เทคนิคเกษตร
“ต้นสำโรง เป็นต้นไม้ประจำอำเภอศรีสำโรง จ.สุโขทัย และเมล็ดสำโรงก็มีมาก ร่วงหล่นตามพื้นดิน ในเมล็ดสำโรงมีน้ำมันซึ่งนำมาใช้ประโยชน์ได้ เราจึงนำมาสกัดเป็นผลิตภัณฑ์ขัดเครื่องหนังและพัฒนาต่อยอดมาเรื่อยๆ กลายเป็นผลิตภัณฑ์ SAMRONG WAX (สำโรงแว็กซ์) ชนิดน้ำหรือสเปรย์” คำบอกเล่าของ นายณัฐพล ทิมฉิม ถึงที่มาของผลิตภัณฑ์ “SAMRONG WAX” ที่ส่งเข้าประกวดในงาน “ประชารัฐร่วมพัฒนาสุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา” ครั้งที่ 27 ปี 2559-2560 ประเภทที่ 3 สิ่งประดิษฐ์ด้านผลิตภัณฑ์สําเร็จรูป ซึ่งมี 46 ผลงานร่วมแข่งขัน ที่วิทยาลัยเทคนิคลำพูน อ.เมือง จ.ลำพูน จัดโดยสถาบันอาชีวศึกษาภาคเหนือ เพื่อคัดเลือกผลงานสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่เป็นตัวแทนสถานศึกษาภาคเหนือ เข้าร่วมการประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ในระดับชาติ ในปี 2560 ต่อไป ผลิตภัณฑ์ขัดเครื่องหนัง “SAMRONG WAX” เป็นผลงานของนายสุมิตรชัย คล้ายวิเชียร นายเมืองมนต์ เจริญทัว นายณัฐพล ทิมฉิม และ น.ส.พิชชาภา หงส์โตสวัสดิ์ จากวิทยาลัยการอาชีพศรีสำโรง จ.สุโขทัย โดยมี อ.จินตนา หมื่นวงษ์เทพ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา สำโรงเป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดใหญ่ ผลใหญ่เปลือกหนา ขั้วของผลติดกันเป็น
“ปลาเต๋าเต้ย” หรือ “ปลาฮ่องเต้” คล้ายปลาจะละเม็ดขาว ต่างกันตรงสีผิวจะออกเทาๆ กว่า ขนาดใหญ่และ เนื้อแน่นกว่า เป็นปลาชอบน้ำลึก แต่ก็อยู่ในน้ำกร่อยได้ มีมากในทะเลแถบพม่า อินโดนีเซีย และไทย โดยเฉพาะฝั่งอันดามัน รสชาติมัน อร่อย และหวานตามธรรมชาติ ราคาจึงแพง ตัวนึงไม่ต่ำกว่าพันบาท ปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู อาทิ นึ่งซีอิ๊ว ผัดเปรี้ยวหวาน ผัด 3 รส ทอดกระเทียม ต้มบ๊วย หรือลวกหม้อไฟ ฯลฯ จานเด็ดวันนี้เสนอ “ปลาเต๋าเต้ยนึ่งบ๊วย” โดย เมธี เมืองแก้ว ข่าวสดตรัง ไปขอสูตรจากร้านอาหารทะเลชื่อดัง “โกเกี้ย” (กันตรัง) ที่ขายมากว่า 50 ปี คุณเอ-สันทัด ตรีศลยุทธ วัย 30 ปี สืบทอดกิจการแทนคุณปู่และคุณพ่อ ไม่ขัดข้อง จัดให้ทันที ปลาต้องสด ขนาดไม่ต่ำกว่า 1 ก.ก. ตัวยิ่งโตยิ่งดี นำมาล้าง ขูดสิ่งสกปรกข้างลำตัวออก ใช้มีดบั้งปลาเป็นแนวเฉียงทั้ง 2 ด้าน เครื่องปรุงราดลงบนตัวปลา ประกอบด้วย บ๊วย ขิง เห็ดหอม และหมูสับ นำไปนึ่ง 20 นาที ดูเวลาอย่าให้ขาดเกิน นึ่งน้อยไปเนื้อปลาจะไม่สุกทั่ว แต่ถ้านึ่งมากไปเนื้อปลาจะเละ โรยด้วยผักชีและขึ้นฉ่าย ก็รับประทานได้ทันทีโดยไม่ต้องใส่เครื่องปรุงใดๆ อีก ยกเว้นรสเปรี้ยว ถ้าชอบก็ให้เติมน้ำมะนา
จักรพันธ์ นาทันริ “ข่าวสด-ขอนแก่น” พาไปกินอาหารรสเด็ดโดนใจที่ “ร้านส้มตำป้านี” เจ้าของร้านชื่อ “ป้าณี” หรือ นางปราณี โทบ้านซ้ง เปิด ให้บริการลูกค้ามานานกว่า 40 ปี ทุกเมนูตั้งใจทำ เพื่อให้ลูกค้าได้ทานอาหารอร่อย แต่ เป็นที่นิยมมากๆ คือ เมนูส้มตำ มีทั้ง ตำซั่ว ตำมั่ว ตำรวมมิตร ตำแตงไข่ต้ม ตำถั่วหมูกรอบ ตำไทยไข่เค็ม ตำโคราช ตำลาว ที่แนะนำคือ ส้มตำปูปลาร้า ตำลาว และตำซั่ว รสชาติเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร ลูกค้าส่วนใหญ่จะสั่งเป็นประจำ เลือกมะละกอพันธุ์ดี คัดลูกพอเหมาะมือ นอกจากนี้ เลือกผลเกือบสุกหรือที่กำลังมีสีแดงๆ เพื่อใส่ผสมเข้าไปด้วย 1 ส่วน เพิ่มความหวานให้กับส้มตำแทนการใช้น้ำตาลปี๊บ เมื่อนำมาตำรวมกับมะละกอดิบที่กรอบ และมีมะละกอ เกือบสุกที่หวาน ตำครกต่อครก บวกเครื่องผสมอื่นๆ การันตี ความอร่อย สูตรเด็ดอีกอย่างหนึ่งคือใส่เมล็ดกระถินเข้าไปด้วย เพื่อเพิ่มรสชาติให้กับส้มตำทุกครก ส่วนปูดองใช้ปูนาซื้อหาตามฤดูกาล นำมาดองด้วยน้ำปลาแท้ ก่อนนำไปต้มจนสุก ที่สำคัญคือราคาไม่แพง จำหน่ายราคาครกละ 30 บาท ร้านป้าณี ตั้งอยู่ ถ.ประชาสโมสร ต.เทศบาลนครขอนแก่น อ.เมือง จ.ขอนแก่น เยื้องธนาคารเกียรตินาคิน
ขนุน ผลไม้ในหลากหลายชื่อ ภาษาเหนือเรียกขนุนว่า บะหนุน ส่วนภาษาอีสานก็เอิ้นกันว่า บักมี่ พอลงมาทางใต้ ภาษาใต้เรียก หนุน หรือ ลูกหนุน ขนุน เมื่อสุกจัดเป็นผลไม้รสหวาน ใช้ใส่ในขนมไทยหลากหลาย ส่วนขนุนที่ยังอ่อนอยู่นั้นจัดเป็นผักเครื่องเคียงชนิดหนึ่ง คนทางใต้กินสดๆ หรือนำมาลวกกินกับน้ำพริก ขนมจีน หรือแกงกะทิใส่ขนุนอ่อน สำหรับคนอีสานจะนำมาดัดแปลงให้กลายเป็นยำ (ซุบ) เพื่อเพิ่มรสชาติให้ถูกปากเป็น ซุบบักมี่ ส่วนคนเหนือส่วนมากจะเป็นเมนู ตำบ่าหนุน กับแกงบ่าหนุน สารพัดประโยชน์ ขนุน ขนุน เป็นผลไม้ที่กินได้ทั้งผลดิบและผลสุก ขนุนเมื่อสุกจะมีกลิ่นแรงที่หลายคนไม่ค่อยจะชอบสักเท่าไร แต่หารู้ไม่ว่า ถ้ามองข้ามกลิ่นขนุนไป เราจะพบกับประโยชน์ของขนุนอีกมากมายจนคาดไม่ถึง ขนุนเป็นผลไม้พื้นบ้านที่รู้จักกันว่าเป็นไม้มงคล จึงมีผู้คนนิยมปลูกหลังบ้าน ด้วยชื่อของขนุน จะหนุนนำความเจริญสู่เจ้าของบ้านนั่นเอง ในส่วนของแก่นไม้หรือเนื้อไม้ของขนุนจะมีสีเหลืองเข้มออกน้ำตาล เมื่อนำมาใช้เป็นสีย้อมผ้าจะให้สีเหลืองน้ำตาล (สมัยก่อนเปลือกนำมาต้มย้อมผ้าจีวรพระ) และนอกจากนั้นไม้ขนุนยังใช้ทำอุปกรณ์เครื่องเรือน และเครื่องดนตรีได้อีกด้
ถ้ามีใครถามว่า จะเอาปลาทูนึ่งมาทำอะไรกินอร่อยๆ ได้อีกบ้าง นอกเหนือจากทอดแกล้มผักน้ำพริกกะปิ, ย่างทำป่นปลาแซ่บๆ, ต้มกับมะดันสดไว้ซดน้ำเปรี้ยวจี๊ด, โขลกทำน้ำยาขนมจีน ฯลฯ ผมคงบอกสูตรที่ได้กินที่บ้านมาตั้งแต่จำความได้ สมัยเมื่อสี่สิบกว่าปีก่อน นั่นก็คือ แกงผัดน้ำมันปลาทู ครับ บ้านผมที่อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี นับเนื่องอยู่ในเขตอิทธิพลของปลาทูแม่กลองหน้างอ คอหัก เราพบมันนอนเรียงกันอยู่ในเข่งไม้ไผ่สาน สองตัวบ้าง สามตัวบ้าง พวกแม่ค้าเรียกขานกันว่า ปลาสอง ปลาสาม ที่ผมรู้สึกว่าอร่อยและมีมันมาก เป็นปลาตัวขนาดย่อมๆ เนื้อนิ่ม รสเค็มพอประมาณ กลิ่นหอมอ่อนๆ จนบางทีเราก็อดใจไม่ไหว บรรจงแกะเนื้อมาเคล้าข้าวสวย ราดน้ำปลาพริกขี้หนูซอย หอมแดง มะนาว คลุกพอให้เข้ากัน เผลอกินจนเกือบอิ่มก่อนถึงมื้อหลักเสียด้วยซ้ำไป วันไหนเราได้ปลาแบบนี้มา แล้วอยากกินแกงเผ็ดๆ ที่รสชาติไม่หนักแบบแกงเนื้อวัวหรือหมู เราก็จะเตรียมเครื่องเคราแกงผัดน้ำมัน โดยไปหาพริกแกงเผ็ด (แกงแดง) แบบที่ไม่ใส่เครื่องเทศมา แกะเนื้อปลาทูนึ่งออกเป็นซีกๆ ส่วนหัวปลา ก้างกลาง เอาต้มเคี่ยวไฟอ่อนไปสักครึ่งชั่วโมง กรองเอาแต่น้ำหวานๆ ไว้นะครับ หั่นพริกชี้ฟ
สัปดาห์นี้มาทำความรู้จักกับความเชื่อเหนือธรรมชาติในอินโดนีเซียกันบ้าง ชาวอินโดนีเซียเชื่อว่า ไม่ควรกวาดบ้านยามวิกาล เพราะโชคลาภจะหลุดลอย การล้างหน้าและอาบน้ำนานจะทำให้ดูแก่เกินอายุจริง เช่นเดียวกับการอาบน้ำตอนกลางวันและบ่าย เนื่องจากจะเร่งกระบวนการชราภาพ สาวโสดควรหลีกเลี่ยงการสระผมในช่วงบ่าย เพราะจะทำให้หาสามียาก ห้ามกางร่มในเคหสถาน หากไม่อยากมีชีวิตยากจนข้นแค้น เวลาอยู่ในบ้านควรหลีกเลี่ยงการผิวปาก เพราะจะทำให้พลังด้านลบมีอิทธิพลต่อสมาชิกครอบครัว การตัดผมและแคะหูตอนกลางคืน จะดึงดูดเคราะห์ร้าย สำหรับการปลูกบ้าน ห้ามสร้างห้องครัวติดกับประตูทางเข้าด้านหน้า เพราะจะทำให้ครอบครัวมีปัญหาการเงิน เจ็บป่วยเรื้อรัง การสร้างโรงจอดรถหลังบ้านจะนำมาซึ่งความเคราะห์ร้าย รั้วและกำแพงล้อมรอบบ้านไม่ควรสูงเกินกว่า 3 เมตร เพราะจะทำให้ผู้อยู่อาศัยเผชิญหน้ากับภาวะล้มละลาย การสร้างสระว่ายน้ำภายในบ้านจะทำให้ครอบครัวมีความทุกข์ บ้านทุกหลังควรมีประตูทางออกด้านหลัง ไม่เช่นนั้นสมาชิกในครอบครัวจะมีร่างกายผิดปกติ เวลาย้ายบ้านควรนำดินจากสวนในบ้านหลังเดิมติดตัวไปโปรยรอบๆ บ้านหลังใหม่ เพื่อให้ชีวิตในบ้านใหม่ราบรื่นสงบสุ
“ดื่มกาแฟ 1 แก้ว ช่วยรักษาป่า” คงเป็นเพียงถ้อยคำเก๋ไก๋ส่งเสริมการตลาด ส่งเสริมการท่องเที่ยว จนกว่าจะได้ไปเยือน ไปเยี่ยมไปเห็น จึงจะแจ้งใจว่า กาแฟแก้วหนึ่ง มีส่วนรักษาป่าจริงหรือ? อย่างไร? หมู่บ้านของชาวมูเซอดำ ที่ ต.ด่านแม่ละเมา อ.แม่สอด จ.ตาก ชื่อว่าหมู่บ้านห้วยปลาหลด เป็นหมู่บ้านชาวไทยเชื้อสายมูเซอดำ ชาวมูเซอดำบ้านห้วยปลาหลด มีวิถีชีวิตวัฒนธรรมที่ยังยึดถือแนวทางดั้งเดิมของชาว ลาหู่แชแล หรือที่รู้จักกันดีในนามชาวมูเซอดำ เอาไว้ค่อนข้างมาก และอยู่กันแบบเครือญาติ พี่น้อง ทำไร่ข้าว ปลูกผัก สลับกันไปกลางป่าในหุบเขา โดยไม่บุกเบิกพื้นที่ทำกินเพิ่ม จากเดิมที่เคยมีมา มีคณะกรรมการดูแลป่า แบ่งป่าออกเป็นประเภทตามการใช้ประโยชน์ ทั้งป่าใช้สอย ป่าชุมชน ป่าพิธีกรรม ป่าต้นน้ำ ไร่ข้าว และพื้นที่เพาะปลูกพืชผัก ทุกวันนี้ ไฟฟ้ายังเข้ามาไม่ถึง อาศัยแสงเทียน ตะเกียง และพลังงานแสงอาทิตย์หรือจากโซลาร์เซลล์ นานมาแล้ว พื้นที่บนดอยบ้านห้วยปลาหลดทำไร่ฝิ่น เรียกได้ว่าเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ จนป่าต้นน้ำเหลือเพียงป่าหญ้าคา ในปี พ.ศ.2517 เริ่มได้รับการสนับสนุนให้ปลูกไม้ยืนต้นและกาแฟ ในยุคแรก ทดลองปลูกกาแฟอาราบิกา
ระดับเมืองน้ำเค็มจะแนะนำจานเด็ดทั้งทีถ้าไม่ได้ปรุงจากของทะเลก็ชักยังไงอยู่ สมภพ สนเวส ข่าวสดสมุทรปราการ เลยจัดหนัก จัดเต็ม เสนอจานเด็ดรสชาติแซ่บเวอร์ “กุ้งผัดพริกขี้หนู” เลือกร้านดังเมืองปากน้ำ “ร้านจานโปรด” ที่ชิมแล้วการันตีว่าอร่อยเหาะ คุณรัชรินทร์ สิทธิพันธ์ อายุ 54 ปี เจ้าของร้าน แย้มสูตรทันที กระซิบเบื้องหลังความอร่อย ทำง่ายฝุดๆ เริ่มจากหากุ้งตัวขนาดพอคำประมาณครึ่งโล จากนั้นเตรียมเครื่องปรุง พริกขี้หนูสวน 10-20 เม็ด กระเทียม 4-5 กลีบ ทุบบุบๆ พอให้แหลก เตรียมน้ำมันพืช แป้งโกกิ หรือแป้งมันก็ได้ น้ำปลา ซอสปรุงรส ขั้นตอนการปรุงเริ่มจากนำกุ้งล้างน้ำ แกะเปลือก ผ่าหลังเอา ขี้ที่หัวออก ล้างอีกทีให้สะเด็ดน้ำตั้งกระทะบนเตาใส่น้ำมันพอร้อน เอากุ้งไปชุบแป้งลงไปทอดพอเหลือง แล้วตักขึ้นมาพักกระเทียมกับพริกขี้หนูที่ทุบไว้เอาลงกระทะผัดพอเหลือง กลิ่นหอมฉุนแตะจมูกใส่กุ้งชุบแป้งทอดลงไปผัดคลุกเคล้า ให้เข้ากัน ปรุงด้วยซอสปรุงรส ใส่น้ำปลาตามชอบ ตักใส่จาน รับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ แค่นี้จบ ระวังเหงื่อแตกซิกๆ เพราะความร้อนของพริกขี้หนูสวน แต่ถ้าไม่มีเวลาทำ แวะไปกินที่ร้านฝีมือคุณรัชรินทร์ ร้านจานโปรด ตั้งอย
การเข้าป่าหาน้ำผึ้งธรรมชาติเป็นเรื่องปกติของคนในเขตร้อนชื้น หรือในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ในบางพื้นที่ เช่น อินโดนีเซีย มันมีเรื่องราวมากกว่านั้น สำหรับคนพื้นเมือง Olin-Fobia ในเขตอนุรักษ์ภูเขามูติส (Mount Mutis) ในติมอร์ตะวันตก เขตห่างไกลความเจริญเหลือเกินของอินโดนีเซีย การหาน้ำผึ้งเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมเก่าแก่ และมีพิธีกรรมที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลยหลายชั่วอายุคน ป่านี้ไม่มีต้นไม้มีค่าอย่าง ไม้สัก แต่เจ้าป่าเจ้าเขาก็ให้น้ำผึ้งอันอุดมสมบูรณ์มา ชนเผ่านี้จึงไม่ตัดไม้ (อินโดนีเซีย มีปัญหาตัดไม้ทำลายป่ามากเหลือเกิน จับกันไม่ไหว) การหาน้ำผึ้งของพวกเขาเป็นการทำงานร่วมกันของคนทั้งหมู่บ้าน ต้องหาด้วยกัน ไปพร้อมกัน และไปในเวลาที่มีฤกษ์ผานาทีชัดเจนจากผู้อาวุโส น้ำผึ้งที่ได้ต้องเอามาแบ่งกันอย่างเท่าเทียม พวกเขารอเมื่อดอกต้นยูคาลิปตัสบาน เป็นสัญญาณของฤดูกาลเก็บน้ำผึ้ง ก่อนจะเข้าป่าเขาจะมีพิธีกรรมไหว้ป่าเขา ผู้ชายทั้งหมู่บ้านจะร่ำลาครอบครัว เตรียมตัวสำหรับการเข้าไปอยู่ในป่าร่วมกัน 2-3 สัปดาห์ เตรียมข้าวปลาอาหารให้พร้อม และที่สำคัญ ทุกคนที่เข้าร่วมกระบวนการหาน้ำผึ้งจะต้องไม่มีเรื่องขัดแย้งกัน ห
ลูกเหรียง เป็นพืชวงศ์เดียวกับสะตอ ชาวพัทลุงนิยมปรุงเป็นอาหาร เพราะทำได้หลายเมนู ทั้งเป็นผักสด ผัดเผ็ด และผักแกง ที่ถูกปากคนใต้ เช่น ผัดเผ็ดลูกเหรียงกับหมู ผัดเผ็ดลูกเหรียงกุ้ง แกงกะทิลูกเหรียง และลูกเหรียงสดจิ้มกับน้ำพริก ขอบอกว่า หรอยนักแล! บุญทวี ทองร่วง ข่าวสดพัทลุง นำเสนอ “แกงกะทิลูกเหรียงใส่หมูเนื้อแดง” จานเด็ดของร้าน “ข้าวแกงคุณย่า” ริมถนนอภัยบริรักษ์ เขตเทศบาลเมืองพัทลุง คุณจินดา ช่วยนิมิต อายุ 55 ปี เจ้าของร้าน ไม่หวงสูตร บอกทุกเม็ด เริ่มจากเลือกลูกเหรียง หรือ “หมานเหรียง” เด็ดเอาหน่อออก ล้างน้ำสะอาด ใส่ภาชนะเตรียมไว้ หมูเนื้อแดงหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ขนาดพอเหมาะ ใส่ภาชนะเตรียมไว้ เครื่องแกง ประกอบด้วย พริกขี้หนูสด พริกไทย กระเทียม ขมิ้น ตะไคร้หั่น เกลือ น้ำตาล ตำในครกให้ละเอียดเข้ากัน เติมกะปิลงไปโขลกรวมกันอีกครั้ง นำน้ำกะทิคั้นใส่หม้อตั้งไฟ ตามด้วยเครื่องแกง คนให้เครื่องละลาย น้ำแกงเดือดใส่เนื้อหมูแดงหั่น ตั้งไฟต่อจนน้ำแกงเดือด จึงใส่ลูกเหรียง รอจนน้ำแกงเดือดอีกครั้ง เป็นอันเสร็จ อย่าให้ลูกเหรียงสุกนานเกิน เนื้อจะนิ่ม หายกรอบ หมดความมัน อร่อยครบสูตรต้องมีน้ำพริกสักถ้วย ผักเ
