เทคนิคเกษตร
เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม นายสุทธิ สุโกศล อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของหน่วยงาน เพื่อร่วมสานต่อโครงการพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่ง กพร. ได้มีลงนามความร่วมมือกับมูลนิธิพระดาบส ตั้งแต่ปี 2556 เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ศิษย์พระดาบสได้รับการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน ให้มีความรู้ความสามารถในวิชาชีพ จนสามารถนำไปประกอบอาชีพเสริมสร้างรายได้เพื่อเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ กพร. ฝึกอบรมให้ครูดาบสอาสาด้านเทคโนโลยีในสาขาอาชีพต่างๆ เพื่อนำความรู้ไปถ่ายทอดให้แก่ศิษย์ นอกจากนี้ กพร.ได้มอบหมายหน่วยงานในสังกัดร่วมดำเนินการฝึกอบรมให้กับโครงการลูกพระดาบส โดยสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 1 สมุทรปราการ (สพร. 1 สมุทรปราการ) ดำเนินการฝึกอาชีพจนถึงปัจจุบัน ให้แก่ศิษย์พระดาบสรวมจำนวน 400 คน จำนวน 4 สาขา ได้แก่ สาขาการทำเครื่องเรือนจากแผ่นใยไม้อัด สาขาการทำเครื่องเรือนโครงไม้จริง สาขาช่างสีเครื่องเรือน ระดับ 1 และสาขาการทำดอกไม้จันทน์ ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพร
ไทยเราอยู่กับน้ำ กินกับน้ำมาแต่บรรพกาล การเดินทางในสมัยก่อน ตั้งแต่สมัยสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา เรื่อยมาจนกระทั่งกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น เราใช้ทางน้ำเป็นหลัก เพราะแม่น้ำลำคลองเรามากมาย ทั้งคลองธรรมชาติ และคลองขุด สยามขุดขึ้นมาเพื่อการคมนาคม และเพื่อใช้เดินทางไปรบทัพจับศึก ตัวอย่าง เช่น คลองสำโรง เป็นคลองที่ขุดเชื่อมระหว่างแม่น้ำเจ้าพระยากับแม่น้ำบางปะกง ถือเป็นคลองสำคัญของจังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดฉะเชิงเทรา เราใช้เป็นเส้นทางขนส่ง และใช้เป็นเส้นทางไปรบกับประเทศเพื่อนบ้าน อย่างช่วงสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ กองทัพสยามใช้เส้นทางนี้ลัดไปลงแม่น้ำบางปะกงหลายครั้งหลายครา ส่วนคลองดำเนินสะดวก ก็ขุดเชื่อมแม่น้ำแม่กลองกับแม่น้ำท่าจีน ในสมัยรัชกาลที่ 4 เอื้อผลประโยชน์ให้กับการเดินทางไปมาของชาวบ้าน ต่อมาใช้เป็นเส้นทางคมนาคมหลัก และเป็นเส้นทางขนส่งสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งพืช ผัก ผลไม้ ที่ชาวบ้านมาอาศัยอยู่ริมคลอง แล้วยึดอาชีพทำสวน การข้ามไปมาระหว่างคลองเล็กๆ เราชาวบ้านใช้ เรือ แพ และสร้างสะพานข้ามคลองได้ง่าย แต่ถ้าเป็นแม่น้ำขนาดใหญ่ อย่างแม่น้ำท่าจีน แม่น้ำเจ้าพระยา สมัยก่อนสะพานข้ามแม่น้ำยังไม่มี ครั้
วันเพ็ญเดือนเจ็ด ตามปฏิทินจันทรคติจีน เรียกว่า เทศกาลผี สำคัญอันดับ 2 รองจากวันตรุษจีน ถือเป็นวันเปิดประตูนรกให้วิญญาณทั้งหลายออกมารับกุศลผลบุญไปเกิดใหม่ คนจีนและคนไทยเชื้อสายจีน หรือคนจีนโพ้นทะเล จึงถือโอกาสทำบุญอุทิศให้แก่บรรพบุรุษ และพลอยให้วิญญาณพเนจรไม่มีญาติได้รับอานิสงส์ไปด้วย เป็นประเพณีของชาวจีนตอนใต้ ในมณฑลกวางตุ้ง ยูนนาน ฝูเจี้ยน กวางสี ฯลฯ ในบางท้องถิ่นของไต้หวัน มีการลอยกระทงด้วย เราเรียกว่า สารทจีน ไทยเราก็มีสารทด้วยเหมือนกัน “สารท” แปลว่า ฤดูใบไม้ร่วง เป็นระยะที่พืชพันธุ์ธัญชาติและผลไม้เริ่มสุกให้พืชผลครั้งแรกในฤดู เป็นวาระแห่งความยินดี และถือเป็นเทศกาลแห่งความรื่นเริง เรียกว่าสารทเดือนสิบ ตรงกับวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ราวปลายเดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคม เป็นเทศกาลทำบุญ โดยนำพืชพรรณธัญญาหารแรกเก็บเกี่ยวมาปรุงเป็นข้าวทิพย์และข้าวมธุปายาสถวายพระสงฆ์ เป็นประเพณีที่รับมาจากศาสนาพราหมณ์ตั้งแต่สมัยสุโขทัย แสดงความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพชนผู้มีพระคุณและญาติที่ล่วงลับ ชาวบ้านจะทำขนมกระยาสารทไว้แจกจ่ายในหมู่บ้าน ลูกหลานหนุ่มสาวบ้านใกล้เรือนเคียงก็ได้พบปะกันในโอกาสนี้นี่เอง แล้วยังเป็นกา
ชื่อวิทยาศาสตร์ Cardiospermum halicacabum L. ชื่อวงศ์ Sapindaceae ชื่อสามัญ Balloon vine, Heart seed, Heart pea. ชื่ออื่นๆ กะดอม ตุ้มต้อก (แพร่) โพออม (ปัตตานี) วีหวี่ (ปราจีนบุรี) แมงหวี่ หญ้าแมลงหวี่ ลูกลีบเครือ หนูเป็นสาวน้อยร่างบอบบาง แต่ยืดยาวเกาะเกี่ยวเลื้อยพันกับสิ่งที่ใกล้ตัวทุกอย่าง เพราะถูกจัดเป็นพันธุ์ไม้เลื้อยเถาล้มลุก อยู่ได้อายุถึง 1 ปี แต่คนที่ไม่เห็นความสวย ความน่ารัก ของหนู หาว่าเป็นวัชพืชชนิดหนึ่งพบได้ทั่วเมืองไทย หนูเคยเลื้อยพันเกาะต้นไม้ กิ่งไม้ ยาวได้มากกว่า 5 เมตร ทั้งๆ ที่หนูชอบเลื้อยไปตามพื้นดิน แต่ก็ห่วงเวลาออกดอก และผลเป็นรูปหัวใจสามเหลี่ยมเหมือนโคมไฟ อยากจะห้อยโชว์ให้เป็นเหมือนบอลลูนน้อยๆ ลอยแกว่งตามลม เรื่องชื่อเรียกหนูก็แปลกใจว่า ทำไมต้องมีคำว่า “โคก” นำหน้า ฟังดูแล้วเหมือนหนูมาจากที่ราบสูง โดยส่วนตัวหนูอยากให้เรียกหนูว่า “กระออม” ก็พอ แต่เพิ่งรู้ว่ามีความหมายเป็นเครื่องจักสานในสมัยสุโขทัย ตามตำนานเล่าถึงพระร่วงแสดงปาฏิหาริย์ ใช้ไม้ไผ่สานเป็นกระออมทาด้วยน้ำมันชันสำหรับตักน้ำได้ หนูจึงคิดว่าเรียกหนูว่า “โพออม” ก็ดี ใครๆ ที่เห็นหนูแล้วจะชอบตอนหนูออกผลห้อยเป็
ที่บ้านนาเกียน ต.นาเกียน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นดินปนหิน ที่เรียกว่า ดินดอย ทำให้การไถนาเพื่อปลูกข้าวทำได้ยากลำบาก สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายต่างๆ มากขึ้น นายพะก่า โหนะ ชาวกะเหรี่ยง พร้อมเพื่อน 2 คน ได้ทดลองนำช้างมาไถนา เพราะช้างเป็นสัตว์ใหญ่แข็งแรงกว่าวัว-ควาย และยังสามารถไถนาได้พื้นที่มากกว่า ในเวลาที่เท่ากัน โดย 1 แรงช้าง เท่ากับ 4 แรงงานวัว-ควาย ช้าง 1 เชือก สามารถลากคันไถได้ตั้งแต่ 1-4 คันไถ โดยไม่ต้องหยุดพักเหนื่อย เพราะการไถนาถือเป็นงานเบามากสำหรับช้าง ช้างเชือกแรกที่นำมาไถนาชื่อ ปุ๊น้อย (ตัวผู้น้อย) ช้าง 1 เชือก ต้องมีผู้ควบคุม 2 คน (บังคับช้าง 1 คน และถือคันไถอีก 1 คน) ชาวบ้าน ต.บ้านนาเกียน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ได้อนุรักษ์ประเพณีช้างไถนาไว้ให้ลูกหลาน และคนไทยที่สนใจได้เห็นสืบต่อไป แถมเป็นสถานที่ Unseen Thailand อีกแห่งหนึ่งที่พลาดไม่ได้ สนใจเข้าชม ติดต่อสอบถามที่ อบต.นาเกียน หรือ ททท.สำนักงานจังหวัดเชียงใหม่
กำลังพูดถึง “มะม่วงหาวมะนาวโห่” ผลไม้ที่ถือเป็นสุดยอดชนิดหนึ่ง อุดมทั้งธาตุเหล็ก วิตามินซี และอื่นๆ อีกมากมายเป็นผลไม้ที่แสนดี บำรุงร่างกาย รักษาโรคได้สารพัด แม้กระทั่งยางก็ยังช่วยสมานแผลสดได้อีก ที่น่าสนใจคือ เป็นสมุนไพรที่ช่วยซ่อมร่างกาย แค่กินสด-ต้องเลือกลูกที่สีดำ กินวันละ 5-7 ลูก แต่ให้ระวังยางสักหน่อย ไม่แนะนำสำหรับสตรีตั้งครรภ์ ส่วนคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ อาจเกิดอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ให้เริ่มจากกินวันละ 1 ลูกก่อนเพื่อปรับสภาพร่างกาย สักพักถึงเพิ่มปริมาณ ไม่ควรเกิน 10 ลูกต่อวัน กินติดต่อกันจะรู้สึกว่าเลือดลมหมุนเวียนดี สุขภาพแข็งแรงขึ้น อีกสูตรที่ใช้บำรุงสุขภาพคือ ทำเป็นน้ำหมักสมุนไพร โดยเก็บชนิดผลสีแดง เด็ดขั้ว ทิ้งให้ยางจนแห้งก่อนจะล้างน้ำให้สะอาด วิธีการหมัก ใช้ผล 3 กิโลกรัม ต่อน้ำตาล 1 กิโลกรัม น้ำผึ้ง 350 ซีซี หมักในโหลแก้วไว้ 1 เดือน จึงเติมน้ำ 5 ลิตร แล้วหมักต่อจนครบ 3 เดือน เป็นอย่างน้อย ดื่มวันละ 1 เป๊ก ร่างกายจะปรับสภาพจนสมดุลและแข็งแรงขึ้น ที่มา : มติชนออนไลน์
บ้านเขาวัง ตำบลหินตก อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ตั้งเป็นชุมชนเมื่อปี พ.ศ. 2499 เลือกพื้นที่ที่อยู่ในหุบเขา มีภูเขาช้างสีและเขานาแคซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหลวง หรือเทือกเขานครศรีธรรมราช ล้อมรอบเป็นพื้นที่ที่อยู่ในเขตป่าสงวนฯ จังหวัดนครศรีธรรมราช สภาพพื้นที่เป็นภูเขาที่ลาดเชิงเขา มีลำห้วยและคลองเป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำสำคัญของลุ่มน้ำปากพนัง ลำห้วยหลายสาย เช่น ห้วยโต๊ะอิหม่าม ห้วยน้ำดำ ห้วยโต๊ะชายแม้ ห้วยโต๊ะสาร ห้วยน้ำซับ ห้วยลุงนึก ห้วยน้าพล คลองเขาวัง คลองวังใน เป็นต้น สายน้ำเหล่านี้ไหลลงคลองเสาธงในเขตอำเภอร่อนพิบูลย์ เนื่องจากพื้นที่เป็นภูเขาหินปูน ทำให้เกิดถ้ำและธารน้ำลอดลงสู่ถ้ำใต้ดินหลายแห่ง ชาวบ้านเรียกว่า “น้ำลงรู” กรมชลประทานสร้างฝายคลองเขาวัง ซึ่งอยู่หลังโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านเขาวังไว้ให้ แต่น้ำไม่พอใช้ ชาวบ้านจึงร่วมใจร่วมแรงกันสร้างฝายต้นน้ำอีกมากกว่า 100 ฝาย จากการสนับสนุนของหน่วยจัดการต้นน้ำปากพนัง เพื่อช่วยชะลอน้ำสร้างความชุ่มชื้นให้กับริมสองฝั่งคลองต่างๆ ชุมชนเขาวังเริ่มแบ่งชุมชนออกเป็น 4 คุ้มบ้าน มีบ้านหน้าถ้ำ บ้านตก บ้านหน้าโรงเรียน และบ้านเขาวัง ต่าง
หลังจากการทำงานที่เหนื่อยหนักมาครึ่งค่อนชีวิต ที่ต้องตื่นนอนตั้งแต่ตี 4 ออกจากบ้าน ต้องไม่ให้เกิน 6 โมงเช้า เพื่อที่จะฟันฝ่าการจราจรบนถนนในกรุงเทพฯ ไปให้ถึงออฟฟิศเพื่อสแกนนิ้วให้ทันเวลางาน เป็นอยู่อย่างทุกเมื่อเชื่อวัน มันเหนื่อยเนาะ ใช้ชีวิตกับออฟฟิศมานานเนิ่น เกินที่จะอธิบายความรู้สึกลึกๆ ข้างในได้ เพราะชีวิตที่ผ่านมาเกือบทั้งหมดอยู่ที่นี่ ทำงาน กิน เล่น หัวเราะ เครียดบ้าง บางครั้งก็นอน ครั้นเมื่อถึงเวลา ก็จำต้องออกมาแม้ว่าหัวใจยังผูกพัน เพราะเพื่อชีวิตที่เหลือ หลังจากนี้ชีวิตที่เหลือ ถึงจะไม่มีงานมีการทำ จำต้องระเหเร่ร่อน เลี้ยวอีสาน ขึ้นเหนือล่องใต้ ปล่อยชีวิตให้ไป ให้เป็น ตามแต่ที่มันจะเป็นไป ได้พบได้เห็นวิถีที่แตกต่างออกไป แม้ระยะเวลาสั้นสั้น ของการเริ่มต้นทางเดินของชีวิต ที่เลือกแล้ว ช่วงปลายของเดือนกันยายน เข้ารอยต่อ สู่เดือนตุลาคม ฝนฟ้าไม่อำนวยให้กับการเดินทางนัก จังหวัดหนึ่งของอีสานใต้ จึงเป็นที่พักระหว่างรอฝน สายลมจากปลายฟ้ายังคงพัดพาเมฆฝนหม่นดำ ปกคลุมท้องฟ้าให้ครึ้มไปทั่วบริเวณ ไม่นานสายน้ำ จากเมฆดำก็หลั่งลงมาพรั่งพรู จนน้ำเจิ่งนองหลามไหลเป็นทางน้ำลงสู่นาและลำคลองบึง น้อยให
ผมมีเพื่อนที่พ่อแม่ของเขาทำนาเกลืออยู่สมุทรสาครสืบเนื่องมาหลายชั่วคน เขาเคยเล่าว่า เวลาขนย้ายเกลือจากนาไปรวมที่เรือใหญ่ เตรียมบรรทุกเข้าไปขายในเมืองนั้น มักทำกันตอนกลางคืน เพราะอากาศเย็นสบายดี แต่ก็ต้องพบเจออุปสรรคไม่คาดฝันอยู่เนืองๆ คือ “ผี” นั่นเองครับ พ่อของเขาบอกว่า อยู่ๆ ผีมักปรากฏกายที่หัวเรือ ทำให้รู้สึกว่าเรือหนักขึ้น ตอนแรก พวกนาเกลือต่างก็กลัวผีกัน แต่นานเข้าก็ชักชิน เริ่มไม่กลัวแล้ว พอผีโผล่มาก็คว้าเอาไม้พายนั่นแหละตีๆ ไล่ๆ ปากก็ร้องไล่ไปด้วย ผีเจอเข้าอีหรอบนี้ คงไม่รู้จะหลอกท่าไหน หลังๆ ก็เลยจำยอมหายตัวไปแต่โดยดี เรื่องผีๆ แถบนั้นเห็นจะแรงจริงครับ เพราะขนาดชื่อคลอง ยังมี คลองหมาหอน ต่อด้วย คลองผีหลอก ให้ชวนสะดุ้งได้ไม่ยาก ถ้าผ่านไปตอนกลางคืนเดือนมืดๆ ที่เล่าเรื่องนี้ก็ไม่ใช่อะไรอื่นหรอกครับ ผมเพิ่งได้ไปดูแหล่งทำเกลือสมุทรแถบตำบลบางปะกง อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา มาเมื่อเดือนที่แล้ว เป็นพื้นที่ทำเกลือที่ใหญ่และสำคัญมากแห่งหนึ่งของเขตชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก หมู่บ้านที่ว่านี้ ชื่อ “บ้านคลองผีขุด” ครับ เข้าใจว่าชาวนาเกลือที่นี่คงมีประสบการณ์ผีๆ ไม่น้อยไปกว่าแถบบางโทรัด บ้านเ
นายวัชรินทร์ สายน้ำใส อาจารย์โปรแกรมวิชาเทคโนโลยียางและพอลิเมอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) เปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วยนักศึกษาในโปรแกรมฯ 4 คน คือ นายอดิศักดิ์ เหมือนจันทร์ น.ส.ชาวดี ปะตาแระ น.ส.อัสมา ศิกะคาร และ น.ส.อาตีฟ๊ะ บุตรา เข้าร่วมประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 9 “พัฒนางานวิจัย สร้างสรรค์อุดมศึกษาไทย ก้าวไกลสู่ Thailand 4.0” ณ มรภ.นครปฐม โดยมีผลงานวิจัยที่ผ่านการพิจารณาให้เข้าร่วมนำเสนอทั้งสิ้น 329 ผลงาน จากสถานศึกษาต่างๆ 65 หน่วยงาน ซึ่งตนและทีมงานนำเสนอผลงานวิจัยในกลุ่มสาขาวิทยาศาสตร์กายภาพ จำนวน 2 เรื่อง คือ 1.การใช้ฟูมซิลิกาในผลิตภัณฑ์โฟมยางที่ผลิตจากน้ำยางธรรมชาติ จัดทำโดย อัสมา ศิกะคาร อาตีฟ๊ะ บุตรา เอกฤกษ์ พุ่มนก และ รัฐพงษ์ หนูหมาด 2. การอ่อนตัวของความเค้นและพลังงานสูญเสียของยางธรรมชาติผสมยางบีอาร์ และยางธรรมชาติผสมยางเอสบีอาร์ จัดทำโดย ชาวดี ปะตาแระ อดิศักดิ์ เหมือนจันทร์ และ วัชรินทร์ สายน้ำใส ซึ่งงานวิจัยเรื่องนี้ได้รับรางวัลบทความดีเด่น (Best Paper Award) กลุ่มสาขาวิทยาศาสตร์กายภาพ นายวัชรินทร์ กล่าวว่า ส่วนที่มาของการทำวิจัย ยางธรรมชา
