เทคนิคเกษตร
ชื่อนี้ “สุชล สุขเกษม” ใครๆ ก็น่าจะคุ้น ถ้าก้าวเข้ามาในพื้นที่อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม เพราะคุณสุชลเป็นคนรุ่นเก่าที่เกิดและเติบโตในพื้นที่ เรียนจบเพียงประถมศึกษาปีที่ 6 เรียนต่อการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) จนจบมัธยมศึกษาตอนปลาย ช่วยพ่อแม่ทำการเกษตรในพื้นที่ที่มีอยู่ กระทั่งปี 2532 เดินทางไปทำงานที่ซาอุดีอาระเบีย ตลอด 8 ปีที่ทำงาน คุณสุชลคิดเก็บเงินเพื่อนำมาสร้างบ้านและทำเกษตรแบบพอเพียง ในพื้นที่ที่พ่อและแม่ให้ไว้ เมื่อกลับมาก็ลงทุนทำการเกษตร ตามที่เห็นว่าชาวบ้านใกล้เคียงทำแล้วประสบความสำเร็จ แต่โชคไม่ได้เข้าข้าง เมื่อทำแล้วต้องเป็นหนี้ เพราะไม่เคยได้จับงานเกษตรมาก่อน ความฝันของการปลูกบ้านและทำเกษตรบนที่ดินที่แม่ให้ไว้ต้องเริ่มใหม่ ไม่นาน ด้วยความตั้งใจใฝ่รู้ คุณสุชลสมัครเข้าอบรมการทำการเกษตรทุกอย่างที่ขวางหน้า ทำให้ได้เรียนรู้หลายสิ่ง นำมาประกอบกันและประยุกต์ใช้ในพื้นที่ของตนเอง สวนเดิมที่พ่อและแม่ยกให้เป็นร่องสวน และปลูกมะพร้าว อาชีพเดิมที่ชาวบางคนทีส่วนใหญ่ทำกัน การต่อยอดที่ทำได้ตอนนั้นคือ การทำน้ำตาลมะพร้าว แต่สิ่งที่คุณสุชลเรียนรู้มาสอนให้ทำเกษตรผสมผสานในพื้นที่เดียวกัน คุณสุช
เสาวรส เป็นผลไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้ ผลอ่อนมีสีเขียว ผลสุกจะเปลี่ยนเป็นสีม่วง เหลือง หรือสีส้ม ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ เดิมเสาวรสมีรสชาติเปรี้ยวนำ นิยมนำไปแปรรูปเป็นน้ำผลไม้ ไต้หวันนำเสาวรสสีเหลืองมาปรับปรุงพันธุ์ใหม่ เรียกว่า พันธุ์เสาวรสเหลืองน้ำผึ้งมีรสหวานนำ เหมาะสำหรับทานผลสด เกษตรกรนำเข้าพันธุ์เสาวรสเหลืองน้ำผึ้งจากไต้หวัน เข้ามาปลูกในประเทศไทยตั้งแต่เมื่อ 3-4 ปีก่อน เสาวรสเหลืองน้ำผึ้ง ปลูกง่าย ให้ผลดก ขนาดผล 90-120 กรัม เปลือกไม่หนา เนื้อแน่น เมล็ดกรอบ รสหวานฉ่ำ 17–22 องศาบริกซ์ กลิ่นหอมคล้ายน้ำผึ้ง ตลาดให้การตอบรับดีมากเพราะผลไม้เล็กๆ แต่คุณค่าไม่เล็ก มีวิตามินเอและเบต้าแคโรทีนสูง ช่วยบำรุงสายตา มีใยอาหารมาก ป้องกันท้องผูกและช่วยล้างสารพิษ มีวิตามินสูง ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันร่างกาย มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัย บำรุงผิวพรรณ ช่วยให้นอนหลับสบาย ไร่เสาวรสเขาแผงม้า หากใครสนใจไม้ผลชนิดนี้ สามารถแวะไปเยี่ยมชมของจริง ได้ที่ไร่เสาวรสเขาแผงม้า มีป้ายสัญลักษณ์ ‘น้องกระทิงน้อย’ ติดอยู่ด้านหน้า ไร่แห่งนี้เดินทางสะดวก อยู่ใกล้กับจุดชมวิวกระทิงเขาแผงม้า อำเภอวังน้ำเขียว จัง
โนนเขวาโมเดล ผลิตผักปลอดภัยส่งเทสโก้ โลตัส มีรายได้ทุกวันได้อย่างไร นี้คือต้นแบบ บ้านโนนเขวา ตำบลดอนหัน อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น จุดเริ่มต้นคือ โครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กหนองโง้วอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2538 เป็นพื้นที่ชีหลง ช่วงฤดูฝนน้ำจะท่วม แต่ในฤดูแล้งไม่สามารถกักเก็บน้ำได้ พระองค์จึงได้มอบหมายให้กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการทำแก้มลิงและระบบการส่งน้ำ ประตูระบายน้ำเพื่อการจัดการน้ำเพื่อช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรและอุปโภคบริโภคของประชาชน ตลอดจนการพัฒนาพื้นที่แบบบูรณาการร่วมกัน สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดขอนแก่น ได้จัดทำข้อมูลและศึกษาวิเคราะห์พื้นที่รายครัวเรือน คัดเลือกพื้นที่โครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กหนองโง้วอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตผักและข้าวที่สำคัญมาดำเนินโครงการบริหารจัดการน้ำเพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ในปี พ.ศ. 2559 ของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง ประกอบด้วย จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม แล
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการสรรหาและยกย่อง “ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน” เป็นประจำทุกปี เพื่อเชิดชูเกียรติบุคคลที่มีภูมิปัญญาด้านการเกษตร มีคุณธรรม ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ เป็นแบบอย่างแก่เกษตรกรไทย โดยปีนี้ กรมพัฒนาที่ดิน ได้คัดเลือก “นางราตรี บัวพนัส” หมอดินอาสาตำบลจันเสน อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ รับรางวัล “ปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง” เพราะมีผลงานเด่น เป็นผู้นำชุมชนขับเคลื่อนการเกษตรยั่งยืนและถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เกษตรกรในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ นางราตรีเคยได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาการพัฒนาที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ประจำปี พ.ศ. 2568 ดร.สุมิตรา วัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า “หมอดินราตรี” เริ่มต้นทำเกษตรโดยพึ่งพาสารเคมี แต่ต้องเผชิญปัญหาทั้งด้านสุขภาพ ศัตรูพืช น้ำท่วม ภัยแล้ง และต้นทุนการผลิตที่สูง จึงตัดสินใจปรับเปลี่ยนแนวทางการผลิตสู่การทำเกษตรอินทรีย์อย่างจริงจัง โดยน้อมนำหลัก “พอกิน พอใช้ พออยู่ พอร่มเย็น” ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาประยุกต์ใช้ ควบคู่กับการบริหารจัดการดิน น้ำ และพื้นที่อย่างเป็
จังหวัดนครศรีธรรมราชมีเนื้อที่ปลูกมังคุดเป็นอันดับ 1 ของภาคใต้ เพราะมีภูมิอากาศเหมาะสมสำหรับปลูกมังคุดเป็นอย่างดี เนื่องจากมีความชื้นสูง และมีฝนตกชุกตลอดทั้งปี ซึ่งอำเภอชะอวดเป็นต้นแบบการผลิตมังคุดในฤดูและนอกฤดู โดยเน้นการรวมกลุ่มของเกษตรกรในพื้นที่ วางระบบการผลิต และการบริหารจัดการแปลงในแนวทางเดียวกัน เน้นการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด สินค้าได้มาตรฐานการรับรอง GAP นำไปสู่การสร้างเสถียรภาพของราคาสินค้าเกษตรได้อย่างยั่งยืน ในพื้นที่อำเภอชะอวด เกษตรกรจะเก็บเกี่ยวมังคุดในฤดูช่วงเดือนมิถุนายน – ตุลาคม มังคุดนอกฤดูช่วงเดือนมกราคม – พฤษภาคม และช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม ซึ่งแปลงใหญ่และวิสาหกิจชุมชนมีการบริหารจัดการโดยการรวมกลุ่มขายมังคุดด้วยวิธีการประมูล ซึ่งราคาประมูลต้องมากกว่าราคาตลาดทั่วไป มังคุดในฤดูส่งจำหน่ายภายในประเทศ และส่งออกตลาดต่างประเทศ ส่วนใหญ่จะส่งไปยังประเทศจีนที่เป็นตลาดรับซื้อหลักโดยผ่านล้งเป็นผู้รวบรวมและคัดเกรดผลผลิต และมังคุดนอกฤดู ส่วนใหญ่จะส่งออกประเทศจีนเป็นหลัก 3 เทคโนโลยียกระดับสวนมังคุด รศ.ดร.กฤษณะเดช เจร
อยากสุขภาพดี อย่าพลาด! ผัก 2 ชนิด ขวัญใจคนญี่ปุ่น อีกหนึ่งเคล็ดลับช่วยให้มีอายุยืนยาว แถมยังมีที่ไทย หากินง่าย ขายไม่แพง! ผักพื้นบ้าน 2 ชนิดที่สามารถหาซื้อได้ในราคาถูกในไทย คือ มะระขี้นก และ กระเจี๊ยบเขียว ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูงในญี่ปุ่นและถือเป็นกุญแจสู่การมีอายุยืนยาว กระเจี๊ยบเขียว กระเจี๊ยบเขียว เป็นผักที่นิยมบริโภคอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น นำไปปรุงในเมนูต่างๆ ตั้งแต่ okura no aemono หรือ สลัดกระเจี๊ยบเขียว ไปจนถึงการลวกหรือนึ่งง่ายๆ กระเจี๊ยบเขียวยังจัดอยู่ในกลุ่ม “neba neba foods” หรือเมนูลื่นๆ เหนียวๆ เช่น นัตโตะ สาหร่ายโมซุกุ หรือ เห็ด nameko ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าอาหารกลุ่มนี้ดีต่อระบบทางเดินอาหารและสุขภาพลำไส้ จนบางครั้งกระเจี๊ยบเขียวถูกขนานนามว่า “โสมสีเขียว” ของชาวญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในเคล็ดลับชีวิตยืนยาว กระเจี๊ยบเขียวในไทย ต้นกระเจี๊ยบเขียว มีถิ่นกำเนิดในแถบแอฟริกาตะวันตก ในประเทศซูดาน และสันนิษฐานว่าน่าจะมีการนำเข้ามาในประเทศไทยหลังปี พ.ศ. 2416 โดยจัดเป็นพืชล้มลุกที่มีอายุประมาณ 1 ปี มีความสูงประมาณ 0.5-2.4 เมตร ลำต้นและกิ่งก้านมีสีเขียว แต่บางครั้งก็มีจุดประม่วง ตามลำต้นจะมี
“จังหวัดสกลนคร” เป็นแหล่งภูมิปัญญาที่สำคัญของประเทศไทย ทั้งด้านสมุนไพร ผ้าย้อมคราม และวิถีชีวิตที่เกื้อกูลธรรมชาติ เนื่องจากมีภูมิอากาศแบบร้อนชื้นมีอุณหภูมิเฉลี่ย 28 องศาเซลเซียส มีฝนตกชุก ดินส่วนใหญ่เป็นดินร่วนปนทราย มีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ ทั้งแรงงานมีทักษะ และความรู้เกี่ยวกับการปลูกพืชสมุนไพร ปัจจุบันจังหวัดสกลนครมีนโยบายส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพร มีการสนับสนุนความรู้ เงินทุน และเทคโนโลยีแก่เกษตรกร โดยเฉพาะพืชสมุนไพรที่เกิดรายได้ เช่น ฟ้าทะลายโจร เกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ 2-3 ครั้งต่อปี รวมทั้ง บัวบก ดาวเรือง และอัญชัน เกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตลอดปี เป็นพืชสมุนไพรที่สร้างรายได้หลักให้ชุมชนท้องถิ่น ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 เกษตรกรสามารถจำหน่ายฟ้าทะลายโจร (สด) จากเดิมขายกิโลกรัมละ 25 บาท ขยับเป็น 150-200 บาท เมื่อมีการแปรรูปสามารถยกระดับรายได้เป็น 2,000 บาทต่อกิโลกรัม จาก “พืชสมุนไพร” สู่ “ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง” หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ให้การสนับสนุนทุนวิจัยแก่
คุณพวีรกานต์ กุลโรจนพัฒน์ หรือ คุณสงค์ หนุ่มใหญ่ผู้ดูแลสวนกิจตระกูลรัตน์ ในพื้นที่ตำบลฉมัน อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี ซึ่งมีพื้นที่ปลูกทุเรียนและมังคุดมากกว่า 3,800 ต้น มีพื้นที่รวมกว่า 2,000 ไร่ อีกทั้งมีการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อบริหารจัดการในพื้นที่สวน 200 ไร่ ทำให้มีผลผลิตภายในสวนจำนวนมหาศาลสำหรับส่งขายให้ลูกค้าที่ต้องการ และสามารถสร้างรายได้ให้กับสวนกิจตระกูลรัตน์ถึงหลักล้านบาท หากย้อนเล่าไปถึงจุดเริ่มต้นของการทำสวนทุเรียนและมังคุดอย่างจริงจัง ของสวนกิจตระกูลรัตน์นั้น คุณสงค์ เล่าให้เราฟังว่า แต่เดิมเป็นเจตนารมณ์ของ เฮียชัยพร ซึ่งเป็นเจ้าของสวนแห่งนี้ เป็นคนที่รักและชื่นชอบการกินทุเรียนเป็นอย่างมาก จึงมองหาที่ดิน 1 แปลง ในการปลูกทุเรียนและมังคุด เพื่อให้ตอบโจทย์ลูกค้าที่เข้ามาพักในรีสอร์ตอาคันตุกะโฮมสเตย์ของตนเอง อีกทั้งภายในสวนแห่งนี้ยังมีการทำเกษตรแบบสมัยใหม่ ด้วยการนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาจัดการร่วมกับการทำสวนอีกด้วย “แต่เดิมเฮียชัยพร ซึ่งเป็นเจ้าของสวน ทำทุเรียนที่เขื่อนไว้อยู่แล้ว ซึ่งเป็นที่มรดก ต่อมามีช่วงหนึ่งที่ทุเรียนตายทั้งแปลง เฮียชัยพรจึงหยุดการทำสวน แต่ด้วยความที่
การปลูกมะนาวนอกฤดูในวงบ่อซีเมนต์ เป็นเทคนิคการผลิตมะนาวนอกฤดูแบบไม่ใช้สารควบคุมการเจริญเติบโตของพืช สามารถบังคับมะนาวออกดอกติดผลนอกฤดูได้เกือบ 100% ปลูกได้เกือบทุกพื้นที่ ซึ่งเป็นที่โล่งแจ้ง ให้ผลตอบแทนสูงและคืนทุนได้เร็ว หากใครสนใจปลูกมะนาวด้วยวิธีนี้ ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แนะนำ 12 ขั้นตอนการผลิตมะนาวนอกฤดูในวงบ่อซีเมนต์ ดังนี้ 1. การคัดเลือกพันธุ์ : มะนาวที่ปลูกในวงบ่อซีเมนต์ใช้ได้ทุกพันธุ์ สำคัญต้องเป็นพันธุ์ที่ตลาดต้องการ ติดผลง่าย ให้ผลดก ผลมีขนาดใหญ่เปลือกบาง มีน้ำมาก มีกลิ่นหอมและทนทานต่อโรคและแมลง พันธุ์ที่ตลาดนิยม ได้แก่ พันธุ์แป้นรำไพ แป้นจริยา พันธุ์พิจิตร เป็นต้น 2. การเตรียมวงบ่อซีเมนต์ : ควรใช้บ่อซีเมนต์ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 80-100 เซนติเมตร สูง 40-60 เซนติเมตร ก้นบ่อควรมีฝาซีเมนต์วงกลมรองรับอยู่ด้านล่าง เพื่อป้องกันไม่ให้รากมะนาวหยั่งลงดินนอกก้นบ่อ บังคับออกผลนอกฤดูได้ยาก 3. การวางบ่อซีเมนต์ : เพื่อความสะดวกในการปฏิบัติงานควรวางวงบ่อเป็นแถวเป็นแนว ถ้ามีพื้นที่จำกัดควรวางแถวเดี่ยวระยะระหว่างต้น 2 เมตร แต่ถ้ามีพื้นที่มาก ควรวางวงท่อแบบแถ
“มะละกอ” เป็นไม้ผลที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่งของไทยในปัจจุบัน นิยมบริโภคกันเป็นจำนวนมากทั้งในรูปของผลไม้ดิบเพื่อปรุงเป็นอาหารคาวหวาน และบริโภคในรูปของผลไม้สุก โดยมะละกอจะเริ่มให้ผลเมื่ออายุได้ประมาณ 8 เดือนขึ้นไป จากนั้นจะทยอยออกผลมาตลอดทั้งปี และจะมีผลผลิตสูงในระยะปีที่ 2 – 3 พอเข้าปีที่ 4 ต้นจะเริ่มทรุดโทรม ให้ผลผลิตลดลง ผลมีขนาดเล็กลง ดังนั้น การปลูกมะละกอเป็นการค้า มักจะเก็บผลเพียงปีที่ 2 – 3 เท่านั้น หลังจากนั้นจะตัดทิ้งและปลูกใหม่ ปกติแล้วมะละกอจะให้ผลผลิตไปได้เรื่อยๆ แม้จะมีอายุมากขึ้น แต่ผลมะละกอที่ได้ในระยะหลังจะเล็กลงเรื่อยๆ ขายไม่ได้ราคา แต่หากใครไม่ได้ปลูกเพื่อการค้า ไม่ได้จริงจังกับเรื่องผลผลิตมากนัก ลอง “ทำสาว” ให้มะละกอดูก่อน สำหรับการทำสาวมะละกอที่ว่านี้ แนะนำให้ทำหลังจากที่เราได้เก็บผลผลิต มะละกอ รุ่นแรกไปแล้ว คือการตัดต้นมะละกอให้เหลือไว้สัก 2-3 ใบก็พอ แล้วบำรุงต้นเพื่อเลี้ยงยอดใหม่ ประมาณสองเดือน หลังจากนี้ ยอดมะละกอที่แตกใหม่ก็จะเริ่มออกดอกและติดผลตรงตามสายพันธุ์เดิมที่เราปลูก และจะสามารถเก็บผลผลิตได้ในราวๆ เดือนที่ 4 หลังจ
