เทคนิคเกษตร
เครื่องมือของใช้สำหรับการแต่งตัว ผู้หญิงมีมากกว่าผู้ชายแน่นอน สมัยเก่าก่อนผู้หญิงใช้เข็มขัด ทั้งเข็มขัดเงิน เข็มขัดนาก คนรวยๆ อาจจะมีเข็มขัดทอง สำหรับเราชาวบ้าน แค่มีเข็มขัดเงินก็หรูแล้ว การใช้เข็มขัดของผู้หญิงนั้น มักใช้คาดเวลาไปทำบุญ หรือออกไปไหนมาไหน ถ้าอยู่บ้านไม่ค่อยจำเป็นนัก เพราะสุภาพสตรีมีความสามารถในการนุ่งผ้าถุงเป็นอย่างดี อย่างไรก็ไม่หลุดง่ายๆ ยกเว้นเผอเรอจริงๆ สมัยผู้เขียนยังเป็นเด็ก ราว พ.ศ. 2520 จำได้ว่ามีโจรออกอาละวาดปล้นเข็มขัดเงินแถวๆ อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี และเขตอำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี โจรเลือกปล้นผู้หญิงที่กลับจากไปทำบุญที่วัด เรื่องที่ขำไม่ออกก็คือ ปล้นไปแล้วเมื่อเห็นว่าเป็นเข็มขัดเงินปลอม มันหันรถมาแล้วใช้เข็มขัดฟาดผู้หญิงเคราะห์ร้าย ข้อหาใส่ของปลอมด้วย กลายเป็นเรื่องเล่าขานกันไม่รู้จบ สาวๆ ในปัจจุบัน อาจไม่เชี่ยวชาญกับการนุ่งซิ่นด้วยใช้ชายผ้ารัด เนื่องจากยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไป ทำให้สาวๆ หันไปนุ่งกระโปรงหรือไม่ก็กางเกงกัน ส่วนผ้านุ่ง ผ้าซิ่น นานๆ ถึงจะได้หันมานุ่งสักครั้ง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะต้องมีตัวช่วย สาวไทยไม่เหมือนสาวในประเทศลาว พวกเธอต้องนุ่งผ้
เว็บไซต์ขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ประกาศว่า เสียงแคนของชาวลาว ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ จากยูเนสโก โดยระบุว่า เสียงแคนของชาวลาวซึ่งเป็นเครื่องดนตรีแบบเป่า ทำขึ้นจากการประกอบขลุ่ยหลายเลา ซึ่งทำขึ้นจากลำไผ่ที่มีความยาวที่แตกต่างกันออกไป เพื่อสร้างเสียงที่แตกต่างกัน และผู้เล่นจะต้องเป่าลมเข้าไปภายในเพื่อสร้างเสียงดนตรีขึ้นมา เพลงที่บรรเลงจากแคนเป็นที่นิยมกันอย่างมากในทุกภูมิภาคของประเทศลาว และนิยมนำไปเล่นกันตามงานเทศกาลตามหมู่บ้านต่างๆ และเพื่อให้ผู้ฟังได้มีส่วนร่วมกับเพลงและการเต้นรำ แทนที่จะนั่งฟังเฉยๆ เพลงที่เล่นจากแคนนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตชาวลาวที่สนับสนุนการปฏิสัมพันธ์กันระหว่างครอบครัวและสังคม โดยครอบครัวถือเป็นกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดศิลปะและคนเป่าแคนให้ยังคงอยู่ ขณะที่คนรุ่นใหม่ก็ยังมีการเรียนศิลปะเหล่านี้อยู่ โดยในหลายชุมชนท้องถิ่น สมาคมและกลุ่มต่างๆได้ริเริ่มการสนับสนุนการศึกษาทั้งอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ ในปี 2548 ได้มีการก่อตั้งสมาคมศิลปะแคนขึ้น และมีงานเทศกาลอีกหลายงานที่จัดขึ้นเพื่อส
หมวดยำ หมวดยำ อาจรวมไปถึงอาหารที่ปรุงรสเปรี้ยว เค็ม เผ็ด และอย่างอื่นเข้าไปด้วย เพราะยำ มักเป็นการปรุงอาหาร เนื้อสัตว์กับผัก โดยปรุงให้รสชาติจัด แต่ถ้าเอาเนื้อสัตว์มาจิ้มกับน้ำจิ้มรสจัดแล้วแนมด้วยผัก ก็น่าจะอยู่ในพวกเดียวกัน ในกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานนั้น มีอาหารที่อยู่ในหมวดนี้หลายอย่าง ยำใหญ่ ยำใหญ่ใส่สารพัด วางจานจัดหลายเหลือตรา รสดีด้วยน้ำปลา ญี่ปุ่นล้ำย้ำยวนใจ มีบางคนบอกว่า ยำใหญ่ กับ ยำญวน นั้นใกล้เคียงกันมาก ซึ่งยำประเภทนี้บางทีก็มีการเอาผักบางอย่างมาผสมรวมกันไปหมด ก็เขาบอกว่า ยำใหญ่ใส่สารพัด ส่วนมากเราจะไม่ค่อยเห็นยำประเภทนี้แล้ว เชื่อว่านานๆ ไปทั้งยำใหญ่และยำญวนก็คงจะค่อยๆ หายไปจากเมนูอาหารไทยไปหรือไม่ ตับเหล็ก ตับเหล็กลวกหล่อนต้ม เจือน้ำส้มโรยพริกไทย โอชาจะหาไหน ไม่มีเทียบเปรียบมือนาง การลวกตับเหล็กให้เป็นเส้นยาวๆ ต้องลวกพอสุกไม่งั้นจะแข็ง กินกับน้ำจิ้มกระเทียม พริกไทย บุบพอแตก หรือจะใส่พริกแดงโขลกด้วย แล้วใส่น้ำส้มหรือมะนาวและน้ำปลาดี กินกับแตงกวา ผักสลัด ผักชี คล้ายๆ กับยำ แต่ต่างกันที่แยกกันอยู่ หมูแนม หมูแนมแหลมเลิศรส พร้อมพริกสดใบทองหลาง พิศห่อเห็นรางชาง ห่างห่อหวนป่วนใ
ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นแนวทางการจัดทำโครงการซีเอสอาร์ “กรุงไทย ต้นกล้าสีขาว” ตั้งแต่ปี 2550 เพื่อให้โอกาสนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และอาชีวะระดับ ปวช. ทั่วประเทศ ส่งโครงการเข้าประกวดเพื่อชิงทุนการศึกษาและนำไปต่อยอดโครงการ ตลอดระยะเวลา 11 ปีที่ผ่านมา มีสถาบันการศึกษาสมัครร่วมโครงการ รวมกว่า 470 โครงการ ภายใต้ธีมหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่ช่วยให้ชุมชน สังคม และองค์กรอยู่ได้อย่างเป็นสุขและเจริญก้าวหน้า และเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมานี้เป็นการประกวดโครงการรอบสุดท้ายที่เข้ารอบชิงชนะเลิศจำนวน 11 ทีม (จากทีมที่สมัครทั้งหมด 218 ทีม) ท่ามกลางความตื่นเต้นของทีมที่เข้าชิง เพื่อนำเสนอโครงการและตอบคำถามของคณะกรรมการ ภายในเวลาที่กำหนดให้ 15 นาที คุณศิริพร นพวัฒนพงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปี 2550 เป็นปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมีพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา จึงนำบทสรุปหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง 2 เงื่อนไข ที่เป็นคำสอนและหลักทรงงานของพระอง
ผมนัดพบกับ พี่สมชาย กลิ่นมะพร้าว เพราะมีเรื่องจะคุยกันหลายเรื่อง ทั้งมะม่วง ฝรั่ง ละมุด สะเดาทะวาย อินทผลัม เมล่อน และการทำสวนเกษตรแบบผสมผสานอื่นๆ ด้วยหน้าที่การงานแผนกการเงินของบริษัทใหญ่ทางด้านอาหาร ทำให้ในแต่ละวันของพี่สมชายถนัดในการแว้นมอเตอร์ไซค์คู่ชีพเก็บเช็ค รับเงิน ส่งเช็ค เสร็จงานก็เข้าไปออกกำลังกายที่ค่ายมวย เพราะอีกหน้าที่หนึ่งคือเป็นผู้ดูแลเพจมวยไทย และยังมีร้านขาย ชา กาแฟโบราณอีก เรียกว่าเก่งสารพัดงานจริงๆ “พี่สมชายครับ ไปไงมาไงจึงมาลงที่คลองแปดครับ” “เป็นที่ของเจ้านาย แกปล่อยไว้นานแล้ว วันหนึ่งนึกขึ้นได้ก็เลยให้พี่มาดูแล” “กี่ไร่ครับพี่” “9 ไร่ เลขสวยไหม ตอนแรกรกมาก แกปลูกปาล์มทิ้งไว้แล้วก็ปล่อยเลย ตอนแรกพี่เข้ามาหาทางเดินไม่ได้เลย รกสุดๆ ตอนนี้เริ่มปรับไปเรื่อยๆ ใช้เวลาช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์มาทำกัน” “ลงอะไรไว้บ้างครับพี่” “เพียบเลยแหละ พี่ขอเจ้านายไว้ ว่าจะเอามาทำแปลงสาธิตให้คนเข้ามาศึกษาดูงาน แบ่งพื้นที่เป็นมะม่วง ฝรั่ง มังคุด สะเดาทะวาย อินทผลัม เมล่อน” “เรียกว่าเน้นผลไม้เลยนะ แล้วสะเดามายังไงพี่” “ของพี่สะเดาทะวาย ออกดอกทั้งปี ปลูกไว้ปีสองปี เก็บดอกส่งขายก็สบายแล้ว ใ
“กุดชมภู” เป็นหนึ่งในตำบลของอำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี และเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่น่าท่องเที่ยวสำหรับการศึกษาวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่ ซึ่งเป็นที่น่าภาคภูมิใจว่า ชาวกุดชมภูนั้นได้น้อมนำพระราชดำรัส “เศรษฐกิจพอเพียง” ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยวิถีชีวิตการเป็น “กระดูกสันหลัง” ของชาติอย่างภาคภูมิใจ โดยชาวกุดชมภูเป็นตำบลหนึ่งในการดูแลของอำเภอพิบูลมังสาหาร ที่มีการปลูกข้าวถึงกว่า 300,000 ไร่ และข้าวที่ปลูกเป็นข้าวเจ้าพันธุ์หอมมะลิ และ กข 15 สอดคล้องกับบทวิจัยของ คุณยัง โสภาราย เจ้าของวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโท เรื่อง “เครือข่ายธุรกิจข้าวใน เขตอำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี” มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ซึ่งระบุไว้ชัดเจนว่า อำเภอพิบูลมังสาหาร เป็นอำเภอหนึ่งในเขตปกครองของจังหวัดอุบลราชธานี มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน คือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ประชาชนมีรายได้หลักจากการทำนา โดยชาวนาปลูกข้าว 2 ช่วง คือ การทำนาปีและนาปรัง ทั้งนี้ ระบบชลประทานทำให้เกษตรกรในพื้นที่มีอาชีพและมีรายได้เกิดขึ้นตลอดทั้งปี ในบทวิจัยยังระบุด้วยว่า ปัจจั
ชื่อวิทยาศาสตร์ Plantago major L. ชื่อวงศ์ Plantaginaceae ชื่อสามัญ Plantain ชื่ออื่นๆ ผักกาดน้ำ หมอน้อย ชีแต่เช้า เซียแต่เช้า หญ้าเอ็นยืด (ไทยใหญ่ อีสาน เหนือ) ตาซื่อเดาะ (กะเหรี่ยง) ตะปุกชี้ หญ้าเอ็นอืด (เชียงใหม่) หนูไม่ใช่หมอนวด แต่หนูเป็นเจ้าของร้านนวด อยู่ในกระถางหรือแปลงดินเล็กๆ หน้าร้าน เอาไว้ “ตัดไม้ข่มนาม” ข่มเจ้าเอ็นของลูกค้าที่ “ยึด” ให้ “ยืด” ปวดหายคลายตึง หรือคลายกล้ามเนื้อ เท้าแพลง เคล็ด ขัดยอก เขาชอบปลูกไว้เหมือนดูเล่น แต่นำหนูไปใช้สารพัด ทั้งเกี่ยวกับเอ็น กระดูก นิ่ว ขับปัสสาวะ ร้อนใน แผลผุพอง แก้ไอ หลอดลม แล้วยังเด็ดใบอ่อน ยอดอ่อน ไปจิ้มน้ำพริก ทั้งลวก ทั้งสด อีกด้วย จนถูกแซวว่าจะเป็น “หญ้าอ่อน” ให้ป๋าเคี้ยวเล่นเหรอ ชื่อของหนูในเมืองไทยไม่ค่อยแปลก เพราะถ้าเขาเรียกหนูว่า “ผักกาดน้ำ” ก็ฟังดูเหมือนเด็กสาวซื่อๆ ใสๆ อินโนเซ้นท์ ปลูกง่าย เด็ดดม ชมเคี้ยวง่ายๆ หนูจึงอยากให้ใครๆ เรียกหนูว่า “หมอน้อย” จะได้สมกับสรรพคุณของหนูที่เก่งทางด้านต่อกระดูก ผูกเอ็นให้ยืดคลายปวดยึดข้อ คนจึงคิดว่าหนูเป็น “หมอนวด” ที่จริงเป็นเพราะว่าหมอนวดตัวจริงชอบใช้หนูไปบีบ ไปตำ นำไปพอกให้คนที่มีปัญหาเรื
เดินไปเดินมาอยู่ที่สถานีรถไฟเทพา จังหวัดสงขลา พลันคิดถึงชีวิตวัยเด็กของตัวเองขึ้นมา มองตรงไปยังที่ว่างมีต้นฉำฉาใหญ่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงา ไกลออกไปอีกนั้นเป็นที่ตั้งบ้านเรือนผู้คน มีคนเดินไปมานานๆ ครั้ง ในสายแดดระยิบฉันเห็นภาพตัวเองเดินออกจากบ้านผ่านที่ว่างตรงมายังสถานีรถไฟ เห็นจอหนังกลางแปลงที่มักมาเปิดวิกฉายตรงลานโล่งระหว่างสถานีรถไฟกับชุมชนบ้านพักกรมทางหลวง ฉันเห็นตัวเองกับพี่ๆ หอบเสื่อมาจับจองที่นั่งหน้าจอ กลิ่นขนมของกินที่มักมาตั้งแผงขายตามวิกกลางแปลงอวลอยู่ในความรู้สึก แล้วภาพเหล่านั้นก็ค่อยๆ อ่อนจางรางเลือนไปกับวันเวลา และสถานีรถไฟสงขลาก็ไม่มีอีกต่อไปแล้ว ฉันกลับมาสู่ภาพปัจจุบันที่กำลังเดินช้าๆ อยู่ที่สถานีรถไฟเทพา ที่ซึ่งยังมีกลิ่นอายการเดินทางแบบไม่เร่งรีบ เสียงเคาะระฆังเป็นสัญญาณบอกถึงการมาถึงของรถไฟ และบอกถึงเวลาจากไปเช่นกัน แม้ว่าฉันจะเกิดที่จังหวัดสงขลา ทว่าฉันกลับรู้จักสงขลาน้อยมาก ด้วยว่าพ่อย้ายเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ตั้งแต่ฉันยังเล็กๆ ช่วงวัยรุ่นที่ริเดินทางท่องไปในที่ต่างๆ ฉันก็ชมชอบการขึ้นเหนือ ไต่ไปตามดงดอยมากกว่า ตื่นใจกับอากาศหนาวเย็นหมอกเหมยดอกไม้สวย วิถีชีวิตชนเผ่าตา
ภูมิปัญญาพื้นบ้าน ย่างไข่กับต้นกล้วย ทำง่าย ไม่ยุ่งยาก ได้”ไข่ย่าง”กินร้อนๆ ภูมิปัญญาพื้นบ้าน ย่างไข่กับต้นกล้วย ทำง่าย ไม่ยุ่งยาก ได้”ไข่ย่าง”กินร้อนๆ เครดิต: Kihala ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
สมัยเด็กๆ ผมชอบกินสาคูเม็ดเล็กเปียกกะทิมาก เรียกว่ากินได้ทีละหลายๆ ถ้วย ส่วนสาคูเม็ดใหญ่ที่มักแทรกตัวอยู่ในถ้วยรวมมิตร หรือวุ้นน้ำแข็งไสเย็นๆ นั้นผมไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ รู้สึกว่ามันเป็นแป้งๆ มากไปหน่อย ผมเพิ่งมารู้ว่าเม็ดสาคูที่เราซื้อจากตลาดเป็นถุงๆ มาต้มกินนั้นทำจากแป้งมันสำปะหลังก็เมื่อไม่นานมานี้เอง แถมหลังจากนั้นอีกพักใหญ่ๆ ถึงรู้ว่า ยังมีต้น “สาคู” ที่เอามาใช้ทำแป้งสาคูแท้ๆ ในเขตภาคใต้ด้วย แต่ถึงรู้แล้วก็ยังไม่ได้กินอีก ต้องรอจนถึงเมื่อสองปีก่อนนี้เองแหละครับ ที่มีโอกาสได้ลิ้มชิมรสสาคูแท้ๆ เปียกกะทิสด หลังจากนั้นก็คิดว่า คงยากที่จะกลับไปกินเม็ดสาคูเทียมจากมันสำปะหลังให้รู้สึกอร่อยได้อีก ในเมื่อมีแป้งสาคูแท้ติดครัวที่บ้านไว้ตลอดอย่างทุกวันนี้ เมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ผมโชคดีได้ไปดู “ป่าสาคู” คือพื้นที่กว่า 80 ไร่ ในอาณาบริเวณลุ่มทะเลสาบสงขลา เขตบ้านหัวพรุ ตำบลควนขนุน อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ซึ่งปลูกต้นสาคู (Metroxylon sagus Rottb.) สืบเนื่องมายาวนานไม่ต่ำกว่าสามชั่วอายุคน ท่ามกลางดงต้นสาคูหลายขนาดในพื้นที่ลุ่มน้ำชุ่มชื้น คุณบอย – พิชัย ทิพย์มาก หนึ่งในเกษตรกรคนสำคัญที่ร่วมทำ
