เทคนิคเกษตร
แผ่นมาสก์ไบโอเซลลูโลสจากน้ำมะพร้าว เป็นผลงานวิจัยของ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร รศ.ดร. พรอนงค์ อร่ามวิทย์ หนึ่งในคณะผู้วิจัย บอกว่า แผ่นมาสก์ไบโอเซลลูโลสจากน้ำมะพร้าว เป็นการวิจัยและพัฒนาน้ำมะพร้าวแก่ ซึ่งเป็นวัตถุดิบเหลือทิ้งทางการเกษตร ที่ได้จากกระบวนการผลิตกะทิและไม่ได้รับความนิยมในการนำไปบริโภค “ประโยชน์หลักๆ ของน้ำมะพร้าวแก่ที่เห็นชัดตอนนี้คือ การนำไปทำวุ้นมะพร้าว ของกลุ่มเกษตรกรต่างๆ ซึ่งจะทำออกมาจำหน่ายกันในราคาเพียง กิโลกรัมละ 4 บาท เท่านั้น” แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ ปริมาณน้ำมะพร้าวแก่นั้นมีอยู่มาก และยังอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการทิ้งลงในแหล่งน้ำธรรมชาติ ด้วยเหตุนี้จึงมีการคิดวิจัยการนำของเหลือทิ้งดังกล่าวมาใช้ประโยชน์ และประสบความสำเร็จจนได้แผ่นมาสก์ไบโอเซลลูโลส ที่มีราคาต่อหน่วยนับ 1 ชิ้น ตั้งแต่หลักสิบ ไปจนถึงหลักร้อยบาท และหากมีการส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศ โดยผ่านผู้ผลิตเครื่องสำอางชั้นนำของโลก ราคาในท้องตลาดจะเพิ่มไปเป็นหลักพันบาททีเดียว ผลงานการวิจัยชิ้นนี้ จึงเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสิ่งเหลือใ
คุณจันตนา นามกร ประธานกลุ่มแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ตำบลบ้านทะเลทรัพย์ อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ได้พาเทคโนโลยีชาวบ้าน เข้าชมกระบวนการทำกล้วยเล็บมือนางแปรรูป คุณจันตนา เล่าว่า เมื่อก่อนเคยทำงานตัดเย็บเสื้อผ้าและช่างทำผมมาก่อน แล้วมาเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มแม่บ้านทะเลทรัพย์ หลังจากนั้น ก็มาเป็นประธานกลุ่มการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรของตำบลบ้านทะเลทรัพย์ คุณจันตนา บอกว่า กล้วยเล็บมือนางที่แปรรูป เป็นกล้วยเล็บมือนางของจังหวัดชุมพร นำมาจากเกษตรกรที่ลงชื่อเป็นสมาชิกของทางกลุ่มแม่บ้านทะเลทรัพย์ กระบวนการผลิตใช้เวลาทำให้เสร็จภายใน 1 วัน ทางกลุ่มแม่บ้านทะเลทรัพย์จะเน้นในเรื่องของคุณภาพ การยืดอายุของอาหารเพราะว่าจะคงความกรอบและสีสันที่สวยงามไว้ได้นาน…จึงได้ใช้ถุงแบบไนโตรเจนเพื่อให้ดูแลผลิตภัณฑ์ได้นาน 6 เดือน วิธีการแปรรูป นำกล้วยเล็บมือนางแก่ 70 เปอร์เซ็นต์ มาปอกเปลือกชั้นนอกของกล้วยออก พอเสร็จแล้ว ก็นำกล้วยใส่ลงไปในถังน้ำที่ประกอบด้วยน้ำมันเล็กน้อย เพราะว่าต้องการให้ยางของกล้วยแยกตัวออกจากลูกกล้วย จากนั้นจึงเริ่มกระบวนการสไลซ์กล้วยลงไปในกระทะ…จะต้องดูอุณหภูมิในกระทะก่อนว่าได้ประมาณ 70-80 อ
มาทำข่าวในพื้นที่ภาคใต้ทีไร รู้สึกอิ่มอกอิ่มใจที่ได้กินอาหารปักษ์ใต้รสอร่อยทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเมนูคั่วกลิ้ง แกงส้ม แกงเผ็ด แกงกะทิ ขนมจีนน้ำยาใต้ แกงไตปลา ฯลฯ อาหารปักษ์ใต้มีเสน่ห์เฉพาะตัว และเหมาะกับคนไทยที่รักสุขภาพอย่างยิ่ง เพราะอาหารปักษ์ใต้ผลิตจากเครื่องแกงที่มีส่วนผสมของสมุนไพร อย่าง ขมิ้นชัน และพริก ทำให้อาหารแต่ละจานมีรสเด็ดเผ็ดจัดจ้าน ยิ่งกินคู่กับยอดมะม่วงหิมพานต์ ยอดหมุย ยอดมันปู ยอดจิกน้ำ ผักกาดนกเขา ฯลฯ ซึ่งเป็นผักสดที่มีคุณค่ามหาศาล ช่วยต้านอนุมูลอิสระ เรียกว่า อิ่มท้อง“หรอยจังหู้” ได้ทุกมื้อแล้ว ยังได้สุขภาพดีไปพร้อมกัน รสชาติความอร่อยของเมนูอาหารปักษ์ใต้แต่ละจาน ขึ้นอยู่กับรสมือของแม่ครัวคนเก่งแล้ว “เครื่องแกง” ก็ถือเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ขาดเสียมิได้ คุณจตุรภัทร เวชสิทธิ์ ผู้อำนวยการ กศน. อำเภอคลองหอยโข่ง ได้สละเวลาพาทีมงานเทคโนโลยีชาวบ้านไปเยี่ยมชมกิจการ “เครื่องแกงตายาย” สินค้าเด่นที่เป็นความภาคภูมิใจของท้องถิ่น กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแห่งนี้เกิดจากการรวมตัวกันของชาวบ้านที่ต้องการแปรรูปทรัพยากรในท้องถิ่นเพื่อสร้างมูลค่าและรายได้ให้กับสมาชิกในชุมชน มีการนำเทคโนโลยีมาพัฒนา
การได้เล่นของเล่นที่ผลิตจากไม้ อย่างโดมิโน, ลูโด้, หมากฮอส, แบกคาม่อนหรือแม้แต่บันไดงู มิใช่เพียงสร้างความเพลิดเพลินให้แก่ผู้เล่นทั้งแบบเดี่ยวหรือแบบกลุ่มเพียงอย่างเดียว แต่ยังแฝงไปด้วยการเสริมสร้างทักษะ ความคิด การแก้ปัญหา การสร้างสมาธิ ฝึกความอดทน และที่สำคัญของเล่นไม้มีความปลอดภัยมากกว่าของเล่นที่ผลิตจากพลาสติก เป็นที่น่าเสียดายว่าในปัจจุบันของเล่นที่ผลิตจากไม้เหล่านั้นได้รับความสนใจน้อยมากหรือบางคนอาจไม่รู้จักด้วยซ้ำ เพราะทั้งผู้ใหญ่และเด็กต่างหันไปเสพความสนุกสนานเอาจริงเอาจังกับเกมในออนไลน์เสียมากกว่า จนลืมคุณค่าจากของเล่นไม้เหล่านั้นไปอย่างน่าเสียดาย ที่บ้านห้วยเกี๋ยง ตำบลหนองหาร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ มีชาวบ้านรวมกลุ่มกันตั้งเป็นชมรมหัตถกรรมพื้นบ้านขึ้นเพื่อเป็นแหล่งผลิตของเล่นไม้ที่ใหญ่แห่งหนึ่งของประเทศมายาวนาน เป็นของเล่นที่ผลิตตามมาตรฐาน พร้อมกับได้รับการรับรองเพื่อจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ คุณวรรณภา ไชยโย หรือ คุณเปิ้ล ทายาทคนรุ่นใหม่ดีกรีปริญญาตรีทางด้านการบริหารจัดการสำนักงาน ที่มาช่วยครอบครัวดูแลธุรกิจผลิตของเล่นไม้ได้เกือบ 10 ปี ด้วยการนำความรู้ที่ร่ำเรียนเข้ามา
ศาสตราภิชานล้อม เพ็งแก้ว ได้เล่าถึงศิลปะปูนปั้นที่พบบริเวณโบราณสถานทุ่งเศรษฐี ตำบลนายาง อำเภอชะอำ ที่ในอดีตเคยเป็นแหล่งชุมชนชายฝั่งทะเลตอนใต้ของจังหวัดเพชรบุรี ต่อมาในสมัยลพบุรียังคงพบงานปูนปั้นที่ปราสาทหินวัดกำแพงแลง และมาเฟื่องฟูในสมัยอยุธยา มีหลักฐานที่พบตามวัดเก่าแก่ของเพชรบุรี เป็นต้นว่า วัดสระบัว วัดไผ่ล้อม วัดมหาธาตุวรวิหาร โดยยังมีช่างปูนปั้นทำสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน งานปูนปั้นเมืองเพชรเป็นการปั้นปูนสด ผิดกับที่อื่นที่นิยมใช้การแกะพิมพ์ ศิลปะปูนปั้นของช่างเมืองเพชรจากอดีตเป็นต้นมานั้นนิยมปั้นสดทุกตัว ลวดลายแต่ละแห่งจึงต่างกันตามชั้นเชิงของช่างปั้น ที่สำคัญช่างปั้นมักปั้นโดยใส่อารมณ์ขันในเชิงทะลึ่งทะเล้นไว้อย่างละเล็กละน้อยเสมอ ทำให้ดูสนุกสนานเพลิดเพลิน นอกจากนี้ ยังแสดงภูมิรู้ประกอบไว้อีกด้วย เป็นต้นว่า ผลงานของท่านอาจารย์ “ทองร่วง เอมโอษฐ” ช่างปูนปั้นมือเอกของจังหวัดเพชรบุรี ที่หยิบยกประเด็นทางการเมืองของยุคสมัยมาใส่ในงานปูนปั้นเป็นที่เลื่องลือ ทั้งรูปปูนปั้น ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรี ในท่าแบกฐานพระจนหลังแอ่น รูปนายสมัคร สุนทรเวช คล้องโซ่ตรวนที่ฐานพระในโรงเรียนพร
เมื่อเร็วๆ นี้ คณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้จัดกิจกรรมประกวดผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมสายอุดมศึกษา ในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2561 (Thailand Research Expo 2018)” ณ ห้องเวิลด์บอลรูม ชั้น 23 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้นักศึกษาสายอุดมศึกษาทั่วประเทศได้มุ่งมั่นพัฒนาสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมใหม่ๆ โดย ดร. กอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานมอบรางวัลให้แก่ผู้ชนะการประกวดโครงการผลงานนวัตกรรมสายอุดมศึกษา สำหรับกิจกรรมประกวดในครั้งนี้ มีผู้สนใจส่งผลงานเข้าร่วมประกวด รวม 111 ผลงาน ได้แก่ ชุดตรวจสอบไวรัสในปลานิล ชุดตรวจสอบ ELISA สำหรับการตอบสนองของภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะในปลานิล ผลงานของนักศึกษามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้รับรางวัลระดับดี ในกลุ่มเกษตรอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีทางการเกษตร ปัจจุบัน อุตสาหกรรมการเลี้ยงปลานิลมักประสบปัญหาการติดโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคไวรัส NNV ซึ่งไวรัสตัวนี้จะบุกรุกสู่ระบบประสาท ส่งผลให้ปลาตายภายในระยะเวลา 7-14 วัน ตั้งแต่วันที่ได้รับเชื้อ ปัจจุบันยังไม่มีวิธีในการรักษา
ในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 15 ล่าสุดเมื่อกรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา ผู้เขียนมีโอกาสแวะเวียนตามกลิ่นอายของสมุนไพรหลากหลายชนิดที่คละคลุ้งไปทั่วทั้งฮอลล์ชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี เป็นการนำสมุนไพรมากมายของแต่ละหน่วยงานมาจัดแสดงเผยแพร่ให้ความรู้กับชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพรเพื่อการรักษา สมุนไพรเพื่อการบำบัดฟื้นฟู สมุนไพรเครื่องสำอางบำรุงผิว เป็นต้น รวมถึงการแปรรูปสมุนไพรเป็นยาไทย อื่นๆ ที่มีอยู่มากมายไม่แพ้ชาติใดในโลก และหนึ่งในกิจกรรมงานสมุนไพร ซึ่งเป็นความแปลกใหม่ที่ผู้เขียนยังไม่เคยพบเจอและนับเป็นปีแรกที่มีการนำสีสมุนไพรมาสร้างสรรค์เป็นงานศิลปะที่ได้ชื่อว่า “ร้อยสี ร้อยภาพ ร้อยสมุนไพร” เป็นความร่วมมือกันระหว่างกลุ่มศิลปินนักวาดภาพ กับกองพัฒนายาแผนไทยและสมุนไพร ในการนำสมุนไพรแต่ละชนิดสกัดจนได้สีออกมาแล้วนำไปให้ศิลปินได้ลงพู่กันแต่งแต้มสร้างสรรค์เป็นงานศิลปะ ก่อนจะถ่ายทอดไปสู่กลุ่มเยาวชนจนก่อเกิดเป็นงานศิลป์ที่ทรงคุณค่าและสวยงามนั่นเอง เมื่อก้าวเข้าไปภายในบู๊ธพบเห็นภาพวาดที่แต่งแต้มจากสีสมุนไพรประดับลายล้อมประหนึ่งเสมือนเป็นการจัดแสดงนิทรรศการภาพของศิลปิน เป็นเช่นนั้นนั่นเองR
การใช้เครื่องจักรกลการเกษตรขนาดใหญ่ในพื้นที่ปลูกพืชไร่ เช่น มันสำปะหลัง หรืออ้อย ต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี ส่งผลให้ชั้นดินมีลักษณะแน่นทึบและแข็งมากขึ้น เนื้อดินมีช่องว่างสำหรับน้ำและอากาศน้อย มีโอกาสทำให้เกิดชั้นดินดานสูง ซึ่งเป็นปัญหาต่อการปลูกพืช โดยช่วงฤดูฝนเมื่อมีฝนตกลงมา น้ำจะซึมลงไปในดินชั้นล่างไม่ได้ ขณะเดียวกันในหน้าแล้งดินดานจะกั้นไม่ให้ความชื้นที่อยู่ข้างล่างขึ้นมาถึงรากพืช อาจทำให้พืชขาดน้ำและตายได้ เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังจึงจำเป็นต้องไถระเบิดดินดาน แต่ปัจจุบันค่าจ้างในการไถระเบิดดินดานมีราคาค่อนข้างสูง และยังขาดเครื่องมือไถระเบิดดินดานที่มีประสิทธิภาพด้วย จากปัญหาดังกล่าว สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม กรมวิชาการเกษตร จึงได้วิจัยและพัฒนา “ไถระเบิดดินดานสำหรับติดพ่วงท้ายรถแทรกเตอร์ขนาดกลาง” ขึ้น เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างเหมาะสมกับพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังและอ้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณยุทธนา เครือหาญชาญพงค์ วิศวกรการเกษตรชำนาญการพิเศษ สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า การไถระเบิดดินดานนับว่ามีความจำเป็นต่อการปลูกมันสำปะหลัง ซึ่งหลักของการไถระเบิดดินดานคือ ไถต้องจิ
ผ่านไปแล้ว กระแสฟีเวอร์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ที่ต้องมาบัญชาการควบคุมการช่วยเหลือเด็กนักฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี จำนวน 13 คน รวมทั้งโค้ชด้วย เพื่อให้หลุดพ้นจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย ซึ่งสามารถช่วยเอาออกมาได้ ด้วยความช่วยเหลือจากผู้กล้าหาญ ทั้งในและต่างประเทศจนสำเร็จ ได้ใจคนทั้งโลกที่จับตาดูมาร่วม 17 วัน ไทยดังไปทั่วโลก เมื่อมีภาวะผู้นำที่แข็งแกร่ง ห้าวหาญ ทำงานเป็นทีม เป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกในโลกก็ว่าได้ที่มีการกล่าวขวัญถึง เมื่อผลงานออกมา มีหรือจะไม่ได้รับคำสรรเสริญเยินยอไปทั่วทุกสารทิศ โดยเฉพาะข้าราชการไทย…จะหาคนอย่างผู้ว่าราชการจังหวัดคนที่กล่าวถึง คุณณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ในปัจจุบัน คำกล่าวยกย่องของนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวให้กำลังใจเมื่อภารกิจทีมค้นหาประสบความสำเร็จชื่นชมหัวหน้าทีม หรือผู้ว่าราชการจังหวัดไว้ว่า “ท่านอยู่ที่ไหน ที่นั่นจะมีแต่ความเจริญ” ใครติดตามข่าวเรื่องนี้คงได้รับรู้กันทั่วไป แล้ววงการข้าราชการไทยช่างหาคนเก่งแบบนี้ที่ซื่อสัตย์ ขยัน อดทน บริหารงานเก่ง หายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรเสียอีก คงทราบกันแล้
เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไข่ ตำบลสระแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน ป้องกันไม่ให้นกมาจิกกินกล้วยไข่ที่ปลูกไว้ เพราะเมื่อถึงช่วงที่ผลกล้วยไข่ติดและเจริญเติบโต นกแก้วกะลิง จะพากันมาจิกกินผลกล้วยไข่เป็นฝูง ทำให้ผลผลิตเสียหาย โดยนำภูมิปัญญาดั้งเดิมที่ชาวนาสร้างหุ่นไล่กาไว้กลางทุ่งนา ปรับเปลี่ยนเสมือนหุ่นไล่นกในสวนกล้วยไข่ การทำหุ่นไล่นก มีการพัฒนาภูมิปัญญาให้แขนของหุ่นขยับได้ โดยใช้วัสดุเบา เมื่อลมพัดวัสดุก็จะขยับตามแรงลม ทำให้ดูเหมือนหุ่นไล่นกนั้นขยับได้ นอกจากนี้ ยังนำขวดแก้วเปล่าแขวนในที่สูง นำชิ้นไม้ไปห้อยไว้ข้างๆ ขวดแก้ว เมื่อลมพัดจะทำให้ชิ้นไม้กระทบกับขวดแก้ว เกิดเสียง เป็นการสร้างเรื่องให้นกเข้าใจผิด คิดว่ามีคนเดินเข้ามาในสวน ก็จะช่วยไล่นกได้อีกทาง
