เทคนิคเกษตร
ขนมเทียนหญ้านางนวล – ข่าวสดอิ่มอร่อย พาไปที่บ้านหัวแรต หมู่ 5 ต.ตรึม อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ ขณะ นายยนต์ ดัชถุยาวัฒน์ ผู้ใหญ่บ้านบ้านหัวแรต นำกลุ่มแม่บ้าน สาธิตการทำขนมเทียนสูตรโบราณ ที่ผสมกับต้นหญ้านางนวล ให้ชม ขนมเทียนสูตรนี้ทำกันมานานตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตาทวด และถ่ายทอดวิธีการทำจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อให้ชุมชนทำขาย มีรายได้เข้าครอบครัวอีกด้วย ต้นหญ้านางนวลนี้ เป็นส่วนผสมขนมเทียนสูตรโบราณ ช่วงเวลานี้ เป็นช่วงที่ยังเก็บได้ในท้องทุ่งนา เพราะมันจะขึ้นหลังจากที่เก็บเกี่ยวข้าวช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์เท่านั้น ถ้าพ้นช่วงนี้ไปแล้ว ต้นหญ้านางนวลก็จะแก่และแห้ง ดังนั้น ชาวบ้านนิยมเก็บให้ได้เยอะๆ เพื่อนำไปตากให้แห้ง เพื่อจะใช้ได้เป็นปี ด้วยวิธีการเก็บรักษาเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม หญ้าชนิดนี้หาได้บางพื้นที่เท่านั้น และบางที่อาจเก็บไม่ทัน เพราะวัวควายกินหมดก่อน ลำต้นของต้นหญ้านางนวลไม่ใหญ่มากมีสีเขียวอ่อน ใบอวบๆ ลักษณะเรียว มีดอกสีเทาอ่อนปนน้ำตาลความสูงประมาณ 20 เซนติเมตร รสชาติจะออกขมนิดๆ หวานหน่อยๆ รากนำไปต้มกินได้เหมือนน้ำชา เมื่อเก็บหญ้านานวลมาแล้ว กลุ่มแม่บ้านจึงช่วยกันคัดแยกเอารากออกจะเอาเฉพาะลำต
“กล้วย” ผลไม้ยอดนิยมของไทยที่มีเรื่องราวผูกติดฝังแน่นอยู่กับวัฒนธรรมบ้านเรามายาวนาน เชื่อว่าคนไทยแทบทุกคน ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเก่า รุ่นใหม่ รวมทั้งรุ่นกลางเก่ากลางใหม่ทั้งหลายคงจะคุ้นเคยกับการรับประทานกล้วยเป็นอาหารว่าง เป็นของหวาน หรือแม้กระทั่งเป็นอาหารมื้อหลักมาแล้วทั้งสิ้น ไม่ช่วงใดก็ช่วงหนึ่งของชีวิตแหละค่ะ กล้วยนั้นเป็นผลไม้มหัศจรรย์ เพราะสามารถใช้ประโยชน์จากทุกส่วนของพืชได้อย่างคุ้มค่าอเนกอนันต์เหลือเชื่อเมื่อเทียบกับแหล่งพลังงาน แร่ธาตุ และวิตามิน ที่ได้มาจากผลไม้ราคาแพงชนิดอื่นๆ กล้วยจึงกลายเป็นผลไม้ยอดนิยมของคนทั่วโลกมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นชาวเอเชียอย่างเราๆ หรือแม้กระทั่งฝรั่งตาน้ำข้าวทั้งหลาย อันนี้จริงๆ นะคะ และอย่าตกใจนะถ้าจะบอกว่า คนในกลุ่มประเทศยุโรป-อเมริกา ชอบกินกล้วยกันมากกว่าใคร ชาวยุโรปหรือ อียู เป็นกลุ่มประชากรที่บริโภคกล้วยในปริมาณสูงสุดถึง 34% ของผลผลิตกล้วยที่ส่งออกจำหน่ายในต่างประเทศทั้งโลก ตามมาด้วยสหรัฐอเมริกาเป็นอันดับสอง 28% และญี่ปุ่น 7% เฉพาะคนอเมริกันชาติเดียวกินกล้วยหอมเป็นล่ำเป็นสัน มีมูลค่าสูงถึงปีละ 1,000 ล้านเหรียญ เลยทีเดียว! แต่คนเหล่านี้กิ
ในด้านผลผลิตการเกษตรปัจจุบันจะเห็นได้ว่ามุ่งเน้นให้ได้ผลผลิตที่ปลอดสารเคมีให้มากที่สุด ไม่ว่าจะใช้ชื่อพืชปลอดภัยจากสารพิษ พืชผักอินทรีย์ เกษตรปลอดภัย เกษตรชีวภาพ ฯลฯ เกษตรกรผู้ผลิตจะนำวิธีการต่างๆ เพื่อให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นต่อผลผลิตของตนเอง ส่งผลถึงราคาผลผลิตที่ดีขึ้น อย่างเช่น การใช้สารเคมีในระยะแรก แต่เมื่อจะถึงระยะเวลาเก็บเกี่ยวก็จะงดใช้สารเคมี หันมาใช้สารอินทรีย์ทดแทน หรือใช้สารอินทรีย์ตลอดระยะเวลาการปลูก ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อให้ผลผลิตเกษตรปลอดสารพิษตกค้าง ผู้บริโภคปลอดภัยนั่นเอง สถาบันวิจัยและฝึกอบรมการเกษตรลำปาง เป็นหน่วยงานหนึ่งของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ประสบผลสำเร็จในการศึกษาวิจัยใช้เชื้อราเพื่อกำจัดแมลง เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของเกษตรกรที่จะใช้ป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืช สามารถปฏิบัติเองได้ ต้นทุนต่ำ ราคาถูก ด้วยหลักการใช้เชื้อราเข้าทำลายโดยผ่านผนังลำตัวของแมลง จึงฆ่าแมลงได้หลายชนิดและทุกระยะของการเจริญเติบโต ทั้งแมลงชนิดที่ดูดน้ำเลี้ยงจากต้นพืช เช่น เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟ ไรขาว เพลี้ยแป้ง มวน หรือแมลงที่ทำลายพืชด้วยการกัดกิน เช่น ด้วง หนอนผีเสื้อชนิดต่างๆ แม้บางช่
คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คิดค้นการผลิตกระดาษจากกาบกล้วยน้ำว้าด้วยวิธีชีวภาพ ที่สามารถเก็บไว้ได้นานโดยกระดาษไม่เหลืองและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เนื่องจากกระบวนการผลิตกระดาษในเชิงหัตถกรรมจะใช้สารเคมีในกระบวนการผลิต คือใช้โซเดียมไฮดรอกไซด์ในการแช่และต้มเยื่อกระดาษ และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ใช้ในการฟอกเยื่อกระดาษ สารเคมีทั้งสองตัวนี้จะเป็นตัวทำให้กระดาษที่ได้ขาวสว่าง เนื่องจากเกิดการทำปฏิกิริยากับลิกนิน ทำให้ปริมาณลิกนินในเยื่อกระดาษลดลง แต่การใช้โซเดียมไฮดรอกไซด์ ถึงแม้จะทำให้ปริมาณลิกนินในเยื่อลดลง ในทางกลับกันผลผลิตเยื่อที่ได้ก็จะมีค่าลดลงเช่นกัน นอกจากนั้น เมื่อสิ้นสุดกระบวนการต้มเยื่อ น้ำทิ้งที่ได้จะมีส่วนประกอบของโซเดียมที่อยู่ในรูปเกลือต่างๆ สารประกอบคาร์โบไฮเดรต และลิกนิน สารต่างๆ เหล่านี้เมื่อถูกปล่อยลงในน้ำทิ้งก็จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งปฏิกิริยาของไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ที่ใช้ในการฟอกเยื่อกระดาษก็เป็นแต่เพียงการทำให้ลิกนินก่อให้เกิดสีแตกตัวเท่านั้น ไม่ใช่เป็นการกำจัดลิกนิน เจ้าตัวลิกนินนี้เอง ที่จะทำให้กระดาษกลับเป็นสีเหลืองได้โดยง่าย นอกจากนี้การผลิตก
เดิมชาวลื้อ หรือไทลื้อ มีถิ่นฐานที่อยู่บริเวณ เมืองลื้อหลวง จีนเรียกว่า “ลือแจง” ต่อมาได้เคลื่อนย้ายลงมาอยู่ บริเวณเมืองหนองแส หรือที่เรียกว่า คุนหมิง ในปัจจุบัน แล้วย้ายลงมาสู่ลุ่มน้ำน้ำโขง สิบสองปันนาปัจจุบัน ประมาณศตวรรษที่ 12 จึงเกิดมีวีรบุรุษชาวไทลื้อชื่อ เจ้าเจื๋องหาญ ได้รวบรวมหัวเมืองต่างๆ ในสิบสองปันนา ปัจจุบันตั้งเป็นอาณาจักรแจ่ลื้อ (เซอลี่) ชาวไทลื้อบางส่วนได้อพยพ หรือ ถูกกวาดต้อน ออกจากเมืองเหล่านี้เมื่อประมาณหนึ่งร้อยถึงสองร้อยปีที่ผ่านมา แล้วลงมาตั้งถิ่นฐานใหม่ในประเทศตอนล่าง เช่น พม่า ลาว และไทย ส่วนในต่างประเทศนั้น มีการกระจายตัวกันเกือบทุกประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เช่นในรัฐฉาน ประเทศพม่า ประเทศลาว ประเทศเวียดนาม (เมืองแถน และ เมืองเดียนเบียนฟู ก็มีการบันทึกไว้ว่ามีชาวไทลื้อ อยู่ที่นั่นด้วย) ในชุมชนไทลื้อมีการปลูกเครือหมาน้อยเพื่อทำวุ้นเครือหมาน้อย โดยชาวไทลื้อเรียกว่า แองแทะ เพื่อนำไปทำเป็นอาหารหวานและอาหารคาว มีสรรพคุณเป็นยาเย็น แก้ร้อนใน ดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ ส่วนคนไทยเลยยังใช้น้ำคั้นจากรากและใบของเครือหมาน้อยใส่ในแกงหน่อไม้แทนใบย่านาง ปัจจุบัน กลุ่มอ
“ลูกใต้ใบ” เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นมากมายในฤดูฝน และพบทั่วทุกภาคของเมืองไทย เดินไปในเขตเมืองหรือท้องไร่ท้องนาก็หาลูกใต้ใบมาทำยาได้ง่าย ขอให้เหลียวมองหาในที่ว่างรกร้างหรือในสนามก็จะพบได้แน่นอน ลูกใต้ใบเคยเป็นสมุนไพรที่นิยมใช้ในหมู่ประชาชน เป็นชาสมุนไพรที่พระธุดงค์มักจะพกติดกายยามเดินธุดงค์เพราะมีสรรพคุณ แก้ไข้ แก้ท้องเสียได้ดีนัก คนจีนเชื่อว่าถ้ากินลูกใต้ใบติดต่อกัน 1 สัปดาห์ จะช่วยกำจัดพิษออกจากตับ มีผลทำให้สายตาดี แต่กาลเวลาผ่านไปไม่ถึง 20 ปี ลูกใต้ใบที่เคยส่งเสริมให้ความรู้ในการใช้ประโยชน์กลับไม่ค่อยมีใครรู้จักเสียแล้ว ทั้งๆ ที่สรรพคุณมิได้เจือจางไปตามกาลเวลา มีแต่ความนิยมที่เลือนหายไปตามกระแสแฟชั่นของสมุนไพรที่มักเชื่อกันตามแรงมาร์เก็ตติ้ง ลูกใต้ใบมีรสขมจัด สรรพคุณในตำรายาไทยบอกว่ามีสรรพคุณในการช่วยลดไข้ทุกชนิด (ไข้หวัด ไข้ทับระดู ไข้จับสั่น) ช่วยแก้หวัด แก้ไอ แก้ร้อนในกระหายน้ำได้ด้วย และใช้ขับระดูขาว แก้น้ำดีพิการ แก้ดีซ่าน แก้ขัดเบา ขับปัสสาวะ แก้นิ่ว แก้บวม แก้กามโรค แก้ปวดฝี แก้ท้องเสีย บำรุงธาตุ ผู้ที่นิยมเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ และสนใจดูพืชพันธุ์ต่างๆ จะพบเห็นลูกใต
นานหลายปีมาแล้ว ที่ผมเห็นขวดน้ำปลาแบบผลิตเป็นการภายใน แปะฉลากยี่ห้อ “ปลาน้ำหลาก” ที่บ้านพี่เก๋ – กิ่งกร นรินทรกุล ณ อยุธยา รอง ผอ.มูลนิธิชีววิถี เมื่อได้ลองเอามาปรุงกับข้าว พบว่ารสอ่อนนัวนวล หอม อร่อย มันเป็นน้ำปลาที่ชาวบ้านริมน้ำน่าน ที่อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ทำกินกันเองในหมู่ครัวเรือนที่คุ้นเคย ซึ่งต่อมา เมื่อปลาขาวสร้อย อันเป็นวัตถุดิบหลักเริ่มหายากและลดจำนวนลงเรื่อยๆ ผมก็ไม่ได้เห็น ไม่ได้ชิม “ปลาน้ำหลาก” มาหลายปีแล้ว จนเมื่อต้นเดือนธันวาคมนี้เอง ที่พี่เก๋มาชวนไปดูถึงแหล่งผลิต ที่บ้านพี่แหม่ม – คุณคนึง เกตุสีเนียม หมู่ที่ 7 บ้านเกยไชยใต้ ตำบลเกยไชย อำเภอชุมแสง “เราเคยบอกเขาไว้ว่าอยากไปดูตอนเขาต้ม นี่เขาหมักไว้ได้หลายโอ่ง รอๆ เราอยู่ พวกเราไปดูกันเถอะ” พี่เก๋ว่า ของแบบนี้ ถึงไม่ชวนก็คงขอไปด้วยล่ะครับ พวกเราก็เลยขับรถไปชุมแสงกัน พอไปถึง ผมก็เลยได้รู้ว่า พื้นที่แถบนี้เป็นเครือข่ายของ “โรงเรียนชาวนาบ้านเกยไชยใต้” ทำงานด้านการอนุรักษ์ปรับปรุงพันธุ์ข้าวพื้นบ้านกันเงียบๆ มานาน จนสามารถเพาะพันธุ์ข้าวปรับปรุงขึ้นได้กว่า 10 สายพันธุ์คุณภาพ โดยเฉพาะข้าวขาวเกยไชย ที่เป็นพันธุ์ผสมระ
หากใครนิยมบริโภคผักเป็นอาหารหลัก คงทราบทันทีว่ามีราคาแพง ด้วยความสงสัยจึงลองสอบถามแม่ค้าตามตลาดสดพบว่าสาเหตุมาจากสภาพอากาศผันผวนเปลี่ยนแปลงกระทบกับผู้ปลูกผัก ทำให้มีผักน้อยราคาจึงสูงเมื่อรวมกับต้นทุนค่าขนส่งอีก เคยลงพื้นที่พูดคุยกับเกษตรกรปลูกผักที่แปลง เขาเผยให้ฟังว่า เกษตรกรบางรายรีบเก็บผักส่งตลาด ทั้งที่เพิ่งฉีดสารเคมี เพราะไม่ทันความต้องการของตลาด พอฟังอย่างนี้แล้วรู้สึกกลัวขึ้นมาทันที เห็นจะต้องหันไปพึ่งผักปลอดสารแบบมีหีบห่อดีกว่า แต่ก็ไม่วายยังได้รับข้อมูลอีกว่าผักปลอดสารดังกล่าวใช่ว่าจะเป็นของจริงไปเสียทั้งหมด บางแห่งมีการแอบอ้างเพื่อหรอกผู้บริโภคหวังเป็นการค้า แล้วคราวนี้ใครเดือดร้อน ถ้าไม่ใช่พวกเรา… ถ้าเป็นเช่นนี้เห็นทีต้องชวนท่านผู้อ่านปลูกผักไว้กินเองคงจะดีแน่!! ความจริงกระแสการปลูกผักเพื่อให้ปลอดภัยในการบริโภคมีทำกันมากหลายแห่ง โดยเฉพาะภาคเอกชนที่พยายามจุดประกายเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง มีการสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงกันหลายจุดตั้งแต่ผู้ปลูกไปจนถึงผู้ขาย พอมาภายหลังหน่วยงานราชการหลายแห่งกระโดดลงมาร่วมวงด้วยเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีมีประโยชน์ต่อการบริโภคแล้วยังทำให้ห่าง
ไม้เลื้อยส่วนใหญ่มักเป็นไม้หน้าฝน มาเองกับธรรมชาติ และจากไปในฤดูกาลเมื่อถึงเวลาของมัน เราจะเห็นเถาตำลึง มะระขี้นก กระทกรก พวงชมพู อัญชัน เถาคัน ฯลฯ แตกต้นเล็กๆขึ้นมาจากผืนดินในที่รกร้างพร้อมกับฝนแรก และไม่นานหลังจากนั้นมันก็จะระบัดใบรวดเร็ว เลื้อยไต่พันเกาะทุกสิ่งที่มือของมันยึดเกี่ยวไปถึง ในบรรดาไม้เลื้อยเหล่านี้ ต้นที่แข็งแรงกว่าจะได้ชัยชนะในการปีนป่ายทับไม้อื่นเสมอ และมันจะไม่ยอมหยุดยั้งการแผ่อาณาเขตตราบเท่าที่มีช่องว่างให้ผ่านไป แถวบ้านฉันราชาและราชินีแห่งไม้เถาที่เลื้อยเก่งแบบไม่เกรงใจผู้ใดเลยก็คือมะระขี้นกกับกระทกรก เพราะเมล็ดพันธุ์ที่ฝังอยู่ในดินมีมากมายก่ายกอง มีน้ำชุ่มเมื่อไหร่ก็แทงยอดใหม่ทันที แต่สุดยอดแห่งความทรหดอดทนนั้นต้องยกให้เป็น “ตำลึง” ซึ่งไม่ต้องรอฝนตกเลยก็เกิดและเติบโตได้ในทุกที่ขอเพียงให้มีหยาดน้ำค้างพร่างพรมอยู่บ้างในยามค่ำคืน ส่วนเถาไม้งามประดับรั้วในฤดูฟ้าฉ่ำนั้นไม่มีไม้ใดงดงามเท่า พวงชมพู กับ อัญชัน อีกแล้ว ในที่รกร้างรอบบ้านทุกฤดูต้นฝน พวงชมพูกับอัญชันจะแผ่ขยายอาณาจักรไปทุกหย่อมหญ้า ไม่ต้องมีเสารั้วให้เกาะก็ไม่เป็นปัญหา พวกเธอจะคืบคลานไปในทางระนาบทุกทิศทาง แต่
พื้นที่ป่าชุมชนบ้านซำหวาย อำเภอน้ำผืน อุบลราชธานี มีความอุดมสมบูรณ์ เนื่องจากมีอาณาบริเวณติดกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ายอดโดม เป็นแหล่งต้นน้ำที่ไหลลงสู่ห้วยพระเจ้า ห้วยวังใหญ่ และห้วยบอน มีอ่างเก็บน้ำห้วยวังใหญ่ ซึ่งมีน้ำขังตลอดปีเพื่อใช้สำหรับอุปโภคบริโภค และเพื่อการเกษตร หล่อเลี้ยงวิถีการดำเนินชีวิตของชุมชนตำบลซำหวาย ชุมชนได้กำหนดยุทธศาสตร์การทำงานด้านการอนุรักษ์อย่างชัดเจน มีการเชื่อมโยงการจัดการทรัพยากรดิน น้ำ ป่า พืช สัตว์ อย่างสัมพันธ์และเกื้อกูลกัน เช่น การกำหนดแนวเขตการอนุรักษ์ป่าเป็น “ป่ากันชน” มีการเก็บน้ำไว้ใต้ดินเพื่อนำกลับมาใช้ได้ใหม่ในฤดูแล้ง การทำฝายชะลอน้ำ โครงการอนุรักษ์พันธุ์ปลาอีไท ซึ่งเป็นพันธุ์ปลาท้องถิ่นและใกล้สูญพันธุ์ ด้วยการกำหนดเขตพื้นที่ห้ามจับปลาในช่วงฤดูกาลวางไข่ ได้กำหนดกฎระเบียบการใช้ประโยชน์จากป่าชุมชน และแหล่งน้ำสาธารณะที่ชัดเจน นอกจากนั้น ยังเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมความเชื่อถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดั้งเดิมอีกด้วย “ป่ากันชน” ผืนนี้นั้นหากย้อนกลับไปมองอดีต จากคำบอกเล่าของคนในตระกูล “สะนัย” ซึ่งเป็นกลุ่มแรกที่เข้ามาตั้งถิ่นที่อยู่อาศัยเพียงไม่กี่ครัวเรือน เริ่มต้นตั
