เทคนิคเกษตร
จู่ๆ อยู่มาวันหนึ่ง น้องชายบอกว่าหลังบ้านปลูกยี่หร่า ใช้ใบสดผัดกับเนื้อ ทำให้รอดจากเนื้อผัดกะเพราที่จำเจไปได้อีกหลายมื้อในชีวิตนี้ ผมเริ่มได้ยินเรื่องยี่หร่าเมื่ออยู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จาก กาพย์เห่เรือชมเครื่องคาวหวาน พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ว่าใช้ในแกงมัสมั่น หลังจากนั้น เมื่อหัดทำแกงเผ็ด ก็ได้ความรู้จากแม่ว่า ถ้าแกงเนื้อวัว ให้เติมเม็ดยี่หร่าคั่วแล้วตำแหลก ใส่เข้าไปด้วย จะช่วยดับคาว ซึ่งผมก็ไม่ถือเคร่งครัด ด้วยไม่เคยตำเครื่องแกงเองมาก่อน เวลาเข้าตลาดสดบอกแม่ค้าว่าจะแกงเนื้อนั่นเนื้อนี่ แม่ค้าก็จัดเครื่องแกงสำเร็จให้ แต่ก่อนนี้ ยังเห็นที่เวลาตักเครื่องแกง แม่ค้าเขาใช้ไม้พายเล็กๆ ป้ายที่ตำสีต่างๆ จากชามนั้นชามนี้ นัยว่าเพื่อเพิ่มกลิ่นรสจำเพาะให้แกงแต่ละชนิด ซึ่งเดี๋ยวนี้ไม่เห็นแม่ค้าเจ้าไหนทำกันอีกเลย เครื่องแกงแต่ละกะละมังสูตรสำเร็จ มี แกงเขียวหวาน แกงเผ็ด อย่างหยาบหรือละเอียด แกงคั่ว แกงส้ม เป็นมาตรฐาน ถ้าจะทำแกงมัสมั่นต้องไปหาซื้อตามเจ้าพิเศษ ซึ่งหาไม่ค่อยง่ายนัก เครื่องแกงสำเร็จกะละมังเหล่านี้ ห้ามเติมนั่นเติมนี้อีก คนซื้อไม่ต้องยืนรอ แม่ค้าก็
ในฐานะคนเป็นเบาหวานมานาน นอกจากจะทำตัวเป็นผู้ป่วยที่ดี ฉันยาตามแพทย์สั่งอย่างจริงจังแล้ว ยังศึกษาหาความรู้ด้านอาหาร และผลไม้ตามตำราหรือแหล่งข้อมูลต่างๆ อยู่เสมอ เท่าที่ทดลองมา ขอฟันธงเป็นประการแรกก่อนว่า ไม่มียาขนานใดในโลกนี้ ที่จะรักษาเบาหวานให้หายขาดได้ ไม่ว่าจะเป็นยาในท้องตลาดหรือยาสมุนไพรหรืออาหารใดก็ตาม ทำได้ดีที่สุด คือ ทำได้เพียงลดระดับน้ำตาลชั่วคราวเท่านั้น แต่ที่จะรักษาให้หายขาดนั้นไม่มี เมื่อก่อนเคยเถียงแพทย์ที่พูดว่า เบาหวาน รักษาไม่หายเหมือนกัน บางทีที่ผู้ป่วยเบาหวานรู้สึกว่า เบาหวานหายได้ เพราะนานๆ เจาะเลือดครั้งหนึ่ง บังเอิญพบว่าน้ำตาลต่ำกว่ากำหนด จึงทึกทักเอาว่า เบาหวานหายแล้ว แต่นานไปพอเบาหวานแผลงฤทธิ์ก็ทำอะไรไม่ทัน สายเกินแก้เสียแล้ว ชาวเบาหวานจึงไม่ควรตั้งอยู่ในความประมาท หากอยู่ในเงื่อนไขที่เจาะเลือดวัดระดับน้ำตาลในเส้นเลือดได้ ควรทำเป็นประจำ อย่าปล่อยให้เนิ่นนาน เช่น วัดระดับน้ำตาล ปีละ 2 ครั้ง จะน้อยไป ควรให้ถี่กว่านั้น พูดง่ายๆ ว่า ถ้าเครื่องมือพร้อมวัดได้ทุกวันจะเป็นการดี จะได้วางแผน ทั้งการรับประทานอาหาร ยา และการออกกำลังกายได้เป็นอย่างดี ฤทธิ์ของเบาหวาน
ชื่อสามัญ : กักกุธะ, ผักก่าม, Sacred barnar ชื่อวิทยาศาสตร์ : Crateva religiosa/Crateva adansoii/Crateva trifoliate วงศ์ : Cappridaceae กุ่มบก ไม้ยืนต้นที่คุ้นเคยกันมาเนิ่นนานทางแอฟริกาใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีลำต้นสวยสง่างดงาม กิ่งก้านคดโค้งพลิ้วไหวตามธรรมชาติ เปลือกสีเทาอมน้ำตาล ใบประกอบย่อยชนิด 3 ใบ ดอกเป็นกระจุกออกตามปลายกิ่ง สีขาวอมเหลือง ปนชมพู เหลือบม่วงอ่อน เมื่อถึงฤดูปลายฝนต้นหนาว หรือหน้าเกี่ยวข้าว จะเห็นต้นกุ่มบกสลัดใบทิ้ง ออกดอกพรูพราวทั้งต้น ชนิดที่ใครเห็นต้องตะลึงกันเป็นแถว ปกติพบมากทางภาคอีสาน เหนือตอนล่าง ระมาได้จนถึงชายทะเลภาคตะวันออกก็ยังมีขึ้นตามภูเขาหินปูน บางแสน-อ่างศิลา ก็มีประปราย ผู้เขียนก็เคยได้อาศัยเก็บมากินอยู่บ้างบ่อยๆ ต้นกุ่มนั้น มีความเชื่อกันมาว่าเป็นไม้มงคลและเป็นพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์มาก ใครปลูกไว้ประจำบ้านจะช่วยให้ลูกหลานครอบครัวอยู่กันเป็นปึกแผ่น เหนียวแน่นมั่นคง แต่งานนี้ขอกระซิบกันไว้ก่อนนะว่า อย่าปลูกใกล้ตัวบ้านเรือนอาคารมากไปก็แล้วกัน เพราะกิ่งเขาเปราะ ฉีกขาดหักง่ายเวลาโดนลมแรงๆ คำว่า “กุ่ม” มาจากภาษาไทยใหญ่ ที่แปลได้ความว่า “คุ้ม” ในภาษาก
ชาวบ้านสูบสระจับปลาเตรียมเลี้ยงต้อนรับลูกหลานและญาติ ที่เดินทางกลับมาบ้านช่วงเทศกาลปีใหม่ หนึ่งในวิถีชีวิตของชาวชนบท ช่วงใกล้เทศกาลปีใหม่ที่จะมาถึงในไม่กี่วันนี้ ตามพื้นที่ชนบทต่างๆตามอำเภอรอบนอก เริ่มมีการจัดเตรียมหาข้าวปลาอาหาร เพื่อรอเลี้ยงญาติพี่น้องที่จะกลับมาบ้าน ขณะที่ชาวบ้านเจ้าคุณ ตำบลโชคนาสาม อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ก็ได้ร่วมกันสูบสระน้ำธรรมชาติตามพื้นที่นาของตนเอง เพื่อจับปลานำมาประกอบอาหารและเก็บไว้เลี้ยงต้อนรับลูกหลานและญาติๆที่จะเดินทางกลับจากต่างจังหวัดในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยสระน้ำธรรมชาติแต่ละแห่งก็จะมีขนาดแตกต่างกัน ซึ่งเป็นวิถีชาวบ้านที่เรียบง่ายและไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย โดยปลาที่ได้จะเป็นปลาตามธรรมชาติ มีทั้งปลาช่อนนา ปลาดุกนา และปลาหมอ และปลาอื่นๆอีกหลายชนิด ลุงสมพงษ์ มีงามดี ชาวบ้านเจ้าคุณ บอกว่าวันนี้ตั้งใจรวมญาติพี่น้อง นำเครื่องสูบน้ำมาสูบน้ำออกจากสระ เพื่อจับปลา นำไปทำอาหารเลี้ยงญาติพี่น้องลูกหลาน ที่จะเดินทางกลับจากไปทำงานยังต่างจังหวัด ทุกปีช่วงวันหยุดยาวก็จะมารวมญาติพี่น้อง แบบนี้ทุกครั้ง ถือเป็นความสุขเล็กๆน้อยๆของญาติพี่น้อง ที่ได้มาเจอกันในช่วงเทศกาลปีใ
วันที่ 28 ธันวาคม 2559 นายอนุชา กาติ๊บ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)อ่างทอง อ.เชียงคำ จ.พะเยา กล่าวว่า ตำบลอ่างทองมีประชาชนชาวไทยอีสานจำนวน 8 หมู่บ้าน ซึ่งมีวิถีชีวิตนิยมทอผ้าข้าวม้าและทำหมอนจากผ้าทอกันทุกครัวเรือน โดยเฉพาะผ้าขาวม้าทอเก็บไว้ในตู้ทุกปี ไว้ใช้สำหรับต้อนรับแขกผู้มาเยือน ดังนั้นทุกครัวเรือนจะมีผ้าขาวม้ากันทุกหลังคาเรือน เมื่อมีมากก็จึงได้หารือร่วมกันระหว่าง อบต.และกลุ่มแม่บ้าน จนได้แนวคิดเรื่องการเพิ่มมูลค่าผ้าขาวม้าที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวไทยอีสานใน ต.อ่างทอง ด้วยการฝึกอาชีพแปรรูปผ้าขาวม้า ทั้งนี้ อบต.ได้ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าวจึงได้จัดสรรงบประมาณสนับสนุนให้มีการฝึกอาชีพดังกล่าวขึ้น นางเพ็ญศรี ชื่นวงค์ รองนายก อบต.อ่างทอง กล่าวว่า เป็นการฝึกอาชีพเพื่อสร้างรายได้เสริมให้แก่กลุ่มแม่บ้าน และที่สำคัญคือการสืบทอดและต่อยอดภูมิปัญญาด้านผ้าขาวม้ามิให้สูญหาย เมื่อผ่านการฝึกอาชีพในครั้งนี้แล้ว ยังสามารถผลักดันและพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าขาวม้าแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์โอทอปของตำบลอ่างทองได้ด้วย ด้านนางรุจิรา พิมพ์ประสงค์ ประธานกลุ่มผลิตภัณฑ์ผ้าขาวม้าตำบลอ่างทอง กล่าวว่า กลุ่มอาชีพที่เ
พิพิธภัณฑ์ผ้า 238 Inspiration House ตั้งอยู่บริเวณถนนนครใน ย่านเมืองเก่า ในเขตเทศบาลนครสงขลา เพิ่งเปิดให้ประชาชน นักท่องเที่ยว ตลอดจนประชาชนผู้สนใจ เข้าเยี่ยมชมมาได้ไม่นาน หลังจาก”ปัญญา พูลศิลป์”เจ้าของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ได้มีแนวคิดในการรวบรวมผ้าโบราณ เพื่อเป็นแนวทางหนึ่งในการเรียนรู้ และเล่าเรื่องเมืองเก่าสงขลา โดยใช้เวลานานกว่า 1 ปี จึงสามารถรวบรวมผ้าโบราณของจังหวัดสงขลาได้ประมาณ 1,000 ผืน ก่อนจะนำมาประดับตกแต่ง ในบ้านโบราณย่านถนนนครใน ที่มีอายุยาวนานกว่า 100 ปี วันนี้พิพิธภัณฑ์ผ้าแห่งนี้ เปิดให้ผู้สนใจเข้าร่วมชมในวันเสาร์และอาทิตย์ ได้ชื่นชมผ้าโบราณ ซึ่งผืนที่เก่าแก่ที่สุดมีอายุไม่น้อยกว่า 140 ปี หรือในสมัยรัชกาลที่ 4 และที่ใหม่สุดมีอายุประมาณ 30-40 ปี นอกจากนั้นยังมีผ้าบางชนิด เช่น “ผ้าปะรางิง”ซึ่งเป็นผ้าที่มาจากประเทศอินเดีย แต่ถูกนำมาปรับใช้เทคนิคในการทำลวดลาย ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวไทยมุสลิมใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้(ปัตตานี-ยะลา-นราธิวาส) โดยการนำผ้าไหมสีขาวมามัดลาย ย้อมสีที่ลวดลายนั้นมีความละเอียด ทำให้ผ้าเหล่านี้มีราคาสูง และสูญหายไปแล้วในวันนี้ “ปัญญา”เล่าว่า
ในปีนี้ นับเป็นบททดสอบที่ยากและท้าทายสำหรับชาวนาไทย เมื่อเผชิญหน้ากับปัญหาอุปสรรคครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งปัญหาภัยแล้ง และอุทกภัยในหลายพื้นที่ แต่พวกเขาก็สู้ไม่ถอย พยายามประคบประหงมต้นข้าวในแปลงนาให้ผ่านพ้นปัญหาอุปสรรคต่างๆ ได้สำเร็จจนถึงฤดูเก็บเกี่ยวในช่วงปลายปี ชาวนาต้องน้ำตาตกอีกครั้งเมื่อเจอปัญหาข้าวเปลือกราคาตกต่ำ เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ภาครัฐบาลได้จัดทำโครงการรับประกันราคาข้าว โครงการจำนำ ยุ้งฉางข้าว รวมทั้งส่งเสริมให้ชาวนาผลิตข้าวสารบรรจุถุงออกขายกับผู้บริโภคโดยตรง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม เครื่องเกี่ยวข้าว ฝีมือ “วิทยาลัยเทคนิคเชียงราย” วิทยาลัยเทคนิคเชียงราย ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษาเล็งเห็นว่า นอกจากเรื่องราคาข้าวแล้ว ปัจจุบัน ชาวนายังประสบปัญหาต้นทุนสูงจากการจ้างแรงงาน และปัญหาขาดแคลนแรงงานเก็บเกี่ยวข้าวในหลายพื้นที่ จึงได้พัฒนาเครื่องเกี่ยวข้าวรุ่นใหม่ ที่ดัดแปลงจากเครื่องตัดหญ้า สามารถเกี่ยวข้าวได้อย่างรวดเร็วกว่าการเกี่ยวด้วยเคียวตามปกติ เมื่อ วันที่ 17 พฤศจิกายน 2559 ทางวิทยาลัยเทคนิคเชียงรายได้เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ ในงานวันช่วยเหลือชาวนาอันเนื่องมาจากราคาข
หนอนไม้ไผ่ หนอนเยื่อไผ่ หรือที่เรารู้จักกันดีคือ “รถด่วน” เป็นตัวอ่อนของผีเสื้อกลางคืน ซึ่งวงจรชีวิตระยะฟักไข่ถึงตัวเต็มวัยราว 1 ปี โดยจะเติบโตอยู่ในปล้องไม้ไผ่ และกัดกินเยื่อไผ่เป็นอาหาร ลำตัวมีสีขาวสะอาด ชาวบ้านมักไปหารถด่วนตามป่าไผ่ธรรมชาติ สูงระดับ 430-1,300 เมตรจากระดับน้ำทะเล แล้วนำมาประกอบอาหาร ทั้งทอดกรอบ ปรุงรสด้วยซอส เคี้ยวเพลินๆ มัน บ้างก็กินสดๆ หรือทำเป็นน้ำพริกก็อร่อยไปอีกแบบหนึ่ง ชายชาญ ไชยมั่น ข่าวสดเชียงราย ชวนชิม “น้ำพริกรถด่วน” เมนูอร่อยเด็ดที่หากินยาก มีให้กินช่วงปลายฝนต้นหนาว ฝีมือ นางบัวลอย ใจเสมอ อายุ 45 ปี แม่บ้านชาวชุมชนเกาะลอย ซึ่งแง้มว่าได้รับการถ่ายทอดสูตรนี้มาจากญาติที่มีพื้นเพอยู่จังหวัดพะเยา วิธีทำไม่ยาก เริ่มจากนำพริกหนุ่มสด หอมแดง กระเทียม ล้างน้ำให้สะอาด มาย่างไฟอ่อนๆ จนหอม จากนั้นนำหนอนรถด่วนที่หาได้ตามฤดูกาล หรือจะซื้อหาตามท้องตลาดมาต้มให้สุก นำพริก กระเทียม หอมแดง ที่เผาแล้วมาแกะเปลือก พร้อมโขลกเข้าด้วยกันใส่เกลือนิดหน่อย แล้วค่อยๆ ใส่รถด่วนลงไป โขลกคลุกเคล้ากันไป รสชาติน้ำพริกคล้ายๆ น้ำพริกหนุ่ม แต่จะมีความมันและกลิ่นหอมของหนอนรถด่วน แถมมีโปรตีนสูงแ
ปลาตะเพียนเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป แม้ก้างจะเยอะแต่นิยมนำไปปรุงอาหาร ทั้งต้มยำ ทอดกรอบ และต้มเค็ม เมืองอู่ข้าวอู่น้ำอย่างสุพรรณบุรีซึ่งเป็นแหล่งปลาตะเพียน เมื่อชาวบ้านจับปลาได้มากๆ มักถนอมอาหารด้วยการต้มเค็มเพราะเก็บไว้กินได้นานหลายวัน เสถียร ท้วมจันทร์ ข่าวสดสุพรรณบุรี พาเข้าครัวเมืองขุนแผน หาสูตรเด็ดต้มเค็มปลาตะเพียนที่ยิ่งอุ่นยิ่งอร่อย เริ่มต้นหาปลาตะเพียนสดๆ ตาใสๆ ผ่าท้องเอาเครื่องในออก ระวังอย่าให้ดีแตก ถ้าแตกจะขมทั้งหม้อ (ที่เขาเรียกว่าดีแตกเป็นอย่างนี้เอง)จากนั้นล้างน้ำให้สะอาด ผึ่งให้แห้ง โปรดฟังอีกครั้ง ดีเป็นส่วนประกอบในท้องปลาเล็กๆ มีสีเขียว ขั้นตอนสำคัญอีกอย่าง ปลาตะเพียนต้องไม่ขอดเกล็ด เตรียมอ้อยเหลือง ปอกเปลือก ทุบพอบุบเพื่อให้น้ำอ้อยออก นำไปรองก้นหม้อเพื่อไม่ให้ปลาติด นำปลาที่เตรียมไว้มาวางทับบนอ้อย ห้ามคนเด็ดขาด เดี๋ยวเนื้อปลาหลุด ทำน้ำขุ่นด้วย ใส่น้ำสะอาด หอมแดงทุบ เกลือ น้ำปลา น้ำส้มมะขาม เคี่ยวไปเรื่อยๆ ด้วยไฟอ่อนๆ จนเนื้อปลาเริ่มเปื่อย สังเกตที่เกล็ดปลาตะเพียนจะพองๆ ใส่น้ำตาลปี๊บลงไปตามชอบ เมนูนี้จะได้ความหวานจากอ้อยและน้ำตาล ยิ่งเคี่ยวก้างยิ่งเปื่อย รสชาติกลมกล
กลับมาว่ากันต่อด้วยความเชื่อในประเทศลาว นอกจากเรื่องความฝันและข้อห้าม ในยามวิกาลแล้ว ในครัวเองก็มีความเชื่อที่ควรปฏิบัติตาม เช่น หากแช่ข้าวเหนียวจนน้ำเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแกมแดง ความโชคร้ายจะมาเยือนและคนในบ้านจะล้มป่วย หากร้องเพลงในครัวจะได้แต่งงานกับผู้ที่มีอายุมากกว่า กระติบข้าวควรปิดฝาไว้ตลอด ไม่ว่าจะเป็นระหว่างกินอาหาร คือ เมื่อหยิบข้าวเหนียวออกจากกระติบแล้วให้ปิดฝา จะกินต่อก็ค่อยเปิดฝาแล้วปิดทุกครั้ง ส่วนเวลาล้างทำความสะอาดกระติบ พอแห้งสะอาดให้เก็บกระติบแบบปิดฝาสนิท ไม่เช่นนั้นจะไม่มีสามีหรืออาจหย่าร้างได้ การเดินข้ามถุงและกระสอบใส่ข้าวจะทำให้วิญญาณขุ่นเคืองและนำมาซึ่งความโชคร้าย อย่านอนทันทีหลังกินอาหารเสร็จเพราะจะกลายเป็นงู การล้างจานตอนกลางคืนจะล้างโชคลาภและเงินทองออกไป หากไม่ทำความสะอาดจานชามและอุปกรณ์ครัวเป็นกิจวัตรประจำวัน เมื่อมีลูกลูกจะหน้าตาขี้เหร่ ส่วนเด็กผู้หญิงถ้าอยากสวยน่ารักควรหมั่นล้างจาน ห้ามกินอาหารจากหม้อที่ปรุงโดยตรงเพราะจะคลอดลูกยาก ชาวลาวยังเชื่อว่าหญิงตั้งครรภ์ไม่ควรพูดถึงลูกคนอื่นในทางไม่ดี เพราะสิ่งที่ต่อว่าไปจะเข้าตัวเองและลูกในท้อง เวลาทารกยิ้มให้ผมจะร่วงเย
