เทคนิคเกษตร
คนรักบ้านเช็กด่วน! ผู้เชี่ยวชาญแนะ 5 ต้นไม้ที่ไม่ควร “ปลูกหน้าบ้าน” ภัยเงียบที่หลายคนมองข้าม บ้านไหนปลูก ระวังมีปัญหาตามมาเพียบ เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์ https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_10241650 เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 รายงานจากสื่อต่างประเทศ หลายครอบครัวในเวียดนามนิยมปลูกไม้ผลไว้บริเวณหน้าบ้านหรือสนาม เพื่อให้ร่มเงา เพิ่มความสวยงามให้พื้นที่ และมีผลไม้สะอาดไว้รับประทานเอง อย่างไรก็ตาม มีไม้ผลอยู่ 5 ชนิดที่มักถูกแนะนำว่าไม่เหมาะสำหรับปลูกบริเวณหน้าบ้าน เนื่องจากอาจก่อให้เกิดความไม่สะดวกและปัญหาต่างๆ ตามมา 1. ทุเรียนต้นทุเรียนถือเป็นหนึ่งในต้นไม้ที่ไม่แนะนำให้ปลูกหน้าบ้าน เนื่องจากทั้งสร้างความลำบากในการดูแลและอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ทุเรียนเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ มีทรงพุ่มกว้าง และสามารถสูงได้หลายสิบเมตร เมื่อโตเต็มที่ พุ่มไม้จะปกคลุมพื้นที่กว้าง ทำให้บริเวณหน้าบ้านขาดแสงสว่างและดูอึดอัดมืดทึบ ตามหลักความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ย พื้นที่หน้าบ้านควรโปร่งโล่งเพื่อรับแสงและพลังงานที่ดี จึงมองว่าต้นไม้ขนาดใหญ่เป็นสิ่งกีดขวางพลังงานเข้าสู่บ้าน นอกจากนี้ ผลทุเรียนมีน้ำหนักม
พื้นที่ 10 ไร่ ที่ดอนสูง คุณคงศักดิ์ นาคคุ้ม เกษตรกรหัวไวใจสู้ นำโอ่งขนาดใหญ่ หรือชาวภาคอีสานเรียกว่า “โอ่งแดง” ตั้งเรียงยาว แถวละ 10 ลูก 3 แถว ต่อท่อน้ำให้เชื่อมกันจากนั้นสูบน้ำใต้ดินให้เต็มโอ่งเพื่อเป็นการให้ความชื้นแก่พืชที่ปลูกแบบผสมผสานโดยใช้ฝรั่งกิมจูเป็นหลัก คุณคงศักดิ์ อยู่บ้านเลขที่ 547 หมู่ที่ 5 บ้านนิคม ตำบลนิเวศน์ อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด จบการศึกษาจากช่างกลอุเทนถวาย สาขาช่างก่อสร้าง ทำงานภาคเอกชน มีภรรยาที่ร้อยเอ็ด จึงปักหลักที่ “ร้อยเอ็ดเพชรอีสาน พลาญชัยบึงงาม เรืองนามพระสูงใหญ่ ผ้าไหมชั้นดี สตรีโสภา ทุ่งกุลาสดใส งานใหญ่บุญผะเหวด” แม้จะเปลี่ยนมาเป็น “สิบเอ็ดประตูเมืองงาม เรืองนามพระสูงใหญ่ ผ้าไหมสาเกต บุญผะเหวดประเพณี มหาเจดีย์ชัยมงคล งามน่ายลบึงพลาญชัย เขตกว้างไกลทุ่งกุลา โลกลือชาข้าวหอมมะลิ” เขาก็รักร้อยเอ็ด เพราะเป็นเมืองน่าอยู่ ผู้คนน่ารัก ฟูมฟักตำนานเมือง มาวันนี้ ชายวัย 69 ปีแล้วครับ 1 ไร่ ได้แสน คือ แสนสุขใจ แสนสุขใจ แสนร่าเริง รายได้เป็นแสน คุณคงศักดิ์ บอกว่า ตนเองไม่ได้จบการศึกษาทางการเกษตร “ใจรักชอบศึกษา” การเกษตรอินทรีย์ ระบบน้ำหยด การให้น้ำแบบประหยัด ตนเ
การคำนวณต้นทุนก่อนปลูกพืชมีความสำคัญมากและถือเป็นขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นการวางแผนการผลิตให้มีประสิทธิภาพและช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไรได้อย่างแท้จริง โดยความสำคัญของการคำนวณต้นทุนก่อนปลูกพืชมีดังนี้ ช่วยให้เข้าใจสถานการณ์ทางการเงิน การคำนวณต้นทุนทำให้เกษตรกรทราบว่าจำเป็นต้องใช้เงินทุนเท่าไหร่ในแต่ละขั้นตอน ทั้งในด้านปัจจัยการผลิต ค่าแรง ค่าเช่า หรือค่าสาธารณูปโภค การเข้าใจต้นทุนทั้งหมดนี้ช่วยให้สามารถจัดการเงินทุนได้อย่างเหมาะสม เพิ่มความสามารถในการควบคุมต้นทุน เมื่อทราบต้นทุนที่ต้องใช้ สามารถวางแผนเพื่อลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และใช้ทรัพยากรต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ได้ผลผลิตสูงสุดในต้นทุนที่คุ้มค่า วางแผนผลกำไรที่คาดหวัง เมื่อรู้ต้นทุน จะช่วยให้สามารถคำนวณราคาขายที่เหมาะสมเพื่อให้ได้กำไร นอกจากนี้ ยังช่วยให้พิจารณาความคุ้มค่ากับการลงทุนได้ดีขึ้นว่าเมื่อถึงเวลาขายจะได้กำไรหรือขาดทุน เพิ่มโอกาสในการทำการตลาดและแข่งขันได้ เกษตรกรที่รู้ต้นทุนจะสามารถกำหนดราคาที่แข่งขันได้และยังสามารถตัดสินใจขายในช่วงเวลาที่ตลาดให้ผลตอบแทนสูงสุดได้ ช่วยในการตัดสินใจลงทุน การคำนวณต้นทุนก่อนป
คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้ค้นคว้าวิจัยนวัตกรรมในการผลิต “ปุ๋ยอินทรีย์ที่ไม่ต้องมีการเติมอากาศและไม่ต้องมีการพลิกกลับกอง” ให้ได้ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพดีที่มีค่าตามมาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์ของกรมวิชาการเกษตร พ.ศ. 2551 โดยเสร็จภายในเวลาเพียง 60 วัน ด้วยเหมือนกัน ด้วยเทคนิคที่เรียกว่า “วิศวกรรมแม่โจ้ 1” ที่ไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อสิ่งแวดล้อม คือไม่ก่อให้เกิดกลิ่น น้ำเสีย และแมลงวัน ปุ๋ยอินทรีย์ที่ผลิตได้จะเบา นุ่ม และไม่มีกลิ่น มีคุณภาพเหมือนกับที่ผลิตด้วยระบบกองเติมอากาศทุกประการ วัตถุดิบในการการผลิตปุ๋ยอินทรีย์วิธี “วิศวกรรมแม่โจ้ 1” มีเพียงเศษพืชและมูลสัตว์เท่านั้น ขั้นตอนการผลิตปุ๋ยอินทรีย์วิธี “วิศวกรรมแม่โจ้ 1” มีดังนี้ 1. นําฟางข้าวหรือเศษข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 4 ส่วน วางเป็นชั้นบางๆ สูงไม่เกิน 10 เซนติเมตร ฐานกว้าง 2.5 เมตร โดยไม่ต้องเหยียบ โปรยทับด้วย มูลสัตว์ 1 ส่วน แล้วรดน้ำ (ตัวอย่างเช่น วางฟาง 16 เข่ง หนา 10 เซนติเมตร โรยทับด้วยมูลสัตว์ 4 เข่ง เป็นต้น) ทําเช่นนี้ 15-17 ชั้น รดน้ำแต่ละชั้นให้มีความชื้น ขึ้นกองเป็นรูปสามเหลี่ยมที่มีความ
การผลิตทุเรียนคุณภาพเกรดพรีเมี่ยมเพื่อการส่งออกนั้น ชาวสวนทุเรียนในหลายพื้นที่ยังประสบปัญหาทั้งเรื่องโรคแมลงศัตรูพืช และสิ่งที่สำคัญอีกนั้นก็คือสัตว์กัดแทะที่ทำลายทุเรียนในระยะพัฒนาผลทำให้เกิดความเสียหาย ถึงแม้จะใช้ถุงตาข่ายทางการเกษตรห่อทุเรียนเพื่อป้องกันแมลงศัตรูพืชซึ่งป้องกันหนอนรังได้ แต่ก็ยังประสบปัญหาว่าไม่สามารถป้องกันเพลี้ยแป้งกับราดำได้ ทำให้ผิวทุเรียนไม่สวยและเกิดความเสียหาย จากปัญหาเหล่านี้ตัวช่วยที่ดีที่สุดคือ เกษตรกรส่วนใหญ่จึงแก้ปัญหาโดยใช้ยาฆ่าแมลงในการฉีดพ่น ซึ่งนอกจากจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นยังเกิดปัญหาสุขภาพตามมาอีกด้วย สวทช. ได้พัฒนางานวิจัยและเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อการทดสอบประสิทธิภาพและเพิ่มมูลค่าทุเรียน โดยมอบหมายทีมวิจัยสิ่งทอ กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีโพลิเมอร์ขั้นสูง ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) ร่วมมือกับคณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง นำองค์ความรู้เรื่องวัสดุศาสตร์พัฒนาสูตรผสมเม็ดพลาสติก (polymer compound) ร่วมกับเทคโนโลยีการขึ้นรูปนอนวูฟเวน โดยวัสดุนอนวูฟเวนนี้จะมีคุณสมบัติให้น้ำและอากาศผ่านเข้าออกได้โดยง่าย รวมถึงมีคุณ
ในมุมมองของคนทำเกษตร “วัชพืช” มักถูกมองว่าเป็นศัตรูตัวสำคัญของแปลงปลูก เพราะเข้ามาแย่งทั้งน้ำ แสงแดด และธาตุอาหารจากพืชหลัก หลายพื้นที่จึงเลือกกำจัดวัชพืชทันทีที่เริ่มพบเห็น แต่ในอีกมุมหนึ่ง วัชพืชอาจกำลังทำหน้าที่เป็น “สัญญาณจากธรรมชาติ” ที่ช่วยบอกสภาพของดินและระบบนิเวศในพื้นที่โดยที่หลายคนไม่ทันสังเกต แท้จริงแล้ว วัชพืชแต่ละชนิดไม่ได้ขึ้นแบบสุ่ม แต่จะเลือกเติบโตในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับตัวเอง บางชนิดชอบดินแน่น บางชนิดขึ้นได้ดีในดินกรด หรือบางชนิดมักพบในพื้นที่ที่มีธาตุอาหารไม่สมดุล จึงทำให้เกษตรกรสามารถใช้ “วัชพืช” เป็นตัวช่วยสังเกตคุณภาพดินเบื้องต้นได้ วัชพืช คือ “ตัวบอกสภาพดิน” ตามธรรมชาติ ในระบบนิเวศทางการเกษตร ธรรมชาติจะพยายามสร้างสมดุลให้กับพื้นที่อยู่เสมอ เมื่อดินมีปัญหาในลักษณะใด มักจะมีพืชบางชนิดเข้ามาปกคลุมพื้นที่นั้นโดยอัตโนมัติ เพื่อช่วยฟื้นฟูหรือปรับสภาพดินในระยะหนึ่ง เกษตรกรสมัยก่อนในหลายพื้นที่จึงนิยม “อ่านดินจากวัชพืช” ควบคู่ไปกับการสังเกตสภาพแวดล้อมอื่น ๆ เช่น ความชื้น สีดิน หรือแมลงที่พบในแปลง แม้จะไม่สามารถใช้แทนการวิเคราะห์ดินทางวิทยาศาสตร์ได้ทั้งหมด แต่ก็ถือเป็นภ
การพัฒนาการผลิตมะม่วง ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปฏิบัติตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ปลูกและผลิตในระบบเกษตรดีที่เหมาะสม หรือ GAP เพื่อให้ได้ผลผลิตดี มีคุณภาพ ให้มีการจัดการสวนที่ดีด้วยการใช้ที่ดิน เงินทุน แรงงาน หรือใช้ปัจจัยการผลิตผสมผสานเพื่อลดต้นทุนการผลิต และทำให้ได้รับผลตอบแทนมากขึ้น การขยายพันธุ์ปลูก ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรเสียบยอดมะม่วง เพื่อเปลี่ยนเป็นมะม่วงพันธุ์ดี เป็นหนึ่งวิธีการขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ เป็นหนึ่งวิธีลดต้นทุนการผลิตเมื่อได้ดำเนินการเสียบยอดด้วยตนเอง มีวิธีการง่ายๆ คือ นำยอดพันธุ์ดีมาเสียบกับต้นตอหรือกิ่งของต้นพันธุ์ไม่ดี เมื่อรอยแผลของยอดพันธุ์ดีกับต้นตอเชื่อมติดกันดีแล้ว ก็จัดการดูแลใส่ปุ๋ยให้น้ำพอเพียง ต้นมะม่วงและยอดพันธุ์ดีเจริญเติบโตก็จะมีผลมะม่วงให้เก็บเกี่ยวได้ภายใน 1 ปี และให้ผลผลิตนานหลายปี เมื่อเกษตรกรมีการปฏิบัติดูแลรักษาที่ดีและเหมาะสม คุณแรงเทียน หัวไผ่ เกษตรกรเสียบยอดเปลี่ยนเป็นมะม่วงพันธุ์ดี เล่าให้ฟังว่า วิถีชีวิตคนเรานั้นมีขึ้นมีลง มีผิดหวังและสมหวัง ดังเช่นก่อนหน้านี้ พ่อ-แม่ได้มอบสวนมะม่วงที่สร้างไว้ให้ดูแลรักษาต่อ แต่อยากจะรวยไวๆ จึงได้ปล่อยทิ้งสวนมะม
เมืองไทย เป็นแผ่นดินทองของการเพาะปลูกพืช เพราะดินดี น้ำดี มีโอกาสรับลมฝนตลอดทั้งปี เริ่มจากพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ได้ฝนจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ พอเดือนมีนาคมถึงเมษายน ก็ได้ฝนจากลมมรสุมในช่วงปลายฤดูหนาวต้นฤดูร้อน เดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน ได้น้ำฝนจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ เดือนกรกฎาคมถึงกันยายน ได้น้ำฝนจากอิทธิพลลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ จนถึงช่วงปลายปี ประมาณเดือนตุลาคม ก็ได้น้ำฝนในช่วงปลายฝนต้นหนาวอีกครั้ง แม้เมืองไทยจะไม่เคยขาดฝน แต่มีจุดอ่อนในเรื่องการจัดการพื้นที่เพื่อควบคุมน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ พื้นที่ชลประทานที่มีอยู่ในปัจจุบัน ยังมีจำนวนจำกัดไม่ครอบคลุมพื้นที่การเกษตรทั่วประเทศ เกษตรกรส่วนใหญ่จึงปลูกพืชโดยพึ่งพาน้ำฝนเป็นหลัก ทำให้มีความเสี่ยงสูง แม้จะได้รับน้ำฝนในช่วงต้นฤดูฝนจากอิทธิพลลมมรสุมมหาสมุทรอินเดีย แต่เมืองไทยก็ได้ปริมาณน้ำฝนไม่เต็มที่ เพราะน้ำฝนจะมาเรี่ยๆ ดิน แถมมีภูเขาขวางกั้นมาเป็นระยะๆ เช่น ภูเขาผานาง เป็นกำแพงกั้นลมฝน ทำให้อำเภอกบินทร์บุรีได้รับน้ำฝนในช่วงต้นฤดูฝนน้อยมาก ส่วนภาคอีสานมักเจอปัญหาฝนแล้ง เพราะมีภูเขาผานาง เทือกเขาสันกำแพงกับเทือกเขาพนมดงรัก เป็นกำแพงขวา
ราคาปาล์มร่วง ราคายางตกช่วงนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อรายได้ใด ๆ สำหรับ นายสมศักดิ์ ใสเพี๊ย เกษตรกรสมาชิกสหกรณ์การเกษตรห้วยยอด จำกัด เจ้าของสวนไผ่เลี้ยงหวาน แห่งบ้านต้นโพธิ์ ต.นาวง อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ที่ปลูกไผ่แซมยางพาราเป็นอาชีพเสริม บนเนื้อที่ 20 ไร่ จนสามารถสร้างรายได้เฉลี่ย 2-3 หมื่นบาทต่อเดือนจากการจำหน่ายหน่อและลำไผ่ โดยมีตลาดหลักเจ้าของฟาร์มเลี้ยงกุ้งในจังหวัดตรังและพื้นที่ใกล้เคียง ส่วนหน่อไผ่จำหน่ายที่ตลาดในหมู่บ้าน โดยจุดเริ่มต้นของการปลูกไผ่เลี้ยงหวานของเขา มาจากการให้คำปรึกษาแนะนำของเจ้าหน้าที่สหกรณ์การเกษตรห้วยยอด จำกัด เมื่อ 5 ปีก่อน ที่ต้องการให้สมาชิกสหกรณ์ฯมีรายได้เสริม โดยไม่หวังพึ่งพาอาชีพหลักจากราคายางเพียงอย่างเดียว พร้อมแนะนำให้ทำเรื่องขอกู้เงินผ่านโครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ(เสริม) สมาชิกสหกรณ์ได้ หากไม่มีเงินทุนเพียงพอ โดยสามารถรณรงค์หาเสียงขอกู้ปีต่อปี ไม่มีอัตราดอกเบี้ยแต่อย่างใด วงเงินสูงสุดไม่เกิน 1 แสนบาท “ไผ่เลี้ยงหวานสีทองปลูกมา 12 ปีแล้ว ปลูกในร่องยาง เนื้อที่ 20 ไร่ ปีนี้กู้สหกรณ์มา 1 แสน ขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มอีก 200 ต้น ปลูกขายหน่อที่ตลาดใกล้บ้านกิโลละ 60 บาท ส่
ถ้าพูดถึง “ต้นไม้” เวลาที่เลือกซื้อเคยสังเกตรูปทรงต่างๆ ของต้นไม้กันไหม ว่ามีหลากหลายรูปทรง ไม่ใช่ว่าต้นไม้ที่ซื้อไปปลูกจะสามารถปลูกตามมุมต่างๆ ของสวนได้นั่นเอง ใครกำลังมองหาต้นไม้ไว้ปลูกในสวน สิ่งสำคัญที่ต้องรู้จักและทำความเข้าใจก่อนปลูก การเลือกรูปทรงต้นไม้ให้เหมาะสมกับลักษณะพื้นที่สวน ให้ตอบโจทย์การใช้งาน หลายคนอาจจะไม่ได้สังเกตถึงรูปทรงของต้นไม้มากนัก วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านรวบรวม 8 ทรงต้นไม้ มีลักษณะแบบไหนกันบ้างต้องไปดู 1. ทรงร่ม ต้นไม้รูปทรงนี้มักจะมีอายุหลายปี ลักษณะเป็นต้นไม้ใหญ่ โดยจะแผ่กิ่งก้านออกไปได้ไกล มักจะแผ่กว้างออกด้านข้างมากกว่าสูงขึ้น เป็นรูปทรงที่สะดุดตา ควรปลูกในพื้นที่โล่งที่ไม่มีต้นไม้ต้นอื่นร่วมด้วย เหมาะกับการปลูกในจุดที่ต้องการร่มเงาและใช้ประโยชน์จากพื้นที่ใต้ร่มไม้ เช่น ลานกิจกรรม เนื่องจากมีกิ่งค่อนข้างทึบและรอบๆ ลำต้นโล่ง 🌳ต้นไม้ชนิดรูปทรงร่ม ได้แก่ จามจุรี ไทรย้อย โพ ไผ่น้ำเต้า หางนกยูง ประดู่อังสนา 2. ทรงกระบอก ต้นไม้รูปทรงนี้จะมีลักษณะเป็นแท่งสูง จะแผ่กิ่งก้านออกจากลำต้นในระยะเท่ากัน กิ่งของต้นจะชี้ขึ้นด้านบน มักปลูกเรียงชิดกันเพื่อใช้เป็นรั้วสำหรับช่
