เทคนิคเกษตร
ครูเปลื้อง เกษตรสิงห์ ข้าราชการบำนาญ วัย 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 234 หมู่ที่ 7 บ้านโนนหมากแงว ตำบลน้ำคำ อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด อยู่กับภรรยา มีลูกชาย 2 คน เป็นนายแพทย์ด้านกระดูก ที่โรงพยาบาลโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด ส่วนอีกคน ทำงานด้านเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลสุวรรณภูมิ หลังเกษียณอายุราชการ ครูสนใจประกอบอาชีพทางการเกษตร ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ประมง โดยเข้าเป็นสมาชิกโคขุนโพนยางคำ จังหวัดสกลนคร เลี้ยงโคลูกผสมชาร์โรเล่ส์ กับอเมริกันบราห์มัน ในพื้นที่ 15 ไร่ แบ่งเป็นโรงเรือนเลี้ยงวัว 3 ไร่ แปลงหญ้า 3 ไร่ บ่อน้ำและคันบ่อปลูกหญ้า 3 ไร่ ปลูกกล้วยหอมทอง 1 ไร่ บ้านพักอาศัย 1 ไร่ โรงเรือนเก็บหญ้าแห้ง ฟางแห้ง โรงสีข้าว เครื่องคัดแยกเมล็ดพันธุ์ข้าว เครื่องบดหญ้าสด 1 ไร่ ที่เหลือเป็นที่ว่างเปล่าให้วัวเดินเล่น ออกกำลังกาย และป่าไม้ใช้สอย ไม้ธรรมชาติ ครูเปลื้อง เล่าให้ฟังว่า งานเกษตรหลังเกษียณสนุกมาก เพราะหลังจากวางกล่องชอล์กจากความเป็นครู ทำงานในฟาร์ม เป็นเรื่องใหม่ ทำให้ตนเองศึกษาไปเรื่อยๆ ทั้งด้านการปฏิบัติ ด้านวิชาการ ไม่เหงา ทำงานกับภรรยา แรงงานจ้างบ้างเมื่อยามจำเป็น โคขุน สร้างเงินงามมาก ปุ๋ยมูลโ
อุปสรรคสำคัญของการปลูกทุเรียนคือ โรครากเน่าโคนเน่าของทุเรียน ซึ่งเป็นโรคที่ร้ายแรงที่สุด สามารถเข้าทำลายได้ทุกส่วนของต้นทุเรียน สร้างความเสียหายอย่างรวดเร็ว ทำให้ปริมาณและคุณภาพผลผลิตลดลง และอาจทำให้ทุเรียนยืนต้นตายได้ ดังนั้น เกษตรกรจึงจำเป็นต้องเรียนรู้วิธีการป้องกันกำจัดโรครากเน่าโคนเน่าของทุเรียนอย่างถูกวิธี สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 จังหวัดจันทบุรี (สวพ.6) กรมวิชาการเกษตร ได้ศึกษาวิจัยวิธีป้องกันกำจัดโรครากเน่าโคนเน่าและฟื้นฟูสภาพต้นทุเรียนที่เป็นโรคในพื้นที่ภาคตะวันออกนี้ทำให้ได้รับรางวัลผลงานวิจัยดีเด่นประเภทพัฒนางานวิจัยในปี 2566 โดยได้จัดทำแปลงต้นแบบถ่ายทอดขยายผลเทคโนโลยีการป้องกันกำจัดโรครากเน่าโคนเน่าทุเรียนด้วยวิธีผสมผสานที่นำมาปรับใช้ในพื้นที่ปลูกทุเรียนในภาคตะวันออก ประกอบด้วย การวิเคราะห์พื้นที่ ดูการเขตกรรม ตัดแต่งทรงพุ่มไม่ให้แน่นทึบ แดดส่องลงถึงพื้นดินเพื่อฆ่าเชื้อโรค ขุดร่องระบายน้ำไม่ให้ท่วมขังโคนต้น เก็บดินวิเคราะห์ธาตุอาหารเพื่อส่งเสริมให้พืชแข็งแรง กรณีดินเป็นกรด แนะนำปรับด้วยปูนขาว ฟื้นฟูระบบรากกรณีรากเน่าและเน่าคอดินโดยการราดด้วยสารฟอสอีทิล-อะลูมิเนีย
หลายคนอาจมองว่า “ข้าวบูด” เป็นของเสียที่ต้องรีบทิ้งลงถังขยะ แต่รู้หรือไม่ว่า ข้าวบูดที่เรามองข้ามสามารถเปลี่ยนเป็น “ปุ๋ยจุลินทรีย์” ที่ช่วยบำรุงดินและกระตุ้นการเจริญเติบโตของรากพืชได้อย่างดีเยี่ยม แถมยังช่วยลดขยะในบ้านได้อีกด้วย ข้าวที่บูดเกิดจากกระบวนการหมักโดยจุลินทรีย์ที่มีอยู่ในธรรมชาติ เช่น แบคทีเรียกรดแลกติก และยีสต์ ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อดิน หากนำข้าวบูดมาหมักให้ถูกวิธี ก็จะได้เป็นปุ๋ยชีวภาพที่ช่วยเสริมสร้างจุลินทรีย์ดีในดิน ทำให้ดินร่วนซุย อุ้มน้ำได้ดีขึ้น และช่วยให้รากพืชดูดซึมสารอาหารได้ง่ายขึ้น อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม ข้าวบูด 1 ถ้วย น้ำตาลทรายแดงหรือน้ำตาลอ้อย 2 ช้อนโต๊ะ ยาคูลท์ น้ำสะอาด 1 ลิตร ตะแกรงสำหรับกรอง ภาชนะพลาสติกหรือขวดแก้วมีฝาปิด (ต้องมีรูระบายอากาศ) ขั้นตอนการทำ นำข้าวบูดมาบดหรือขยี้ให้เป็นเนื้อเละ เติมน้ำตาลทรายแดงลงไป คนให้เข้ากัน เติมน้ำสะอาดลงไป แล้วเทส่วนผสมทั้งหมดลงในภาชนะ ปิดฝาให้แน่นแต่ต้องมีรูระบายอากาศ ป้องกันการเกิดก๊าซสะสม วางทิ้งไว้ในที่ร่มประมาณ 5-7 วัน (หากอากาศเย็น อาจใช้เวลานานกว่านี้) เมื่อครบกำหนด จะได้จุลินท
แม้จะมีการจัดเก็บมาตั้งแต่ปี 2563 แต่ “ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง” ยังคงสร้างภาระ ความว้าวุ่นให้กับแลนด์ลอร์ด เศรษฐีที่ดิน หลังรัฐบาลหมดโปรโมชัน ลดอัตราการจัดเก็บเพื่อบรรเทาภาระ เดินหน้าเก็บในอัตรา 100% รวมถึงปี 2569 ไฮไลต์น่าจะอยู่ที่ประเภท “ที่ดินรกร้างว่างเปล่า” ในกรณีเจ้าของที่ดินปล่อยร้างเป็นระยะเวลา 3 ปีติดต่อกัน ซึ่งตั้งแต่ปีที่4 จะเก็บเพิ่มในอัตรา 0.3% ทุกๆ 3 ปี แต่อัตราภาษีรวมไม่เกิน 3% สำหรับอัตราภาษีที่ดินรกร้างว่างเปล่า มีอัตราเพดานอยู่ที่ 1.2% – มูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท อัตราภาษี 0.3% – มูลค่า 50-200 ล้านบาท อัตราภาษี 0.4% – มูลค่า 200-1,000 ล้านบาท อัตราภาษี 0.5% – มูลค่า 1,000-5,000 ล้านบาท อัตราภาษี 0.6% – มูลค่า 5,000 ล้านบาทขึ้นไป อัตราภาษี 0.7% จากอัตราภาษีที่เพิ่มขึ้น ทำให้ยังคงเห็นเจ้าของที่ดินนำที่ดินปรับสภาพเป็นเกษตรกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เข้าเกณฑ์ “ที่ดินเกษตรกรรม” เพื่อบรรเทาภาระภาษีให้เสียในอัตราที่ถูกลง – มูลค่า 0-75 ล้านบาท อัตราภาษี 0.01%– มูลค่า 75-100 ล้านบาท อัตราภาษี 0.03%– มูลค่า 100-500 ล้านบาท อัตรา
“โกโก้” พืชเศรษฐกิจเขตร้อน ที่มักปรากฏตัวอยู่ในชีวิตประจำวันของเราในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่ม ของหวาน หรือแม้แต่สินค้าอุปโภคก็สามารถพบเจอส่วนผสมของโกโก้ได้ทั้งสิ้น โดยของแปรรูปที่ทำจากโกโก้ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดก็เห็นจะหนีไม่พ้นนมหวานแสนอร่อยอย่าง “ช็อกโกแลต” อันเป็นที่โปรดปรานของใครหลายต่อหลายคน ซึ่งโดยมากเรามักจะคิดว่าช็อกโกแลตต้องมาจากต่างประเทศเท่านั้นจึงจะเป็นโกโก้ที่ดี แต่แท้จริงแล้ว โกโก้ที่มาจากประเทศไทยเองก็มีดีไม่แพ้โกโก้จากประเทศอื่นๆ เลย และไม่ว่าใครก็สามารถปลูกโกโก้ในพื้นที่ของตัวเองได้ ! วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านชวนมาดูวิธีและขั้นตอนการปลูกโกโก้อย่างง่ายๆ สำหรับผู้เริ่มต้น การปลูกโกโก้ สำหรับผู้ปลูกโกโก้เบื้องต้น จำเป็นต้องรู้ก่อนว่าในประเทศไทยมีพันธุ์โกโก้ที่ปลูกเพื่อแปรรูปอยู่ 3 ชนิด คือ พันธุ์ชุมพร พันธุ์ IM1 และพันธุ์ดั้งเดิม ซึ่งสามารถขยายพันธุ์ได้ผ่านการตอน ติดตา ทาบกิ่ง และการเพาะเมล็ด โดยแบ่งลักษณะการปลูกออกเป็น 2 แบบ ดังนี้ 1. การปลูกแบบพืชเชิงเดี่ยว สำหรับการปลูกโกโก้ในลักษณะของพืชเชิงเดี่ยว ควรปลูกในระยะห่าง 3×3 หรือ 3×4 เมตร และหากเลือกป
ทุกวันนี้เมืองไทยกำลังเผชิญปัญหาดินเสื่อมโทรม จากปัญหาดินเค็ม เนื่องจากดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ทั้งนี้ สามารถแบ่งประเภทดินเค็มได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ตามลักษณะของพื้นที่ที่พบ คือ 1. ดินเค็มชายทะเล 2. ดินเค็มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดินเค็มชายทะเล เกิดจากตะกอนที่แม่น้ำพัดพามาตกทับถมในทะเลบริเวณปากแม่น้ำ ลำคลองแถบชายฝั่งทะเล เมื่อมาตกทับถมกันนานเข้าก็จะกินบริเวณกว้างขวางจนเกิดเป็นหาดเลน และเมื่อมีตะกอนดินทับถมมากขึ้นก็จะค่อยๆ พัฒนาเป็นแผ่นดิน มีลักษณะเป็นที่ราบลุ่ม เนื้อดิน เป็นดินเหนียวซึ่งมีลักษณะเป็นเลน มีสีเทา หรือสีน้ำเงินปนเทา การระบายน้ำเลว ดินเค็มชายทะเล ไม่สามารถใช้ประโยชน์ในการเพาะปลูกพืชทั่วๆ ไปได้ เพราะดินมีความเค็มสูงมาก มีพืชธรรมชาติบางชนิดเท่านั้นที่มีคุณสมบัติพิเศษ สามารถขึ้นได้ดีในดินพวกนี้ ได้แก่ แสม โกงกาง ลำพู ตะบูน ประสัก รวมเรียกว่า ป่าชายเลน ปรือ ป่าโกงกาง ดินเค็มชายทะเลนี้พบอยู่ตามชายฝั่งทะเลของภาคใต้ และภาคตะวันออก มีเนื้อที่ประมาณ 3.7 ล้านไร่ อย่างไรก็ตาม ดินเค็มชายทะเล สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ ดินเค็มโซเดียม และดินเค็มกรด ซึ่งจะกลายเป็นดินเปรี้ยวจัด หากดินนี
ท่ามกลางวิกฤตปุ๋ยแพงและปริมาณทุเรียนที่เพิ่มปริมาณมากขึ้น การแข่งขันจะมีผลต่อราคาที่ปรับลง ขณะที่เกษตรกรต้องแบกภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น 2-3 เท่าตั้งแต่ปลายปี 2564 ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน และยังไม่แน่ใจในอนาคตว่าจะมีการปรับราคาปุ๋ยเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่ บรรดาเกษตรกรได้หาทางออกเพื่อลดต้นทุนการผลิตจากการพึ่งพาปุ๋ยเคมี 100% แม้แต่เกษตรกรรายใหญ่ได้กลับมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์จากภูมิปัญญาดั้งเดิมผสมผสานกับปุ๋ยเคมี และพบว่าได้ผลผลิตมีคุณภาพ ดีกว่าใช้ปุ๋ยเคมี 100% และลดการใช้ปุ๋ยเคมีได้ถึง 50% คุณวุฒิพงศ์ รัตนมณฑ์ เกษตรกรเจ้าของสวนผลไม้ ที่อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด มีประสบการณ์การทำสวนมามากกว่า 30 ปี และหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อช่วยลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีได้ผลมาร่วม 10 ปี พร้อมที่จะเป็นต้นแบบขยายผลให้เกษตรกรทั่วไป ประสบการณ์ทำสวนกว่า 30 ปี คุณวุฒิพงศ์ รัตนมณฑ์ จบปริญญาตรี สาขาพืชสวน จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อปี 2522 สร้างสมประสบการณ์เรื่อยมาทั้งสวนส้ม สวนปาล์ม ยางพารา และมาถึงปัจจุบันทำสวนทุเรียน เงาะ มังคุด ประมาณ 300-400 ไร่ ที่จังหวัดตราด ส่วนใหญ่เป็นทุเรียน ที่ผ่านมาเคยนั่งตำแหน่งประธานหอการค้าจังหว
คนไทยกับต้นกล้วยเป็นความผูกพันมาช้านาน แม้วันนี้เราจะใช้ใบตองกล้วยน้อยลง หรือเลิกใช้เชือกกล้วยไปแล้วก็ตาม แต่ประเพณีชีวิตคนไทยกับต้นกล้วยยังแยกกันไม่ได้ ไม่ว่าพิธีขึ้นบ้านใหม่ หรือขบวนแห่ขันหมากแต่งงานก็จะขาดต้นกล้วยไม่ได้ ไปจนถึงพระราชพิธีพระบรมศพก็ยังมีการแทงหยวกกล้วยเป็นลวดลายประกอบพระเมรุ ที่สำคัญคือ เครื่องบายศรีใหญ่น้อยทั้งหลายที่ใช้ในพิธีศักดิ์สิทธิ์ล้วนทำมาจากใบตองที่นำมารีดเป็นกลีบเป็นกรวยสวยงาม อันเป็นที่มาของคำสำคัญที่ผูกพันชีวิตคนไทยกับต้นกล้วยว่า “พิธีรีตอง” ข้างต้นเป็นเรื่องของกล้วยกับประเพณีไทย ในที่นี้จะขอกล่าวถึงการ “กินกล้วยเป็นอาหารและยา” ซึ่งดำรงอยู่ในวัฒนธรรมโภชนาการและแพทย์พื้นบ้านไทยมาแต่โบร่ำโบราณไม่ขาดสายมาจนถึงทุกวันนี้ คนไทยรู้จักกินกล้วยหลายชนิด แต่ที่ฮิตที่สุดก็คือ “กล้วยน้ำว้า” นอกเหนือจากประโยชน์ทางด้านอาหารแล้ว กล้วยยังมีคุณค่าอนันต์ในทางยา หมอพื้นบ้านใช้ใบตองอ่อนที่ยังม้วนอยู่ นำมาอังไฟสำหรับประคบรักษาอาการปวดหน้าอก อาการอักเสบพุพองของผิวหนัง หรือนำมาต้มน้ำดื่มแก้ท้องเสีย บิด แก้ผื่นคัน สมัยที่ยาเพนิซิลลินหายาก น้ำคั้นสดจากหยวกกล้วยช่วยเยียวยาโรคหนองใน
ลุงวุฒิ หรือ นายวุฒิศักดิ์ พรมแก้ว เป็นเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาการเลี้ยงสัตว์ ประจำปี พ.ศ. 2566 ได้เปิดฟาร์มเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องการเลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดีและแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ได้รับความสนใจจากเกษตรกรและประชาชนทั่วประเทศ ฟาร์มแห่งนี้ ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 2 ตำบลบางวัน อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา โทรศัพท์ 083-104-2252 ลุงวุฒิเป็นผู้นำรวมกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่สัตว์ปีกอารมณ์ดี อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา ที่นี่เน้นเลี้ยงไก่ไข่แบบปล่อยอิสระในสวนปาล์มน้ำมัน ช่วยให้แม่ไก่มีชีวิตที่ดีขึ้น และใช้สูตรสมุนไพรแทนยาปฏิชีวนะ สามารถเพิ่มรายได้ลดรายจ่าย ดีกว่าการปลูกปาล์มน้ำมันเพียงอย่างเดียวหลายเท่าตัว ปัจจุบันฟาร์มแห่งนี้ได้รับใบรับรองมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ในระบบฟาร์มการเลี้ยงไก่ไข่แบบไม่ขังกรง (Cage-Free) จากบริษัท คะตะลิสต์ วิสาหกิจเพื่อสังคมและได้เรียนรู้ทักษะในการจัดการฟาร์มไก่ไข่ที่ยั่งยืน เน้นวิธีการเลี้ยงที่คำนึงถึงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการดูแลสุขภาพสัตว์ให้ได้มาตรฐานสากล ภายใต้การสนับสนุนของสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งช
ภาวะโลกรวน (Climate Change) ทำให้แมลงศัตรูพืชเพิ่มจำนวนและระบาดหนักขึ้น เพราะอุณหภูมิสูงขึ้น ทำให้แมลงเผาผลาญพลังงานเร็วขึ้น กินพืชมากขึ้น ขยายพันธุ์ได้เร็วขึ้นแล้ว ยังขยายพื้นที่ระบาดไปยังพื้นที่ที่ไม่เคยมีมาก่อน นอกจากนี้ อุณหภูมิที่สูงขึ้นยังทำให้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชสลายตัวเร็วขึ้น ลดประสิทธิภาพในการกำจัดแมลง ทำให้เกษตรกรหลายคนประสบปัญหา แมลงศัตรูพืช “ ดื้อยา-ไม่ตาย” หลังพ่นใช้สารเคมีป้องกันกำจัดในอัตราส่วนเข้มข้นเท่าเดิมหรือมากกว่าเดิม ที่มาของ “การดื้อยา” “การดื้อยา” หรือ การที่ศัตรูพืชต้านทานสารเคมี เกิดขึ้นได้จากการใช้สารเคมีที่ผิดวิธี หรือใช้ในอัตราที่ไม่เหมาะสม ทำให้ศัตรูพืชสร้างกลไกการต้านทานขึ้น เพื่อต้านทานสารเคมีชนิดนั้นๆ ส่งผลให้เกิดการดื้อยาในศัตรูพืชรุ่นลูกและรุ่นหลาน ทำให้สารเคมีที่เกษตรกรเคยใช้ไม่ได้ผล ไม่สามารถจำกัดแมลงได้อีกต่อไป ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต เนื่องจากต้องพ่นสารเคมีซ้ำหรือใช้ในปริมาณที่มากขึ้น แต่ผลผลิตที่ได้กลับมีคุณภาพและปริมาณลดลง วิธีป้องกันศัตรูพืชดื้อยา กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย กรมส่งเสริมการเกษตร ได้แนะนำวิธีป้องกันศัตรูพืชดื้อยา
