เทคนิคเกษตร
เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูฝนหรือเกิดสถานการณ์น้ำท่วมขัง ปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยนอกจากโรคที่มากับน้ำและอาหารแล้ว ก็คือ “น้ำกัดเท้า” เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม เพราะการที่เท้าต้องสัมผัสน้ำหรือความชื้นเป็นเวลานาน ทำให้ผิวหนังบริเวณเท้า โดยเฉพาะตามซอกนิ้ว เกิดการเปื่อยยุ่ย ระคายเคือง และเปิดโอกาสให้เชื้อราและเชื้อแบคทีเรียเจริญเติบโตได้ง่ายขึ้น ในทางการแพทย์ อาการที่คนทั่วไปเรียกว่า “น้ำกัดเท้า” อาจเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อราที่ผิวหนัง โดยเฉพาะเชื้อราในกลุ่ม Dermatophytes ซึ่งชอบสภาพแวดล้อมที่อับชื้น เช่น บริเวณเท้าที่เปียกน้ำ เหงื่อออกมาก รองเท้าเปียกชื้น รวมถึงพื้นห้องน้ำและบริเวณที่มีน้ำขัง หากปล่อยให้ผิวหนังเปียกชื้นเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดอาการคัน แดง ลอก เป็นขุย หรือผิวหนังเปื่อย โดยเฉพาะบริเวณซอกนิ้วเท้า และในบางรายอาจมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนจนเกิดอาการบวม แดง เจ็บ หรือมีหนองได้ รู้จักอาการ “น้ำกัดเท้า” ก่อนดูแล อาการของโรคน้ำกัดเท้า ผู้ป่วยจะคันตามซอกนิ้วเท้าและผิวหนังเท้าลอกออกเป็นขุยๆ ถ้าติดเชื้อราจะมีลักษณะผื่นเป็นวงหรือหนาตัวขึ้นที่เท้า บางครั้งอาจมีอาการรุนแรง ผิวหนังที่เ
จำได้ว่าสมัยก่อน ผักหวานป่า หากินยากมาก เพราะจะมีอยู่แต่ในป่าและได้กินเฉพาะช่วงหน้าร้อน-หน้าฝน เท่านั้น แต่หลายปีมานี้มีการนำเมล็ดพันธุ์ผักหวานป่ามาปลูกกันอย่างแพร่หลาย ทำให้ผู้ที่ชื่นชอบผักชนิดนี้มีกินได้ตลอดทั้งปี ในราคาที่จับต้องได้ สวนผักหวานป่า อมรฟาร์ม ตั้งอยู่เลขที่ 5 หมู่ที่ 2 ตำบลโพนสุง อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี เป็นอีกแห่งที่ปลูกผักหวานป่าขายทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นฤดูไหนก็ตาม โดยมี คุณพิมพ์พกานต์ ซ้ายกาละคำ อดีตพยาบาลสาว เป็นเจ้าของ ซึ่งในสวนนี้มีเนื้อที่ 23 ไร่ นอกจากจะปลูกผักหวานป่า 6.5 ไร่ ยังแบ่งปลูกพืชผักผลไม้อื่นๆ อีก อาทิ ไผ่บงหวาน 6.5 ไร่ ปลูกข้าว รวมถึงมะม่วง มะขามเทศ หม่อน ฝรั่งไส้แดง มะเดื่อฝรั่ง สมุนไพรหลากหลาย พืชผักสวนครัวนานาชนิด และเห็ดขอนขาว เดิมคุณพิมพ์พกานต์ทำงานเป็นพยาบาล อยู่ที่โรงพยาบาลกรุงเทพฯ และเป็นพยาบาลอิสระ รวมระยะเวลากว่า 10 ปี กระทั่งเริ่มสนใจการทำเกษตรอย่างจริงจัง เนื่องจากเจ้าตัวมองแล้วว่าคนต้องกินอาหารทุกวัน การทำธุรกิจอาหารและการเกษตรน่าจะเหมาะกับยุคปัจจุบันที่พืชผักอาหารราคาแพงขึ้น ในส่วนของราคาผักหวานป่าก็แพง ตกกิโลกรัมละ 300-500 บาท ถือว่าส
เกษตรอินทรีย์ดีอย่างไร ทำไมเกษตรกรยุคใหม่ถึงหันมาใส่ใจทำกันมากขึ้น ส่วนหนึ่งเกิดมาจากความเบื่อหน่ายในการทำเกษตรโดยที่ต้องพึ่งสารเคมี ทำให้มีต้นทุนสูง ทำกี่ครั้งก็เป็นหนี้ มิหนำซ้ำยังส่งผลกระทบไปถึงสุขภาพร่างกายที่ทรุดโทรมก่อนวัยอันควร เนื่องจากได้รับสารพิษจากปุ๋ยเคมีที่ฉีดพ่นเข้าไปทุกวัน ดังนั้น จะดีแค่ไหนหากเกษตรกรลองปรับเปลี่ยนทัศนคติแบบเดิมๆ แล้วหันมาพึ่งธรรมชาติ ทำปุ๋ยหมักไว้ใช้เองเพื่อลดต้นทุนกันให้มากขึ้น ที่นอกจากจะได้สุขภาพที่ดีกลับคืนมาแล้ว เกษตรอินทรีย์ยังถือเป็นอีกหนึ่งหนทางที่จะช่วยปลดหนี้ให้เกษตรกรได้อีกด้วย คุณศรายุธ คงทะเล หรือ พี่บอย ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ประจวบคีรีขันธ์ อยู่บ้านเลขที่ 123 หมู่ที่ 4 ตำบลทองมงคล อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผู้มีความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตเดิมๆ จากเมื่อก่อนมุ่งมั่นทำแต่เกษตรเคมี สุขภาพก็มีแต่จะแย่ลง ลองหันมาปรับเปลี่ยนวิถีการทำเกษตรแบบเดิมๆ ที่ต้องพึ่งสารเคมีเพียงอย่างเดียว ปรับมาเป็นการทำเกษตรแบบอินทรีย์ ทำปุ๋ยหมักไว้ใช้เองเพื่อลดต้นทุน ซึ่งก็ได้ผลดีเป็นอย่างมาก แถมปุ๋ยที่หมักไว้ใช้เองยังเปลี่ยนเป็นเงินได้อีกด้วย พี่บอย เ
บ่อยครั้งที่ไปต่างจังหวัด มักจะเดินชมตลาดเช้า ตลาดเย็น ที่สะท้อนวิถีชีวิตท้องถิ่นนั้นๆ ได้เป็นอย่างดี มีพืชผัก ผลไม้บางชนิดราคาดี บางชนิดราคาตกต่ำแล้วแต่สภาพของฤดูกาล แต่ก็มีบางชนิดที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลที่โยงถึงประเพณีวัฒนธรรม เช่น เทศกาลถือศีลกินเจ ก็มักจะทำให้พืชผักบางชนิดมีราคาแพงไปกว่าเดิม “เห็ดนางฟ้า” เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัด โดยปกติราคาประมาณ กิโลกรัมละ 30-40 บาท แต่พอมาช่วงกินเจ ราคาอาจขึ้นไปถึงกิโลกรัมละ 80-100 บาท เป็นต้น แต่โดยปกติราคามักจะไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงโดยเฉลี่ยอยู่ที่ กิโลกรัมละ 30-40 บาท บางครั้งเหลือ 20-30 บาทก็มี อย่างไรก็ตาม เห็ดนางฟ้าเป็นเห็ดที่นิยมบริโภคกันตลอดเวลาเพราะนำมาประกอบอาหารได้หลายรายการ ราคาไม่แพง มีคุณค่าทางอาหารมาก หากไปเดินตลาด เห็นเห็ดนางฟ้าราคาไม่แพง ก็ซื้อมาทำเห็ดสวรรค์ไว้กินในครัวเรือน หรือไม่ก็ไปทำขายก็ได้ราคาดี เพิ่มมูลค่าได้มากกว่าขายเห็ดสด หรือสร้างรายได้เสริมให้ครอบครัวอีกด้วย เห็ดนางฟ้า ชื่อวิทยาศาสตร์ Pleurotus pulmonarius เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เห็ดนางรมอินเดีย มีถิ่นกำเนิดที่อินเดีย อยู่ในกลุ่มเชื้อรา มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Indian Oyster หร
สวนลุงทิด (เพาะความสุข) ก่อตั้งโดย คุณอาทิตย์ แสงโลกีย์ เกษตรกรรุ่นใหม่ (Smart Farmer) ที่ดำเนินกิจกรรมในรูปแบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (BCG) โดยใช้ฐานทรัพยากรท้องถิ่นที่มีความหลากหลายมาใช้ร่วมกันในลักษณะการทำการเกษตรแบบผสมผสานบนเนื้อที่ 7 ไร่ ในพื้นที่หมู่ที่ 2 บ้านห้วยเสือเต้น ตำบลน้ำพอง อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น โทร. 081-263-2638 ปัจจุบันสวนลุงทิด (เพาะความสุข) ปลูกพืชผักหลายชนิด เช่น ไผ่บงหวานพันธุ์เพชรน้ำผึ้ง ดอกกระเจียวหวาน ผักหวานป่า มะเดื่อฝรั่ง กล้วย ผักสลัด องุ่น มะม่วง เลี้ยงปูนา เลี้ยงกบ และเป็นแกนนำส่งเสริมการเลี้ยงไก่ไข่พื้นเมืองพันธุ์ไก่แดงดอกคูณ ที่รู้จักกันดีในชื่อกลุ่ม “ไข่นัว บ้านเสือ” การทำเกษตรหลากหลายรูปแบบ ทำให้คุณอาทิตย์สามารถสร้างรายได้เป็นรายวัน รายเดือน รายปี ผลผลิตของสวนลุงทิดเพาะความสุข ได้รับการรับรองแหล่งผลิตอินทรีย์ (Organic Thailand) จากกรมวิชาการเกษตร และมาตรฐาน GAP จากการทำเกษตรอินทรีย์ตามหลัก BCG Model มีการปลูกผักยกแคร่เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติและศัตรูพืช มีการนำผลผลิตกล้วยมาแปรรูปเป็นกล้วยตากพลังงานแสงอาทิตย์ และนำหญ้าหวานมาแปรรูปเพื่อสร้างมูล
แมลงขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีและกำลังได้รับความนิยม แม้แต่สัตว์เลี้ยงเองแหล่งโปรตีนจากแมลงถือว่ามีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะช่วยให้สัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะสัตว์ Exotic โตไวมีความแข็งแรงเมื่อได้กินอาหารจากแหล่งโปรตีนสูง “แมลงสาบดูเบีย” เป็นอีกหนึ่งแหล่งโปรตีนในสัตว์เลี้ยง ซึ่งแมลงสาบสายพันธุ์นี้มาจากต่างประเทศ มีถิ่นกำเนิดจากทวีปอเมริกากลางจนถึงอเมริกาใต้ และเป็นที่รู้จักในประเทศไทยหลายปีมาแล้ว ซึ่งปัจจุบันกำลังได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะแมลงสาบสายพันธุ์นี้นำมาเป็นอาหารให้กับสัตว์ได้หลายชนิด โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงสวยงาม สัตว์แปลก สัตว์หายากที่นิยมกินแมลงสาบดูเบีย คุณจ๋า-ภัทราวดี เบ้าจันทึก เล็งเห็นช่องทางการทำตลาดจากแมลงสาบดูเบีย ซึ่งสมัยก่อนนั้นซื้อมาให้สัตว์เลี้ยงกินเพียงแต่อย่างเดียว แต่ใครจะคิดว่าสัตว์เหล่านี้จะสามารถขยายพันธุ์ออกมาเรื่อยๆ จนเวลานี้บ้านของคุณจ๋าแม้มีพื้นที่น้อย แต่สามารถเป็นแหล่งเพาะแมลงสาบดูเบียส่งขายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำเลยทีเดียว จากความกลัว สู่อาชีพเพาะพันธุ์ จนสามารถสร้างรายได้เป็นอาชีพ คุณจ๋า เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีไม่ได้คิดว่าแมลงสาบดูเบียจะมาเป็นสัตว์เ
“น้ำ” นับเป็นปัจจัยสำคัญในการทำการเกษตร แปลงนาที่อยู่นอกเขตชลประทานมักขุดเจาะน้ำบาดาลระดับตื้นมาใช้ทำนาในฤดูนาปรัง แต่มีสนิมในน้ำบาดาลติดมาด้วย ทำให้ต้นข้าวไม่กินปุ๋ย ได้ผลผลิตต่ำ ซึ่ง “ฮั้วเฮงหลีฟาร์ม” ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ก็ประสบปัญหาดังกล่าว จึงปฏิวัติระบบน้ำใหม่ด้วยวิธีบำบัดง่ายๆ เปลี่ยนน้ำสนิมให้ตกตะกอนก่อนเข้าแปลงนา โดยใช้วิธีกลเติมอากาศ Aerator ทำให้รากข้าวกลับมาดูดซึมปุ๋ยได้เต็มประสิทธิภาพผลผลิตพุ่งเต็มร้อย พิษสนิมเหล็ก…ในนาข้าว คุณสุภชัย ปิติวุฒิ กรรมการบริหารคูโบต้ากำแพงเพชร (ฮั้วเฮงหลี) จังหวัดกำแพงเพชร และเป็นผู้ก่อตั้งเพจชาวนาวันหยุด กล่าวว่า นาแปลงนี้ ผู้เช่าเดิมขุดบ่อตอก สูบน้ำบาดาลระดับตื้นโดยตรง หลังเรารับช่วงต่อ ใช้องค์ความรู้เปียกสลับแห้งแกล้งข้าวควรได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น 20% แต่ได้ผลผลิตเต็มที่แค่ไร่ละ 600-700 กิโลกรัมเท่านั้น สาเหตุที่ได้ผลผลิตต่อไร่น้อย เกิดจากการสูบน้ำบาดาลปล่อยตรงลงนา ทำให้มีการตกค้างของตะกอนสนิมน้ำบาดาลในชั้นผิวดิน สังเกตเห็นชัดเจน ตอนดินในแปลงนาแห้งแตกระแหง ระยะแตกกอ และตอนไถพลิกหน้าดินหลังเก็บเกี่ยว พอมีน้ำแช่ขัง ตะกอนสนิมก็
บนโต๊ะอาหาร สำรับกับข้าววันนี้ ผักเคียงที่นิยมคู่อาหารประเภท ลาบ ยำ พร่า ก้อย น้ำพริก เพิ่มรสชาติกับข้าวเราขึ้นเยอะมาก หากจะสำรวจความนิยมและเรารู้จักกันมากคือ “สะระแหน่” เชื่อว่าหลายบ้านคงมีปลูกไว้ ใส่กระบะ กระถาง อ่าง ปี๊บ ลงแปลงดิน เป็นผักเครื่องเทศ และสมุนไพรชั้นยอด ที่ทุกบ้านไม่ควรละเลยที่จะมีปลูกไว้ ถึงแม้อาจจะดูแลยากไปนิด แต่ถ้ารู้วิธีดูแลรักษา วิธีปลูก ก็จะเป็นเรื่องง่ายๆ สำหรับทุกคน เคยมีหลายคนที่ได้สัมผัสรู้จักกับสรรพคุณของสะระแหน่กันมาแล้ว ช่วงเข้าสู่ฤดูกาล ปลายฝน ต้นหนาว มักจะเป็นหวัดคัดจมูก ได้เคี้ยวสะระแหน่สักยอดสองยอด เป็นหายใจโล่งสะดวกสบาย ไข้หวัดไม่ได้เกาะแกะแซะตามตัวเรา ไม่เคี้ยวกิน ก็เด็ดยอด ใบแช่น้ำร้อน ดื่มแทนน้ำชา เป็นน้ำยาที่ได้ผลดีเช่นกัน และบ้านเรามีคำพ้องเสียงอยู่คำหนึ่ง ไม่รู้ว่า มีความเกี่ยวพันกันอย่างไรบ้าง สมัยนี้มักจะเอามาใช้ปนกัน ว่ากันตรงๆ คือคำว่า “สาระแน” แปลว่า สู่รู้ไม่เข้าเรื่อง หรือเสือกนั่นกระมัง “สะระแหน่” เป็นพืชล้มลุก อายุหลายปี แตกต้นกิ่งก้านสาขา เลื้อยไปตามดิน มีขนสั้นๆ นิ่มๆ ปกคลุมทุกส่วนของลำต้น ใบกลมมนรูปไข่ ขอบใบจักแบบซี่ฟัน ออกใบสลับกัน
เมื่อต้นไม้และพืชผลทางการเกษตรต้องจมอยู่ใต้น้ำเป็นเวลานาน ปัญหาที่ตามมาหลังน้ำลดไม่ได้จบลงเพียงแค่การเก็บกวาดพื้นที่ แต่คือการฟื้นฟูต้นไม้และสภาพแปลงปลูกให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง ภัยธรรมชาติอย่าง “น้ำท่วม” ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่สร้างความเสียหายให้กับภาคการเกษตรในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะแปลงที่มีน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ต้นพืชบางส่วนอาจไม่สามารถทนต่อสภาพความชื้นสูงและการขาดอากาศบริเวณรากได้ ส่งผลให้เกิดอาการรากเน่า ใบเหลือง ต้นโทรม และในบางกรณีอาจถึงขั้นยืนต้นตาย อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่พืชทุกต้นจะเสียหายจนไม่สามารถฟื้นกลับมาได้ หากหลังน้ำลดได้รับการดูแลอย่างถูกวิธีและทันท่วงที ต้นที่ยังมีชีวิตก็ยังมีโอกาสฟื้นตัวและกลับมาเจริญเติบโตได้อีกครั้ง ดังนั้น หลังน้ำลดจึงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เกษตรกรต้องเร่งประเมินความเสียหาย พร้อมฟื้นฟูทั้ง “ต้นพืช” และ “สภาพดิน” ให้กลับมาเหมาะสม ก่อนเดินหน้าสู่การเพาะปลูกในรอบต่อไป โดยสามารถเริ่มต้นได้จาก 7 วิธีต่อไปนี้ 1. สำรวจแปลงก่อน อย่าเพิ่งรีบไถดิน สิ่งแรกที่ควรทำหลังน้ำลด คือเดินสำรวจพื้นที่และดูสภาพดินให้ทั่วทั้งแปลง สังเกตว่ามีตะกอน โคลน ทราย ขยะ หรือสิ่งปนเ
กรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรปราการ แนะ 7 แนวทางดูแลรักษา “กล้วย” ในช่วงฤดูฝน ดังนี้คือ 1. หมั่นตรวจดูแปลงกล้วยสม่ำเสมอ 2. ระบายน้ำในสวนให้ไหลสะดวก ไม่ท่วมขัง 3. ตัดแต่งใบแห้ง ใบเป็นโรคและหน่อส่วนเกิน 4. ให้น้ำต้นกล้วยเพิ่มเติม ในช่วงฝนทิ้งช่วง 5. เฝ้าระวังโรคและแมลง หากพบให้ใช้สารชีวภัณฑ์ป้องกันกำจัด 6. กำจัดวัชพืชในแปลงและค้ำยันต้น 7. ใส่ปุ๋ยบำรุงต้น N-P-K เกษตรกรควรใส่ใจดูแลต้นกล้วยในช่วงหน้าฝนอย่างใกล้ชิดเพราะเสี่ยงต่อการระบาดของโรคตายพรายในกล้วย สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตรให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า โรคตายพรายหรือโรคปานามาหรือโรคเหี่ยว สาเหตุจากเชื้อรา Fusarium oxysporum f.sp. cubense พบโรคได้ทุกระยะการเจริญเติบโตของกล้วย โดยให้สังเกตลักษณะต้นกล้วยที่มีอาการของโรคตายพรายใบกล้วยที่อยู่รอบนอกหรือใบแก่แสดงอาการเหี่ยวเหลือง ใบจะเหลืองจากขอบใบและลุกลามเข้ากลางใบ ก้านใบหักพับตรงรอยต่อกับลำต้นเทียม และจะทยอยหักพับตั้งแต่ใบที่อยู่รอบนอกเข้าไปสู่ใบด้านใน ระยะแรกใบยอดยังเขียวตั้งตรง จากนั้นเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ต่อมาใบทั้งหมดจะเหี่ยวแห้ง เมื่อตัดล
