเป็นจำนวนมาก เมื่อมีปัญหาราคาผลผลิต ชาวบ้าน
ชื่อสามัญ : แปะตำปึง, กิมกอยมอเช่า, จินฉี่เหมาเยี่ย, จักรนารายณ์, ผักพันปี ชื่อวิทยาศาสตร์ : Gynura divarigata วงศ์ : Compositae ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : เป็นไม้พุ่มเตี้ย ลำต้นอวบน้ำ (Herbaceous) สีเขียวอ่อนปนม่วง ดอกเป็นช่อตรงก้านดอกยาวชูตรง ดอกมีสีเหลืองสวยงามน่ารัก ออกดอกเป็นระยะตลอดทั้งปี ใบหนาอวบน้ำเช่นกัน ใบมีลักษณะ 2 แบบ คือทั้งแบบกลม และใบรี สรรพคุณไม่ต่างกัน แต่ชนิดใบกลมจะมีขนอ่อนๆ คลุมหนากว่าชนิดใบรีหน่อยหนึ่ง เป็นต้นไม้ที่เลี้ยงง่าย ปลูกง่าย ขึ้นได้ดีในดินทุกชนิด ชอบน้ำ สามารถอยู่ได้ทั้งกลางแจ้งและในร่ม เวลาปลูกชิดกันเป็นกอ ก็จะแน่น ดูสวยงาม ใช้เป็นไม้คลุมดินในงานจัดสวนได้เลย ผู้เขียนก็ใช้อยู่บ่อยๆ ปลูกสลับกับไม้คลุมดินอื่นๆ ได้ดี เพื่อเพิ่มสีสันให้สวนสวย เนื่องจากใบสีเขียวอ่อนสดชื่นสบายตา แปะตำปึง นำเข้ามาในบ้านเราเมื่อ 5-6 ปี ที่แล้ว พร้อมๆ กับหญ้าปักกิ่ง สรรพคุณทางยา แปะตำปึง จัดว่าเป็นสมุนไพรประเภทครอบจักรวาลก็ว่าได้ เช่น ฟอกโลหิตสตรี ช่วยขับสารพิษต่างๆ รักษาเริม งูสวัด ลดความดันโลหิต บรรเทาอาการภูมิแพ้ บำบัดโรคริดสีดวงทวาร และอื่นๆ วิธีรับประทาน ให้เด็ดใบสดมาล้างน้ำ
ฉบับนี้ ขอแหวกความคุ้นชินด้วยการเขียนถึงยาตำรับดั้งเดิมของไทย นั่นคือ ยาจันทน์ลีลา ซึ่งประกอบด้วย โกฐสอ โกฐเขมา โกฐจุฬาลัมพา แก่นจันทน์ขาวหรือจันทน์ชะมด แก่นจันทน์แดง ลูกกระดอม เถาบอระเพ็ด รากปลาไหลเผือก อย่างละ 4 ส่วน และพิมเสน 1 ส่วน สรรพคุณเด่นของจันทน์ลีลาที่ใช้กันมาแต่เดิมคือ แก้ไข้และแก้ตัวร้อน โดยที่สรรพคุณแก้ไข้นั้นผู้เขียนสืบค้นจนทราบว่า มีการทดลองในสัตว์ทดลอง โดยเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มให้ยาพาราเซตามอล กลุ่มไม่ให้ยาพาราเซตามอล และกลุ่มให้ยาจันทน์ลีลา พบว่า จันทน์ลีลา (ตำรับที่พัฒนาขึ้นใหม่) มีฤทธิ์ลดไข้ได้ดีไม่แพ้ยาพาราเซตามอล อีกทั้งไม่มีผลข้างเคียงและการสะสมในตับระยะยาวแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยาแก้ไข้ตามองค์ความรู้และการใช้ของแพทย์แผนไทยนั้นมีอยู่หลากหลาย ทั้งที่เป็นสมุนไพรเดี่ยวและยาตำรับ ผู้เขียนจึงแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับยาแก้ไข้ โดยเฉพาะจันทน์ลีลากับอาจารย์และรุ่นพี่ที่อยู่ในแวดวงนี้บางท่าน ทำให้ได้มุมมองที่น่าจะนำมาเล่าสู่กันฟัง โดยหวังว่าจะเป็นการจุดประกายให้มีการครุ่นคิด แลกเปลี่ยน และวิเคราะห์วิจัยเกี่ยวกับสมุนไพรไทยให้กว้างขวางยิ่งขึ้น ผู้เขียนได้ข้อมูลว
คนไทยปัจจุบันกินน้ำปลาเป็นเครื่องปรุงรสเค็มกันแพร่หลายทั่วประเทศ จนบางทีเราเกือบลืมไปแล้วว่า ก่อนที่น้ำปลาขวดจะมีให้ซื้อหาง่ายๆ นั้น คนภาคเหนือยังกินเค็มจากปลาร้า ถั่วเน่าเมอะ คนอีสานก็เช่นกัน กินปลาร้า ปลาแดก เค็มหมากนัด คนใต้กินบูดู ไตปลา กะปิ เช่นเดียวกับคนภาคกลาง ที่แม้จะปรากฏว่าเป็นแหล่งทำน้ำปลามาตั้งแต่สมัยอยุธยา แต่ก็กินกะปิ ปูเค็ม ฯลฯ ตามหลักฐานเอกสารเก่ากันด้วย คำให้การชาวกรุงเก่า ฉบับหอหลวง พูดถึง “เรือปากใต้กว้าง 6 ศอก 7 ศอก ชาวบ้านยี่สารบ้านแหลม เมืองเพชรบุรี แลบ้านบางตะบูนบ้านทะลุบรรทุกกะปิน้ำปลาปูเคมปลากุเราปลากะพงปลาทูปลากะเบนย่างมาจอดเรือขายแถววัดเจ้าพระนางเชิง..” บ่งถึงว่า ในเขตจังหวัดชายทะเลภาคกลางคงเป็นแหล่งทำน้ำปลาและเครื่องของดองเค็มที่สำคัญในเวลานั้น บันทึกชาวต่างชาติที่เข้ามาสมัยอยุธยามักจดไว้ค่อนข้างละเอียดถึง “ของเหม็น” อันได้แก่ กะปิ ปลาร้า น้ำปลา น้ำเคย ที่ชาวอยุธยานิยมใช้เข้ากับข้าวเกือบทุกอย่าง ราชทูต เดอ ลาลูแบร์ แห่งฝรั่งเศส (พ.ศ. 2231) บอกว่า “เมื่อจับได้ปลาเหล่านั้นหมักเกลือไว้ด้วยกันตามวิธีที่ชาวสยามเคยทำกันมา แล้วใส่รวมลงในตุ่มหรือไหดินเผา ปลาเหล่านั้
อำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรม ได้แก่ การทำสวนยางพารา ลองกอง เงาะ ทุเรียน ทำนา ทำไร่ ประมงน้ำจืด (อาชีพตามฤดูกาล) ฯลฯ รายได้เฉลี่ยของประชากร 41,515 บาท/คน/ปี ภายในชุมชนแห่งนี้ ยังเป็นที่ตั้งของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ คือ โครงการศูนย์ศิลปาชีพบ้านพิเทน อยู่ที่หมู่ที่ 2 ตำบลพิเทน อำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี ที่ผ่านมา สำนักงาน กศน.จังหวัดปัตตานี เข้าไปพัฒนาคุณภาพการศึกษา/พัฒนาคุณภาพชีวิตชาวบ้านให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่น ส่งเสริมอาชีพตามบริบทของพื้นที่และวิถีชุมชน เผยแพร่ความรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้ชาวบ้านใช้เป็นหลักในการดำเนินชีวิต อำเภอทุ่งยางแดง มีสินค้าจากภูมิปัญญาชาวบ้านที่สำคัญหลายชนิด ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มปักผ้าคลุมผม กลุ่มทอผ้าด้วยกี่กระทบ การแสดงปัญจสีลัต คณะลิเกฮูลู มีดกรีดยางพารา และ “สาคูรสอร่อย” จากป่าสาคูตามธรรมชาติ ป่าสาคู มีความสำคัญกับวิถีชีวิตชาวบ้านอย่างมาก เพราะใช้เป็นพืชอาหาร เปลี่ยนต้นไม้เป็นที่อยู่อาศัย และสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชากรในพื้นที่พอสมควร ซึ่ง กศน.อำเภอทุ่งยางแดง มีส่วนร่วมใน
กาแฟสายพันธุ์โรบัสต้า เป็นกาแฟที่นิยมปลูกในพื้นที่ราบ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่มากนัก ในประเทศไทยเรานิยมปลูกกาแฟสายพันธุ์โรบัสต้ามากในภาคใต้ โดยร้อยละ 98 กระจุกตัวอยู่ในภาคใต้ มีเพียงร้อยละ 2 เป็นกาแฟอาราบิก้า ที่นิยมปลูกในภาคเหนือ ในอดีต กาแฟโรบัสต้า ปลูกมากที่สุดในจังหวัดชุมพร ระนอง กระบี่ และสุราฎร์ธานี แต่ปัจจุบันเมื่อราคาซื้อขายปาล์มน้ำมันและยางพาราสูงขึ้น เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟส่วนใหญ่จึงพากันโค่นต้นกาแฟ และลงยางพาราหรือปาล์มน้ำมันแทน พื้นที่ปลูกกาแฟจึงลดลงตามลำดับ ประกอบกับราคาซื้อขายเมล็ดกาแฟสดลดลงเรื่อยๆ ทำให้การทำไร่กาแฟถูกละเลย ข้อมูลจากกรมวิชาการเกษตร พบว่า สถานการณ์พื้นที่ปลูกกาแฟไทยปัจจุบันลดลงค่อนข้างมาก โดยเฉพาะกาแฟโรบัสต้าในภาคใต้ ที่ลดลงสูงมากถึงปีละประมาณ 20,000 ไร่ เนื่องจากเกษตรกรนำพื้นที่ไปปลูกยางพาราและปาล์มน้ำมันแทน กาแฟคลองท่อม หรือกาแฟกระบี่ เป็นกาแฟที่ได้รับการยอมรับเรื่องคุณภาพระดับหนึ่ง เนื่องจากบริเวณพื้นที่ปลูกมีแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์ ตำแหน่งพื้นที่และสภาพอากาศเหมาะสม ผลผลิตเมล็ดกาแฟพันธุ์โรบัสต้าของอำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ จึงกลายเป็นพืชเศรษฐกิจประจำท้องถิ่
ช่วงนี้เทรนด์ “รักษ์โลก” กำลังมาแรงเป็นอย่างมากในทุกวงการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกินอยู่ หรือแม้กระทั่งวงการ “แฟชั่น” มีการนำเส้นใยธรรมชาติ หรือสังเคราะห์จากธรรมชาติมาใช้ในการออกแบบเสื้อผ้า เครื่องประดับ นับเป็นจุดเปลี่ยนแปลงที่ดี เพราะทุกคนจะได้มีส่วนร่วมในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไปด้วยกัน เส้นใยกล้วย ในงานแฟชั่นสิ่งทอ ผลงาน “มทร. ธัญบุรี” มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร. ธัญบุรี) เป็นหนึ่งในสถาบันการศึกษาที่สนใจกระแสแฟชั่นรักษ์โลก จากเส้นใยกล้วย สิ่งทอ Eco-friendly ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ เสื้อผ้า กระเป๋าถือ หมวก และรองเท้า ฯลฯ ทีมนักวิจัยได้นำวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการผลิตกล้วยมาพัฒนาเป็นเส้นใยอุตสาหกรรมสิ่งทอ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ลดการนำเข้าเส้นใยธรรมชาติจากต่างประเทศ และช่วยเพิ่มทางเลือกใช้ผ้าจากเส้นใยธรรมชาติให้กับผู้ประกอบการแฟชั่นเครื่องแต่งกายและเคหะสิ่งทอภายในประเทศ นวัตกรรมการแปรรูปเส้นใยกล้วย เป็นประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมเครื่องแต่งกายและภาคเกษตรอย่างดีเยี่ยม ส่งผลให้งานวิจัยชิ้นนี้ ได้รับรางวัล Platinum Award พร้อมถ้วยรางวัลพระราชทานจาก
เมื่อ 3 ปีก่อน คุณสุธิดา สุขวิเศษ นักศึกษาสาววัย 21 ปี ตัดสินใจลงทุนทำอาชีพเพาะพันธุ์ปูนาขาย สร้างรายได้เป็นทุนการศึกษาระหว่างเรียน ในวันนี้กิจการฟาร์มปูนาขนาดเล็กๆ ของเธอ พัฒนาเป็นฟาร์มปูนา ที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งใน จ.ราชบุรี ผลิตสินค้าส่งขายทั่วไทยและป้อนตลาดส่งออก โกยรายได้ก้อนโตเลี้ยงดูครอบครัวได้อย่างมั่นคง ทุกวันนี้ เธอเปิดบ้านให้ผู้สนใจจากทั่วประเทศเข้ามาเยี่ยมชมกิจการและเรียนรู้เริื่องการเลี้ยงปูนากันแบบไม่หวงวิชา ปัจจุบัน คุณสุธิดา สุขวิเศษ วัย 24 ปี อาศัยอยู่บ้าน หมู่ที่ 13 ต.คุ้งพะยอม อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เธอพาชมจุดเพาะเลี้ยงบริเวณข้างบ้าน พบพ่อแม่พันธุ์ปูนาขนาดใหญ่ ก้ามโต รวมไปถึงลูกปูนาอีกจำนวนมาก ถูกแยกเลี้ยงเป็นอย่างดีอยู่ในรองปูนและกะละมังพลาสติก เพื่อเตรียมจำหน่ายให้แก่ผู้ที่สนใจนำไปเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ต่อ และผู้ที่นำไปบริโภค คุณสุธิดา เปิดเผยว่า ช่วงที่ตนกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 สาขาสังคมศึกษา คณะมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม มีค่าใช้จ่ายมาก จึงคิดอยากหาอาชีพระหว่างเรียน เพื่อแบ่งเบาภาระครอบครัวอีกทางหนึ่ง จึงหาข้อมูลอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร ด้วยม
ถั่วพู ไม่ใช่ ถั่วพลู (ถั่ว ก็ ถั่ว พลู ก็ พลู) ชื่อสามัญ : ถั่วพู, winged bean, princess bean ชื่อวิทยาศาสตร์ : Psophocarpus tetragonolobus วงศ์ : Leguminosae ถั่วพู มักถูกเรียกผิดๆ ว่า ถั่วพลู เป็นประจำ ที่จริงต้องเรียกว่า ถั่วพู จึงจะถูกต้อง ผู้เขียนเห็นใครเรียกถั่วพลูจะหงุดหงิดทุกครั้งไป คนตั้งชื่อเขาคิดดีคิดถูกแล้ว ที่เรียกว่า ถั่วพู ก็เพราะลักษณะของฝัก จะเป็นพู มี 4 แฉก ซึ่งตรงกับคอมมอนเนม ภาษาอังกฤษว่า winged bean หากรักกันจริงทราบแล้วโปรดเรียกให้ถูกกันสักนิดนะครับ ภาษาไทยของเรายอดเยี่ยมอยู่แล้ว ช่วยกันอนุรักษ์ไว้ให้ดีเถอะ ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ถั่วพู เป็นไม้เลื้อย อายุหลายปี (Herbaceous perennials plant) เมื่อถึงวัยแก่เต็มที่ ส่วนลำต้นที่เป็นเถาเหนือดินก็จะแห้งเหี่ยวตายไป เหลือไว้เพียงหัวหรือลำต้นใต้ดิน แอบซุ่มรอคอยเวลาเจริญเติบโตได้ในฤดูฝนถัดไป ดอกถั่วพูจะเป็นชนิดดอกสมบูรณ์เพศ กลีบดอกมีสีม่วงอ่อนอมขาว หากมีค้างให้ก็สามารถเลื้อยไปได้ไกลๆ ระบบรากของถั่วพูจะแข็งแรงมาก มีจำนวนปมจุลินทรีย์ (Rhizobium) ที่ช่วยตรึงไนโตรเจนจากอากาศได้มากกว่าถั่วชนิดอื่นด้วยกัน จึงเหมาะสำหรับปลูกบำรุงด
