ประมง
หากเอื้อนเอ่ยถึงปลาดุกย่างที่สามารถกินได้กับข้าวเหนียว หรือกินกับข้าวสวยพร้อมน้ำพริกเผารสเด็ดแล้ว เมื่อได้หลับตานึกภาพตาม หลายๆ คนคงจะน้ำลายสอไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ที่ผ่านการหมักด้วยซอสที่ผสมเข้ากับตัวปลาอย่างดี จึงอาจเป็นปลาย่างที่หาซื้อกินได้ทั่วไปตามตลาดนัดทั่วทุกภูมิภาค ปัจจุบัน ปลาดุก มีการเลี้ยงกันหลายพื้นที่ เพราะเป็นปลาที่มีความอดทน เลี้ยงง่าย เจริญเติบโตรวดเร็ว ต้านทานโรคและสภาพแวดล้อมได้ดี จึงนับว่าเป็นปลาที่ยังเป็นที่ต้องการของตลาด เพราะราคาไม่แพงและทำอาหารได้หลากหลายเมนู ปลาดุก มีหลากหลายสายพันธุ์ เช่น ปลาดุกด้าน ปลาดุกยักษ์ หรือปลาดุกรัสเซีย ปลาดุกบิ๊กอุย ฯลฯ จึงทำให้เกษตรกรมีความสนใจเลี้ยงปลาดุกกันมาก ซึ่งการเลือกพันธุ์เลี้ยงก็ขึ้นอยู่กับคนในพื้นที่นั้นๆ ว่านิยมสายพันธุ์ใด คุณอรุณ ขันโคกสูง อยู่บ้านเลขที่ 39 หมู่ที่ 4 ตำบลหมื่นไว อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่เลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุยจนประสบผลสำเร็จ นับว่าเป็นงานสร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี และยังเป็นแหล่งเรียนรู้การเลี้ยงที่บอกสอนให้กับผู้ที่สนใจอยากมีอาชีพอีกด้วย เริ่มจากเลี้ย
ปลาหมอสี เป็นปลาที่นิยมเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย ด้วยมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น สีสันที่สวยงามสะดุดตา ตลอดจนส่วนหัวที่มีความโหนกนูน จึงทำให้ดูแปลกไปกว่าปลาชนิดอื่น ปลาหมอสีจะเน้นเลี้ยงให้มีสีสันเด่นชัด และส่วนหัวให้มีโหนกก้อนใหญ่ ซึ่งลำตัวของปลาจะมีลักษณะแบน เกล็ดมีขนาดปานกลาง ลำตัวมีสีฉูดฉาดหลายสี เช่น สีชมพู สีน้ำเงิน สีเหลือง ปลาหมอสีนอกจากความสวยงามแล้วยังมีความแข็งแรง สามารถทนต่อสภาพน้ำที่มีอากาศน้อยได้ดี บางคนก็มีความเชื่อว่า การเลี้ยงปลาชนิดนี้สามารถช่วยเสริมฮวงจุ้ย จึงทำให้ตลาดต่างประเทศอย่างจีนชื่นชอบเป็นอย่างมาก คุณธนัชชา เจียมกรกต หรือ คุณติ๊ดตี่ อยู่บ้านเลขที่ 83/1 หมู่ที่ 9 ตำบลนาดี อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร เป็นผู้ที่มีความชื่นชอบในการเลี้ยงปลาหมอสีเป็นอย่างมาก ในช่วงแรกจะนำมาเลี้ยงเพื่อดูแลเพื่อความสวยงาม แต่เมื่อเลี้ยงแล้วปลาโตจนสามารถจำหนายได้ เห็นถึงช่องทางการทำเงิน จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้คุณติ๊ดตี่สร้างเป็นธุรกิจอย่างจริงจัง ผลิตปลาจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ จากเลี้ยงดูสวยงาม เป็นอาชีพหลักทำเงิน คุณติ๊ดตี่ เล่าให้ฟังว่า จบการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาวิชารัฐศาสตร์ จากมหาวิทย
ปลาตะกรับหรือปลาขี้ตัง เป็นปลาเศรษฐกิจที่อาศัยอยู่ได้ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม รูปร่างลักษณะลำตัวป้อมสั้น เกล็ดเล็ก ครีบหลังยาว มีจุดสีดำเทากลมกระจายอยู่ทั่วลำตัวคล้ายเสือดาว รูปร่างแบนข้างรูปสี่เหลี่ยมคล้ายปลาผีเสื้อ เป็นปลาที่กินทั้งพืชและสัตว์ เช่น ลูกกุ้ง ลูกปลา สัตว์หน้าดิน แพลงก์ตอนและสาหร่ายรวมถึงซากเน่าเปื่อยเป็นอาหาร ปลาตะกรับจะพบอยู่บริเวณภาคใต้ของประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณปากแม่น้ำ นากุ้งและชายฝั่งทะเลสาบสงขลา สามารถพบได้ตลอดทั้งปี ทำให้เป็นที่น่าสนใจว่า ปลาชนิดนี้สามารถอาศัยอยู่ได้ในช่วงความเค็มกว้าง ปลาตะกรับ เป็นปลาที่นิยมตกเป็นเกมกีฬาและรับประทาน ซึ่งเป็นอาหารที่นิยมอย่างมากโดยเฉพาะในภาคใต้ คือ แกงส้มปลาตะกรับ จะเป็นอาหารเมนูเด็ดตามร้านอาหารและภัตตาคารที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง ซึ่งถ้าหากใครที่จะรับประทานปลาชนิดนี้ต้องไปแต่เนิ่นๆ เพื่อรีบสั่งแกงส้มปลาตะกรับ หรือปลาขี้ตัง เพราะหากไปช้าจะถูกจองหมด เพราะว่านอกจากคนไทยแล้วปลาตะกรับยังเป็นปลายอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาว ฟิลิปปินส์ ใต้หวัน และอีกหลายๆ ประเทศที่มาเที่ยวอีกด้วย คุณฝารี่ดา สันสาคร หนึ่งในเกษตรกรที่เข้าอบรมการเพาะเลี
คุณพัชรี สิงห์สม ประมงอำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก ให้ข้อมูลว่า การทำประมงในพื้นที่เกษตรกรมีการเลี้ยงสัตว์น้ำแบบประกอบอาชีพส่งจำหน่าย และบางส่วนเลี้ยงสำหรับเพื่อบริโภคภายในครัวเรือน ซึ่งการเลี้ยงแบบในครัวเรือนส่วนใหญ่เกษตรกรจะนำมาแปรรูปและจำหน่ายเอง โดยไม่ผ่านการค้าขายกับพ่อค้าคนกลาง จึงทำให้รายได้ที่เกิดจากการทำประมงจึงได้ผลกำไรอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย พร้อมทั้งมีการเลี้ยงแบบประหยัดต้นทุน จึงทำให้การเลี้ยงปลามีต้นทุนการผลิตที่ต่ำลงเกิดผลกำไรมากยิ่งขึ้น คุณวิภาลักษณ์ สุดสงวน อยู่บ้านเลขที่ 74 หมู่ที่ 1 ตำบลบางกระทุ่ม อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก ได้ปรับพื้นที่นาบางส่วนมาทำการเลี้ยงปลาเป็นอาชีพ พร้อมทั้งปลูกพืชผักผสมผสานเข้ามาช่วย จึงทำให้เกิดรายได้หลากหลายช่องทาง พร้อมทั้งหาวิธีการลดต้นทุนการเลี้ยงด้วยการคิดค้นสูตรอาหารต้นทุนต่ำ ส่งผลให้การลงทุนในเรื่องของการให้อาหารปลาจึงถูกลง เมื่อนำมาแปรรูปจำหน่ายเองทำให้มีผลกำไรจากการจำหน่ายได้เป็นเท่าตัว คุณวิภาลักษณ์ เล่าว่า เดิมทำงานบริษัทเอกชนเป็นเซลล์ขายของในห้างสรรพสินค้า จนถึงปลายปี 2559 มีความคิดอยากกลับมาประกอบอาชีพที่บ้าน ช่วยคุณพ่อคุ
ปลานิล ปลาน้ำจืดตระกูลทิลาเปีย คือ Nile Tilapia จำนวน 50 ตัว ที่ได้จากสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะแห่งญี่ปุ่น ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งพระอิสริยะยศมกุฎราชกุมาร ได้น้อมเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อปี 2508 ซึ่งพระองค์ได้ทรงนำไปเลี้ยงไว้ที่บ่อปลาสวนจิตรลดา โดยมีกรมประมงดูแลในเรื่องการเพาะขยายพันธุ์ได้ผลเป็นอย่างดี ในเวลาต่อมาพระองค์ได้พระราชทานลูกปลานิล ขนาด 3-5 เซนติเมตร จำนวน 10,000 ตัว ให้แก่กรมประมง นำไปเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ที่แผนกทดลอง และเพาะเลี้ยงในบริเวณเกษตรกลางบางเขน และสถานีประมงต่างๆ อีกจำนวน 15 แห่ง ทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมให้กับประชาชนต่อไป จากเหตุการณ์ในครั้งนั้น ทำให้ปลานิลกลายเป็นปลาเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไทย คุณทองนาค สีเคนา อยู่บ้านเลขที่ 70 บ้านนาคำน้อย หมู่ที่ 1 ตำบลบัวใหญ่ อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ได้ประกอบอาชีพเลี้ยงปลานิลจนประสบผลสำเร็จ มีรายได้เลี้ยงครอบครัวอย่างมีความสุข จึงทำให้ฟาร์มแห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับประชาชนทั่วไปที่สนใจการเลี้ยงปลานิล ได้เข้ามาศึกษาและนำไปปฏิบัติจนเป็นงานที่สร้างรายได้สืบต
ปัจจุบัน ปลาตะเพียน ใน จ.ยโสธร ไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงจำเป็นต้องหาซื้อมาจากภาคกลาง กรมประมงจึงเข้าปรับเปลี่ยนแนวคิด และพฤติกรรมการเลี้ยงปลาตะเพียนให้สอดคล้องกับความต้องการ เป็นการเลี้ยงปลาตะเพียนแบบเกษตรอินทรีย์ โดยอาหารแบบอินทรีย์คือ ไข่น้ำ หรือที่ภาคอีสาน เรียกว่า ผำ มาเป็นอาหารปลา ตามนโยบายขับเคลื่อนพัฒนาเกษตรอินทรีย์ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยมุ่งใช้คณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แบบเบ็ดเสร็จ เป็นกลไกสำคัญในการดำเนินงานพัฒนา มีเป้าหมายขยายพื้นที่เกษตรอินทรีย์ทั้งประเทศเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 10% ต่อปี พร้อมนำร่องให้จังหวัดยโสธรเป็นต้นแบบเมืองเกษตรอินทรีย์ หรือ ยโสธรโมเดล ไข่น้ำ (ผำ) น.ส. ชื่นดวงใจ คงบาล นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ไข่น้ำ (ผำ) มีโปรตีนสูง 40% ของน้ำหนักแห้ง จากรายงานผลวิเคราะห์คุณค่าทางอาหารของไข่น้ำ พบว่า ใน 100 กรัม น้ำหนักแห้ง ให้พลังงานต่อร่างกาย 8 กิโลแคลอรี เส้นใย 0.3 กรัม แคลเซียม 59 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 25 มิลลิกรัม เหล็ก 6.6 มิลลิกรัม และยังมีวิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 และมีกรดอะมิโนที่จำเป็นหลายชนิด
จากสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในหลายจังหวัด ที่ขาดแคลนน้ำสำหรับทำการประมง จึงส่งผลกระทบต่อเกษตรกรในการประกอบสัมมาอาชีพ การขาดแคลนน้ำมิได้ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพด้านประมงเพียงอย่างเดียว กลับส่งผลต่อการทำเกษตรในด้านอื่นๆ อีกด้วย เช่น การทำนา และปลูกพืชผักต่างๆ จึงทำให้ผักหลายชนิดมีราคาสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ทางภาครัฐได้มีการสนับสนุนให้มีการปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย เพื่อเป็นการสร้างรายได้ในระหว่างนี้ของเกษตรกรที่ต้องหยุดทำไร่ ทำนา ซึ่งทางด้านกรมประมงเองก็มีการสนับสนุนให้เลี้ยงสัตว์น้ำที่ใช้น้ำน้อย เช่น กบ และปลาดุก เป็นต้น คุณดอกรัก สุคนที ศูนย์เรียนรู้ด้านการประมง ตำบลบึงคำพร้อย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่เลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุย มามากกว่า 15 ปี ไม่ว่าจะเป็นยุคที่มีน้ำเพียงพอหรือช่วงวิกฤตแล้งเกิดขึ้น กลับไม่ส่งผลกระทบต่อการเลี้ยงปลาของเขามากนัก และที่สำคัญเขาได้นำปลาที่เลี้ยงเองทั้งหมดมาแปรรูปสร้างมูลค่า เป็นอีกหนึ่งวิธีการที่ช่วยทำเงินสร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี จากเดิมเป็นพ่อค้าปลา ผันชีวิตสู่เกษตรกรเลี้ยงเอง คุณดอกรัก เ
ปัจจุบัน ปลาดุก มีการเลี้ยงกันหลายพื้นที่ เพราะเป็นปลาที่มีความอดทน เลี้ยงง่าย เจริญเติบโตรวดเร็ว ต้านทานโรคและสภาพแวดล้อมได้ดี จึงเป็นปลาที่ตลาดมีความต้องการ เพราะราคาจำหน่ายไม่แพง บวกกับการซื้อหาก็ง่าย และที่สำคัญนำมาทำอาหารได้หลากหลายเมนู ปลาดุก มีหลากหลายสายพันธุ์ เช่น ปลาดุกด้าน ปลาดุกยักษ์หรือปลาดุกรัสเซีย ปลาดุกบิ๊กอุย ฯลฯ จึงทำให้เกษตรกรมีความสนใจเลี้ยงปลาดุกกันมากขึ้น ซึ่งการเลือกสายพันธุ์ที่เลี้ยงก็ขึ้นอยู่กับคนในพื้นที่นั้นๆ ว่านิยมบริโภคสายพันธุ์ใด ปลาดุกบิ๊กอุย เป็นปลาลูกผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างปลาดุกอุยเพศเมีย และปลาดุกเทศเพศผู้ ซึ่งการขยายพันธุ์ของปลา 2 ชนิดนี้ ลูกพันธุ์ที่ได้ออกมามีอัตราการเจริญเติบโตที่ดี มีความทนทานต่อโรคสูง จึงได้มีการเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย รวมไปถึง คุณประเทือง มานะกุล อยู่บ้านเลขที่ 59 หมู่ที่ 3 ตำบลวังม่วง อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี ก็ได้ริเริ่มเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุยเพื่อเป็นงานสร้างรายได้ให้กับเขาด้วยเช่นกัน โดยเน้นการเลี้ยงแบบให้มีต้นทุนต่ำ จึงทำให้เมื่อเกิดสภาวะราคาตกลงที่ฟาร์มของคุณประเทืองก็ยังคงสภาพการเลี้ยงที่สร้างกำไรอยู่ได้ เกษตรกรโคนม ผู้ไม
อาจารย์สุรชาติ เรือแก้ว ทิ้งอาชีพข้าราชการครู หันมาเอาดีทางการเลี้ยงสัตว์น้ำโดยเฉพาะปลา โดยท่านบอกว่า แม้จะไม่ได้ร่ำรวย แต่ได้ทุกสิ่งที่อยากได้และถือว่าไม่ยากจน อาจารย์สุรชาติ เรือแก้ว ครูเก่า เล่าถึงประวัติให้ฟังว่า เป็นคนดอกคำใต้โดยกำเนิด ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 71 หมู่ที่ 1 ตำบลดอกคำใต้ อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ตอนนี้อายุ 63 ปี จบการศึกษาจากวิทยาลัยครูเชียงราย วิชาเอกประถม เมื่อจบออกมาไปเป็นครูเอกชนที่โรงเรียนพินิตประสาธน์ ที่ตัวเมืองพะเยาก่อน 3 ปี จึงบรรจุเข้ารับราชการเมื่อปี 2519 ที่โรงเรียนบ้านทุ่งกาชัย ตำบลบ้านปิน อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ตำแหน่งหลังสุดคือ ผู้ช่วยผู้บริหารโรงเรียนบ้านดอกคำใต้ ก่อนจะขอเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด (เออรี่) เมื่อปี 2551 ในช่วงที่รับราชการ ได้เลี้ยงหมูเป็นอาชีพเสริม และซื้อที่ดินจำนวน 6 ไร่ เอกสารสิทธิ์เป็นโฉนด เป็นที่นา ต่อมาทางสภาตำบลดอกคำใต้ทำถนนผ่านที่ ทำให้การคมนาคมเข้าฟาร์มมีความสะดวกสบาย จึงได้ขุดบ่อ บ่อละ 2 งาน จำนวน 4 บ่อ เมื่อเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด ได้สมัครเป็นสมาชิกของสหกรณ์ผู้เลี้ยงปลา บ้านต๊ำเมืองพะเยา จำกัด ต่อมาตั้งเป็นวิสา
ประเทศไทย นอกจากต้องเจอปัญหาเศรษฐกิจแล้ว ยังต้องประสบกับวิกฤตเรื่องน้ำ ซึ่งกรมชลประทานได้รายงานสถานการณ์น้ำใน 4 เขื่อนหลัก ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ว่ายังมีน้ำเกณฑ์ที่น่าเป็นห่วง แม้จะมีปริมาณน้ำฝนที่ตกลงภายในเขื่อนแล้วก็ตาม ทำให้ชาวนาที่เคยทำนาได้ปีละ 2 ครั้ง คือ นาปี และนาปรัง ต้องหยุดทำนาปรังลงพร้อมทั้งการเกษตรอื่นๆ ด้วย เพื่อให้ปริมาณน้ำมีใช้ถึงฤดูฝนใหม่ที่จะมาถึง เกษตรกรทำนา เช่น คุณเกษร ป้องฉิม อยู่บ้านเลขที่ 65/2 หมู่ที่ 1 ตำบลนางบวช อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ต้องเจอกับปัญหานี้เช่นกัน ซึ่งเธอมีอาชีพทำนาเป็นรายได้หลักของครอบครัว ในช่วงที่ไม่ได้ทำนาเช่นนี้ เธอยังมุ่งมั่นหาอาชีพเสริม ด้วยการเลี้ยงกบและเลี้ยงปลาดุก และนำกบที่เลี้ยงมาเพิ่มมูลค่า ด้วยการประกอบอาหารขาย เป็นการสร้างรายได้เป็นอย่างดี คุณเกษร เล่าว่า ครอบครัวของเธอทำนามากกว่า 20 ปี แต่ระยะหลังๆ ราคาข้าวไม่แน่นอนทำให้ต้องเริ่มมองหาอาชีพเสริม เพื่อให้มีรายได้มากขึ้น “ทำนามานานมาก บางทีรายได้มันไม่เพียงพอ เมื่อประมาณปี 54 ก็เลยลองหากบมาเลี้ยงดู ก็เลยเริ่มเลี
