เทคนิคเกษตร
เมื่อคืนที่ผ่านมา ชาวบ้านบ้านแสนสำราญ ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ จำนวนหลายครัวเรือน ที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียง ได้พากันออกมาหาจับแมงกินูน ที่ออกมาหากินใบอ่อนชุกชุมในป่ายูคาลิปตัดหลังหมู่บ้าน บนเนื้อที่กว่า 100 ไร่ที่มีต้นไม้นานาชนิดเกิดขึ้นแซม เพื่อนำไปประกอบอาหาร และขายสร้างรายได้ หลังจากต้นไม้เริ่มแตกใบอ่อน ชาวบ้านบอกว่า ในช่วงที่สภาพอากาศที่อบอ้าวและต้นไม้ถูกน้ำฝนที่ตกลงมา จะแตกใบอ่อน ซึ่งในป่าชุมชนของหมู่บ้านนี้จะมีแมงกินูนแดง กลางคืนจะออกหากินโดยบินขึ้นไปเกาะกินใบอ่อนของต้นไม้เป็นจำนวนมาก ชอบกินใบมะขามอ่อน ใบติ้ว ใบส้มเสี้ยว และใบอ่อนต้นไม้อื่น ๆ ทั่วไป โดยชาวบ้านทั้งเด็กและผู้ใหญ่ จะใช้โคมไฟฉายติดหน้าผาก ขวดน้ำพันกับปลายไม้ยาว ๆ ไปจ่อที่ตัวแมลง ๆ แล้วเขย่าให้ตกลงมาในขวด หรือใช้วิธีเขย่าต้นไม้ กิ่งไม้ให้แมงกินูนตกลงมา เพราะมันอิ่มมันจะไปไม่เป็น และบางคนก็ใช้มือเปล่าจับแมงกินูนที่กินใบอ่อนอยู่ตามพุ่มไม้ต่างๆ ในทุกปีๆจะมีชาวบ้านจำนวนมากมาจับแมงกินูน นำไปประกอบอาหารได้หลายอย่าง เช่น คั่ว ทอด จี่ (ย่างไฟ) ทำป่น (ตำน้ำพริก) ก้อย ลาบ แกงใส่หน่อไม้ ฯลฯ ให้โปรตีนสูง ทำให้ชาวบ้านประห
ในอดีตคนจีนนิยมใช้ลูกเดือยผสมข้าวต้มรับประทานเพื่อบำรุงกำลัง หล่อลื่นกระเพาะอาหารและลำไส้ แก้บวมน้ำ ปวดข้อเรื้อรัง บำรุงม้ามและปอด แก้ท้องเสีย เหน็บชา ร้อนใน ทำให้ผิวสวย และยังช่วยยับยั้งสารก่อมะเร็งอีก เพราะมีวิตามินบี 1 สูง-มากกว่าข้าวกล้องด้วยซ้ำ ที่น่าสนใจ ลูกเดือยเป็นอาหารสมุนไพรที่ “เหมาะกับผู้หญิง” อย่างยิ่ง เมื่อก่อน “เชื่อว่า” กินลูกเดือยทำให้ผิวสวย ผมสวย บำรุงมดลูก ปรากฏว่าการศึกษาสมัยใหม่พบว่าสารสกัดด้วยน้ำหรือตัวทำละลายอินทรีย์จากรากหรือเมล็ดเดือยมีฤทธิ์ทำให้การหมุนเวียนของเลือดที่ผิวหนังดีขึ้น ทำให้เส้นผมเจริญดีขึ้น ทั้งพบว่าสารสกัดของลูกเดือยมีผลกระตุ้นการเจริญของ Ovarian follicle และกระตุ้นให้ไข่ตก สำหรับประเด็นยับยั้งการก่อสารมะเร็งนั้น จากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์พบว่าสาร Coixenolide ในเมล็ดเดือย มีสรรพคุณยับยั้งการเจริญของเนื้องอก เพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย ดังนั้น น้ำลูกเดือย หรือมีส่วนประกอบของลูกเดือยจึงเหมาะเป็นเครื่องดื่มสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง (อ้างอิง : “บันทึกของแผ่นดิน 1 : หญ้า ยา สมุนไพร ใกล้ตัว” โดย ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร)
ปิ่นโตเถาเล็กเพิ่งไปจันทบุรีมาเมื่อเดือนที่แล้ว ได้ทบทวนร้านเก่ากับตระเวนชิมร้านใหม่ๆ (ใหม่ของข้าพเจ้า แต่เก่าสำหรับเมืองจันท์) อีกเพียบ แล้วจะทยอยลงเรื่อยๆ นะจ๊ะ ประเดิมร้านแรกเป็นร้านโปรดของครอบครัวผม สมัยที่คุณชายถนัดศรียังหนุ่มเคยไปอยู่ที่จันทบุรีนานนับปี เลยรู้จักของอร่อยทะลุปรุโปร่ง และนี่คือร้านหมูสะเต๊ะที่ขึ้นชื่อเลื่องลือในเมืองจันท์ ที่ไม่ได้เป็นแค่ร้านหมูสะเต๊ะ เพราะมีเมนูอื่นๆ อีกนับร้อยเมนู ขายมานานกว่า 40 ปี มีชื่อว่า “ลิ้มหมูสะเต๊ะ” คุณประเสริฐหรือคุณลิ้ม ตระกูลพุทธรักษา เริ่มจากหาบหมูสะเต๊ะขาย ภายหลังมีร้านรวงของตัวเอง จนในที่สุดย้ายร้านจากถนนเทศบาล 2 มาอยู่ที่ริม “ทะเลสาบทุ่งนาเชย” ถนนเลียบขอบอ่าง ในอาคารโถงใหญ่ที่มีชื่อว่า “ณ ลานจันท์” ที่ใหม่นี้โปร่งโล่ง มีที่จอดรถมากมาย ร้านลิ้มหมูสะเต๊ะมีดีที่ “หมูสะเต๊ะ” แสนนุ่มและ “ตับสะเต๊ะ” นุ่มเด้ง หมักจนมีรสชาติเข้มข้นเข้าเนื้อ รวมไปถึง “น้ำจิ้มหมูสะเต๊ะ” ก็ข้นจัดจ้านยิ่งนัก เป็นเพราะว่าเขามีสูตรหมักและสูตรน้ำจิ้มพิเศษเฉพาะตัว ใครได้ลิ้มลองก็ต้องติดใจ การทำหมูสะเต๊ะจะใช้หมูสันนอกและหมูสันคอ หมักค้างคืนในตู้เย็นจนเข้าเนื้อ น้ำ
ตลาดนัดเปิดท้ายบ้านๆ ลักษณะนี้ จะมีให้เห็นไม่มากนัก ในประเทศมาเลเซีย ในภาพที่เห็นเป็นตลาดนัดเปิดท้าย มีของขายทุกชนิด ส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบในกลุ่มผัก ผลไม้ สินค้าสำคัญรองลงมาเป็นอาหารปรุงสำเร็จรูป อาหารคาวหวานท้องถิ่นหลากหลาย (ยงเต้าหู้ โรจัก) ดังตลาดนี้ เป็นตลาดนัดที่ขายทุกวันจันทร์ ตั้งอยู่บนถนนข้างKSL resort ในเมือง Johor Bahru ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเมือง Johor Bahru เป็นเมืองชายแดนติดกับ woodlands ประเทศสิงคโปร์ ตลาดนัดจะเริ่มช่วงบ่ายไปจนดึก เจ้าของร้านเป็นคนจีนมาเลย์ และ คนมาเลย์โดยแท้
วันที่ 9 มีนาคม 2560 ที่วัดเด่นโบสถ์โพธิ์งาม หมู่ 1 ต.บ้านกร่าง อ.เมืองพิษณุโลก ทางวัดร่วมกับชาวบ้านในชุมชน ได้ร่วมกันสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวบ้าน ต.บ้านกร่าง ด้วยการทำกังหันลมโบราณ ขนาดใหญ่ เพี่อนำไปติดตั้งภายในชุมชนและที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลก เพื่ออนุรักษ์สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นของคนในชุมชนที่มีมาช้านาน ประกอบกับปราชญ์ชาวบ้านที่มีก็เหลือน้อย ทำให้เยาวชนที่จะสามารถทำไปสืบทอดก็มีโอกาสน้อยลงเช่นกัน พระครูมนูญ บุญวาท เจ้าอาวาสวัดเด่นโบสถ์โพธิ์งาม เล่าว่า ตำบลบ้านกร่าง มีประวัติศาสตร์และเรื่องเล่าขานสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน พร้อมทั้งยังมีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ยังหลงเหลืออยู่ โดยเฉพาะการทำกังหันลมโบราณ ที่มีขนาดใหญ่ ที่โบราณผ่านมานั้นชาวบ้านจะทำไว้กลางหมู่บ้านเพื่อให้เป็นสัญญลักษณ์และเครื่องบอกทิศทางลมฟ้าลมฝน เนื่องจากกังหันลมโบราณนี้จะมีเสียงดังมาก หากมีลมแรงและจะมีฝนตกลงมาได้ ทำให้ชาวบ้านก็จะสามารถเก็บทรัพย์สินมิให้เสียหายจากลมฟ้าลมฝนได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันผู้ที่สืบทอดถือว่าน้อยมาก ทางวัดก็ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลก ได้นำปราชญ์ชาวบ้านที่ยัง
บนผืนแผ่นดินอันงดงามและอุดมสมบูรณ์ของไทย ไม่เพียงร่ำรวยด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่หล่อเลี้ยงสรรพชีวิตมาเนิ่นนาน หากแต่ยังมีหมู่บ้านน้อยใหญ่ เป็นหน่วยเล็กๆ ที่ประกอบขึ้นเป็นประเทศอันรุ่มรวยด้วยอารยธรรม วิถีชีวิตที่ดูแสนธรรมดาในมุมมองของชาวบ้าน อาจเปี่ยมเสน่ห์ในสายตา ‘คนนอก’ ชวนให้เดินทางเข้าไปค้นหา สัมผัส เรียนรู้ประสบการณ์อันน่าจดจำ แม้ปราศจากแลนมาร์กหรือทิวทัศน์ตื่นตา ทว่ามีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบ ‘ดีต่อใจ’ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจึงรับเป็นหัวเรือใหญ่ในปฏิบัติการ ‘เพิ่มมูลค่า ยกระดับท่องเที่ยวชุมชน’ โดยร่วมกับบริษัทกิจการเพื่อชุมชน ‘วิลเลจ วิคตอรี่’ และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) จัดโครงการ ‘Village to the world’ ซึ่งมีการพัฒนา 10 ชุมชนต้นแบบเพื่อสนับสนุนให้องค์กรต่างๆ ไปจัดกิจกรรม CSR ในชุมชนเหล่านั้น แถมยังตั้งธงไว้บนเส้นชัยว่ามีเป้าหมายจะสร้างรายได้ให้ชุมชนละ 1 ล้านบาท ภายในปี 2560 ซึ่งต้องลุ้นว่าจะสำเร็จตามหวังหรือไม่? โจทย์ท้าทายที่ต้อง’ไปต่อ’ น้ำตก ทะเล ภูเขา แสงดาว อากาศหนาว และสายหมอก อาจเป็นต้นทุนสำคัญของแหล่งท่องเที่ยวจำนวนมากที่มีแ
วันที่ 9 มีนาคม 2560 ที่ จ.นครพนม ในช่วงนี้ได้เกิดพายุฝนฤดู ทำให้มีฝนตกหนักต่อเนื่อง ในช่วง 2 -3 วันที่ผ่านมา ไม่เพียงส่งผลดีต่อเกษตรที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตร ทำให้มีน้ำหล่อเลี้ยงพื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะนาปรังที่กำลังขาดน้ำ รวมถึงน้ำในการอุปโภคบริโภคแล้ว ยังส่งผลดีต่อชาวบ้านที่มีอาชีพหาของป่าขายเสริมหน้าแล้ง เนื่องจากในช่วงฝนตกลงมาจะทำให้สามารถหาของป่าได้ง่ายขึ้น อาทิ ผักหวาน ไข่มดแดง แมงแคง จักจั่น เห็ดป่า โดยเฉพาะจักจั่น มีราคาแพง ตกตัวละ ประมาณ 2 -3 บาท ส่วนไข่มดแดง ยิ่งเป็นเมนูหายาก เนื่องจากปีนี้ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง และปัญหาไฟป่า มีราคาสูงกิโลกรัมละ 1,000 บาท และผักหวาน ราคาตกกิโลกรัมละ 1,000 บาท เช่นเดียวกับตลาดสดเทศบาลตำบลนาแก ซึ่งเป็นตลาดศูนย์กลางจำหน่ายอาหารอีสานพื้นบ้าน พบว่าช่วงนี้จะคึกคักไปด้วยเมนูอาหารป่า โดยมีพ่อค้าแม่ค้าไปรับซื้ออาหารป่า อาทิ ผักหวาน ไข่มดแดง แมงแคง จักจั่น เห็ดป่า จากชาวบ้านมาวางขายกันคึกคัก สร้างเงินหมุนเวียนสะพัดเท่าตัว โดยชาวบ้านที่มีอาชีพหาของป่าขาย จะมีรายได้ วันละ 2,000 – 3,000 บาท บางรายขยัน สามารถหาของป่ามาขายสร้างรายได้วันละถึง
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงร่วมกับจังหวัดลพบุรี ผลักดันหมู่บ้าน หินสองก้อน ให้เป็นหมู่บ้านทำมาค้าขาย ซึ่งมีชื่อเสียงด้านแหล่งผลิตดินสอพองที่มีคุณภาพดีสุดของไทย เนื่องจากดินบริเวณนี้มีเนื้อเนียนละเอียดแน่น สีขาว เรียกว่า ดินมาร์ล จึงไม่เหมาะแก่การปลูกพืช คนในหมู่บ้านจึงทำเป็นดินสอพองทุกครัวเรือน ดินสอพอง หรือต่างประเทศเรียก ดิน Marl เป็นเป็นผงแร่ที่ได้จากธรรมชาติ มีองค์ประกอบหลักเป็นแคลเซียมคาร์บอเนต (CO3) ประมาณ 80-90% นอกนั้น จะเป็นแร่ ดินเหนียว และส่วนประกอบอื่นๆ เช่น แมกนีเซียม เหล็ก แคลเซียม ซิลิกา และอาราโกไนต์ มีประโยชน์เป็นตัวปรับสภาพดิน จากที่เป็นกรดให้มีสภาพเป็นกลาง มีลักษณะอ่อน ร่วนซุย เหมาะที่จะนำไปทำปุ๋ยปรับสภาพดิน มีประโยชน์เป็นที่ต้องการสำหรับเกษตรกรมาก เพราะใช้ปรับสภาพดิน ช่วยให้พืชฝังรากลงพื้นดินได้ง่าย ในโรงงานฟอกหนังใช้ดินมาร์ล สำหรับกำจัดขนออกจากหนังสัตว์ได้ สำหรับประเทศไทย มีการพัฒนาจากเดิมที่ใช้ทำแป้ง เพิ่มเป็นวัตถุดิบในการทำผลิตภัณฑ์หลายชนิด เช่น ใช้ในอุตสาหกรรมผลิตเครื่องสำอาง ที่เน้นการรักษาสิว เพราะมีแคลเซียมคาร์บอเนตซึ่
ภายหลังสิ้นสุดฤดูหนาวและเข้าสู่ฤดูร้อน ส่งผลให้แผ่นดินตามทุ่งนาเริ่มแตกระแหง แหล่งน้ำตามธรรมชาติก็เริ่มแห้งขอดตามสภาพอากาศ กระทบต่ออาชีพเกษตรและอุปโภคบริโภค แต่ขณะที่อีกด้านภัยแล้งกลับเป็นอานิสงส์ให้ชาวบ้าน บ้านศรีวิชา ตำบลห้วยยาง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร พากันนำอุปกรณ์ เช่น แห ยอ ข้องใส่ปลา ออกไปตระเวนจับปลาตามหนองบึงที่น้ำเริ่มแห้งขอดจนเกือบแห้ง เพื่อลงมือจับปลาแม้จะใช้เวลาเกือบทั้งวันแต่ก็คุ้มค่าเนื่องจากปลาที่ได้มีทั้งน้อยใหญ่ เช่น ปลาซิว ปลากระดี่ ปลาขาว ปลาดุก และปลาช่อน นางสาวพรรณิภา ศรีวิไล อายุ 45 ปี ชาวบ้านที่ออกมาจับปลาบอกว่า ปลาที่ได้ทั้งหมด หากได้เยอะจะนำไปขายที่ตลาดบายพาสเทศบาลนครสกลนคร ส่วนปลาขายดีที่สุดในช่วงหน้าแล้งคือ ปลาซิว เพราะผู้บริโภคมักนิยมนำไปทำอ่อมหรือหมกปลาซิวใส่ใบตองทั้งนึ่งและย่างไฟ ส่วนปลาช่อนจะขายได้ถึงกิโลกรัมละ 150 บาท เพื่อที่จะนำไปทำสารพัดเมนูอาหาร จึงทำให้ช่วงฤดูแล้งปีนี้มีรายได้เฉลี่ย 600-700 บาทต่อวัน หากปลาซิวเหลือก็จะนำกลับมาทำเป็นปลาร้าหรือปลาจ่อม ไว้กักตุนบริโภคในหน้าแล้งเพื่อลดรายจ่ายไปในตัว
“หนู” เป็นสัตว์ศัตรูพืชที่สำคัญ เพราะสามารถกัดแทะทำลายพืชผลทางการเกษตรให้เกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก ขณะเดียวกันหนูนั้นเป็นอาหารโปรตีนชั้นดี จึงมีเกษตรกรหัวใสได้ใช้ภูมิปัญญาในการจับหนูและเลี้ยงหนู ทำรายได้เลี้ยงครอบครัวได้อย่างสบาย อย่างเช่น คุณเชาวฤทธิ์ แสนปรางค์ อายุ 46 ปี ชื่อเล่นว่า “ฤทธิ์” อยู่บ้านเลขที่ 109 หมู่ที่ 2 บ้านมะค่า ตำบลมะค่า อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม โทร. (063) 016-1969 คุณฤทธิ์ แสนปรางค์ มีอาชีพหลักทำนา ได้ใช้เวลาว่างออกจับหนูขาย และเลี้ยงหนูขาย สามารถทำรายได้เลี้ยงครอบครัวมาเป็นเวลานับ 10 ปี เดือนละกว่า 15,000 บาท คุณฤทธิ์ เล่าให้ฟังว่า มีอาชีพหลักทำนา 6 ไร่ ได้ใช้เวลาว่างออกดักจับหนูในทุ่งนาในพื้นที่หมู่บ้านของตนเองและหมู่บ้านใกล้เคียง โดยใช้ลวดดักหนู ทำเป็นวง นำมาผูกติดกับหลักที่ทำด้วยไม้ไผ่ แล้วนำไปวางไว้ตามทางเดินของหนู โดยช่วงบ่าย ประมาณ 3-6 โมงเย็น จะนำกับดักไปปัก จากนั้นช่วงเช้าตรู่จะไปเก็บกู้ แต่ละวันใช้กับดักประมาณ 100 อัน จะได้หนูพุกวันละประมาณ 10-30 ตัว ชำแหละขายตามตลาดนัดในหมู่บ้าน ไม่เพียงพอกับความต้องการ ทำมาประมาณ 10 ปีแล้ว ก่อนนั้นราคาไม่จูงใจ
