เทคนิคเกษตร
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Strobilanthes nivea Bremek ชื่อวงศ์ : ACANTHACEAE เป็นไม้ล้มลุกอวบน้ำ ที่บรรพบุรุษไทยเรารู้จักใช้และคุ้นเคยกันมาช้านานคู่กับเชี่ยนหมากคุณย่าคุณยาย ปัจจุบันชักจะเริ่มหาดูลำบาก เนื่องจากผู้คนหลงลืมกันไปหมด และโดยธรรมชาติเขาเองก็ค่อนข้างจะขี้งอน ขี้วีน เล่นตัว ดูแลยากหน่อยหนึ่งตามประสาพันธุ์ไม้หายาก หากแดดจ้าไปใบก็ไหม้ ร่มไปหรือแฉะไปก็เน่า เฉาตายเอาดื้อๆ เหมือนกัน ปกติจะชอบขึ้นตามที่ร่มรำไร ชุ่มชื้น แต่ต้องไม่มีน้ำขังเด็ดขาด ใบคล้ายใบหูเสือ เป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ มีขนสากๆสั้นมากปกคลุมบริเวณหลังใบ ใต้ท้องใบก็มีแต่น้อยกว่า ขอบใบมีจักเล็กน้อยพองาม มีทั้งชนิดกลมๆ ป้อมๆ และชนิดทรงรียาว ส่วนดอกจะออกเป็นช่อเล็กๆ ยาวประมาณคืบกว่าๆ ตามซอกใบหรือปลายยอด มีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ กลีบดอก 5 กลีบ สีม่วงอ่อนอมขาว มีเกสรตัวผู้จำนวนมากโอบล้อมรังไข่อยู่ตรงกลาง ผลรูปไข่กลับมีขนอ่อนๆ ปกคลุมเช่นกัน เมื่อแก่สุกจะมีสีเหลืองนวล เริ่มแทงช่อดอก ติดผลประมาณเดือนพฤษภาคม-กันยายน ใบเนียมนั้นขึ้นชื่อว่ามีกลิ่นหอมหวนยวนใจ เป็นกลิ่นที่ลึกล้ำเฉพาะตัว บางท่านว่ากลิ่นเหมือนใบเตยหอม แต่ทว่าหอมสุภาพ นุ่มนวล ดูดดื่
“หมูตั้ง คืออะไรคะ คุณแม่” เสียงลูกสาว แว่วมาจากริมสวน “แม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ไปถามพี่แดงสิ” คุณแม่ตอบจากหน้าจอโทรทัศน์ มือง่วนกับการถักไหมพรมเป็นชุดให้เจ้า “จูลี่” ตุ๊กตาผ้าหน้าตาขี้เหร่กัวล่าจากออสเตรเลียของพี่แดง เรามาถึงตรงนี้ได้อย่างไร หมูตั้ง เป็นอาหารจีน “ตือเถาจั่ง” ต้นกำเนิดที่เมืองเถ่งไฮ่ ประเทศจีน เขานำหัวหมูพะโล้มาเลาะมัน หั่นชิ้นเล็ก อัดลงในพิมพ์สี่เหลี่ยมบุฟองเต้าหู้ ทับด้วยของหนักให้น้ำมันและน้ำพะโล้ซึมออกมา เมื่อได้ที่จะติดกันเป็นแท่งหนา นำมาหั่นเป็นแว่นหนา กินกับข้าวต้ม ซีอิ๊วขาว ไม่ปรุงรสอะไร ในเมืองเทียนสิน ทางเหนือ เขตต่อกับปักกิ่ง เรียก “เยาโญ่ว” ใช้ขาหมูตุ๋นเลาะกระดูก เอามาม้วนอัดเป็นแท่ง กินกับซีอิ๊วเจือน้ำส้มผสมกระเทียมกับพริกแดงสดบด ที่เกาหลีก็ทำแบบเดียวกัน ส่วนในเวียดนาม ใช้เนื้อจากหัวหูหมู สามชั้น ปรุงกระเทียม ต้นหอม หอมใหญ่ เห็ดหูหนู พริกไทย น้ำปลา ห่อใบตอง อัดเข้าพิมพ์ไม้ กินในเทศกาลตรุษญวน ซึ่งตรงกับตรุษจีน เมื่อมาถึงเมืองไทย หมูตั้ง รสหวานเค็ม สีออกดำ น้ำจิ้ม พริกชี้ฟ้า กระเทียม น้ำส้มสายชู กินกับแตงกวา หรือที่หั่นเป็นเส้น ใส่ไส้เปาะเปี๊ยะสด จานไทยที่ใกล้เ
ปรับปรุงจากคำนำของ อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์ ในหนังสือ ลืมตาอ้าปาก (สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2559) ราคา 140 บาท ล่มสลายนานแล้ว ชนบทดั้งเดิมที่มีกระท่อมชาวนาและคอกควาย แล้วมีชาวนากำลังทำนา แบบ “วันวานยังหวานอยู่” ที่เคยเห็นบนรูปโปสการ์ด ส.ค.ส. ความสัมพันธ์ทางสังคมแนวดิ่ง แบบผู้ใหญ่-ผู้น้อย, เจียมเนื้อเจียมตัว, เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่, ยอมจำนนต่ออำนาจเหนือ ฯลฯ ก็ลดลงจนเกือบไม่เหลือให้เห็น ไม่เข้าใจความเปลี่ยนแปลงทางสังคม ความขัดแย้งและความรุนแรงในสังคมไทยในช่วงเวลาที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งที่สำคัญเกิดจากสังคมไทยขาดความเข้าใจเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงและศักยภาพทางการเมืองของคนชนบททำให้นโยบายและโครงการต่างๆ เกี่ยวกับชนบททั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่นส่วนใหญ่มักมีลักษณะเป็นการช่วยเหลือจากบนลงล่าง แทนที่จะยอมให้ชนบทได้ส่วนแบ่งอำนาจ เพื่อให้คนชนบทมีโอกาสและมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากร ความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในชนบทในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ได้ทำให้ระบบการผลิตและระบบสังคมแบบ “สังคมชาวนา” ล่มสลายลง แล้วนำไปสู่การก่อรูปสังคมชนบทรูปแบบใหม่ขึ้นมา ซึ่งอาจเรียกว่า “สังคมผู้ประกอบการในชนบท”
เมื่อวันที่ 3 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเข้าช่วงฤดูแล้งของทุกปี ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนเมษายน ถึงแม้ชาวบ้านในพื้นที่ จ.นครพนม จะประสบปัญหาภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำในการเกษตร ทำให้หลายพื้นที่ต่างพากันหาอาชีพเสริม ด้วยการออกล่าของป่าขาย โดยเฉพาะอาชีพที่สร้างรายได้ดีที่สุดอาชีพหนึ่งในช่วงฤดูแล้ง คือ การออกล่าจักจั่นขาย เนื่องจากเป็นอาหารป่า ที่ได้รับความนิยม และเป็นที่ต้องการของตลาด ปีไหนหายากจะมีราคาแพงตัวละ 2 -3 บาท โดยในช่วงฤดูแล้ง ชาวบ้านจะพากันออกไปล่าจักจั่นตามวิถีชีวิตภูมิปัญญาชาวบ้าน ส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ตามป่าเต็ง ป่ารัง ที่มีความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งใช้วิธีนำยางไม้ไปติด หรือจะมีการออกไปส่องหาในเวลากลางคืนตามความถนัด เช่นเดียวกันกับตลาดสดเทศบาลตำบลนาแก อ.นาแก จ.นครพนม ถือเป็นตลาดศูนย์กลางอาหารพื้นบ้าน ที่สำคัญของ จ.นครพนม ทำให้ในช่วงฤดูแล้ง บรรดาพ่อค้าแม่ค้า ต่างพากันนำอาหารป่ามาวางขาย ประกอบด้วย ไข่มดแดง แมงแคง จักจั่น ผักหวาน ถือเป็นเมนูยอดฮิตที่ชาวบ้านนิยมซื้อไปปรุงเป็นเมนูเด็ด โดยเฉพาะจักจั่น ถือเป็นเมนูอาหารป่า ที่หายาก 1 ปี มีครั้งเดียว ในปีนี้มีราคาแพงตกตัวละประมาณ 2 -3 บาท
จากการคัดเลือกเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรดีเด่น ปี 2559 ของสำนักงานเกษตรจังหวัดพะเยา กลุ่มที่ได้รับการคัดเลือกเป็นกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรดีเด่น ได้แก่ กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านทุ่งกล้วย หมู่ที่ 5 ตำบลทุ่งกล้วย อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา กลุ่มนี้ จัดตั้งเมื่อ วันที่ 10 มีนาคม 2520 สมาชิกเริ่มจัดตั้ง 22 คน สมาชิกปัจจุบัน 30 คน อาชีพหลักของสมาชิก คือการทำนา ทำสวนยางพารา ปลูกถั่วลิสง อาชีพเสริมของสมาชิกประกอบด้วยการทอผ้า ถักโครเชต์ เลี้ยงไก่ เลี้ยงจิ้งหรีด ปลูกพืชแซมสวนยาง ปลูกพืชผักสวนครัว ประธานกลุ่มชื่อ คุณเปลี่ยน ดีจิตร ที่ทำการกลุ่ม เลขที่ 89 หมู่ที่ 5 ตำบลทุ่งกล้วย อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา โทรศัพท์ (086) 197-2919 มีการส่งกลุ่มนี้เข้าคัดเลือกในระดับภาคเหนือตอนบนก็ได้รับการคัดเลือกรางวัลชนะเลิศ เมื่อไม่นานมานี้ คณะกรรมการคัดเลือกสถาบันเกษตรกรระดับประเทศได้มาประเมินผลงานของกลุ่ม เพื่อคัดเลือกผลงานเข้ารับรางวัลกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรดีเด่นระดับชาติต่อไป กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร เป็นองค์กรเกษตรกรหนึ่งในความรับผิดชอบของกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นการรวมตัวของสตรีในภาคการเกษตร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งรับและถ
ชื่อวิทยาศาสตร์ Linociera macrophyll WALL (Chionanthus ramiflora) ชื่อวงศ์ OLERACEAE ชื่อสามัญ Nothern olive, Native olive ชื่ออื่นๆ อวบดำ ตาไซใบใหญ่ พลู่มะลี โว่โพ่ หว้าชั้น เกลื่อน ชื่อของหนูมีปัญหากับตัวหนูเองมาก เพราะขัดแย้งกับความสวยงามของพวงดอก ที่ไม่มีอะไรจะบอกว่า “อวบและดำ” เลย เนื่องจากหนูออกดอกเป็นช่อ แบบช่อแยกแขนงหลวมๆ ตามซอกใบ หรือกิ่งก้าน เพราะดอกมีขนาดเล็กสีขาวหรือสีเหลืองอ่อน มีกลิ่นหอม แต่หลายคนก็บ่นว่า “หอมเอียน” และอีกหลายคนก็ว่าหอมหวานละมุนละไม หนูสงสัยอยู่ว่า ทำไมเรียกหนูว่า อวบดำ ส่วนไหนอวบ ส่วนไหนดำ ถ้าให้หนูเดาตัวเอง ก็คิดว่าน่าจะเป็นกลีบดอกที่อวบอิ่ม และส่วนกิ่งก้านที่ดำ แต่ก็ยังมีคนเถียงกันว่า น่าจะเรียกตามลักษณะของผลที่เมื่อแก่เต็มที่แล้วเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีม่วงเข้มจนเกือบดำ สำหรับชื่อ “ปริศนา” นี้ หนูชอบและอยากให้คนเรียกขานชื่อนี้ทุกคน เพราะฟังแล้วเหมือนนางเอกหนังเมื่อ 50 ปีที่แล้ว ทั้งสวย ทั้งแก่น ทั้งซน จนกระทั่ง “ท่านชายพจน์” พระเอกในนวนิยายต้องปราบด้วย “ความรัก” เนื้อหาในภาพยนตร์ หรือ ละครโทรทัศน์ และละครเวที เรื่องนี้มีมาตั้งแต่ปลายสมัยรัชกาลที่ 8 ถึง
“ต้นสำโรง เป็นต้นไม้ประจำอำเภอศรีสำโรง จ.สุโขทัย และเมล็ดสำโรงก็มีมาก ร่วงหล่นตามพื้นดิน ในเมล็ดสำโรงมีน้ำมันซึ่งนำมาใช้ประโยชน์ได้ เราจึงนำมาสกัดเป็นผลิตภัณฑ์ขัดเครื่องหนังและพัฒนาต่อยอดมาเรื่อยๆ กลายเป็นผลิตภัณฑ์ SAMRONG WAX (สำโรงแว็กซ์) ชนิดน้ำหรือสเปรย์” คำบอกเล่าของ นายณัฐพล ทิมฉิม ถึงที่มาของผลิตภัณฑ์ “SAMRONG WAX” ที่ส่งเข้าประกวดในงาน “ประชารัฐร่วมพัฒนาสุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา” ครั้งที่ 27 ปี 2559-2560 ประเภทที่ 3 สิ่งประดิษฐ์ด้านผลิตภัณฑ์สําเร็จรูป ซึ่งมี 46 ผลงานร่วมแข่งขัน ที่วิทยาลัยเทคนิคลำพูน อ.เมือง จ.ลำพูน จัดโดยสถาบันอาชีวศึกษาภาคเหนือ เพื่อคัดเลือกผลงานสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่เป็นตัวแทนสถานศึกษาภาคเหนือ เข้าร่วมการประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ในระดับชาติ ในปี 2560 ต่อไป ผลิตภัณฑ์ขัดเครื่องหนัง “SAMRONG WAX” เป็นผลงานของนายสุมิตรชัย คล้ายวิเชียร นายเมืองมนต์ เจริญทัว นายณัฐพล ทิมฉิม และ น.ส.พิชชาภา หงส์โตสวัสดิ์ จากวิทยาลัยการอาชีพศรีสำโรง จ.สุโขทัย โดยมี อ.จินตนา หมื่นวงษ์เทพ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา สำโรงเป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดใหญ่ ผลใหญ่เปลือกหนา ขั้วของผลติดกันเป็น
“ปลาเต๋าเต้ย” หรือ “ปลาฮ่องเต้” คล้ายปลาจะละเม็ดขาว ต่างกันตรงสีผิวจะออกเทาๆ กว่า ขนาดใหญ่และ เนื้อแน่นกว่า เป็นปลาชอบน้ำลึก แต่ก็อยู่ในน้ำกร่อยได้ มีมากในทะเลแถบพม่า อินโดนีเซีย และไทย โดยเฉพาะฝั่งอันดามัน รสชาติมัน อร่อย และหวานตามธรรมชาติ ราคาจึงแพง ตัวนึงไม่ต่ำกว่าพันบาท ปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู อาทิ นึ่งซีอิ๊ว ผัดเปรี้ยวหวาน ผัด 3 รส ทอดกระเทียม ต้มบ๊วย หรือลวกหม้อไฟ ฯลฯ จานเด็ดวันนี้เสนอ “ปลาเต๋าเต้ยนึ่งบ๊วย” โดย เมธี เมืองแก้ว ข่าวสดตรัง ไปขอสูตรจากร้านอาหารทะเลชื่อดัง “โกเกี้ย” (กันตรัง) ที่ขายมากว่า 50 ปี คุณเอ-สันทัด ตรีศลยุทธ วัย 30 ปี สืบทอดกิจการแทนคุณปู่และคุณพ่อ ไม่ขัดข้อง จัดให้ทันที ปลาต้องสด ขนาดไม่ต่ำกว่า 1 ก.ก. ตัวยิ่งโตยิ่งดี นำมาล้าง ขูดสิ่งสกปรกข้างลำตัวออก ใช้มีดบั้งปลาเป็นแนวเฉียงทั้ง 2 ด้าน เครื่องปรุงราดลงบนตัวปลา ประกอบด้วย บ๊วย ขิง เห็ดหอม และหมูสับ นำไปนึ่ง 20 นาที ดูเวลาอย่าให้ขาดเกิน นึ่งน้อยไปเนื้อปลาจะไม่สุกทั่ว แต่ถ้านึ่งมากไปเนื้อปลาจะเละ โรยด้วยผักชีและขึ้นฉ่าย ก็รับประทานได้ทันทีโดยไม่ต้องใส่เครื่องปรุงใดๆ อีก ยกเว้นรสเปรี้ยว ถ้าชอบก็ให้เติมน้ำมะนา
จักรพันธ์ นาทันริ “ข่าวสด-ขอนแก่น” พาไปกินอาหารรสเด็ดโดนใจที่ “ร้านส้มตำป้านี” เจ้าของร้านชื่อ “ป้าณี” หรือ นางปราณี โทบ้านซ้ง เปิด ให้บริการลูกค้ามานานกว่า 40 ปี ทุกเมนูตั้งใจทำ เพื่อให้ลูกค้าได้ทานอาหารอร่อย แต่ เป็นที่นิยมมากๆ คือ เมนูส้มตำ มีทั้ง ตำซั่ว ตำมั่ว ตำรวมมิตร ตำแตงไข่ต้ม ตำถั่วหมูกรอบ ตำไทยไข่เค็ม ตำโคราช ตำลาว ที่แนะนำคือ ส้มตำปูปลาร้า ตำลาว และตำซั่ว รสชาติเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร ลูกค้าส่วนใหญ่จะสั่งเป็นประจำ เลือกมะละกอพันธุ์ดี คัดลูกพอเหมาะมือ นอกจากนี้ เลือกผลเกือบสุกหรือที่กำลังมีสีแดงๆ เพื่อใส่ผสมเข้าไปด้วย 1 ส่วน เพิ่มความหวานให้กับส้มตำแทนการใช้น้ำตาลปี๊บ เมื่อนำมาตำรวมกับมะละกอดิบที่กรอบ และมีมะละกอ เกือบสุกที่หวาน ตำครกต่อครก บวกเครื่องผสมอื่นๆ การันตี ความอร่อย สูตรเด็ดอีกอย่างหนึ่งคือใส่เมล็ดกระถินเข้าไปด้วย เพื่อเพิ่มรสชาติให้กับส้มตำทุกครก ส่วนปูดองใช้ปูนาซื้อหาตามฤดูกาล นำมาดองด้วยน้ำปลาแท้ ก่อนนำไปต้มจนสุก ที่สำคัญคือราคาไม่แพง จำหน่ายราคาครกละ 30 บาท ร้านป้าณี ตั้งอยู่ ถ.ประชาสโมสร ต.เทศบาลนครขอนแก่น อ.เมือง จ.ขอนแก่น เยื้องธนาคารเกียรตินาคิน
ขนุน ผลไม้ในหลากหลายชื่อ ภาษาเหนือเรียกขนุนว่า บะหนุน ส่วนภาษาอีสานก็เอิ้นกันว่า บักมี่ พอลงมาทางใต้ ภาษาใต้เรียก หนุน หรือ ลูกหนุน ขนุน เมื่อสุกจัดเป็นผลไม้รสหวาน ใช้ใส่ในขนมไทยหลากหลาย ส่วนขนุนที่ยังอ่อนอยู่นั้นจัดเป็นผักเครื่องเคียงชนิดหนึ่ง คนทางใต้กินสดๆ หรือนำมาลวกกินกับน้ำพริก ขนมจีน หรือแกงกะทิใส่ขนุนอ่อน สำหรับคนอีสานจะนำมาดัดแปลงให้กลายเป็นยำ (ซุบ) เพื่อเพิ่มรสชาติให้ถูกปากเป็น ซุบบักมี่ ส่วนคนเหนือส่วนมากจะเป็นเมนู ตำบ่าหนุน กับแกงบ่าหนุน สารพัดประโยชน์ ขนุน ขนุน เป็นผลไม้ที่กินได้ทั้งผลดิบและผลสุก ขนุนเมื่อสุกจะมีกลิ่นแรงที่หลายคนไม่ค่อยจะชอบสักเท่าไร แต่หารู้ไม่ว่า ถ้ามองข้ามกลิ่นขนุนไป เราจะพบกับประโยชน์ของขนุนอีกมากมายจนคาดไม่ถึง ขนุนเป็นผลไม้พื้นบ้านที่รู้จักกันว่าเป็นไม้มงคล จึงมีผู้คนนิยมปลูกหลังบ้าน ด้วยชื่อของขนุน จะหนุนนำความเจริญสู่เจ้าของบ้านนั่นเอง ในส่วนของแก่นไม้หรือเนื้อไม้ของขนุนจะมีสีเหลืองเข้มออกน้ำตาล เมื่อนำมาใช้เป็นสีย้อมผ้าจะให้สีเหลืองน้ำตาล (สมัยก่อนเปลือกนำมาต้มย้อมผ้าจีวรพระ) และนอกจากนั้นไม้ขนุนยังใช้ทำอุปกรณ์เครื่องเรือน และเครื่องดนตรีได้อีกด้
