เทคนิคเกษตร
ตอนนี้ยังอยู่กับเรื่องท่องเที่ยวแบบกินอาหารพื้นถิ่น กินอาหารตามฤดูกาลกันต่อนะคะ ว่าด้วยอาหารพื้นถิ่นเป็นอาหารมาจากบรรพบุรุษ เรียกว่าตกทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น อาจมีการดัดแปลงการพัฒนาสูตรและวิธีทำบ้างตามสภาพชีวิตที่เปลี่ยนไปแต่ยังคงเป็นอาหารพื้นถิ่น ที่นี่ชื่อบ้านปะตงล่าง เป็นชุมชนของผู้คนหลากหลายโดยเฉพาะจากเขมร ดังนั้น ของกินก็มีหลากหลายเช่นกัน เรียกเล่นๆ ว่านานาชาติ ชื่อหมู่บ้านก็เพี้ยนมาจากภาษาเขมร มีความหมายว่าเที่ยงตรง หรือตอนเที่ยงพอดี เล่าเป็นตำนานว่า มีพระภิกษุเดินทางมาที่นี่มาถึงตอนเที่ยงตรง (ออกเสียงเขมรและเขียนไม่ถูกค่ะ) บ้านปะตงล่างฉันเรียกเล่นๆ ว่า บ้านช้าง เพราะผู้คนที่นี่บอกว่า มีช้างลงมาจากป่ามาหากินในหมู่บ้านเสมอ เขาต้องมีวิธีการอยู่ร่วมกับช้าง มีเวรยามดูแล เมื่อช้างเข้ามาในหมู่บ้านก็ต้องผลักดันช้างออกไป แต่ไม่ได้ทำร้ายช้าง เราคุยกันว่าทำไมช้างถึงลงมาหากินในหมู่บ้าน น่าจะเป็นเพราะว่าไม่มีแหล่งอาหารในป่า หญิงสาวคนหนึ่งที่มาด้วย เธอเสนอโครงการ ปลูกอาหารบนภูเขาให้ช้างกินกันเถอะ ช้างจะได้ไม่ต้องลงมา เธออยากจะนัดแนะเพื่อนฝูงช่วยกันปลูกต้นไม้ที่เป็นอาหารช้าง นับว่าเป็นแนวคิดที่
บ้านโงกน้ำ ต.นาขยาด อ.ควนขนุน จ.พัทลุง เป็นหมู่บ้านเล็กๆ และยังล้าหลังทั้งในด้านการศึกษาและการดำเนินชีวิต ชาวบ้านส่วนใหญ่ ยังมีรายได้น้อย แต่หลังจากที่ชาวบ้านรวมกลุ่มกันทำงาน และยึดหลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการปลูกพืชหลากหลายชนิดในพื้นที่ ทั้งไม้ผล ไม้ประดับ ผักสวนครัว และเลี้ยงสัตว์ อีกทั้งชาวบ้านรู้จักนำวัตถุดิบที่เหลือใช้ในท้องถิ่นอย่างมูลสัตว์มาทำปุ๋ยชีวภาพ เพื่อใช้ในครัวเรือน เป็นการลดต้นทุนการผลิต จนประสบความสำเร็จ ได้รับการยอมรับเป็นแหล่งศึกษาดูงานของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน บ้านโงกน้ำ ยังเป็นที่รู้จักในนามของปราชญ์ชาวบ้าน ในการถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจ เรื่องการทำเกษตรทฤษฎีใหม่แก่เกษตรกร ให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีฐานการเรียนรู้ถึง 17 ฐาน เช่น การบริหารการจัดการกลุ่มออมทรัพย์ การเลี้ยงปลาดุกในบ่อพลาสติก การทำปุ๋ยน้ำอีเอ็ม ปุ๋ยชีวภาพอัดเม็ด แก๊สชีวภาพจากมูลสัตว์ การแปรรูปผลผลิตการเกษตร เป็นต้น โดยเฉพาะการทำปลาดุกร้าจากปลาดุกเลี้ยง ที่ชาวบ้านเลี้ยงครัวเรือนละ 500-800 ตัว ในบ่อพลาสติกข้างบ้าน นำมาแปรรูปขาย สร้างรายได้ และส่งจำหน่ายไปไกลถ
แผ่นมาสก์ไบโอเซลลูโลสจากน้ำมะพร้าว เป็นผลงานวิจัยของ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร รศ.ดร. พรอนงค์ อร่ามวิทย์ หนึ่งในคณะผู้วิจัย บอกว่า แผ่นมาสก์ไบโอเซลลูโลสจากน้ำมะพร้าว เป็นการวิจัยและพัฒนาน้ำมะพร้าวแก่ ซึ่งเป็นวัตถุดิบเหลือทิ้งทางการเกษตร ที่ได้จากกระบวนการผลิตกะทิและไม่ได้รับความนิยมในการนำไปบริโภค “ประโยชน์หลักๆ ของน้ำมะพร้าวแก่ที่เห็นชัดตอนนี้คือ การนำไปทำวุ้นมะพร้าว ของกลุ่มเกษตรกรต่างๆ ซึ่งจะทำออกมาจำหน่ายกันในราคาเพียง กิโลกรัมละ 4 บาท เท่านั้น” แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ ปริมาณน้ำมะพร้าวแก่นั้นมีอยู่มาก และยังอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการทิ้งลงในแหล่งน้ำธรรมชาติ ด้วยเหตุนี้จึงมีการคิดวิจัยการนำของเหลือทิ้งดังกล่าวมาใช้ประโยชน์ และประสบความสำเร็จจนได้แผ่นมาสก์ไบโอเซลลูโลส ที่มีราคาต่อหน่วยนับ 1 ชิ้น ตั้งแต่หลักสิบ ไปจนถึงหลักร้อยบาท และหากมีการส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศ โดยผ่านผู้ผลิตเครื่องสำอางชั้นนำของโลก ราคาในท้องตลาดจะเพิ่มไปเป็นหลักพันบาททีเดียว ผลงานการวิจัยชิ้นนี้ จึงเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสิ่งเหลือใ
คุณจันตนา นามกร ประธานกลุ่มแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ตำบลบ้านทะเลทรัพย์ อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ได้พาเทคโนโลยีชาวบ้าน เข้าชมกระบวนการทำกล้วยเล็บมือนางแปรรูป คุณจันตนา เล่าว่า เมื่อก่อนเคยทำงานตัดเย็บเสื้อผ้าและช่างทำผมมาก่อน แล้วมาเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มแม่บ้านทะเลทรัพย์ หลังจากนั้น ก็มาเป็นประธานกลุ่มการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรของตำบลบ้านทะเลทรัพย์ คุณจันตนา บอกว่า กล้วยเล็บมือนางที่แปรรูป เป็นกล้วยเล็บมือนางของจังหวัดชุมพร นำมาจากเกษตรกรที่ลงชื่อเป็นสมาชิกของทางกลุ่มแม่บ้านทะเลทรัพย์ กระบวนการผลิตใช้เวลาทำให้เสร็จภายใน 1 วัน ทางกลุ่มแม่บ้านทะเลทรัพย์จะเน้นในเรื่องของคุณภาพ การยืดอายุของอาหารเพราะว่าจะคงความกรอบและสีสันที่สวยงามไว้ได้นาน…จึงได้ใช้ถุงแบบไนโตรเจนเพื่อให้ดูแลผลิตภัณฑ์ได้นาน 6 เดือน วิธีการแปรรูป นำกล้วยเล็บมือนางแก่ 70 เปอร์เซ็นต์ มาปอกเปลือกชั้นนอกของกล้วยออก พอเสร็จแล้ว ก็นำกล้วยใส่ลงไปในถังน้ำที่ประกอบด้วยน้ำมันเล็กน้อย เพราะว่าต้องการให้ยางของกล้วยแยกตัวออกจากลูกกล้วย จากนั้นจึงเริ่มกระบวนการสไลซ์กล้วยลงไปในกระทะ…จะต้องดูอุณหภูมิในกระทะก่อนว่าได้ประมาณ 70-80 อ
มาทำข่าวในพื้นที่ภาคใต้ทีไร รู้สึกอิ่มอกอิ่มใจที่ได้กินอาหารปักษ์ใต้รสอร่อยทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเมนูคั่วกลิ้ง แกงส้ม แกงเผ็ด แกงกะทิ ขนมจีนน้ำยาใต้ แกงไตปลา ฯลฯ อาหารปักษ์ใต้มีเสน่ห์เฉพาะตัว และเหมาะกับคนไทยที่รักสุขภาพอย่างยิ่ง เพราะอาหารปักษ์ใต้ผลิตจากเครื่องแกงที่มีส่วนผสมของสมุนไพร อย่าง ขมิ้นชัน และพริก ทำให้อาหารแต่ละจานมีรสเด็ดเผ็ดจัดจ้าน ยิ่งกินคู่กับยอดมะม่วงหิมพานต์ ยอดหมุย ยอดมันปู ยอดจิกน้ำ ผักกาดนกเขา ฯลฯ ซึ่งเป็นผักสดที่มีคุณค่ามหาศาล ช่วยต้านอนุมูลอิสระ เรียกว่า อิ่มท้อง“หรอยจังหู้” ได้ทุกมื้อแล้ว ยังได้สุขภาพดีไปพร้อมกัน รสชาติความอร่อยของเมนูอาหารปักษ์ใต้แต่ละจาน ขึ้นอยู่กับรสมือของแม่ครัวคนเก่งแล้ว “เครื่องแกง” ก็ถือเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ขาดเสียมิได้ คุณจตุรภัทร เวชสิทธิ์ ผู้อำนวยการ กศน. อำเภอคลองหอยโข่ง ได้สละเวลาพาทีมงานเทคโนโลยีชาวบ้านไปเยี่ยมชมกิจการ “เครื่องแกงตายาย” สินค้าเด่นที่เป็นความภาคภูมิใจของท้องถิ่น กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแห่งนี้เกิดจากการรวมตัวกันของชาวบ้านที่ต้องการแปรรูปทรัพยากรในท้องถิ่นเพื่อสร้างมูลค่าและรายได้ให้กับสมาชิกในชุมชน มีการนำเทคโนโลยีมาพัฒนา
การได้เล่นของเล่นที่ผลิตจากไม้ อย่างโดมิโน, ลูโด้, หมากฮอส, แบกคาม่อนหรือแม้แต่บันไดงู มิใช่เพียงสร้างความเพลิดเพลินให้แก่ผู้เล่นทั้งแบบเดี่ยวหรือแบบกลุ่มเพียงอย่างเดียว แต่ยังแฝงไปด้วยการเสริมสร้างทักษะ ความคิด การแก้ปัญหา การสร้างสมาธิ ฝึกความอดทน และที่สำคัญของเล่นไม้มีความปลอดภัยมากกว่าของเล่นที่ผลิตจากพลาสติก เป็นที่น่าเสียดายว่าในปัจจุบันของเล่นที่ผลิตจากไม้เหล่านั้นได้รับความสนใจน้อยมากหรือบางคนอาจไม่รู้จักด้วยซ้ำ เพราะทั้งผู้ใหญ่และเด็กต่างหันไปเสพความสนุกสนานเอาจริงเอาจังกับเกมในออนไลน์เสียมากกว่า จนลืมคุณค่าจากของเล่นไม้เหล่านั้นไปอย่างน่าเสียดาย ที่บ้านห้วยเกี๋ยง ตำบลหนองหาร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ มีชาวบ้านรวมกลุ่มกันตั้งเป็นชมรมหัตถกรรมพื้นบ้านขึ้นเพื่อเป็นแหล่งผลิตของเล่นไม้ที่ใหญ่แห่งหนึ่งของประเทศมายาวนาน เป็นของเล่นที่ผลิตตามมาตรฐาน พร้อมกับได้รับการรับรองเพื่อจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ คุณวรรณภา ไชยโย หรือ คุณเปิ้ล ทายาทคนรุ่นใหม่ดีกรีปริญญาตรีทางด้านการบริหารจัดการสำนักงาน ที่มาช่วยครอบครัวดูแลธุรกิจผลิตของเล่นไม้ได้เกือบ 10 ปี ด้วยการนำความรู้ที่ร่ำเรียนเข้ามา
ศาสตราภิชานล้อม เพ็งแก้ว ได้เล่าถึงศิลปะปูนปั้นที่พบบริเวณโบราณสถานทุ่งเศรษฐี ตำบลนายาง อำเภอชะอำ ที่ในอดีตเคยเป็นแหล่งชุมชนชายฝั่งทะเลตอนใต้ของจังหวัดเพชรบุรี ต่อมาในสมัยลพบุรียังคงพบงานปูนปั้นที่ปราสาทหินวัดกำแพงแลง และมาเฟื่องฟูในสมัยอยุธยา มีหลักฐานที่พบตามวัดเก่าแก่ของเพชรบุรี เป็นต้นว่า วัดสระบัว วัดไผ่ล้อม วัดมหาธาตุวรวิหาร โดยยังมีช่างปูนปั้นทำสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน งานปูนปั้นเมืองเพชรเป็นการปั้นปูนสด ผิดกับที่อื่นที่นิยมใช้การแกะพิมพ์ ศิลปะปูนปั้นของช่างเมืองเพชรจากอดีตเป็นต้นมานั้นนิยมปั้นสดทุกตัว ลวดลายแต่ละแห่งจึงต่างกันตามชั้นเชิงของช่างปั้น ที่สำคัญช่างปั้นมักปั้นโดยใส่อารมณ์ขันในเชิงทะลึ่งทะเล้นไว้อย่างละเล็กละน้อยเสมอ ทำให้ดูสนุกสนานเพลิดเพลิน นอกจากนี้ ยังแสดงภูมิรู้ประกอบไว้อีกด้วย เป็นต้นว่า ผลงานของท่านอาจารย์ “ทองร่วง เอมโอษฐ” ช่างปูนปั้นมือเอกของจังหวัดเพชรบุรี ที่หยิบยกประเด็นทางการเมืองของยุคสมัยมาใส่ในงานปูนปั้นเป็นที่เลื่องลือ ทั้งรูปปูนปั้น ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรี ในท่าแบกฐานพระจนหลังแอ่น รูปนายสมัคร สุนทรเวช คล้องโซ่ตรวนที่ฐานพระในโรงเรียนพร
เมื่อเร็วๆ นี้ คณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้จัดกิจกรรมประกวดผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมสายอุดมศึกษา ในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2561 (Thailand Research Expo 2018)” ณ ห้องเวิลด์บอลรูม ชั้น 23 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้นักศึกษาสายอุดมศึกษาทั่วประเทศได้มุ่งมั่นพัฒนาสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมใหม่ๆ โดย ดร. กอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานมอบรางวัลให้แก่ผู้ชนะการประกวดโครงการผลงานนวัตกรรมสายอุดมศึกษา สำหรับกิจกรรมประกวดในครั้งนี้ มีผู้สนใจส่งผลงานเข้าร่วมประกวด รวม 111 ผลงาน ได้แก่ ชุดตรวจสอบไวรัสในปลานิล ชุดตรวจสอบ ELISA สำหรับการตอบสนองของภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะในปลานิล ผลงานของนักศึกษามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้รับรางวัลระดับดี ในกลุ่มเกษตรอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีทางการเกษตร ปัจจุบัน อุตสาหกรรมการเลี้ยงปลานิลมักประสบปัญหาการติดโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคไวรัส NNV ซึ่งไวรัสตัวนี้จะบุกรุกสู่ระบบประสาท ส่งผลให้ปลาตายภายในระยะเวลา 7-14 วัน ตั้งแต่วันที่ได้รับเชื้อ ปัจจุบันยังไม่มีวิธีในการรักษา
ในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 15 ล่าสุดเมื่อกรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา ผู้เขียนมีโอกาสแวะเวียนตามกลิ่นอายของสมุนไพรหลากหลายชนิดที่คละคลุ้งไปทั่วทั้งฮอลล์ชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี เป็นการนำสมุนไพรมากมายของแต่ละหน่วยงานมาจัดแสดงเผยแพร่ให้ความรู้กับชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพรเพื่อการรักษา สมุนไพรเพื่อการบำบัดฟื้นฟู สมุนไพรเครื่องสำอางบำรุงผิว เป็นต้น รวมถึงการแปรรูปสมุนไพรเป็นยาไทย อื่นๆ ที่มีอยู่มากมายไม่แพ้ชาติใดในโลก และหนึ่งในกิจกรรมงานสมุนไพร ซึ่งเป็นความแปลกใหม่ที่ผู้เขียนยังไม่เคยพบเจอและนับเป็นปีแรกที่มีการนำสีสมุนไพรมาสร้างสรรค์เป็นงานศิลปะที่ได้ชื่อว่า “ร้อยสี ร้อยภาพ ร้อยสมุนไพร” เป็นความร่วมมือกันระหว่างกลุ่มศิลปินนักวาดภาพ กับกองพัฒนายาแผนไทยและสมุนไพร ในการนำสมุนไพรแต่ละชนิดสกัดจนได้สีออกมาแล้วนำไปให้ศิลปินได้ลงพู่กันแต่งแต้มสร้างสรรค์เป็นงานศิลปะ ก่อนจะถ่ายทอดไปสู่กลุ่มเยาวชนจนก่อเกิดเป็นงานศิลป์ที่ทรงคุณค่าและสวยงามนั่นเอง เมื่อก้าวเข้าไปภายในบู๊ธพบเห็นภาพวาดที่แต่งแต้มจากสีสมุนไพรประดับลายล้อมประหนึ่งเสมือนเป็นการจัดแสดงนิทรรศการภาพของศิลปิน เป็นเช่นนั้นนั่นเองR
การใช้เครื่องจักรกลการเกษตรขนาดใหญ่ในพื้นที่ปลูกพืชไร่ เช่น มันสำปะหลัง หรืออ้อย ต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี ส่งผลให้ชั้นดินมีลักษณะแน่นทึบและแข็งมากขึ้น เนื้อดินมีช่องว่างสำหรับน้ำและอากาศน้อย มีโอกาสทำให้เกิดชั้นดินดานสูง ซึ่งเป็นปัญหาต่อการปลูกพืช โดยช่วงฤดูฝนเมื่อมีฝนตกลงมา น้ำจะซึมลงไปในดินชั้นล่างไม่ได้ ขณะเดียวกันในหน้าแล้งดินดานจะกั้นไม่ให้ความชื้นที่อยู่ข้างล่างขึ้นมาถึงรากพืช อาจทำให้พืชขาดน้ำและตายได้ เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังจึงจำเป็นต้องไถระเบิดดินดาน แต่ปัจจุบันค่าจ้างในการไถระเบิดดินดานมีราคาค่อนข้างสูง และยังขาดเครื่องมือไถระเบิดดินดานที่มีประสิทธิภาพด้วย จากปัญหาดังกล่าว สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม กรมวิชาการเกษตร จึงได้วิจัยและพัฒนา “ไถระเบิดดินดานสำหรับติดพ่วงท้ายรถแทรกเตอร์ขนาดกลาง” ขึ้น เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสมกับพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังและอ้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณยุทธนา เครือหาญชาญพงค์ วิศวกรการเกษตรชำนาญการพิเศษ สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า การไถระเบิดดินดานนับว่ามีความจำเป็นต่อการปลูกมันสำปะหลัง ซึ่งหลักของการไถระเบิดดินดานคือ ไถต้องจิ
