เทคนิคเกษตร
ปลานิล มีนิสัยหากินตามพื้นบ่อที่อาศัยอยู่ และคลุกเคล้าขุดบ่อตื้นๆ ที่พื้นก้นบ่อส่งผลให้กลิ่นโคลนซึมซับเข้าไปในตัวปลาเมื่อถึงวัยที่ต้องจับส่งขายตลาด ทั้งนี้ วิธีลดกลิ่นสาบโคลนในตัวปลานิลที่เกษตรกรใช้กันอยู่ คือ ก่อนส่งจำหน่าย ให้นำปลามาเลี้ยงในบ่อซีเมนต์ หรือเลี้ยงในกระชังในแหล่งน้ำสะอาด แล้วให้อาหารเม็ด เป็นเวลา 3-5 วัน จะทำให้กลิ่นสาบโคลนหายไป กรณีดังกล่าว แม้ว่าจะทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นก็ตาม แต่ถ้าหากเลี้ยงปลาให้ได้ขนาดและคุณภาพตามที่ตลาดต้องการแล้วละก็ ลูกค้าคงไม่ว่ากระไร ขอให้คุณปฏิบัติตามคำแนะนำข้างต้น ผมมั่นใจว่า ปัญหาดังกล่าวย่อมหมดไปอย่างแน่นอนครับ
ผมได้ไปฟัง พี่ชัย – คุณศักดิ์ชัย ชาตาดี เครือข่ายวนเกษตรสนามชัยเขต ฉะเชิงเทรา มาร่วมพูดคุยเรื่องผักยืนต้นในงานอบรม “โรงเรียนอธิปไตยทางอาหารปี 2 ผักยืนต้นกับความมั่นคงทางอาหาร” ซึ่งมูลนิธิชีววิถี (Biothai) จัดขึ้นที่สวนชีววิถี ตำบลไทรม้า เมืองนนทบุรี พี่ชัย ในฐานะผู้ปฏิบัติจริงเกี่ยวกับเรื่องวนเกษตรและการใช้ทรัพยากรใน ‘ป่าครอบครัว’ มานานนับสิบปี ได้พูดเรื่องที่ผมคิดว่าน่าจะมีประโยชน์ต่อคนที่เริ่มคิดปลูกไม้ยืนต้นในพื้นที่ เพื่อใช้ประโยชน์ระยะยาวด้านต่างๆ เลยจะขอสรุปสั้นๆ มาเล่าสู่กันฟังตามความเข้าใจของผมนะครับ ที่จริงผมก็เพิ่งรู้ว่า ก่อนที่จะมาทำงานอยู่ที่วนเกษตร บ้านนาอีสาน ตำบลท่ากระดาน อำเภอสนามชัยเขต นั้น พี่ชัยเป็นคนพื้นเพบ้านกง อำเภอกงไกรลาศ สุโขทัย ซึ่ง “มีชีวิตอยู่กับน้ำเลยนะ สี่เดือนต่อปีนี่ น้ำจะท่วมพื้นที่หมดเลย ตอนนั้นที่บ้านก็ทำนา หาของป่า การไปตลาดของเรานี่ไม่ได้ไปซื้อของนะ แต่คือเก็บผักตามป่าไปขาย เรียกว่าธรรมชาติมีของให้เราเก็บกินเยอะมาก ทีนี้เมื่อบางแห่งมันถูกทำลายจนเริ่มจะหมดไป เราก็ต้องพยายามสร้างระบบขึ้นใหม่ ให้มันมีความยั่งยืนจนเราพึ่งพิงได้เหมือนเดิม ฐานคิดเราก็อยู่
นโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อปี 2542 สนับสนุนให้ทุกครัวเรือนปลูกกล้วยน้ำว้า เพื่อบริโภค และสร้างรายได้จากผลิตผลของกล้วยน้ำว้า ส่งผลให้ชาวอำเภอราชสาสน์ จังหวัดฉะเชิงเทรา มีรายได้ต่อยอดจากการแปรรูปกล้วยน้ำว้า มาจนถึงปัจจุบัน คุณจินตนา ตันเจริญ ประธานกลุ่มสตรีแปรรูปกล้วย ตำบลบางคา อำเภอราชสาสน์ จังหวัดฉะเชิงเทรา จัดบริเวณพื้นที่บ้านส่วนหนึ่งให้เป็นสถานที่แปรรูปกล้วยน้ำว้า ให้เป็นกล้วยอบราชสาสน์ จำหน่ายตามยอดการสั่งซื้อของลูกค้า เมื่อมีการปลูกกล้วยน้ำว้าทุกครัวเรือน ประกอบกับได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐ ทำให้ผลผลิตจากกล้วยล้นตลาด เมื่อผลผลิตมากขึ้น กลุ่มแม่บ้านที่มีการรวมตัวกันอยู่แล้ว จึงมีแนวคิดแปรรูปกล้วยขาย เพื่อลดความเสียหายจากผลกล้วยสดที่จำหน่ายไม่หมดลง เป็นโชคดีของกลุ่มแม่บ้านในจังหวัดฉะเชิงเทราที่ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ ส่งให้ คุณจินตนา ในฐานะประธานกลุ่ม เป็นตัวแทนอำเภอราชสาสน์ ไปอบรมการแปรรูปที่สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ กรุงเทพฯ และเรียนรู้การใช้เครื่องมือสำหรับอบกล้วย เพื่อนำมาเผยแพร่ และครั้งนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของกลุ่มแม่บ้านสตรีแปรรูปกล้วย ที่นำโดยค
ผ้ามัดหมี่ ผ้าลายงาม งานฝีมือเกษตรกรไทยด้วยการนำเชือกไปมัดเส้นด้าย ฝ้ายหรือเส้นไหม แล้วย้อมเป็นสีต่างๆ เมื่อนำไปทอจะเกิดลวดลายสีสันที่งดงามปรากฏบนผืนผ้า หรือเรียกว่าผ้ามัดหมี่ เป็นผลิตภัณฑ์ไทยคุณภาพที่ทั้งชาวไทยและชาวเทศชื่นชอบและมีส่วนร่วมกันอนุรักษ์ผ้าไทยให้คงอยู่สืบไป แล้วยังได้ร่วมสนับสนุนให้เกษตรกรไทยมีอาชีพและมีรายได้เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีพที่มั่นคงยั่งยืน วันนี้จึงนำเรื่อง “ผ้ามัดหมี่ ผ้าทอลายผืนงาม ผลิตภัณฑ์ไทยเพื่อเกษตรกรไทย” สินค้าคุณภาพเมืองลพบุรี มาบอกเล่าสู่กัน คุณสังคม แก้วสีโส นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโคกเจริญ เล่าให้ฟังว่า ประชาชนหรือเกษตรกรบ้านหนองกระชายงาม ทำนาเป็นอาชีพหลัก รองลงมาเป็นทำไร่ ปลูกพืชผักหรือเลี้ยงสัตว์ และทอผ้ามัดหมี่เป็นอาชีพเสริม การพัฒนาคุณภาพผ้ามัดหมี่ อบต.โคกเจริญ ได้สนับสนุนให้ประชาชนหรือเกษตรกรรวมตัวกันจัดตั้งเป็นกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านหนองกระชายงาม เพื่อเป็นศูนย์กลางการทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อเสริมสร้างความสามัคคี เป็นศูนย์กลางการรองรับองค์ความรู้จากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อนำไปพัฒนาอาชีพ การทอผ้ามัดหมี่มรดกที่ได้รับสืบทอดต่อมาจากบรรพบุ
อันที่จริงมะม่วงกวน หรือส้มแผ่น ส้มลิ้ม เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านแต่ดั้งเดิม แต่ละพื้นที่ทั่วประเทศไทยเชื่อว่าหากมีการถ่ายทอดมายังรุ่นลูกรุ่นหลาน การทำมะม่วงกวน ส้มแผ่น ส้มลิ้ม เด็กรุ่นใหม่จะสามารถทำได้อย่างไม่มีข้อกังขา เว้นเสียแต่สูญหายไปตามกาลเวลา ทำให้ภูมิปัญญาในการทำมะม่วงกวน ส้มแผ่น ส้มลิ้ม เลือนหายไป ย่านตลาดเก่า ตำบลวังทอง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก เป็นแหล่งผลิตมะม่วงกวน ส้มแผ่น ส้มลิ้ม ที่ใหญ่แหล่งหนึ่งของประเทศ เพราะมะม่วงปัจจัยในการผลิตหลักมีปลูกมากในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก และใกล้เคียง มะม่วงกวน ส้มแผ่น ส้มลิ้ม มีความแตกต่างกันในกรรมวิธีการทำเล็กน้อย และขึ้นอยู่กับท้องถิ่นแต่ละแห่ง ที่จะเรียกชื่อต่างกัน ส้มแผ่น คือ การนำเอามะม่วงสุกงอมมากวนให้สุก แล้วนำไปไล้เป็นแผ่นบางๆ ตากแดด จากนั้นนำมาม้วนเป็นหลอดๆ สีออกเหลืองทอง ส้มลิ้ม คือ การนำเอามะม่วงที่ยังไม่สุกงอมมากวน เพิ่มน้ำตาลนิดหน่อย นำไปตากแดด โดยทำเป็นก้อนเล็กๆ สีออกขาวใสหรือขุ่น รสชาติออกเปรี้ยวอมหวาน มะม่วงกวน เป็นการนำมะม่วงสุกมากวนรวมกับน้ำตาล ไล้เป็นแผ่นบาง ตากแดด รสชาติมะม่วงกวนส่วนใหญ่มักมีรสหวาน หวานอมเปรี้ยว หรือเปรี้ย
จากคอลัมน์พืชใกล้ตัว โดย ภก.ณัฐดนัย มุสิกวงศ์ เขียนถึงสมุนไพรกันไวรัส COVID-19 ไว้ว่า COVID-19 คือ โคโรนาไวรัส ซึ่งมีโครงสร้างคล้ายกับ ไวรัส SARS มาก โดยผู้ป่วย CIVID-19 จะพบอาการได้หลากหลาย ตั้งแต่ผู้ป่วยไม่มีอาการใดๆ เลย จนถึงผู้ป่วยที่มีอาการปอดบวมจนกระทั่งเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ได้มีการสรุปอาการจากผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันกว่า 55,924 ราย พบว่า ผู้ป่วยจะมีอาการไข้ 87.9% ไอแห้งๆ 67.7% อ่อนเพลีย 38.1% มีเสมหะ 33.4% หายใจไม่อิ่ม 18.6% เจ็บคอ 13.9% ปวดหัว 13.6% ปวดกล้ามเนื้อหรือปวดข้อ 14.8% หนาวสั่น 11.4% รวมถึงพบอาการอื่นๆ อีกเล็กน้อย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย จากรายงานยังพบอีกว่า ในผู้สูงอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป และผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ โรคระบบทางเดินหายใจ โรคปอด โรคมะเร็ง จะมีความเสี่ยงในการเกิดความรุนแรงของโรคมากกว่าคนทั่วไป การพัฒนายารักษาจะมุ่งเป้าไปที่ 2 กลไก คือ กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายคนและที่ตัวโคโรนาไวรัสโดยตรง แต่อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันยังไม่มีการค้นพบตัวยาที่จะรักษาไวรัส COVID-19 ได้ โดยหากต้องการยาใหม่ 1 ชนิดนั้น ต้องใช
ที่ดิน 69 ไร่ สำหรับ 65 ครัวเรือน เฉลี่ยครอบครัวละ 1 ไร่ ที่ใช้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมให้เลี้ยงตัวเองได้ ดูจะเป็นเรื่องไม่ง่ายหากบริหารจัดการไม่ดี และอาจก่อปัญหาซ้ำคือขาดทุนจนต้องอพยพย้ายถิ่นไปทำมาหากินในเมืองใหญ่อีก แต่สำหรับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเชียงรายอุ่นไอรักษ์ 65 ครัวเรือน มีผู้นำที่ใช้ความเข้าใจ เน้นการมีส่วนร่วมและความเข้มแข็ง จนสามารถบริหารจัดการที่ดิน 69 ไร่ ได้อย่างน่าชื่นใจ และมั่นใจว่าจะสร้างความสุข ความปลอดภัย ความมั่นคงด้านอาหารให้กับชุมชนนี้ทั้งระยะสั้นและระยะยาวได้อย่างแน่นอน เปิดหัวใจสีเขียว “จรัส บำรุงแคว้น” ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนอุ่นไอรักษ์ “ตอนนี้กำลังขุดสระเพิ่ม แล้วก็ปลูกผักเป็นผักเชียงดา มีเรือนเพาะชำ เพาะกล้าไว้เตรียมลงแปลงผัก สมาชิกยังคงมี 65 ครัวเรือน สมาชิกส่วนมากมีอาชีพหลักอาชีพประจำ การเกษตรที่เราทำเป็นเกษตรแปลงเล็ก ส่วนใหญ่ต้องการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ บางคนมี 200 ตารางวา บางคนมี 1 ไร่บ้าง ก็มาจากการสำรวจรายได้ กับความสามารถในการเช่าซื้อ แล้วก็การจัดการ” จรัส บำรุงแคว้น บอกและเล่าต่ออีกว่า “แต่ละคนออกแบบพื้นที่ไม่เหมือนกัน บางคนอาจขุดเป็นร่อง ขุดร่องเพื่อเก็บ
อันที่จริงมะม่วงกวน หรือ ส้มแผ่น ส้มลิ้ม เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านแต่ดั้งเดิม แต่ละพื้นที่ทั่วประเทศไทยเชื่อว่าหากมีการถ่ายทอดมายังรุ่นลูกรุ่นหลาน การทำมะม่วงกวน ส้มแผ่น ส้มลิ้ม เด็กรุ่นใหม่จะสามารถทำได้อย่างไม่มีข้อกังขา เว้นเสียแต่สูญหายไปตามกาลเวลา ทำให้ภูมิปัญญาในการทำมะม่วงกวน ส้มแผ่น ส้มลิ้ม เลือนหายไป ย่านตลาดเก่า ตำบลวังทอง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก เป็นแหล่งผลิตมะม่วงกวน ส้มแผ่น ส้มลิ้ม ที่ใหญ่แหล่งหนึ่งของประเทศ เพราะมะม่วงปัจจัยในการผลิตหลักมีปลูกมากในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก และใกล้เคียง มะม่วงกวน ส้มแผ่น ส้มลิ้ม มีความแตกต่างกันในกรรมวิธีการทำเล็กน้อย และขึ้นอยู่กับท้องถิ่นแต่ละแห่ง ที่จะเรียกชื่อต่างกัน ส้มแผ่น คือ การนำเอามะม่วงสุกงอมมากวนให้สุก แล้วนำไปไล้เป็นแผ่นบางๆ ตากแดด จากนั้นนำมาม้วนเป็นหลอดๆ สีออกเหลืองทอง ส้มลิ้ม คือ การนำเอามะม่วงที่ยังไม่สุกงอมมากวน เพิ่มน้ำตาลนิดหน่อย นำไปตากแดด โดยทำเป็นก้อนเล็กๆ สีออกขาวใสหรือขุ่น รสชาติออกเปรี้ยวอมหวาน มะม่วงกวน เป็นการนำมะม่วงสุกมากวนรวมกับน้ำตาล ไล้เป็นแผ่นบาง ตากแดด รสชาติมะม่วงกวนส่วนใหญ่มักมีรสหวาน หวานอมเปรี้ยว หรือ เปรี
ตำรับยาจันทน์ลีลา เป็นตำรับยาแก้ไข้ ประกอบด้วยสมุนไพรหลัก 8 ชนิด ได้แก่ โกฐสอ โกฐเขมา โกฐจุฬาลัมพา จันทน์ขาวหรือจันทน์ชะมด จันทน์แดง กระดอม บอระเพ็ด และปลาไหลเผือก ยาจันทน์ลีลาเป็นยาแผนโบราณที่เป็นยาสามัญประจำบ้านและจัดอยู่ในกลุ่มยาแก้ไข้ที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศใช้ในบัญชียาจากสมุนไพรที่มีการใช้ตามองค์ความรู้ดั้งเดิมในบัญชียาหลักแห่งชาติ (1) โดยมีรายละเอียด ดังนี้ สูตรตำรับ ในผงยา 99 กรัม ประกอบด้วย โกฐสอ โกฐเขมา โกฐจุฬาลัมพา แก่นจันทน์ขาวหรือ จันทน์ชะมด แก่นจันทน์แดง ลูกกระดอม เถาบอระเพ็ด รากปลาไหลเผือก หนักสิ่งละ 12 กรัม พิมเสน หนัก 3 กรัม ข้อบ่งใช้ บรรเทาอาการไข้ตัวร้อน ไข้เปลี่ยนฤดู ขนาดและวิธีใช้ : ชนิดผง ผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 1-2 กรัม ละลายน้ำสุก ทุก 3-4 ชั่วโมง เมื่อมีอาการ ในเด็ก อายุ 6-12 ปี รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม-1 กรัม ละลายน้ำสุก ทุก 3-4 ชั่วโมง เมื่อมีอาการ ชนิดแคปซูลและชนิดเม็ด ในผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 1-2 กรัม ทุก 3-4 ชั่วโมง เมื่อมีอาการ ในเด็ก อายุ 6-12 ปี รับประทานครั้งละ 500 มิลลิกรัม-1 กรัม ทุก 3-4 ชั่วโมง เมื่อมีอาการ ข้อควรระวัง – ไม่แนะนำให้ใช้
ต้นคล้า หรือต้นแหย่ง จัดเป็นไม้ล้มลุกหรือเป็นไม้ยืนต้นที่มีเนื้ออ่อน เจริญเติบโตขึ้นเป็นพุ่มหรือเป็นกอและมีอายุหลายปี ลำต้นมีทั้งแบบตั้งตรงและเป็นแบบเลื้อย มีเหง้าหรือหัวอยู่ใต้ดิน สามารถแตกหน่อได้ ลำต้นกลมเป็นสีเขียวเข้มออกเป็นข้อๆ และมีข้อปล้องยาว หากรวมทั้งก้านและใบจะมีความสูงประมาณ 1-2 เมตร บ้างว่าสูงประมาณ 2-4 เมตร ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการแยกหน่อปลูก พรรณไม้ชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดตามธรรมชาติในที่เป็นน้ำหรือเป็นโคลนตามริมคลอง ริมสระ หรือตามลำธาร มีเขตการกระจายพันธุ์ตั้งแต่อินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไปจนถึงอินโดนีเซียและปาปัวนิวกินี ส่วนในประเทศไทยสามารถพบได้ทุกภาคตามริมห้วยหรือตามหุบเขาที่มีความชุ่มชื้น ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 800 เมตร และมักจะพบได้มากทางภาคตะวันออก ภาคกลาง และในจังหวัดจันทบุรี ประโยชน์ของคล้า ต้นนำมาตากแห้ง ใช้ในการจักสาน เช่น การสานเสื่อ สานกระติบข้าว เป็นต้น ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับในบริเวณบ้านทั่วไป ใช้ตกแต่งสวนน้ำหรือใช้ปลูกตามสถานที่ต่างๆ คนไทยโบราณมีความเชื่อว่าหากบ้านใดปลูกต้นคล้าไว้เป็นไม้ประจำบ้าน จะช่วยคุ้มครองรักษาให้มีความสงบสุข เพราะคำว่า “คล้า
